Search Header Logo
ศาสนพิธี

ศาสนพิธี

Assessment

Presentation

Social Studies

10th - 12th Grade

Hard

Created by

Uraiphorn Silaon

Used 67+ times

FREE Resource

17 Slides • 0 Questions

1

ศาสนพิธี

by ลม รำเพย

2

​ความเชื่อเรื่องวรรณะของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู

1 วรรณะพราหมณ์ (Brahmins) เกิดจากพระโอษฐ์ของพระพรหม มีเครื่องแต่งกายสีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์ มีหน้าที่สวดมนต์ ให้คำปรึกษากับกษัตริย์ พวกที่เป็นนักบวชก็ทำหน้าที่สอนไตรเพทและประกอบพิธีทางศาสนา ปัจจุบันอาจตีความไปถึงนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์และนักการเมือง สีเครื่องแต่งกายประจำวรรณะคือสีขาว

2 วรรณะกษัตริย์ (Kshatriyas) เกิดจากพระอุระของพระพรหม ได้แก่ ข้าราชการ สืบเชื้อสายมาจากพระอาทิตย์ สีเครื่องแต่งกายประจำวรรณะ คือสีแดง เช่น นักรบ ทำหน้าที่รบเพื่อป้องกันอาณาจักร รวมทั้งพระเจ้าแผ่นดิน นักปกครอง

3 วรรณะแพศย์ (Vaishyas) เกิดจากพระเพลาของพระพรหม สีเครื่องแต่งกายประจำวรรณะคือ สีเหลือง พ่อค้า คหบดี เศรษฐี และเกษตรกร

4 วรรณะศูทร (Shudras) เกิดจากพระบาทของพระพรหม ได้แก่ ผู้ใช้แรงงาน ชาวนา กรรมกร และคนยากจน สีเครื่องแต่งกายคือ สีดำ หรือสีอื่นๆ ที่ไม่มีความสดใส

ตามหลักความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ โดยถือว่าวรรณะทั้ง 4 เกิดจากอวัยวะของพระพรหมที่มีระดับต่างกัน จึงถือว่าระบบวรรณะได้ถูกกำหนดไว้ตายตัวโดยพระผู้เป็นเจ้า การเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางสังคมโดยยกชนชั้นของตนเองให้สูงขึ้นจึงเป็นไปไม่ได้

3

​การเปรียบเทียบมนุษย์กับบัวสี่เหล่า

บัวประเภทที่ ๑ ดอกบัวที่พ้นน้ำแล้ว รอแสงพระอาทิตย์จะบานวันนี้

บัวประเภทที่ ๒ ดอกบัวที่ปริ่มน้ำ จะบานวันพรุ่งนี้

บัวประเภทที่ ๓ ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ยังอีก ๓ วันจึงจะบาน

บัวประเภทที่ ๔ ดอกบัวที่เพิ่งงอกใหม่จากเหง้าในน้ำ จะยังไม่พ้นภัยจากเต่าและปลา

4

ความหมายของบัวสี่เหล่า

ซึ่งบัวแต่ละประเภทนั้นเปรียบได้ดังนี้

๑.  อุคฆฏิตัญญู คือ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วเปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำเมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

๒.  วิปจิตัญญู คือ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติมจะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป

๓.  เนยยะ คือ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิเมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธาปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

๔.  ปทปรมะ คือ พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิแม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

5

​การเปรียบเทียบศีลกับต้นไม้

    ๑. ลาภสักการะชื่อเสียง เปรียบเหมือนกิ่งไม้ใบไม้

   ๒. ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้              

๓. ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ เปรียบเหมือนเปลือกไม้              

๔. ญาณทัสสนะ หรือปัญญา เปรียบเหมือนกะพี้ไม้              

๕. ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ ซึ่งใช้คำภาษาบาลี "อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ" เปรียบเหมือนแก่นไม้

6

​ศาสนพิธี

​หมายถึง ระเบียบเเบเเผนหรือแบบอย่างที่พึงปฎิบัติในศาสนาพุทธ

7

​1. บุญพิธี หรือพิธีทำบุญ

​เป็นพิธีทำบุญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตทั้งงานมงคลและงานอวมงคล

​1. งานมงคล การทำบุญในโอกาสต่างๆเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่นการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การแต่งงาน การทำบุญวันเกิดเป็นต้น

​2. งานอวมงคล คือ การทำบุญเลี้ยงพระเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุข เช่น งานฌาปณกิจศพ การทำบุญ 7 วัน 10 วัน 100วัน การทำบุญอัฐิบรรพบุรุษ เป็นต้น

8

​2. ทานพิธี

​เป็นพิธีถวายทานแด่พระสงฆ์ ได้แก่ การถวายสังฆทาน การถวายสลากภัต การตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง การถวายผ้าจำนำพรรษา การถวายผ้าป่า การถวายดอกไม้บูชาพระ

9

​การถวายทาน มี 2 ประเภท คือ

​1. ถวายแบบเจาะจงแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เรียกว่า "ปาฏิปุคคลิกทาน"

​2. ถวายแบบไม่เจาะจง เรียกว่า "สังฆทาน"

10

​การถวายทานแบ่งออกเป็น2 แบบคือ

​กาลทาน คือ ถวายได้ในกาลที่ควร เช่น กฐิน ทอดได้ในช่วงออกพรรษา1 เดือนเท่านั้น

​อกาลทาน คือ ถวายได้ไม่จำกัดกาล ทั้งปี เช่น ทอดผ้าป่า

11

​3. กุศลพิธี

​เป็นพิธีกรรมอันเกี่ยวกับการบำเพ็ญกุศล เช่น

การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

การเวียนเทียน

การรักษาศีล

12

​4. ปกิณกพิธี

​เป็นพิธีเบ็ดเตร็ด เช่น

​วิธีอาราธนาศีล

​วิธีประเคนพระ

​วิธีแสดงความเคารพ

​การทำบุญในวันสงกรานต์

​วันเฉลิมพระชนมพรรษา

13

​การนิมนต์พระสงฆ์

​1. งานมงคล เรียกว่า "เจริญพระพุทธมนต์" นิยมเป็นจำนวนคี่ ยกเว้นงานมงคลสมรส

​2. งานอวมงคล เรียกว่า "สวดพระพุทธมนต์" นิยมเป็นเลขคู่

14

​การจุดธุปเทียน

​เจ้าภาพเป็นผู้จุดธูปเทียน โดยเจ้าภาพจะจุดเทียนก่อนจุดธูป ใช้เทียนชนวนต่อด้วยจุดเทียนด้านขวาของพระพุทธรูป จุดเทียนด้านซ้าย แล้วจุดธุป3ดอก กราบเบญจางคประดิษฐ์

​*ธูป 3 ดอก หมายถึง คุณพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ ปัญญาคุณ บริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ

​งานอวมงคล จุดธูปเทียนหน้าตู้พระธรรม การจุดธูปบูชาศพ ใช้ธูป 1ดอก

​ศพของพระภิกษุจะกราบเเบบเบญจางคประดิษฐ์ ของฆราวาส กราบครั้งเดียวไม่แบมือ

15

​กฐิน....

​กฐินจำกัดประเภททาน คือ ถวายเป็นสังฆทานเสมอ

​กฐินจำกัดเวลา คือ ต้องถวายภายใน 29 วัน นับจากวันออกพรรษา

​กฐินจำกัดงาน คือ ต้องถวายเป็นจีวร หรือ สบง หรือ สังฆาฏิ

​กฐินจำกัดคราว คือ 1 วัดสามารถรับได้เพียง 1 ครั้งต่อปี

​กฐินหลวง คือ กฐินที่ใช้องค์กฐินหลวง

​กฐินราษฎร์ คือ แบ่งได้เป็นจุลกฐิน มหากฐิน กฐินโจร

​พิธีกรานกฐิน คือ พิธีที่พระสงฆ์อย่างน้อย 5 รูป(1รูปครองจีวร 4 รูปอนุโมทนา)กระทำร่วมกัน

16

​เกร็ดน่ารู้ เรื่อง สีเสื้องานอวมงคล

​1. สีขาว สำหรับผู้เยาว์หรือผู้ที่มีอายุอ่อนกว่าผู้ตาย เช่น ลูกหลานญาติสนิทหรือผู้อยู่ในอุปการะและสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ 

2. สีดำ สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้ที่อายุแก่กว่าผู้ตาย

3. นุ่งสีม่วงแก่หรือน้ำเงินแก่สวมเสื้อขาว สำหรับผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องเป็นญาติกับผู้ตาย

4. นุ่งดำสวมเสื้อขาว สำหรับมิตรสหายที่สนิทกับผู้ตาย

17

​กฐินโจร

กฐินโจร เป็นสำนวนพูด หมายถึง กฐินที่ไปทอดโดยไม่ได้จองล่วงหน้า ไปทอดแบบจู่โจม เรียกว่า กฐินจร ก็มี ในการทอดกฐินทั่วไป มีธรรมเนียมว่าต้องจองกฐินล่วงหน้า การที่จัดเครื่องกฐินพร้อมสรรพแล้วนำไปทอดที่วัดซึ่งยังไม่มีผู้จองกฐินทันทีทันใดแบบจู่โจม หรือบอกกะทันหันแบบตั้งตัวไม่ทันเหมือนโจรบุกขึ้นบ้าน จึงเรียกว่า กฐินโจร 

ศาสนพิธี

by ลม รำเพย

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 17

SLIDE