Search Header Logo
นิติกรรม-สัญญา

นิติกรรม-สัญญา

Assessment

Presentation

Other

University

Hard

Created by

Walairat Peethalad

Used 9+ times

FREE Resource

10 Slides • 0 Questions

1

นิติกรรม-สัญญา

สาระการเรียนรู้

​1. นิติกรรม

​2.สัญญา

2

​ความหมายและลักษณะของนิติกรรม

​ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 149 บัญญัติ " นิติกรรม หมายความว่า การใดๆอันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลเพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ นิติกรรมมีองค์ประกอบอยู่ 5 ประการ คือ

​1. การใดๆ หมายถึง การกระทำของบุคคล ซึ่งกฎหมายไม่ระบุว่ามีกี่คน ดังนั้นคนเพียงคนเดียวก็สามารถทำนิติกรรมได้ เช่นการทำพินัยกรรม หรือหลายคนก็ได้เช่นการจัดตั้งบริษัท

​2.กระทำลงโดยชอบด้วยกฎหมาย

​3.กระทำด้วยความสมัครใจ คือ ไม่มีใครมาบังคับ ขู่เข็ญ หรือทำให้ลุ่มหลงมัวเมาขาดสติ

​4มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ คือการเคลื่อนไหวแห่งสิทธิจากการทำนิติกรรม

​5.กระทำเพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลงโอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ

3

​วัตถุประสงค์ของนิติกรรม

​นิติกรรมเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ลักษณะที่บุคคลประสงค์จะเกิดหนี้ขึ้น กฎหมายจึงได้กำหนดเรื่องวัตถุประสงค์ในการทำนิติกรรมไว้ ประกอบด้วย

​1. การนั้นเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย

​2.การนั้นเป็นการพ้นวิสัย

​3.การนั้นขัดต่อความสงบเรียบร้อย

​4.การนั้นขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

4

​แบบของนิติกรรม

​แบบของนิติกรรมแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ

​1. แบบของนิติกรรมที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

​2.แบบของนิติกรรมที่ต้องทำเป็นหนังสือ ซึ่งคำว่าทำเป็นหนังสือนี้ ต่างจากคำว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือ

​3.แบบของนิติกรรมที่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ เช่น การจัดตั้งบริษัท

​4.แบบของนิติกรรมที่ต้องทำเป็นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ เช่น การทำพินัยกรรมฝ่ายเมืองหรือเอกสารลับ

5

​ความสมบูรณ์ของนิติกรรม มีอยู่ 3 ลักษณะ

​1. นิติกรรมที่สมบูรณ์ หมายความว่า นิติกรรมที่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ คือมีการเคลื่อนไหวแห่งสิทธิ

​2. นิติกรรมที่เป็นโมฆะ หมายความว่า นิติกรรมนั้นเสียเปล่า ไม่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวแห่งสิทธิ

​3. นิติกรรมที่เป็นโมฆียะ หมายความว่า นิติกรรมนั้นสมบูรณ์จนกว่าจะมีการบอกล้างให้เป็นโมฆะ

6

​หลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องการแสดงเจตนาในการเข้าทำนิติกรรม

​1. เจตนาลวง หมายถึง เจตนาที่แสดงขึ้นมาเพื่อลวงหรือไม่ตรงกับเจตนาที่แท้จริง

​2. นิติกรรมอำพราง หมายถึง การทำนิติกรรมหนึ่งอำพรางอีกนิติกรรม กฎหมายให้นำนิติกรรมที่ถูกอำพรางมาใช้บังคับ

​3.การสำคัญผิดในสาระสำคัญ อาจจะพิจารณาได้ดังนี้

​ 3.1 การสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม

​ 3.2 สำคัญผิดในตัวบุคคล

​ 3.3 สำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติกรรม

​4.นิติกรรมที่สำคัญผิดในคุณสมบัติ

​5. การแสดงเจตนาที่ถูกฉ้อฉล

​6. การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่

7

​สัญญา

​ความหมายของสัญญา

สัญญา หมายถึง นิติกรรมที่บุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่าย ขึ้นไปตกลงทำกัน โดยฝ่ายผนึ่งเป็นผู้ทำคำเสนอและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ทำคำสนองในคำเสนอ

คำมั่น ลักษณะของคำมั่นจะต่างจากคำเสนอโดยคำมั่นนั้นไม่ใช่ลักษณะของคำเสนอที่ต้องการคำสนองในขณะนั้น เพียงแต่คำมั้นเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวเพื่อเป็นการโฆษณาหรือประกาศว่าจะให้รางวัลแก่ผู้กระทำการใดๆ

สัญญาต่างตอบแทนกับสัญญาไม่ต่างตอบแทน

​1. สัญญาต่างตอบแทน หมายถึง สัญญษที่คู่สัญญา ทั้ง 2 ฝ่าย มีสิทฝะิหน้าที่ต่อกันและกัน

​2.สัญญาไม่ต่างตอบแทน หมายถึง สัญญาที่คู่สัญญามีหน้าที่ต่ออีกฝ่ายหนึ่งแต่อีกฝ่ายหนึ่งไมมีหน้าที่

8

​มัดจำกับเบี้ยปรับ

​มัดจำ หมายถึง สิ่งที่มอบไว้ให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อเข้าทำสัญญาเพื่อเป็นการประกันที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้น

​เบี้ยปรับ หมายถึง เงินที่คู่สัญญาตกลงจะให้อีกฝ่ายหนึ่ง หากไม่ชำระหนี้ หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้องหรือผิดนัดชำระหนี้ โดยกฎหมายกำนดหลักเกณฑ์

9

​การเลิกสัญญา

​1.กรณีในสัญญามีข้อกำหนดให้เลิกสัญญา

​2.ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งต้องกำหนดระยะเวลาให้ชำระหนี้พอสมควร

​3.ถ้าเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ว่าโดยสภาพแล้วการชำระหนี้ ณ เวลาที่กำหนดไว้เป็นลักษณะสำคัญ

10

​สรุป

​ นิติกรรม เป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ลักษณะหนึ่งอันเกิดจากความสมัครใจของบุคคล กฎหมายจึงได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแสดงเจตนาของบุคคล และกำหนดผลทางกฎหมายให้สมบูรณ์ขึ้น เมื่อมีการแสดงเจตนาที่วิปริตผิดเพี้ยนไป เช่น การสำคัญผิด การถูกฉ้อฉล การถูกข่มขู่ ส่วนสัญญา คือการที่บุคคลสมัครใจเข้าผูกมัดตนในภาระหน้าที่หนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามสัญญา กฎหมายจึงกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆไว้ เช่น เรื่องมัดจำ เบี้ยปรับ เป็นต้น

นิติกรรม-สัญญา

สาระการเรียนรู้

​1. นิติกรรม

​2.สัญญา

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 10

SLIDE