Search Header Logo
โลกและการเปลี่ยนแปลง

โลกและการเปลี่ยนแปลง

Assessment

Presentation

Science

8th Grade

Practice Problem

Hard

Created by

Ampare Khwanpichcha

Used 7+ times

FREE Resource

40 Slides • 0 Questions

1

media

โครงสร้างของโลก

แบ่งตามองค์ประกอบทางเคมี

เหล็ก (Fe)

นิกเกิล (Ni)

ซิลิคอน (Si) อะลูมิเนียม (AI)

มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบ

แมกนีเซียม (Mg) เหล็ก (Fe)

ซิลิคอน (Si)

มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบ

มีองค์ประกอบหลักเป็น

เปลือกโลก

เนื้อโลก

แก่นโลก

2

media

โครงสร้างของโลก แบ่งตามองค์ประกอบทางกายภาพ

ธรณีภาค
100

กิโลเมตร

มีระดับความลึกประมาณ

ประกอบด้วย เปลือกโลกทวีปและเปลือกโลกมหาสมุทร

ฐานธรณีภาค
100 - 700
กิโลเมตร

มีระดับความลึกประมาณ

เมโซสเฟียร์
700 - 2,900
กิโลเมตร

มีระดับความลึกประมาณ

แก่นโลกชั้นนอก

2,900 -5140

กิโลเมตร

มีระดับความลึกประมาณ

แก่นโลกชั้นใน
5,140 - 6,371

กิโลเมตร

มีระดับความลึกประมาณ

เป็นชั้นที่มีแมกมาซึ่งเป็นหินหนืดหรือ
หินหลอมละลายร้อนหมุนอยู่ภายในโลก

มีสถานะเป็นของแข็ง

มีสถานะเป็นของเหลว มีความร้อนสูงมาก

มีสถานะเป็นของแข็ง มีความดันและอุณหภูมิ
สูงมาก อาจสูงถึง 6,000 องศาเซลเซียส

3

media

การเปลี่ยนแปลงทางธรณี

การผุพังอยู่กับที่

รอยแตกบนหินที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

ภายในหินอย่างรวดเร็ว

แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
การผุพังทางกายภาพและการผุพังทางเคมี

ในเวลากลางวันความร้อนจากดวงอาทิตย์จะท าให้หินเกิดการ
ขยายตัว เมื่อถึงเวลากลางคืน หรือเมื่อมีฝนตกลงมา ท าให้
อุณหภูมิในบรรยากาศลดต่ าลง ส่งผลให้อุณหภูมิภายในหิน
ลดลง ท าให้หินเกิดการหดตัว ซึ่งการเพิ่มและลดอุณหภูมิของ
อากาศสลับกันอย่างรวดเร็วซ้ ากันต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ส่งผลให้หินเกิดรอยแตกร้าวและผุพังได้

การผุพังทางกายภาพ

4

media

การเปลี่ยนแปลงทางธรณี

ถ้ าหลวง-ขุนน้ านางนอน จังหวัดเชียงราย

การผุพังทางเคมี

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO ) ที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศ
จะท าปฏิกิริยากับน้ าฝน กลายเป็นกรดคาร์บอนิก (H CO )
ที่มีสมบัติเป็นกรด สามารถท าปฏิกิริยากับสารประกอบ
แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO ) ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น
จะกร่อนหินจนกระทั่งกลายเป็นโพรงหรือถ้ าใต้ดิน เมื่อ
พื้นที่ด้านบนของโพรงหรือถ้ าใต้ดินยุบตัวและพังทลาย
ลงจะกลายเป็นหลุมยุบ ท าให้เกิดลักษณะภูมิประเทศ
ที่เรียกว่า คาสต์ (karst)

2

23

3

5

media

การเปลี่ยนแปลงทางธรณี

การกร่อน

การเกิดหินงอก หินย้อยภายในถ้ า

กระบวนการที่ท าให้หินกร่อนไปโดยมีตัวน าพาทาง
ธรรมชาติ คือ ล าน้ าหรือธารน้ าแข็ง ร่วมกับปัจจัยอื่น

เมื่อน้ าฝนท าปฏิกิริยากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO )
กลายเป็นกรดคาร์บอนิก (H CO ) แล้วไหลซึมไปตาม
ภูเขาหินปูน ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO ) เป็น
องค์ประกอบ กรดคาร์บอนิกจะเกิดปฏิกิริยาเคมีกับหินปูนได้
สารละลายแคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (Ca(HCO ) )
มีสมบัติละลายน้ าได้ เมื่อสารละลายแคลเซียมไฮโดรเจน
คาร์บอเนตไหลซึมลงมาตามเพดานถ้ าและหยดลงสู่พื้นถ้ า
เมื่อเวลาผ่านไปน้ าในสารละลายระเหยไปหมด กลายเป็น
หินปูนเกาะอยู่ที่เพดานถ้ า เรียกว่า หินย้อย (stalactite)
และหินปูนที่อยู่บนพื้นถ้ า เรียกว่า หินงอก (stalagmite)

23

2

23

3

6

media

การเปลี่ยนแปลงทางธรณี

การสะสมตัวของตะกอน

เสาเฉลียง จังหวัดอุบลราชธานี

การสะสมตัวของวัตถุเนื่องจากการน าพา
ของน้ า ลม หรือธารน้ าแข็ง

ในธรรมชาติเมื่อหินซึ่งเป็นส่วนประกอบของเปลือกโลก
เกิดการผุพังกลายเป็นตะกอนขนาดเล็กทับถมอยู่ริมฝั่ง
ตะกอนจะถูกน้ ากัดเซาะและพัดพาไปตามล าน้ า โดยตะกอน
ที่มีขนาดเล็กจะถูกพัดพาไปได้ไกลกว่าตะกอนที่มีขนาดใหญ่
ในระหว่างที่ตะกอนถูกพัดพาไปกับน้ า ตะกอนจะเกิดการขัด
สีกันเอง ท าให้ตะกอนมีขนาดเล็กลงเรื่อย

7

media

ดิน

หินชั้นล่างสุด

หินที่ผุพังและกลายเป็นดินชั้นล่าง

ดินชั้นบน

ฮิวมัส

การผุพังอยู่กับที่เป็นสาเหตุให้หินแตก
ออกมีขนาดต่างๆ เมื่อถูกแสงแดดและ
ฝน หินก็จะแตกหักและผุพังทลายลง
มากขึ้น กลายเป็นหินที่มีขนาดเล็กลง

1
ขั้นตอนที่

พืชจะเจริญเติบโตตามบริเวณรอย
แตกของหิน แมลงและสัตว์อื่นจะเข้า
มาอาศัยตามบริเวณรอยแตก เมื่อพืช
และสัตว์ตายลงจะสลายตัวกลายเป็น
ฮิวมัส (humus)

2
ขั้นตอนที่

สัตว์ที่อยู่ภายในดินจะช่วยท าให้ฮิวมัส
ผสมกับเศษหินและแร่ กลายเป็นดินที่
อุดมสมบูรณ์ เรียกว่า ดินชั้นบน

3
ขั้นตอนที่

กระบวนการเกิดดิน

8

media

ดิน

ชั้นหน้าตัดดิน

O

A

E

B

C

R

ชั้น หรือ หรือชั้นอินทรียวัตถุ
O

A
ชั้น หรือชั้นดินแร่

E
ชั้น หรือชั้นชะล้าง

ชั้น หรือ หรือชั้นดินล่าง
B

C
ชั้น หรือชั้นการผุพังชองหิน

R
ชั้น หรือชั้นหินพื้นฐาน

เป็นชั้นที่เหมาะสมต่อการเจริญของพืช เนื่องจาก
มีการสะสมของสารอินทรีย์ที่ได้จากซากพืชซากสัตว์

เป็นชั้นที่ประกอบด้วยอินทรียวัตถุที่สลายตัวแล้ว
คลุกเคล้ากับแร่ธาตุที่อยู่ภายในดิน มักมีสีคล้ า

เป็นชั้นที่มีสีซีดจาง มีปริมาณอินทรียวัตถุน้อยกว่า
ชั้น A และมีเนื้อดินหยาบกว่าชั้น B ที่อยู่ตอนล่าง

เป็นชั้นที่มีการสะสมของตะกอนและแร่ธาตุ ซึ่งถูก
ชะล้างมาจากดินชั้นบน ดินชั้นนี้จึงมีเนื้อแน่น
มีความชื้นสูง และส่วนมากเป็นดินเหนียว

เป็นชั้นที่หินต้นก าเนิดหรือหินดินดานเกิดการผุพัง
สลายตัวกลายเป็นเศษหินที่มีลักษณะเป็นก้อน
เป็นผืน

เป็นชั้นของหินแข็งชนิดต่างๆ ที่ยังไม่ผุพังสลายตัว

9

media

ดิน

การปรับปรุงคุณภาพของดิน

ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์

เนื้อดินมีลักษณะหยาบ ดูดซับน้ าและธาตุอาหารได้น้อย ไม่เหมาะสมต่อการเจริญของพืช
บางกรณีดินมีเนื้อแน่น ท าให้รากพืชชอนไชได้ยาก เมื่อดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์
ท าให้ใช้ประโยชน์จากดินได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

แนวทางการแก้ไข

การใส่อินทรียวัตถุลงในดินอย่างสม่ าเสมอ เพราะอินทรียวัตถุช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์
เพิ่มการดูดซับน้ าช่วยให้อนุภาคดินเกาะยึดกันจนทนต่อการกัดเซาะของน้ าฝนหรือน้ าไหลบ่าได้
ช่วยให้ดินมีรูพรุนและร่วนซุยมากขึ้น

10

media

ดิน

การปรับปรุงคุณภาพของดิน

ปลูกพืชตระกูลถั่ว หรือใส่ปุ๋ย
อินทรีย์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม

ดินจืด

ดินที่มีธาตุอาหารไม่เพียงพอ

ต่อความต้องการของพืช

แนวทางการแก้ไข

ดินเปรี้ยว

ดินที่ค่า pH ต่ ากว่า 5.5 เนื่องจากมีกรดก ามะถันอยู่

ในชั้นหน้าตัดดิน ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการ

เกิดดิน หรือการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเวลานาน

แนวทางการแก้ไข

ใส่สารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น ใส่ปูนขาวลงไปในดิน
ให้มีปริมาณเท่ากับความเป็นกรดทั้งหมดของดิน

11

media

ดิน

การปรับปรุงคุณภาพของดิน

เติมสารแคลเซียมซัลเฟต หรือผงก ามะถันลงในดิน

เพื่อให้ดินปรับสภาพเป็นเกลือโซเดียมซัลเฟต

แล้วใช้น้ าชะล้างออก

ดินเค็ม

ดินมีความเข้มข้นของเกลือที่อยู่ภายในดินสูง
ท าให้พืชไม่สามารถดูดน้ าจากดินมาเลี้ยงล า

ต้นได้ จึงท าให้พืชเหี่ยวเฉาและใบไหม้

แนวทางการแก้ไข

ดินด่าง

ดินที่มีค่า pH มากกว่า 7 เนื่องจากมีเกลือโซเดียมคลอไรด์
หรือเกลือโซเดียมคาร์บอเนตปนอยู่ในดิน ซึ่งไม่เหมาะสม
ต่อการเจริญของพืช มักพบบริเวณพื้นที่แถบภูเขาหินปูน

หรือดินที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีเป็นเวลานาน

แนวทางการแก้ไข

เติมผงก ามะถันลงไป เพื่อให้ดินปรับสภาพ

12

media

น้ า

น้ าผิวดินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ น้ าจืดและน้ าเค็ม

น้ าผิวดิน

น้ าจืด
เกิดจากไอน้ าในบรรยากาศควบแน่นกลายเป็นเมฆตกลงมาเป็นฝนแล้วสะสมอยู่บริเวณผิวดิน
และไหลลงมาขังในบริเวณที่ต่ ากลายเป็นแอ่งน้ า

ทะเลสาบ

อ่างเก็บน้ าหรือเขื่อน

แม่น้ า

13

media

น้ า

น้ าเค็ม
เกิดจากเกลือและแร่ธาตุที่เกิดจากการผุพังทลายลงของหิน เช่น เกลือหิน ยิปซัม
ถูกพัดพามาและไหลรวมกันเป็นน้ าที่มีความเค็มมากกว่าร้อยละ 30 เรียกว่า น้ าทะเล

มหาสมุทร

14

media

15

media

น้ า

การใช้ประโยชน์ของน้ า และการอนุรักษ์น้ า

ใช้ส าหรับการอุปโภคและบริโภค

ใช้เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์

แนวทางการอนุรักษ์น้ า

ใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ าอื่น

ใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วไปของมนุษย์

ใช้น้ าดีไล่น้ าเสีย

ใช้ผักตบชวาดูดซับสารพิษ

ใช้เครื่องจักรกลช่วยเติม

แก๊สออกซิเจนให้กับน้ า

16

media

น้ า

ภัยพิบัติจากน้ า

น้ าท่วมฉับพลัน

เป็นภาวะน้ าท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในพื้นที่ที่มีความชันมาก เช่น น้ าป่าไหลหลาก

เนื่องจากผืนป่าถูกท าลาย ท าให้การกักเก็บน้ า หรือการต้านน้ าลดลง

17

media

น้ า

ภัยพิบัติจากน้ า

น้ าท่วมท่วมขัง

ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ าและบริเวณชุมชนเมืองใหญ่ๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก

ฝนที่ตกหนักเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับพืชผลทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์

18

media

น้ า

ภัยพิบัติจากน้ า

การกัดเซาะชายฝั่ง

เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งทะเลที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการกัดเซาะของคลื่นหรือลม

โดยตะกอนของบริเวณนั้นจะเคลื่อนที่ออกไปมากกว่าตะกอนเคลื่อนที่มาทับถม

19

media

น้ า

ภัยพิบัติจากน้ า

ดินถล่ม

เป็นการเคลื่อนที่ของมวลดิน หรือหินจ านวนมากลงมาตามแนวลาดเขา เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก
โดยปัจจัยที่ท าให้เกิดดินถล่ม ได้แก่ ความลาดชันของพื้นที่ ปริมาณน้ าฝน พืชปกคลุมดิน สภาพธรณี

20

media

น้ า

ภัยพิบัติจากน้ า

หลุมยุบ

เป็นแอ่งหรือหลุมบนแผ่นดินขนาดต่างๆ อาจมีสาเหตุมาจากการถล่มของโพรงถ้ าหินปูน

เกลือหินใต้ดิน หรือเกิดจากน้ าพัดพาตะกอนลงไปในโพรงถ้ าหรือธารน้ าใต้ดิน

21

media

หินน้ ามัน

เชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ์

ถ่านหิน

ปิโตรเลียม

22

media

ถ่านหิน

การเกิดถ่านหิน

พีต

ลิกไนต์

บิทูมินัส

แอนทราไซต์

บริเวณแอ่งน้ าเหมาะต่อการ

เจริญเติบโตของพืช และซากพืช
ที่ตายจะถูกทับถมกลายเป็นพีต

1

หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทางธรณี พีตจะถูกกดทับและดัน

ลงสู่ชั้นดินที่ลึกมากขึ้น

2

ความร้อนและแรงกดดันท าให้
ถ่านหินแปรสภาพไปจากเดิม

3

ความร้อนที่สูงขึ้นเร่งให้ถ่านหิน

แปรสภาพอย่างรวดเร็ว

4

23

media

24

media

หินน้ ามัน

หินน้ ามัน (oil shale) เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืช
และซากสัตว์ภายใต้แหล่งน้ าเป็นเวลานาน มีสมบัติติดไฟได้

แพลงก์ตอน

ดินเหนียว
ซากพืชจ าพวกสาหร่ายและสัตว์เล็กๆ เช่น แพลงก์
ตอน ปลา จะจมลงสู่ใต้แหล่งน้ าและสะสมพอกตัว
เป็นชั้นอยู่ในแหล่งน้ าซึ่งมีปริมาณออกซิเจนน้อย

1

กระบวนการเกิดหินน้ ามัน

5℃

25

media

หินน้ ามัน

เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปี เปลือกโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทรุดตัวลง ซากพืชและซากสัตว์รวมไปถึงแร่ธาตุที่ผุพังมาจาก
ชั้นหินซึ่งเป็นสารอนินทรีย์จะถูกทับถมลงไปลึกมากขึ้น

2

กระบวนการเกิดหินน้ ามัน

15℃

26

media

หินน้ ามัน

เมื่อเวลาผ่านไปภายใต้ความร้อน และความกดดันที่สูงขึ้น
น้ าที่อยู่ภายในซากพืชและซากสัตว์จะระเหยออกไปจนหมด
สารอินทรีย์ที่อยู่ในซากพืชและซากสัตว์จะเปลี่ยนไปอยู่ใน
รูปของสารประกอบเคอโรเจน

3

กระบวนการเกิดหินน้ ามัน

80℃

27

media

หินน้ ามัน

สารประกอบเคอโรเจนเมื่อผสมกับตะกอนดินที่ถูกอัดแน่นจะกลายเป็น
หินน้ ามัน ดังนั้น หินน้ ามันจึงเป็นหินตะกอนที่มีเนื้อละเอียด มีสีน้ าตาล
หรือสีน้ าตาลไหม้ มีสารประกอบเคอโรเจน (kerogen) สีด าเป็นชั้น
บางๆ แทรกอยู่ระหว่างชั้นหินตะกอนคล้ายกับหินที่เป็นแหล่งก าเนิด
ปิโตรเลียม แต่หินน้ ามันมีปริมาณเคอโรเจนมากกว่า

4

กระบวนการเกิดหินน้ ามัน

120℃

28

media

หินน้ ามัน

2

3

4

1

แพลงก์ตอน

ดินเหนียว

3-600 ล้านปี

ปัจจุบัน

กระบวนการเกิดหินน้ ามัน

29

media

แอมโมเนียมซัลเฟต

น้ ามันก๊าด

น้ ามันตะเกียง

พาราฟิน

น้ ามันเชื้อเพลิง

น้ ามันหล่อลื่น

แนฟทา

ไข

หินน้ ามัน

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากหินน้ ามัน

30

media

ปิโตรเลียม

เป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มี
ธาตุคาร์บอน (C) และไฮโดรเจน (H) เป็นองค์ประกอบหลัก และมีธาตุอื่นๆ เช่น
ก ามะถัน (S) ออกซิเจน (O) ไนโตรเจน (N) อยู่ร่วมด้วย

50-100 ล้านปีที่แล้ว

300-400 ล้านปีที่แล้ว

ปัจจุบัน

กระบวนการเกิดปิโตรเลียม

31

media

น้ ามันดิบ

𝟕𝟎℃

𝟏𝟐𝟎℃

𝟏𝟕𝟎℃

𝟐𝟕𝟎℃

𝟑𝟓𝟎℃

𝟔𝟎𝟎℃

แก๊สปิโตรเลียม

แก๊สบรรจุในกระป๋อง

แนฟทาหนัก

เชื้อเพลิงในรถยนต์

น้ ามันดีเซล

ส ำหรับเครื่องยนต์

ไขน้ ามันเตา

เทียนไข เชื้อเพลิงในเรือ
และโรงงำนอุตสำหกรรม

แนฟทาเบา

ตัวท ำละลำย

น้ ามันก๊าด

น้ ำมันเครื่องบิน
น้ ำมันพำรำฟิน
น้ ามันหล่อลื่น

จำระบีและน้ ำมันเครื่อง

บิทูเมน

ยำงมะตอย

น้ ำมันดิบ

𝟐𝟎℃

𝐂𝟏−𝟒

𝐂𝟓−𝟗

𝐂𝟏𝟎−𝟏𝟔

𝐂𝟐𝟎−𝟓𝟎

>𝐂𝟕𝟎

𝐂𝟓−𝟏𝟎

𝐂𝟏𝟒−𝟐𝟎

𝐂𝟐𝟎−𝟕𝟎

32

media

แก๊สธรรมชาติ

โรงแยกแก๊ส
ธรรมชาติ

เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า

เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม

แก๊สธรรมชาติส าหรับรถยนต์ (CNG)

วัตถุดิบส าหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

แก๊สปิโตรเลียมเหลวใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือนและยานพาหนะ

แก๊สโซลีนธรรมชาติน าไปผสมเป็นน้ ามันเบนซิน

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตน้ าอัดลม

𝐂𝟏

𝐂𝟓

𝐂𝐎𝟐

𝐂𝟐𝐂𝟑
,

𝐂𝟑𝐂𝟒
,

33

media

เชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ์

ผลกระทบจากการใช้ประโยชน์
ของเชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ์

ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งการเผาไหม้เชื้อเพลิง

ส่วนใหญ่ล้วนก่อให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก
และการเผาไหม้น้ ามันก่อให้เกิดแก๊สมีเทน ซึ่งแก๊สเหล่านี้

มีสมบัติเป็นแก๊สเรือนกระจก เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน

34

media

พลังงานแสงอาทิตย์

แสงเป็นพลังงานที่สะอาด มนุษย์ใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงโดยใช้เครื่องมือที่ เรียกว่า

เซลล์สุริยะหรือเซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) เปลี่ยนพลังงานแสงให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า

พลังงานทดแทน
หรือเรียกว่า พลังงานหมุนเวียน เป็นพลังงานธรรมชาติที่สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้
และลดปัญหาทางมลพิษได้ พลังงานทดแทนมีหลายประเภท ดังนี้

35

media

พลังงานลม

ลมเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดอากาศ และแรงจากการหมุนของโลก

มนุษย์ใช้ประโยชน์จากลมโดยใช้กังหันลมเปลี่ยนพลังงานลมให้เป็นพลังงานไฟฟ้า

พลังงานทดแทน

36

media

พลังงานน้ า

มนุษย์อาศัยการเคลื่อนที่ของน้ าไปขับเคลื่อนเครื่องจักรในโรงงานสีข้าว โรงงานทอผ้า โรงงานเลื่อยไม้

และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเปลี่ยนพลังงานน้ าให้เป็นกลายเป็นพลังงานไฟฟ้า

โดยน้ าที่ใช้แล้วจะถูกปล่อยกลับคืนสู่แหล่งน้ าหรือทะเล

พลังงานทดแทน

37

media

พลังงานชีวมวล

เป็นพลังงานที่มาจากการเผาไหม้สารอินทรีย์ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ
เพื่อเป็นแหล่งพลังงานความร้อนให้กับกระบวนการผลิตไฟฟ้าทดแทนพลังงานเชื้อเพลิง

พลังงานทดแทน

38

media

พลังงานคลื่น

เป็นพลังงานจากคลื่นน้ าในมหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งพลังงานศักย์ขนาดใหญ่

สามารถน ามาผลิตกระแสไฟฟ้าได้

พลังงานทดแทน

39

media

พลังงานความร้อนใต้พิภพ

เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกท าให้เกิดแนวรอยเลื่อน ภายใต้ความร้อนและความดันสูง

ส่งผลให้น้ ามีอุณหภูมิสูงขึ้นกลายเป็นน้ าร้อนหรือไอน้ าแทรกขึ้นมาบนผิวดิน

พลังงานทดแทน

40

media

พลังงานไฮโดรเจน

ไฮโดรเจนเป็นธาตุที่เบาที่สุด และเป็นธาตุที่รวมอยู่ในโมเลกุลของสารประกอบจ าพวกไฮโดรคาร์บอน

สามารถน าแก๊สไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนการเผาไหม้ เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขับเคลื่อนรถยนต์ได้

พลังงานทดแทน

media

โครงสร้างของโลก

แบ่งตามองค์ประกอบทางเคมี

เหล็ก (Fe)

นิกเกิล (Ni)

ซิลิคอน (Si) อะลูมิเนียม (AI)

มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบ

แมกนีเซียม (Mg) เหล็ก (Fe)

ซิลิคอน (Si)

มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบ

มีองค์ประกอบหลักเป็น

เปลือกโลก

เนื้อโลก

แก่นโลก

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 40

SLIDE