Search Header Logo
เรื่องที่ 8 การป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาเทนนิส

เรื่องที่ 8 การป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาเทนนิส

Assessment

Presentation

Physical Ed

University

Hard

Created by

Pimchanok Photipussa

FREE Resource

31 Slides • 9 Questions

1

media

2

media

​เรื่องที่ 8

การป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาเทนนิส​

media

3

media

​จุดประสงค์การเรียนรู้​

1. อธิบายถึงสาเหตุการบาดเจ็บจากกีฬาเทนนิสได้

2. อธิบายวิธีการปฐมพยาบาลและการป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาเทนนิสได้

4

media

เนื้อหา​

การบาดเจ็บจากกีฬาเทนนิส ดังต่อไปนี้

- การเป็นตะคริว

- การเป็นลม

- ข้อเท้าแพลง (Ankle sprains)

- การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

5

media

​           การเล่นเทนนิสนั้นจะมีการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องและในหลาย ๆ ทิศทาง ฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้เช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่นๆ ถึงแม้ว่าอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในกีฬาเทนนิสจะต่ำกว่ากีฬาที่มีการปะทะระหว่างนักกีฬา เช่น กีฬาฟุตบอล กีฬาบาสเกตบอล ก็ตาม  การรู้ถึงสาเหตุการเกิดการบาดเจ็บจะทำให้เราสามารถป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นเทนนิสได้

          พรหมินทร์  เมธากาญจนศักดิ์ (2553, หน้า 21-28) กล่าวว่า การบาดเจ็บจากการเล่นเทนนิสนั้นส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการอบอุ่นร่างกายไม่ถูกหลักการ หรือไม่ก็ร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงพอ การบาดเจ็บที่มักเกิดขึ้นกับนักเทนนิส มีดังนี้

6

media

การบาดเจ็บที่มักจะเกิดขึ้นในนักกีฬาเทนนิส

media
media
media
media

การเป็นลม​

ข้อเท้าแพลง

การบาดเจ็บที่ข้อศอก

7

media

1. การเป็นตะคริว

media

8

media

1. การเป็นตะคริว

​           ตะคริว คือ อาการเกร็งหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว มักจะเกิดขึ้นบริเวณกล้ามเนื้อน่อง รองลงมาคือต้นขาและปลายเท้ามากกว่าบริเวณอื่น  ส่วนกล้ามเนื้อบริเวณหลังแขนและบริเวณอื่นๆ เกิดขึ้นได้เหมือนกัน แต่ไม่มากนัก มักจะเกิดขึ้นเมื่อออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นเป็นเวลานาน จนกล้ามเนื้ออ่อนล้าและมีกรดแลคติคคั่งอยู่ในกล้ามเนื้อ แล้วกล้ามเนื้อเกิดการเกร็งหดตัว

media

9

media

1. การเป็นตะคริว

สาเหตุการเป็นตะคริว

1. ร่างกายขาดน้ำ

2. สภาพเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล

(โซเดียมแคลเซียมและโพแทสเซียม) ซึ่งเกิดจากการเสียเหงื่อมาก ท้องเดินหรืออาเจียนอย่างรุนแรง หรือผู้ที่ทานยาขับปัสสาวะ

3. สภาพกล้ามเนื้ออ่อนล้าซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป หรือใช้กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือการได้พักผ่อนไม่เพียงพอแล้วไปออกกำลังกาย  การออกกำลังกายในสถานที่มีอากาศหนาว มีลมเย็น ในน้ำเย็น ก็จะเป็นตะคริวได้ง่ายยิ่งขึ้น

10

media

1. การเป็นตะคริว

สาเหตุการเป็นตะคริว

  4. กล้ามเนื้อขาดการยืดหยุ่น แล้วไปออกกำลังกายโดยไม่ได้มีการอบอุ่นร่างกายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เพียงพอ

  5. การยืน นั่ง หรือนอนในท่าที่ไม่สะดวกนาน ๆ ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก

  6. ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ หรือหญิงมีครรภ์ซึ่งอาจมีแคลเซียมในเลือดต่ำ ผู้สูงอายุที่มีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งทำให้การไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่ดีเท่าที่ควร และผู้ที่มีความผิดปกติของออร์โมนบางชนิด เช่น ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยเป็นต้น

11

media

1. การเป็นตะคริว

การป้องกันการเป็นตะคริว

1. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะตะคริวมักเกิดในผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือคนที่ขาดการออกกำลังกายที่ดีพอ

2. การฝึกการยืดกล้ามเนื้อบ่อยๆ อาจลดโอกาสการเกิดตะคริวได้ เช่น ที่น่องอาจทำได้โดยการกระดกเท้าขึ้นลง หรือ เอามือแตะปลายเท้าขณะเหยียดเข่า ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือ ยืนบนส้นเท้าห่างผนัง 1 ฟุต แล้วเอามือทาบผนังและค่อยๆ เหยียดแขนออกเพื่อยืดกล้ามเนื้อประมาณ 30 วินาที แล้วทำใหม่ เป็นต้น​

12

media

1. การเป็นตะคริว

การปฐมพยาบาล

media

1. ขณะที่เป็นตะคริวให้ทำการปฐมพยาบาลโดยใช้มือนวดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวหรือยืดกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ตึงเช่นถ้าเป็นตะคริวที่น่องให้เหยียดหัวเข่าตรงและดึงปลายเท้ากระดกเข้าหาเข่าให้มากที่สุด

2. ถ้าเป็นตะคริวที่ต้นขาให้เหยียดหัวเข่าตรง ยกเท้าขึ้นให้พ้นจากเตียงเล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไปทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า)

3. ถ้าเป็นตะคริวที่นิ้วเท้าให้เหยียดนิ้วเท้าให้ตรงและลุกขึ้นยืนเขย่งเท้าจากนั้นค่อยๆ นวดบริเวณนิ้วเท้าเบา ๆ

4. ถ้าเป็นตะคริวที่นิ้วมือให้เหยียดนิ้วมือออกและค่อยๆ นวดบริเวณนิ้วมือเบาๆ

13

Open Ended

เราสามารถป้องกันการเป็นตะคริวได้อย่างไร

14

media

2. การเป็นลม

media

15

media

2. การเป็นลม

การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอาจเป็นลมได้เนื่องจากใช้กำลังมากเกินไปเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไปจะมีอาการหน้ามืดใจสั่นหายใจเร็วไม่สม่ำเสมอ

media

16

media

2. การเป็นลม

2.1 เป็นลมธรรมดา

ผู้ป่วยจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หน้าซีด ปากซีด ชีพจรเบาและตัวเย็น เป็นต้น

ห้ามคนมุงดูผู้ป่วย นำผู้ป่วยเข้าในที่ร่มที่อากาศถ่ายเท คลายเสื้อผ้าให้หลวม และให้ดมแอมโมเนียหอม จัดท่านอนผู้ป่วยให้ศีรษะต่ำยกเท้าสูง และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเข็ดตามหน้าผากมือและเท้า  แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการหายใจผิดปกติให้ผู้ป่วยนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง ล้วงเอาสิ่งแปลกปลอมในปากออกให้หมด และช่วยผายปอด​

การปฐมพยาบาล

17

media

2. การเป็นลม

2.2 เป็นลมแดด

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ ต่อมาเวียนศีรษะ กระหายน้ำมาก หน้าแดงแห้งและร้อน ชีพจรเต้นแรงเร็ว หายใจลึกเร็ว อุณหภูมิสูงประมาณ 40 องศาเซลเซียส หรือมากกว่าเป็นต้น

การปฐมพยาบาล

รีบนำผู้ป่วยเข้าในที่ร่ม อย่าให้คนมุง และอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นให้คลายเสื้อผ้าให้หลวม ให้ผู้ป่วยนอนราบยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ให้ดื่มน้ำเย็น ในกรณีที่เป็นลมแดดขั้นรุนแรง ผู้ป่วยยังไม่ฟื้นสติแม้ได้นอนราบยกเท้าสูงและทำการลดอุณหภูมิ ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วนานกว่า 5 นาที ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลด่วน

18

Open Ended

อาการเบื้องต้นของคนที่จะเป็นลมคืออะไร

19

media

3. ข้อเท้าแพลง (Ankle sprains)

media

20

media

3. ข้อเท้าแพลง (Ankle sprains)

media

ข้อเท้าแพลง เป็นการบาดเจ็บที่มีเอ็นยึดข้อเท้าฉีกขาด

เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อยมาก ในนักกีฬาที่เกี่ยวข้องกับลูกบอล (Ball Sports) เช่น เทนนิส, ฟุตบอล เป็นต้น

การบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าพบได้หลายแห่งรอบ ๆ ข้อเท้าส่วนใหญ่มักจะเกิดบริเวณ ข้อเท้าด้านนอก เนื่องจากเอ็นยึดข้อเท้าด้านนอกแข็งแรงกว่าเอ็นยึดข้อเท้าด้านใน เวลาล้ม กระโดดข้อเท้ามีแนวโน้มที่จะพลิกเข้าในมากกว่า เอ็นยึดข้อเท้าด้านนอก Anterior talo-fibular ligament (ATFL) เป็นเอ็นยืดข้อเท้าที่ได้รับการบาดเจ็บบ่อยที่สุด

21

media

3. ข้อเท้าแพลง (Ankle sprains)

สาเหตุ

เกิดจากการกระทบกระแทก บิด หมุนของข้อเท้า เช่า เดินตกหลุม หกล้ม เดินสะดุดหรือลงน้ำหนักขาผิดท่า

อาการ

จะมีอาการปวดเจ็บที่ข้อหลังได้รับอุบัติเหตุทันที โดยจะเจ็บมากเวลาเคลื่อนไหวข้อหรือใช้นิ้วกดถูก นอกจากนี้ยังพบว่าข้อมีลักษณะบวม แดง ร้อนซึ่งเป็นกลไกของการอักเสบ อาการจะรุนแรงมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด

22

media

3. ข้อเท้าแพลง (Ankle sprains)

การปฐมพยาบาล

1. หลังได้รับบาดเจ็บควรประคบด้วยน้ำแข็งเรือน้ำเย็นทันที อาจใช้วิธีแช่เท้าในน้ำเย็น ก็ได้ เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่บาดเจ็บ เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือด หดตัวทำให้ลดการบวม การห้อเลือด การฟกช้ำ และทำอีก 2-3 ครั้งในระยะ 24 ชั่วโมงแรก แต่หลัง 24 ชั่วโมงไปแล้ว ควรประคบด้วยน้ำร้อนหรือแช่น้ำอุ่น 15-30 นาที ทำวันละ 2-3 ครั้งเพื่อลดอาการอักเสบ​

2. ใช้ผ้าพันแผลชนิดยืด (Elastic Bandage) พันข้อเท้าพอแน่น แต่อย่าให้แน่นเกินไป เพื่อเป็นการพยุงให้ข้อเท้าอยู่เฉย ๆ ถึงแม้จะเคลื่อนไหวก็ช่วยผ่อนแรงได้​

media

23

media

3. ข้อเท้าแพลง (Ankle sprains)

การปฐมพยาบาล

3. การยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง เพื่อลดการไหลเวียนของเลือด เพิ่มการไหลของเลือดออกจากบริเวณที่บาดเจ็บให้เร็วขึ้น

4. ควรพักข้อที่บาดเจ็บไว้จนกว่าอาการปวดจะทุเลาซึ่งกินเวลาหลายวันแล้วค่อยๆ เคลื่อนไหวบริหารข้อนั้นให้คืนสู่สภาพปกติ  ​

media

24

Open Ended

เมื่อข้อเท้าแพลงการปฐมพยาบาลอันดับแรกควรทำอย่างไร

25

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

media

26

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

จะปวดข้อศอกจากที่ยึดเกาะของเอ็นกล้ามเนื้อที่กระดูกข้อศอกด้านนอกอักเสบ (Tennis elbow) เป็นสาเหตุของอาการปวดข้อศอกที่พบได้บ่อยอาการปวดเกิดเนื่องจากภาวะที่มีการอักเสบของที่ยึดเกาะของเอ็นและกล้ามเนื้อที่มาเกาะที่ปุ่มกระดูกบริเวณข้อศอก ซึ่งพบได้ทั้ง ด้านนอกและด้านในของข้อศอกทางด้านนอกพบได้บ่อยกว่า เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า Tennis elbow เกิดจากมีอาการอักเสบตรงที่ยึดเกาะของเอ็นกล้ามเนื้อที่ใช้กระดกข้อมือขึ้น (Extensor muscles of forearm) ซึ่งจะเกาะอยู่ตรงปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก

media

27

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

media

28

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

- จะมีอาการเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ มานานในบริเวณข้อศอกด้านนอก​

- อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อยกของ บิดแขนหรือกำมือแน่น​

- บางครั้งจะมีอาการปวดร้าวไปที่แขนและมือได้​

- จะมีจุดกดเจ็บทางด้านนอกของข้อศอก​

- เมื่อคว่ำมือหรือกระดกข้อมืออย่างแรงในขณะเหยียดศอกจะเจ็บอย่างมาก​

media

อาการ Tennis Elbow​

29

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

หลักการปฐมพยาบาล Tennis Elbow​

1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะดีขึ้น และหายได้โดยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การปรับกิจกรรมการใช้งานของแขนและมือ โดยหลีกเลี่ยงการทำงานที่ทำให้เกิดอาการปวดมากขึ้น 

โดยเฉพาะการขยับข้อมือขึ้นลงซ้ำ ๆ กระดกข้อมือแรง ๆ  และกำมือ แน่น ๆ เช่น การบิดผ้าแรง ๆ เป็นต้น​

30

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

หลักการปฐมพยาบาล Tennis Elbow​

2. การใช้น้ำแข็งประคบ

การใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ ควรจะประคบวันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังจากการใช้งานหรือเล่นกีฬา ใช้ถุงน้ำแข็งหรือก้อนน้ำแข็งหรือนวดไปบนตำแหน่งที่ปวดครั้งละ 20-30 นาที

media

31

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

หลักการปฐมพยาบาล Tennis Elbow​

3. ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์

การรับประทานยาลดอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ได้ผลดีมาก ในการลดการอักเสบและอาการปวด แต่อาจมีผลข้างเคียงได้ จึงควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์

media

32

media

4. การบาดเจ็บที่ข้อศอก (Tennis Elbow)

หลักการปฐมพยาบาล Tennis Elbow​

4. การทำกายภาพบำบัด

เพื่อลดอาการปวดและบวมของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

ได้แก่ การวางแผ่นร้อน การทำอัลตร้าซาวน์ร่วมกับการทำการยืดกล้ามเนื้อและบริหารกล้ามเนื้อ (Stretching and strengthening exercise) ซึ่งสามารถทำได้เองที่บ้านตามคำแนะนำของแพทย์

media

33

Open Ended

การรักษาอาการบาดเจ็บจาก Tennis elbow สามารถทำได้อย่างไร

34

media

​จบการบรรยาย

35

Fill in the Blanks

Type answer...

36

Fill in the Blanks

Type answer...

37

Fill in the Blanks

Type answer...

38

Fill in the Blanks

Type answer...

39

Fill in the Blanks

Type answer...

40

media

​สิ้นสุดการบรรยาย

media

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 40

SLIDE