
พื้นฐานชีวิต 2
Presentation
•
Life Skills
•
Professional Development
•
Practice Problem
•
Hard
Sunny Strong
FREE Resource
133 Slides • 0 Questions
1
พื้นฐานชีวิต 2
ผู้เรียบเรียงรุ่นหลัง65
23/07/2565
14.35น.
2
หัวข้อตามวิชาจีนโบราณ
(ตามความเข้าใจของผู้เรียบเรียงฯ)
หยิน-หยาง
5ธาตุจีน
ฤดูกาล
ฟ้า
คน
ดิน
ปฏิกิริยา5ธาตุกับดิถี
ปฏิกิริยานักษัตรกับดิถี
ปฏิกิริยาระหว่างนักษัตร
3
หยั่งลึกปรัชญาเต๋า (道)
• ปรัชญาของเต๋า (道)
อธิบายว่า มีด ๑ เล่ม ชูขึ้นมา สุดแต่เราจะท าอะไร
ไม่ใช่ว่าสุดแต่เราจะท าอะไร ไม่ใช่สุดแต่มีดจะไปท าอะไร
แต่...สุดแต่เราจะเอามีดไปท าอะไรได้
นิยามของเต๋ามันชัวร์แต่เราต้องไปขยายเอาเอง
ทางเต๋าก็จะบอกว่าขึ้นอยู่กับวาสนาของเรา
หมายความว่า นิยามการอธิบายของเต๋า จะแปลยังไง? อธิบายยังไง?
เต๋า (道) ก็จะยกเรื่องขึ้นมาหนึ่งเรื่องแล้วก็จะบอกว่าแปลได้ทุกอย่าง
สุดแต่ภูมิของเราจะหยั่งถึงเท่าไหร่ ละเอียดเท่าไหร่
4
• ปรัชญาเต๋า (道)
ก็จะยกตัวอย่าง มีด ๑ ด้าม สุดแต่เราจะท าอะไร?
แต่ไม่ใช่ว่าสุดแต่มีดจะท าอะไรได้ แต่เราจะไปท าอะไรได้
ยกตัวอย่าง ปากกา ๑ ด้าม ไม่ใช่ว่าปากกาจะท าอะไรได้
สุดแต่ว่าเราจะเอาปากกานี้ไปท าอะไร? ยังไง? อย่างไร?
เราเอาปากกานี้ไปแทงคน คนก็ตายได้
เราจะเอาปากกานี้ไปเขียนคัมภีร์ ต าราช่วยเหลือคนก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรา
แต่ไม่ใช่ว่าปากกานี้จะท าประโยชน์อะไรได้
ต้องบอกว่าเราท าประโยชน์อะไรกับปากกาได้
5
• ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ ขี้หมา ๑ ก้อน
เราก็สามารถน าไปท าเป็นประโยชน์ได้
ต่อให้คนๆ นี้เป็นมาร ก็สามารถท าเป็นประโยชน์ได้
เพราะขึ้นอยู่กับเราเองว่าจะให้ไปในทางไหน
ฉะนั้น สรรพสิ่งไม่เป็นสรรพสิ่งของเขา
เป็นสรรพสิ่งที่ว่าเราจะท ายังไงต่างหาก
• https://pantip.com/topic/38578946
6
• นี่แหละ ให้เข้าใจขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง
คนจีนเขาเรียกว่า เต๋า (道)
แต่ทางไทยเราเรียกว่า “ธรรมชาติ”
เต๋า (道) ว่าด้วยเส้นทางแห่งธรรมชาติ
7
เต๋า (道) มี ๓ ระดับ ดังนี้
๑. เต๋า ด ารง บ่อเก็ก (无极) คือ ขึ้นมาเป็น เต๋า
จะเคลื่อนไหวอยู่กับที่ไม่ไปไหน เรียกว่า บ่อเก็ก (无极 : wú jí)
เป็นมากกว่า สุญญตา
แม้แต่ ตถตา ยังอยู่ใน บ่อเก็ก
ค าว่า “ตถตา” ไปขยาย ค าว่า บ่อเก็ก เป็นเช่นนั้นเอง
ตถาตา เป็นตัวแสดงตัวหนึ่งของ บ่อเก็ก เท่านั้นเอง
8
9
๒. ไท้เก็ก (太极: tài jí)
คือ พอเริ่มขึ้นมาเป็น ไท้เก็ก
มีการเคลื่อนไหวแล้ว คือ หยินหยาง (阴阳)
จะอยู่ใน ไท้เก็ก
“ไท้” (太) แปลว่า ยิ่งขึ้นไป
“เก็ก” (极) แปลว่า ที่สุด
“ไท้เก็ก” (太极) ก็แปลว่า ยิ่งของที่สุด
(แม้ว่ายิ่งใหญ่สักแค่ไหนก็ต้องอยู่ในบ่อเก็ก)
10
11
• ไท้เก็ก (太极)
สิ่งที่สุด ๆ แต่มี “ภาพลักษณ์” “มายาธรรม” ให้รับรู้ได้
ไท้เก็ก มี “การเคลื่อนไหว” ท าให้เกิด “พลังหยาง”
เมื่อเคลื่อนไหวถึงที่สุดแล้ว ก็จะหยุดนิ่ง
“การหยุดนิ่ง” ก็จะเกิด “พลังหยิน”
เมื่อ “พลังหยิน” หยุดนิ่งจนสุด ๆ แล้ว
ก็จะเกิด “การเคลื่อนไหว” อีกครั้งหนึ่ง เป็นเช่นนี้ตลอดไป
12
กฎของหยินหยาง (阴阳)
แบ่งออกได้เป็น ๔ ข้อคือ
๑. หยินหยางมี ๒ สิ่งที่ตรงข้ามกันเสมอ (阴阳对立)
๒. หยินหยางอาศัยซึ่งกันและกัน (阴阳互根)
๓. หยินหยางมีการขยายเพิ่มขึ้นและเสื่อมถอย (阴阳消长)
๔. หยินหยางมีการแปรเปลี่ยน (阴阳转化)
13
https://medium.com/@QiMenAlchemy/tian-ren-di-aba89d25e551
14
ลักษณะการผันแปร
https://medium.com/@QiMenAlchemy/tian-ren-di-aba89d25e551
15
ฉะนั้น มีการด ารงและเคลื่อนไหวแล้ว
ก็จะออกมาเป็นขั้ันที่ ๓
๓. โป๊ยข่วย (八卦) ก็จะออกมาเป็นโป๊ยข่วยก็จะบอกว่านี่เป็นอะไร ๘ อย่าง ได้แก่
๑) เฉียน เป็นฟ้า (乾為天 เฉียนเหวยเทียน)
๒) คุน เป็นพื้นดิน (坤為地 คุนเหวยตี้)
๓) เจิ้น เป็นฟ้าร้อง (震為雷 เจิ้นเหวยเหลย)
๔) ซวิ่น เป็นลม (巽為風 ซวิ่นเหวยเฟิง)
16
๕) ข่าน เป็นน ้า (坎為水 ข่านเหวยสุ่ย)
๖) หลี เป็นไฟ (離為火 หลีเหวยหั่ว)
๗) เกิ้น เป็นภูเขา (艮為山 เกิ้นเหวยซาน)
๘) ตุ้ย เป็นหนองน ้า,สระน ้า,
บริเวณแหล่งที่มีน ้าชุมนุม (兌為澤 ตุ้ยเหวยเจ๋อ)
17
ทั้งหมดนี้ตั้งแต่ข้อที่ ๑ ถึงข้อที่ ๓
ก็จะเป็น เหี่ยง(玄) เปลี่ยนแปลงไม่มีที่สิ้นส ด
แม้ เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ (玄天上帝)
ท่านดูแลความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งปวง
แม้พลังแห่งพ่อศิวะมหาเทพ
ไม่ใช่ เหี่ยง(玄) แต่อยู่ในหนึ่งของ เหี่ยง(玄)
แม้ทั้งตรีมูรติทั้ง ๓ องค์ก็ยังอยู่ใน เหี่ยง(玄)
ฉะนั้น ตั่วเหล่าเอี๊ย (大老爷) ก็ยิ่งใหญ่มาก แต่ก็ไม่ใหญ่มาก
เพียงแต่ว่าเขายกย่องให้ เพราะท่านมีหน้าที่
ไม่ถึงกับว่าใหญ่สุด
เพราะใหญ่สุดต้องควบคุมทั้งหมด
18
ข้อที่ ๔. โหงวเฮ้ง (本相) รูปร่างภายนอก รูปลักษณะ
“โหงวเฮ้ง (本相)”
มาจากค าว่า “โหงว (本)” คือ ๕
และ “เฮ้ง (相)”
มีความหมายว่า "สมดุล" หรือ "พอเหมาะพอดี"
19
20
ลักษณะทั้ง ๕ ให้เกิดความสมด ล ได้แก่
๑) อวัยวะทั้ง ๕ คือ หู ตา จมูก ปาก คิ้ว
๒) ภูเขาทั้ง ๕ คือ หน้าผาก จมูก โหนกแก้มซ้าย โหนกแก้มขวา และปลายคาง
๓) ๕ สั้น ๕ ยาว คือ ใบหน้า เรือนร่าง ศีรษะ แขน และขา
๔) ธาตุทั้ง ๕ คือ ธาตุทอง ธาตุน ้า ธาตุไม้ ธาตุไฟ และธาตุดิน
21
ในการพิจารณารายละเอียดมากขึ้นคือ
๕) ๔ แม่น ้า คือ คิ้ว ตา จมูก ปาก
๖) ๓ วัง คือ วังฟ้า วังมนุษย์ วังดิน
๗) ๔ ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว
๘) วังทั้ง ๑๓
๙) ๑๒ ภพ
22
ข้อที่ ๕. ปัญจธาตุ (อู่สิง : 五行) คือ ๕ ธาต
รูปร่างภายใน ได้แก่ ธาตุทอง ธาตุน ้า ธาตุไม้ ธาตุไฟ และธาตุดิน
23
ข้อที่ ๖. ฮวงจ ้ย (เฟิงส ่ย : 風水)
เป็นการน าโหงวเฮ้งกับ ๕ ธาตุ มารวมกัน คือ ต้องมีทั้งรูปและนาม
พอรูปและนามรวมกันแล้วก็จะออกมาเป็นฮวงจุ้ย
เช่น เราบอกว่าฮวงจุ้ยขุนเขาต้องมีรูปร่าง
แล้วขุนเขาก็ยังมีพลังของขุนเขาเช่นเดียวกัน
ถ้าขุนเขานี้หนักไปทางธาตุไหน เช่น ธาตุน ้า ไม้ ไฟ ดิน ทอง
เช่น ถ้าเป็นขุนเขาธาตุไฟ
ใครอยู่ใกล้ก็จะร้อน เผาผลาญ
24
https://pantip.com/topic/38578946
25
26
ข้อที่ ๗. สัตว์โลก ชีวิตคน นั่งแซ (人生)
คือ การใช้ชีวิตให้มีจุดหมายในแต่ละขั้น แต่ละภูมิดังนี้
จุดมุ่งหมายของชีวิตระดับคนสามัญทั่วไป
๑) อยู่รอด คือ เกิดมาแล้วต้องให้อยู่รอด ไม่ตายก่อน
๒) อยู่ได้ คือ มีชีวิตอยู่ต่อไป
๓) อยู่ดี คือ พัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น
๔) อยู่ให้เป็น คือ อยู่อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม
27
๕) อยู่ให้มีสาระ คือ ใช้ชีวิตอยู่ให้มีแก่นสาร สาระ เข้าใจ
อยู่ให้มีอานิสงส์ มีประโยชน์
๖) มีเหลือ คือ มีชีวิตอยู่เหลือสิ่งดีๆให้กับสังคม โลก
28
จ ดม ่งหมายของชีวิตระดับปรมัตถ์
๗) อยู่ให้รู้ เข้าใจ
๘) ซึ้งประจักษ์
๙) สรุปแล้วท า
๑๐) ตรวจสอบ ท าต่อเนื่อง
๑๑) ท าได้ บรรลุ ลุล่วง ด ารงรักษาไว้
๑๒) เข้าสู่ภาวะความจริงแท้นั้นๆ
29
ข้อที่ ๙. ชัยภูมิ (ตี่ลี่ฮวงจ ้ย : 地理風水)
เช่น เฉพาะสถานที่ น ้ามาแรงหรือไม่แรง
"ตี้หลี่อู่เจวี๋ย 地理五訣"
มีหลัก ๕ อย่างดังนี้
๑. เล้ง (龍;หลง) หมายถึง เส้นชีพจรของมังกร
๒. ฮุ่ย (穴;เสวีย) หมายถึง จุดรวมชี่ หรือพลังชี่มงคล
30
๓. ซัว (砂;ซา) หมายถึง การพิจารณาดูแยกแยะความอุดมสมบูรณ์คุณภาพ
และปริมาณของพื้นดินเนื้อดิน และพลังการเก็บกักและรักษาพลังชี่ของเนื้อดิน
๔. จุ้ย (水;สุ่ย) หรือน ้า คือ พลังที่น าพาชี่มาสู่ชัยภูมิและท าให้ท าให้ชี่หมุนเวียน
ได้แก่ แหล่งน ้าต่างๆ สายน ้า น ้าไหล หนอง บึง บ่อน ้า
๕. เหี่ยง (向;เซี่ยน) ในกรณีนี้หมายถึง การไหลเวียนกักเก็บของพลังปราณชี่
31
ข้อที่ ๑๐. พลังปราณ (ชี่,คี่氣) คือ ในลมปราณจะมีพลัง พละ แรง
ยกตัวอย่าง
เราก ามือ จะต้องมีชี่ (氣)
ถ้าไม่มีชี่ (氣) ก็จะไม่มีแรง เขาเรียกว่า "พละ"
ถ้าเราไม่มีปราณก็จะไม่เกิดพละ
เราจะต้องมีปราณถึงจะเกิดพละ
32
• พลัง แปลว่า มวลสารที่อยู่ในธรรมชาติ
มีศักยภาพในการขับเคลื่อน อัด เกาะเหนี่ยว ขับเคลื่อน
ก่อเกิดเป็นรูปธรรม เป็นอัตตา
และท าให้สิ่งต่างๆ เคลื่อนที่ สถิตย์ ด ารงอยู่ได้
33
จ าแนกพลังตามลักษณะของการท างาน
๑. พลังงานศักย์ (Potential Energy)
เป็นพลังงานที่เกิดขึ้น
เมื่อวัตถุถูกวางอยู่ในต าแหน่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้
ไม่ว่าจากแรงโน้มถ่วง
หรือแรงดึงดูดจากแม่เหล็ก
เช่น ก้อนหินที่วางอยู่บนขอบที่สูง
34
35
๒. พลังงานจลน์ (Kinetic Energy)
เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุเคลื่อนที่
เช่น รถที่ก าลังวิ่ง ธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง
จักรยานที่ก าลังเคลื่อนที่ เป็นต้น
36
37
๓. พลังงานสะสม (Stored Energy)
เป็นพลังงานที่เก็บสะสมในวัสดุหรือสิ่งของต่างๆ
เช่น พลังงานเคมีที่เก็บสะสมไว้ในอาหาร
ในก้อนถ่านหิน น ้ามัน หรือไม้ฟืน
ซึ่งพลังงานดังกล่าว
จะถูกเก็บไว้ในรูปขององค์ประกอบทางเคมีหรือของวัสดุหรือ สิ่งของนั้น ๆ
และจะถูกปล่อยออกมา
เมื่อวัสดุหรือสิ่งของดังกล่าวมีการเปลี่ยนรูป
เช่น การเผาไม้ฟืนจะให้พลังงานความร้อน
38
39
พลังงาน
หมวด
นักษัตรจีน
นักษัตรไทย
ศักย์
ความรัก,ของสวยงาม (แม่ธาตุ)
子 午 卯 酉
ชวด มะเมีย เถาะ ระกา
จลน์
อ านาจ (พาหะ)
寅 申 巳 亥
ขาล วอก มะเส็ง กุน
สะสม
เงินทอง (คลังขุมทรัพย์)
辰 戌 丑 未
มะโรง จอ ฉลู มะแม
40
ลักษณะอาการของพลัง องค์ประกอบข้างในพลังมีดังนี้
๑. ถูกผลัก (ชง)
๒. ถูกดึง (ฮะ)
๓. ระเบิด ปะทะ เสียดสี (เฮ้ง, ไห่, ผัวะ)
๔. กดดัน (คัก/ขัก/เก๋อ)
41
ลักษณะอาการของพลังนี้
จะอยู่ในพลังตามลักษณะของการท างานทั้ง ๓ อย่าง
คือ พลังงานศักย์ พลังงานจลน์ พลังงานสะสม (3x4 =12)
และทั้ง ๑๒ พลังนี้
จะเข้าไปอยู่ในพลังทั้ง ๕ เมื่อรวมกันแล้วจะเท่ากับ (12x5 = 60)
ซึ่งประกอบด้วยมหาพลังทั้ง ๗ ดังนี้
๑. พลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์
๒. พลังแห่งความมงคล
42
๓. พลังแห่งชีวิต
๔. พลังแห่งปัญญา
๕. พลังแห่งความส าเร็จ
๖. พลังก่อเกิดสร้างสรรค์
๗. พลังมหาจักรวาลทั้งปวง มหามงคลตลอดสัปปายะ ส าเร็จ ทุกกาลและการณ์
https://pantip.com/topic/38578946
43
44
ภูมิสวรรค์ (60กะจื้อ)
45
https://pantip.com/topic/38578946
46
สัญลักษณ์อิน-หยาง สีด าแทนอิน สีขาวแทนหยาง
• ทฤษฎีอิน-หยาง
เริ่มมีมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจว (1,000-256 ปีก่อนคริสตกาล)
มีการกล่าวถึง อิน-หยาง เป็นครั้งแรก
ซึ่งถูกบันทึกในคัมภีร์อี้จิง《易经》
และได้รับการปรับปรุงแนวคิดเรื่อยมา
จนถึงขีดสูงสุดในยุคจั้นกั๋ว (2,476-221 ปีก่อนคริสตกาล)
• https://bit.ly/3b6HhkP
47
• เนื่องจากทฤษฎีอิน-หยาง ครอบคลุมสิ่งต่าง ๆ ไว้ตั้งแต่โบราณ
จึงถูกน ามาใช้ในวิชาการต่าง ๆ เช่น พยากรณ์อากาศ หมอดู
ภูมิศาสตร์-ฮวงจุ้ย ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการแพทย์แผนจีนด้วย
48
• เริ่มในสมัยราชวงศ์จิ้นและราชวงศ์ฮั่น
กล่าวกันว่า ผู้ที่จะเข้าใจเรื่องอิน-หยางได้ดี
ต้องเข้าใจค าพูดที่บันทึกอยู่ในคัมภีร์เน่ย์จิง
ภาค ซู่เวิ่น อินหยาง อิ้งเซี่ยง ต้าลุ่น
《素问 。阴阳应象大论》
กล่าวว่า “สรรพสิ่งล้วนถูกครอบคลุม
โดยกฎเกณฑ์ ลักษณะคู่สองด้าน
ที่มีการแปรเปลี่ยน มีเกิดดับ
เป็นพื้นฐานเป็นที่พิสดาร
แปรเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด”
49
• ความส าคัญ
อยู่ที่ค าว่า “ลักษณะคู่” (天地之道 เทียนตี้จือเต้า)
การแปรเปลี่ยน (变化之父母 เปี้ยนฮฺว่าจือฟู่หมู่)
และค าว่า “เป็นที่พิสดารแปรเปลี่ยนได้เรื่อยไม่สิ้นสุด”
(神明之府也 เสินหมินจือฝู่เหยี่ย)
50
ลักษณะคู่ของอิน-หยาง
ลักษณะคู่ของอิน-หยาง มีสองลักษณะ ดังนี้
1.1 ลักษณะที่ตรงข้ามกัน ขัดแย้งกัน สู้กัน
(阴阳对立 อินหยางตุ้ยลี่)
เช่น ทิศทางการเคลื่อนไหวสู่ด้านนอก
สู่ด้านบน ไฟ อุ่นร้อน ฯลฯ เป็นหยาง
ทิศทางการเคลื่อนไหวสู่ด้านใน สู่ด้านล่าง
สงบนิ่ง น ้า หนาวเย็น ฯลฯ เป็นอิน
51
1.2 ลักษณะคู่ที่พึ่งพาอาศัยกันและแยกกันไม่ได้
(阴阳互相 อินหยางฮู่เซียง)
คือ ไม่ว่าอินหรือหยาง ไม่สามารถแยกกันอยู่เดี่ยว ๆ ได้
เมื่อด้านบนเป็นหยาง ด้านล่างต้องเป็นอิน จะมีด้านบนโดยไม่มีด้านล่าง
หรือมีด้านล่างโดยไม่มีด้านบนไม่ได้ ต้องมีคู่กันเสมอ
52
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ฝนเกิดจากชี่ของดินซึ่งเป็น หยาง
พาน ้าระเหยขึ้นเป็นก้อนเมฆแล้วตกลงมา
ฝนซึ่งเป็นมวลคืออิน
จะเห็นได้ว่าวัฏจักรของการเกิดฝน ต้องมีอิน-หยางคู่กัน แยกจากกันไม่ได้
53
• ในสมัยราชวงศ์หมิง
ได้กล่าวถึง อิน-หยาง
เกี่ยวกับการพึ่งพาและแยกจากกันไม่ได้
54
คัมภีร์อี้จิง กล่าวว่า
《易·系辭》「易有太極,是生兩儀。
兩儀生四象,四象生八卦。」”
เต๋า มี ไท่จี๋ ก่อให้เกิด ทวิลักษณ์ (หยินหยาง-อิมเอี๊ยง)
ทวิภาวะ ก่อให้เกิด จตุลักษณ์ (จตุรเทพ)
จตุลักษณ์ ก่อให้เกิด อัฐฏลักษณ์ (โป๊ยข่วย)”
(***ค าว่า易 ในที่นี้หมายถึง道)
• https://bit.ly/3hB34S7
55
• ค าว่า 易有太極 (เอ็ก อยู่ ไท่เก๊ก)
คือแนวคิดและมุมมองจักรวาล ของคนสมัยโบราณ
ไท่จี๋ ก็คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
และการก่อก าเนิดของฟ้าดิน(โลกและจักรวาล)
ซึ่งแต่แรกเดิมทียังไม่ได้ถูกแบ่งเป็นหยิน-หยาง
ทุกสรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า ไร้ซึ่งรูปลักษณ์ใดใด (無極)
56
57
• ค าว่า是生兩儀 (สีแซเหลี่ยงอี๊)
คือแนวคิด”ทวิภาวะ” ที่แบ่งเป็น หยิน-หยาง
กล่าวคือ ไท่จี๋ หรือ บรมภาวะได้ก่อให้เกิด หยิน-หยาง
เข็มทิศในหล่อแก อยู่ในต าแหน่งจุดศูนย์กลางคือ ไท่จี๋
และชี้ไปยังทิศใต้และทิศเหนือ
ซึ่งก็คือการแบ่งสภาวะหยิน-และหยางนั่นเอง
58
• คนโบราณ
มักใช้วิธีวัดเงาพระอาทิตย์
เพื่อก าหนดฤดูกาล อากาศร้อนหนาวเย็น
ซึ่งมี หยินหยาง เป็นตัวขับเคลื่อน
แม้แต่การเลือกที่อยู่อาศัย
ก็มีการเลือกทิศทาง
ขุนเขาทางทิศใต้เรียกว่า”ทิศหยาง”
ขุนเขาทางทิศเหนือเรียกว่า”ทิศหยิน”
ซึ่งนี่ก็คือความหมายที่แท้จริงบนเข็มทิศในหล่อแก
59
60
ในทางศาสตร์การดูฮวงจ ้ย
ก็ได้มีการพัฒนาเป็นคู่คุณลักษณะ
คือ มีวัฏจักรการก่อเกิดและการท าลายซึ่งกันและกัน
ซึ่งเป็นการรวมหลักการการหาทิศทางของเข็มทิศ
และหลักการการหาทิศทางองศาของหล่อแก
อย่างชาญฉลาด
ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
61
กฎของหยินและหยางของหล่อแก
ก็ได้ถูกก าหนดจากชั้นที่ 1 นี้
และได้สร้างทรรศนสัมพันธ์ ออกเป็น
ปา-กว้า(โป๊ยข่วย) หยินหยาง และทิศทางให้ผสานกันอย่างเป็นระบบ
ปลายด้านหนึ่งของเข็มทิศ ถูกย้อมด้วย สีแดง จาก จูซา (朱雀 ผงชาด)
เพราะตามธาตุทั้งห้าของหยินและหยาง
ทิศใต้คือธาตุไฟ
ตัวแทนคือ"จูซา" ซึ่งเป็นสีแดง
62
มีเส้นสีด า(แดง)ที่ด้านล่างของ เทียนฉือ
เรียกว่า เส้นใต้ทะเล
เมื่อใช้เข็มแม่เหล็ก ทิศทางเหนือ-ใต้ ควรตรงกับเส้นด้านล่าง
เพื่อให้เข็มทิศก าหนดทิศเหนือและทิศใต้ ได้ถูกต้อง
ซึ่งจะตรงกับต าแหน่งเส้นของจื้อ 子 กับโง่ว 午
และระดับเข็มทิศ
ก็จะเริ่มแบ่งแยกหยินและหยาง ออกจากกัน
63
64
四象 จต ลักษณ์(4 จต รเทพ)
ส าหรับการดูฮวงจุ้ยและจากการเฝ้าสังเกตและศึกษา
เทหะวัตถุบนฟากฟ้าของคนโบราณ
ก็พบว่าในบรรดาดาวนักษัตรฤกษ์ต่างๆทั้ง 28 ดาวฤกษ์ นั้น
ถูกจัดแบ่งออกเป็น 4กลุ่ม
แต่ละกลุ่มมีดาวอยู่ 7 นักษัตร
และ 4กลุ่มดาวนี้ประจ าอยู่ในทิศทั้ง 4 และมีประจ าอยู่ 4 สี
ซึ่งเรียกว่า 4 จตุรเทพ
ซึ่งใช้สัตว์ในต านานโบราณ
มาแสดงความหมายแทนกลุ่มดาวฤกษ์ทั้ง 4 มีดังนี้
65
(1)มังกรเขียว青龍 (ชิงหลง-แชเล้ง) 蒼龍เทพแห่งทิศตะวันออก สีประจ าคือสีเขียว
(2)หงส์แดง 朱雀 (จูเชวี่ย-จูเฉียก) เทพแห่งทิศใต้ สีประจ าคือสีแดง
(3)เสือขาว 白虎 (ไป๋ หู่ -แปะโฮ่ว) เทพแห่งทิศตะวันตก สีประจ าคือสีขาว
(4)เต่าด า 玄武 (เสวียนอู่-เฮี่ยงบู๊) เทพแห่งทิศเหนือ สีประจ าคือสีด า
66
4 สัตว์จตุรเทพในต าราฮวงจุ้ยบ้านที่ดีของจีน
มีอะไรบ้าง
1.มังกรเขียว
ภาษาจีนเรียกว่า “ชิงหลง”
เป็นสัตว์เทพประจ าทิศตะวันออก ธาตุไม้
มังกรเขียว เป็นสัญลักษณ์ของความดี สงบสุข ความมั่นคงของบ้าน
ต าแหน่งของมังกรเขียวอยู่ซ้ายมือของตัวบ้าน
ควรมีลักษณะเป็นเนิน
หรือหากบ้านท่านไม่มีเนิน
ก็ควรเสริมด้วยการปลูกต้นไม้เน้นเป็นพุ่มเตี้ยๆ
หรือต้นไม้ขนาดกลางไม่สูงมาก
67
ในทิศนี้จ าเป็นที่จะต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด
ท าให้นิยมสร้างเป็นทางเดินเข้าสู่ตัวบ้าน หรือประตูเข้าบ้านหลัก
หรือห้องรับแขกที่มีคนอยู่ตลอด
สามารถวางตู้ปลา ขุดบ่อปลาในทิศนี้ได้
เพื่อกระตุ้นให้เกิดพลังงานมังกรไหลเวียน มังกรเลื่อยได้เต็มที่
ส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย
68
2.เสือขาว
ภาษาจีนเรียกว่า “ไป่หู”
เป็นสัตว์เทพประจ าทิศตะวันตก ธาตุทอง
เสือขาว เป็นสัญลักษณ์ชื่อเสียงที่เกรียงไกร
ได้รับการคุ้มครองจากภัยต่างๆ
มีแต่คนเคารพย าเกรงและบริวารค่อยโอบอุ้มช่วยเหลือ
69
ต าแหน่งของเสือขาวจะอยู่ขวามือของบ้าน
สามารถตั้งโรงจอดรถได้
ต าแหน่งนี้ควรมีเนินสูง หรือต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา
หากไม่มีพื้นที่ๆ สามารถปลูกต้นไม้ได้
ก็ควรสร้างแผงกันแดดเพื่อบังแดดแทน
สิ่งที่ควรระวังคือ ไม่ควรตั้งตู้ปลา หรือ อ่างน ้าไหลบริเวณนี้
เนื่องจากต าแหน่งของเสือขาวจะเป็นพลังงานแห่งความสงบนิ่ง
จึงไม่ควรมีพลังงานเคลื่อนไหวในบริเวณนี้
70
3.หงส์แดง
ภาษาจีนเรียกว่า “จูเชว่” เป็นสัตว์เทพประจ าทิศใต้ ธาตุไฟ
หงส์แดงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรู้
ความฉลาดรอบรู้ มีสติปัญญาที่ดีและโชคลาภเงินทอง
71
ต าแหน่งของหงส์แดง จะอยู่ด้านหน้าบ้าน
ควรเป็นที่ราบ เช่น สนามหน้าบ้าน
แต่ควรจะมีความสมดุลกับขนาดของบ้าน
คือ หากเป็นบ้านที่ใหญ่
ต าแหน่งหงส์แดงก็ต้องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย
หน้าบ้านที่ดี
ควรจะมีทางผ่านเป็นน ้าหรือถนน
72
4.เต่าด า
ภาษาจีนเรียกว่า “เสวียนอู่”
เป็นสัตว์เทพประจ าทิศเหนือ ธาตุน ้า
เต่าด า เป็นสัตว์เทพที่มีความพิเศษคือจะมีงูพันอยู่รอบตัวด้วย
เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง อายุยืนยาว และชีวิตที่มีความสุขตลอดไป
73
ต าแหน่งของเต่าด าจะอยู่ด้านหลังของบ้าน
ซึ่งเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักจะปล่อยปละละเลยไม่ค่อยสนใจ
แต่ความจริงแล้วต าแหน่งนี้เป็นจุดที่ต้องให้ความสนใจอย่างมาก
เพราะหากดูแลจัดการไม่ดี
พลังงานของต าแหน่งนี้
สามารถส่งผลให้เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยขาดบารมี
เจ็บป่วยง่าย และไม่มีคนรักมิตรเมตตา
74
• ต าแหน่งนี้
ไม่ควรปล่อยทิ้งขว้างให้รกร้าง
หรือวางของสุมๆ กันอย่างไม่มีระเบียบ
แต่ควรถมที่ให้มีเนินขึ้นมาเล็กน้อย
หรือ ปลูกต้นไม้ให้เขียวชอุ่ม
จะช่วยเสริมพลังงานด้านนี้ได้ครับ
• https://www.romsaifurniture.com/auspicious-animal-feng-shui/
75
N
76
สัตว์เทพประจ าทิศทั้งสี่ในคติจีน
• นับแต่โบราณกาล
ชาวจีนได้มอบน่านฟ้าทั้งสี่ทิศไว้ ภายใต้การคุ้มครองของสัตว์เทพทั้งสี่
อันได้แก่ มังกรเขียว เสือขาว หงส์แดง และเต่าด า
ดังค ากล่าวที่ว่า
“ซ้ายมังกรเขียว ขวาเสือขาวครอง หงส์แดงน าหน้า เต่าด าสถิตยังเบื้องหลัง”
พัฒนาการของแนวคิดความเชื่อดังกล่าว
มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับศาสตร์พยากรณ์
และคติความเชื่อในลัทธิเต๋าของชาวจีนที่สืบทอดมานานนับพันปี
• https://www.facebook.com/363415133996355/posts/618829651788234/
77
ชาวจีนโบราณ
แบ่งท้องฟ้าออกเป็น 4 ส่วน คือ ตะวันออก ตก เหนือ และใต้
จากการสังเกตหมู่ดาวบนท้องฟ้า
จับกลุ่มทิศทาง การเรียงตัวของหมู่ดาว
เทียบเข้ากับลักษณะของคน สัตว์
หรือรูปลักษณ์ในต านานตามความเชื่อของตน
78
โดยให้ทิศตะวันออก แทนกลุ่มดาวมังกรเขียว
(จากต านานการปรากฏขึ้นของจักรพรรดิเหลืองทางทิศตะวันออก)
ตะวันตก แทนกลุ่มดาวเสือขาว
ทิศใต้ แทนกลุ่มดาวหงส์แดง
และทิศเหนือ แทนกลุ่มดาวเต่าด า
แต่ละทิศครองดาว 7 ดวง (รวม 28 ดวง)
79
80
ภายในสุสานยุคจั้นกั๋ว (ราว 433 ปีก่อนคริสตศักราช) แห่งหนึ่ง
ในมณฑลหูเป่ย ได้มีการขุดพบภาพวาดของหมู่ดาว 28 ดวง
กับมังกรเขียวและเสือขาวบนฝาของภาชนะเคลือบใบหนึ่ง
ซึ่งบอกเราว่าการก าหนดเรียกหมู่ดาวบนท้องฟ้า
ได้เกิดขึ้นก่อนหน้าเวลานี้อีกนานนัก
81
สัตว์เทพทั้งสี่ ต่างยึดครองน่านฟ้าทั้งสี่ทิศ กลายเป็นตัวแทนของทิศทั้งสี่
จนกระทั่ง การศึกษาว่าด้วยศาสตร์แห่งธาตุทั้งห้า
และภูมิพยากรณ์ (ฮวงจุ้ย อินหยาง เป็นต้น) เป็นที่แพร่หลาย
สัตว์เทพทั้งสี่และดวงดาวทั้ง 28
เป็นที่รู้จักในฐานะของ “เทพเจ้าผู้พิทักษ์”
ต าหนักและสิ่งปลูกสร้างในวังหลวง
ได้รับการประดับตกแต่งเป็นลวดลายของสัตว์เทพทั้งสี่
82
• ส่วนประตูทางทิศเหนือของวังหลวง
มักได้ชื่อว่า ประตูเสวียนอู่ (เต่าด า)
• เนื่องจากหงส์แดง แทนสัญลักษณ์ของไฟ
ขณะที่สถาปัตยกรรมโบราณของจีน ล้วนแต่สร้างด้วยไม้
จึงมักไม่ปรากฏรูป
แต่จะปรากฏในเชิงสัญลักษณ์อยู่บนก าแพง (ทาสีแดง) แทน
83
• เมื่อถึงสมัยฉินและฮั่น สัตว์เทพทั้งสี่ ก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป
ในฐานะตัวแทนของฤดูกาลและสีสันทั้งสี่
84
85
• ในช่วงเวลาดังกล่าว สัตว์เทพทั้งสี่
ได้ปรากฏในศาสตร์วิทยาการของจีนหลากหลายสาขา
อาทิ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการทหาร
ดังเช่นในต าราพิชัยสงครามบทหนึ่ง
ได้กล่าวถึงการก าหนดทิศทางเดินทัพไว้ว่า
“การเคลื่อนทัพนั้น ซ้ายเป็นมังกรเขียว ขวาเสือขาว
ทัพหน้า คือ หงส์แดง
และเต่าด าคุมหลัง
บัญชาการจากเบื้องบน น าปฏิบัติสู่เบื้องล่าง”
86
• เนื่องจากผู้คนในสมัยนั้น
ต่างคุ้นเคยกับต าแหน่งของสัตว์เทพทั้งสี่เป็นอย่างดี
ภายหลังจึงได้รับการประยุกต์ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของธงน าทัพไป
87
ต่อมา เมื่อศาสนาเต๋ารุ่งเรืองขึ้น
มังกรเขียว เสือขาว หงส์แดงและเต่าด า
ในฐานะเทพเจ้าผู้คุ้มครองมนุษย์ ต่างมีความส าคัญขึ้น
ถูกยกให้มีความเป็นมนุษย์ยิ่งขึ้น ต่างมีชื่อเรียกเป็นมนุษย์
และต่อมาอีกไม่นาน
เทพเสวียนอู่ หรือ เต่าด า ก็โดดเด่นขึ้นในฐานะของ “เจินอู่”
ปรมาจารย์เต๋า ผู้ส าเร็จมรรคผล
ส่วน หงส์แดง เป็นเทพที่มีบทบาทแยกออกมาเป็นเอกเทศ
ขณะที่มังกรเขียวและเสือขาว
กลายเป็นเทพทวารบาลผู้รักษาประตูทางเข้าสู่มรรคาแห่งเต๋า
88
มังกรเขียวประจ าทิศตะวันออก
สีเขียว ธาต ไม้ ฤดูใบไม้ผลิ
• ชาวจีนโบราณถือว่า มังกรเป็นสัญลักษณ์ของอ านาจกษัตริย์
และเป็นสัตว์มงคลชนิดหนึ่ง
นับตั้งแต่ยุคของจักรพรรดิเหลือง เป็นต้นมา
มังกรก็กลายเป็นตัวแทนของผู้มีเชื้อสายจีนทั้งมวล
โดยเฉพาะ เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น
ปรากฏภาพวาดและต านานเกี่ยวกับหวงตี้
หรือ จักรพรรดิเหลืองที่ทรงมังกรเป็นพาหนะเหินบินสู่ฟ้า
มังกรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิผู้ยิ่งยงอีกด้วย
89
ต านานกล่าวว่า มังกรเขียว
มีล าตัวเป็นงู หัวเป็นกิเลน หางเป็นปลา มีเครายาว มีเขา เท้าคล้ายกรงเล็บ
รูปลักษณ์เป็นมังกรเหิน เปี่ยมด้วยพลังอ านาจ
เนื่องจากประจ าทิศตะวันออก ธาตุไม้มีสีเขียว จึงเป็นมังกรเขียว
90
เสือขาว ประจ าทิศตะวันตก
สีขาว ธาต ทอง ฤดูใบไม้ร่วง
เสือ เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าทั้งมวล
เนื่องจากประจ าทิศตะวันตก ธาตุทอง มีสีขาว
จึงกลายเป็น เสือขาว
เป็นตัวแทนของอ านาจ บารมี ความเคารพ ย าเกรง และการทหาร
91
• เนื่องจากเสือเป็นนักล่า กินเนื้อ
ดังนั้น จึงมีภาพลักษณ์เป็นเทพเจ้าแห่งศึกสงครามและการล่าสังหารอีกด้วย
สถานที่ หรือ ชัยภูมิในสมัยโบราณ
หากมีชื่อของเสือขาว จึงมักมีนัยส าคัญทางทหาร
92
• นอกจากนี้ ยังใช้ในการตั้งชื่อหน่วยก าลังรบ
และใช้เป็นตราสัญลักษณ์ในการบัญชาการเคลื่อนทัพ
หรือ สลักเป็นลวดลายคู่กับมังกรเขียว
บนบานประตูทั้งสองข้าง
เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย
93
หงส์แดง
ทิศใต้ สีแดง ธาต ไฟ ฤดูร้อน
หงส์ เป็นเจ้าแห่งปักษา
และเป็นสัตว์มงคลชนิดหนึ่งของจีนมาแต่โบราณ
มีรูปลักษณ์เดิมมาจากนกหลากหลายชนิด
อาทิ ไก่ฟ้า ห่านฟ้า นกกระจอก เหยี่ยว นกกระจอก นกนางแอ่น ฯลฯ
94
• ในต านานกล่าวว่า
หงส์ มีรูปคล้ายไก่ฟ้า
มีสีขนสลับลายเป็นประกาย
มีนิสัยรักสะอาด ช่างเลือก (มีความละเอียดอ่อนประณีต)
• เนื่องจากรูปลักษณ์เป็นนก ประจ าทิศใต้ ธาตุไฟ สีแดง
จึงได้ชื่อว่า หงส์แดง
95
• ภายหลังได้รับอิทธิพลจากความเชื่อลัทธิเต๋า
จากสัตว์เทพ ค่อยวิวัฒนาการเป็นรูปลักษณ์ของครึ่งคนครึ่งสัตว์
จากนั้นกลายเป็นเทพที่มีรูปเป็นหญิง
96
เต่าด า ประจ าทิศเหนือ
สีด า ธาต น ้า ฤดูหนาว
เต่าด า หรือ เสวียนอู่
มีรูปลักษณ์เป็น เต่า แต่มีเกล็ดคล้ายงู
มีลักษณะร่วมกันของเต่าและงู
บ้างใช้สัญลักษณ์เป็นรูปเต่าที่มีงูพันรัดกลางล าตัว
97
• แต่เดิมมา จากการใช้กระดองเต่าในการท านายทายทัก
ซึ่งหมายถึงการให้เต่าน าค าถามลงไปสู่โลกแห่งวิญญาณ
เพื่อน าค าตอบกลับมายังโลกมนุษย์
• อีกทั้ง กระดองเต่ามีสีด า จึงปรากฏในรูปเต่าด า
ภายหลังได้มีการขยายความออกไป
• โดยเห็นว่า เต่าอาศัยอยู่กับน ้า ทั้งแม่น ้าล าคลองน้อยใหญ่
จนถึงท้องทะเลกว้าง จึงได้รับการขนานนามให้เป็นเทพเจ้าแห่งน ้า
อีกทั้งเต่ามีอายุยืนนาน จึงเป็นสัญลักษณ์แทนการมีอายุวัฒนะ
98
99
• ภายหลังเทพเสวียนอู่
ได้รับการ “ยกฐานะ” จากลัทธิเต๋า ให้เป็น ปรมาจารย์เจินอู่
โดยกล่าวกันว่า
เจินอู่ เป็นภาคหนึ่งของเง็กเซียนฮ่องเต้ มาจุติยังโลกมนุษย์
แต่ด้วยความเบื่อหน่ายในโลกีย์
จึงเก็บตัวบ าเพ็ญภาวนาบนเขา บู๊ตึ๊ง
จนส าเร็จมรรคผลเป็นเซียน
ขึ้นสถิตบนฟ้า ครองต าแหน่งทิศเหนือ
• https://www.facebook.com/363415133996355/posts/618829651788234/
100
ผังภาพจ าลองท้องฟ้าอย่างย่อ
ทั้งนี้ได้มีปรากฎในเอกสารโบราณและในหล่อแกบางชนิด
จ าพวก วงในสุดเขียนว่า จง แปลว่า ตรงกลาง
• วงรอบถัดมามีสองส่วน
ส่วนในเขียนทิศทั้งสี่ ตง-ทิศตะวันออก
หนาน-ทิศใต้ ซี-ทิศตะวันตก เป่ย-ทิศเหนือ
101
https://bit.ly/3OC2Kjo
102
• คนจีนมีค าพูดติดปากในการเรียงทิศไม่เหมือนคนไทย
คือ คนไทยจะเรียกทิศทั้งสี่ว่า ออก-ตก-เหนือ-ใต้
• ส่วนคนจีนจะเรียก ตง-หนาน-ซี-เป่ย คือเวียนซ้าย ออก-ใต้-ตก-เหนือ
เวียนตามเข็มนาฬิกา
103
https://bit.ly/3zrljm1
104
ส่วนถัดมาคือสัตว์เทพทั้งสี่
ซึ่งอธิบายไว้ข้างต้นแล้ว
วงรอบนอกสุด คือ กลุ่มดาวฤกษ์ 28 ดาว
แบ่งตามสัตว์เทพทั้งสี่ ได้ สัตว์เทพ ละ 7 ดาวฤกษ์
อันมีชื่อเรียกทั้ง 28 ดาวฤกษ์คือ
• กลุ่มดาวฤกษ์ทางทิศตะวันออก (ฤดูใบไม้ผลิ) สัตว์เทพ มังกรเขียว
角 เจี่ยว 亢 คั่ง 氏 ซื่อ 房 ฝัง 心 ซิน 尾 เว่ย 箕 จี
• กลุ่มดาวฤกษ์ทางทิศเหนือ (ฤดูหนาว) สัตว์เทพ เต่าด า+งู (เซวียนอู่)
斗 โต่ว 牛 หนิว 女 หนวี่ 虚 ซวี 危 เวย 室 ซื่อ 壁 ปี้
105
• กลุ่มดาวฤกษ์ทางทิศตะวันตก (ฤดูใบไม้ร่วง) สัตว์เทพ เสือขาว
奎 ขุย 婁 โหลว 胃 เว่ย 昴 เหม่า 畢 ปี้ 觜 จือ 參 เซิน
• กลุ่มดาวฤกษ์ทางทิศใต้ (ฤดูร้อน) สัตว์เทพ นกแดง
井 จิ่ง 鬼 กุ่ย 柳 หลิ่ว 星 ซิง 張 จาง 翼 ยี่ 軫 เจิ่น
• https://bit.ly/3OC2Kjo
106
107
เหต ใดโหราศาสตร์จีน
จึงสามารถน ามาใช้พยากรณ์ในเรื่องราวต่างๆที่แตกต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์และสิ่งของ และเรื่องราวอื่นๆ
จริงๆแล้วโดยหลักการของวิชาโหราศาสตร์จีนนั้น
ก็มีลักษณะที่เป็นรูปแบบที่มีความแน่นอนอยู่ในระดับหนึ่ง
แต่หลักการเหล่านี้ก็ค่อยๆเปิดเผยและได้รับการยอมรับมากขึ้น
จากหลักวิทยาการสมัยใหม่
เป็นต้นว่าเราสามารถอธิบายวิชาโบราณเหล่านี้
ด้วยระยะเชิงมุมทางวิชาตรีโกณมิติของโลกยุคใหม่
108
• ภายใต้หลักการของวัฒนธรรมจีน
ว่าด้วยวิชา ไท่จี๋ (ไท้เก็ก) ปากว้า (โป๊ ยข่วย) หยินหยาง
เทียนกาน ตี้จือ (แผนภูมิฟ้าดิน)
โหวงเฮ้ง (ธาตุทั้ง5)
การเกิดและการท าลาย
เทวะวิทยา เทพเจ้า
และวิชาค านวณปฎิทิน ฯลฯ ต่างๆเหล่านี้
• https://bit.ly/3zrljm1
109
• พื้นฐานก็คือ
หลักทฤษฎีว่าด้วยความสมดุลย์ของมนุษย์กับธรรมชาติ
และก็เป็นหลักการบรรพบุรุษของจีนโบราณ
ได้ศึกษาเรียนรู้ค้นคว้าวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง
เป็นระยะเวลาอันยาวนานนั่นเอง
110
ตามหลักการของคัมภีร์อี้จิง
ก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า
“ถึงแม้จะใหญ่แต่ก็ไม่มีข้างนอก ถึงแม้จะเล็กแต่ก็ไม่มีข้างใน”
ซึ่งก็เป็นทฤษฎี
ตามหลักของวิทยาศาสตร์ตะวันตก
ที่ได้อธิบายโลกและจักรวาลว่า
ทุกสิ่งล้วนก่อก าเนิดมาจากจากจุดเดียวกัน
(Theory of Cosmo-Holographic Unity)
111
ซึ่งหลักการของทฤษฎีนี้ก็คือ
• ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของวัตถุและสสาร
ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน
ต่างก็มีองค์ประกอบหรือโครงสร้างเดียวกันกับสสารทั้งหมด
112
• พวกเราไม่สามารถจะอธิบายว่า
ท าไมต้อง”ฟ้า-ดิน-มนุษย์คือหนึ่งเดียวกัน”
และ”สสารทั้งหมดในจักรวาลล้วนเป็นหนึ่งเดียว”
แม้ในปัจจุบันเราก็ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ทางทฤษฎีนี้ได้ทั้งหมด
หรือแม้แต่บรรพชนโบราณก็ไม่สามารถอธิบายมันได้
แต่บรรพชนโบราณ
เพียงแต่เรียกกฏเกณฑ์เหล่านี้ว่า “ฟ้า-ดิน”
ลัทธิเต๋า เรียกมันว่า “เต๋า”
และชาวตะวันตก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า”พระเจ้า”
113
114
卦, guà, กว้า
• กว้า (卦, guà) คือ สัญลักษณ์ ที่เป็นเส้นขีด ๆ โดยทั่วไปจะมี 3 เส้น
• เส้นที่อยู่ใน กว้า เราจะเรียกว่า เหยา (爻, yáo)
ดังนั้น กว้าโดยปกติ จะมี 3 เหยา
ซึ่ง เหยา นี้ สามารถเป็นได้ทั้งเส้นเต็มและเส้นขาด
โดยเราจะใช้เส้นเต็ม เป็นตัวแทนของหยาง
เส้นขาด เป็นตัวแทนของหยิน
• https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-gua-432a0b11564b
115
เซียนเทียนปากว้า (先天八卦)
และโฮ่วเทียนปากว้า (后天八卦)
ในหลักอภิปรัชญาจีน
ผังแห่งกว้าทั้ง 8 ทั้ง 2 ผังนี้
มีความส าคัญยิ่ง
และแน่นอนผังทั้ง 2 ผังนี้
มีความส าคัญที่แตกต่างกันในหลากหลายแง่มุม
มากมายจนต้องอธิบายกันยืดยาว
แต่ในที่นี้จะขอยกบางแง่มุมที่มีความส าคัญมาน าเสนอ
https://www.facebook.com/udeeland/posts/650998372005210/
116
117
• เซียนเทียนปากว้า (先天八卦)
บอกเราเรื่องหลักการหยินหยาง และความสัมพันธ์ของกว้า
• หากพิจารณาในรูป คือ วงใน
จะเห็นว่า ข้างบน คือ กว้าเฉียน(หยาง)
และตรงข้ามกัน ด้านล่าง คือ กว้าคุน (หยิน)
โดยเติมเต็มกันและกันครบทุกเหยา
เป็นหยิน-หยางที่สมบูรณ์
118
https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-gua-432a0b11564b
119
https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-gua-432a0b11564b
120
• ทั้งนี้ กว้า อื่น ๆ
ก็จะเรียงตัวกันไปตามล าดับของ กว้า ในลักษณะเช่นนี้
และ กว้า ที่อยู่ตรงข้ามกัน
จะเติมเต็ม หยิน-หยาง กันและกันสมบูรณ์
121
• นอกจากนี้
เซียนเทียนปากว้า
ยังบอกถึงความหมายในเชิงของบุคคล
เช่น เฉียน คือพ่อ และคุนคือแม่
ซึ่งถ้าหากเข้าใจ การเรียงตัวของเส้น เหยา ในแต่ละกว้า
เราก็จะบอกได้ว่า กว้าทั้ง 8 หมายถึงบุคคลใดในครอบครัว
122
123
โฮ่วเทียนปากว้า (后天八卦)
ผังหลังฟ้า กับ บ คคล
124
• จริงๆ ก็ยังมีความหมายต่าง ๆ อีกมากมาย
ครอบคลุมไปถึงธรรมชาติ คน สัตว์ สิ่งของ ฯลฯ
• แต่สิ่งหนึ่งที่ส าคัญ
ที่เราไม่สามารถใช้ ‘เซียนเทียนปากว้า’ มาอ้างอิงได้
นั่นก็คือเรื่องของทิศทาง
• ดังนั้นผังโฮ่วเทียนปากว้า (后天八卦) จึงมีความส าคัญในจุดนี้
125
• หากพิจารณาในรูป คือ วงนอก
หากเราเข้าใจผังนี้ เราก็จะเข้าใจหลักธรรมชาติบนโลกมนุษย์
และสัญลักษณ์ไท่จี๋
ว่า ท าไมปลาขาวจึงอยู่บนและปลาด าจึงอยู่ล่าง
126
127
128
โฮ่ว เทียน ปา กว้า
ยังท าให้เราเข้าใจธาตุของกว้า แต่ละกว้า ในหลัก 5 ธาตุ ด้วย
ซึ่งเป็นไปตามหลักธรรมชาติ เช่นกัน
หากอธิบายทั้งหมดคงยืดยาว ขอยกตัวอย่างว่า
• กว้าหลี คือความร้อนแห่งแสงอาทิตย์
จึงบอกเราว่า กว้าหลี คือธาตุไฟ แต่อยู่ทิศใต้
เพราะตอนใต้ของประเทศจีน อบอุ่นกว่า ตอนเหนือ
129
https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-gua-432a0b11564b
130
• กว้าข่าน คือความเย็นแห่งน ้าในมหาสมุทร
จึงบอกเราว่า กว้าข่านคือธาตุน ้า แต่อยู่ทิศเหนือ
เพราะตอนเหนือของประเทศจีนหนาวเย็นกว่าตอนใต้
131
https://medium.com/@QiMenAlchemy/feng-shui-basic-gua-432a0b11564b
132
133
• นี่เป็นเพียงแค่บางแง่มุม ที่อยากจะหยิบยกขึ้นมากล่าว
เพราะเห็นการอ้างอิงที่ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการอยู่มากในปัจจุบันนี้!!!
• ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจผังปากว้าทั้งสองผังนี้อย่างถ่องแท้ ย่อมท าให้เราเข้าใจ
อภิปรัชญาจีนแขนงต่าง ๆ ได้ลึกซึ้ง และไม่อ้างอิงอย่างไร้หลักการ!!!
• https://www.facebook.com/udeeland/posts/650998372005210/
พื้นฐานชีวิต 2
ผู้เรียบเรียงรุ่นหลัง65
23/07/2565
14.35น.
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 133
SLIDE
Similar Resources on Wayground
125 questions
การเตรียมความพร้อมก่อนรู้จักสมการ
Lesson
•
7th Grade
99 questions
15.1 สนามแม่เหล็ก
Lesson
•
12th Grade
117 questions
7. การหาพื้นที่ของวงกลม (1)
Lesson
•
6th Grade
98 questions
บทเรียนที่ไม่มีชื่อ
Lesson
•
7th Grade
83 questions
말하기2 1과 자기소개1
Lesson
•
University
79 questions
การแปรรูปสัตว์น้ำ
Lesson
•
KG - University
108 questions
ระบบสุขภาพในประเทศไทย
Lesson
•
University
Popular Resources on Wayground
15 questions
Fractions on a Number Line
Quiz
•
3rd Grade
10 questions
Probability Practice
Quiz
•
4th Grade
15 questions
Probability on Number LIne
Quiz
•
4th Grade
20 questions
Equivalent Fractions
Quiz
•
3rd Grade
25 questions
Multiplication Facts
Quiz
•
5th Grade
22 questions
fractions
Quiz
•
3rd Grade
6 questions
Appropriate Chromebook Usage
Lesson
•
7th Grade
10 questions
Greek Bases tele and phon
Quiz
•
6th - 8th Grade
Discover more resources for Life Skills
20 questions
Black History Month Trivia Game #1
Quiz
•
Professional Development
20 questions
90s Cartoons
Quiz
•
Professional Development
12 questions
Mardi Gras Trivia
Quiz
•
Professional Development
7 questions
Copy of G5_U5_L14_22-23
Lesson
•
KG - Professional Dev...
12 questions
Unit 5: Puerto Rico W1
Quiz
•
Professional Development
42 questions
LOTE_SPN2 5WEEK2 Day 4 We They Actividad 3
Quiz
•
Professional Development
15 questions
Balance Equations Hangers
Quiz
•
Professional Development
31 questions
Servsafe Food Manager Practice Test 2021- Part 1
Quiz
•
9th Grade - Professio...