

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
Presentation
•
Social Studies
•
3rd Grade
•
Practice Problem
•
Hard
สมศักดิ์ อาดำ
FREE Resource
36 Slides • 0 Questions
1
คนขับรถจะต้องได้รับโทษทางแพ่งอย่างไร
คนขับรถต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่า
สินไหมทดแทนจากการที�ตนเองขับรถชน
สินค้าทําให้เกิดความเสียหาย
330
2
เป็นกฎหมายที�ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชน
เมื�อมีการฝ่ าฝื นกฎหมาย เช่น ผิดสัญญา หรือกระทําโดยจงใจ
หรือประมาทเลินเล่อให้ผู้อื�นได้รับความเสียหาย ผู้ที�ได้รับ
ความเสียหายอาจเรียกให้ผู้กระทําชดใช้ หรือฟ้องคดีต่อศาล
331
3
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
การกระทําผิดทางแพ่ง หมายถึง การ
กระทําที�ผู้กระทําผิดได้กระทําการอันเป็ น
ความผิดทั�งโดยเจตนาหรือโดยประมาทซึ�ง
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื�นในเรื�องที�
เกี�ยวกับทรัพย์สินของบุคคล โดยผู้กระทําต้องถูก
บังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหม
ทดแทนจากการที�ตนทําให้บุคคลนั�นได้รับความ
เสียหายหรือที�เรียกว่า “ความรับผิดทางแพ่ง”
332
4
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
ความรับผิดทางแพ่ง หมายถึง การกระทําที�ผู้กระทําผิดจะต้องรับผิด
ชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน จากการที�ตนทําให้ผู้อื�นได้รับ
ความเสียหาย
ความรับผิดทางแพ่งเป็นการชดใช้ความเสียหายที�เกิดขึ�นแก่เอกชนคนใด
คนหนึ�งโดยเฉพาะ ซึ�งอาจได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ
เสรีภาพ ชื�อเสียง ทรัพย์สิน ความเสียหายได้เกิดขึ�นอย่างใด กฎหมายก็
ต้องการที�จะให้เขาได้รับการชดใช้ความเสียหายอย่างนั�น ถ้าทําให้คืน
สภาพเดิมไม่ได้ก็พยายามจะให้ใกล้เคียงมากที�สุด มี 5 ลักษณะ ได้แก่
333
5
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
1. ความรับผิดในลักษณะละเมิด คือ หากผู้กระทําการใด ๆโดยจงใจหรือ
สินไหมทดแทน
1. ความรับผิดในลักษณะละเมิด คือ หากผู้กระทําการใด ๆโดยจงใจหรือ
ประมาทเลินเล่อ ที�ทําให้บุคคลอื�นได้รับความเสียหาย จะต้องรับผิดชดใช้ค่า
สินไหมทดแทน
ขับรถยนต์เฉี�ยวรถจักรยานยนต์ของนายซี
นายเอ
นายซี
รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย
นายเอต้องรับผิดชอบต่อการกระทําของตนซึ�งเป็นการละเมิดต่อนายซี
334
6
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
2. ความรับผิดในลักษณะสัญญา คือ ได้ทําสัญญาใด ๆ กันแล้ว คู่สัญญา
ต้องทําตามสัญญา หากฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตาม ฝ่ายนั�นต้องรับผิด
ทําสัญญากู้เงินจากนางเอลลี�
นางสาวแคท
นางเอลลี�
นางสาวแคทไม่ชําระเงินที�กู้ไปคืนนางเอลลี�
ต้องรับผิดตามสัญญาเงินกู้
นางสาวแคทต้องรับผิดตามสัญญาเงินกู้
335
7
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
3. ความรับผิดในลักษณะการจัดการงานนอกสั�ง คือ การที�ผู้ใดเข้าไปทํา
กิจการของผู้อื�นโดยที�เจ้าของไม่ได้ร้องขอ หากกิจการที�ทํานั�นเป็น
ประโยชน์แก่เจ้าของ เจ้าของต้องชดใช้ค่าตอบแทนหรือทรัพย์สินที�ผู้ทํา
กิจการเสียไปให้แก่ผู้ทํากิจการนั�น
336
8
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
3. ความรับผิดในลักษณะการจัดการงานนอกสั�ง
ปิดบ้านไว้แล้วเดินทางไปต่างจังหวัด
มีพายุพัดหลังคาบ้านปลิว
นางแก้ว
เมื�อนางแก้วกลับมาต้องชดใช้เงินค่าซ่อมแซมบ้านใเมื�อนางแก้วกลับมาต้องชดใช้เงินค่าซ่อมแซมบ้านให้นางแดง
นางแดง
(เพื�อนบ้าน)
ว่าจ้างช่างมาซ่อมหลังคา
เพื�อป้องกันทรัพย์สินเสียหาย
337
9
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
4. ความรับผิดในลักษณะลาภมิควรได้ คือ การได้สิ�งใดมาในลักษณะที�ไม่มี
4. ความรับผิดในลักษณะลาภมิควรได้ คือ การได้สิ�งใดมาในลักษณะที�ไม่มี
สาเหตุที�นํามาอ้างได้ตามกฎหมาย ผู้ได้ประโยชน์นั�นต้องรับผิดในทรัพย์สินที�
ตนได้มา
นางบี
นางเจี�ยบ
โอนเงินให้นางเจี�ยบเพราะเข้าใจผิด
ว่านางเจี�ยบเป็นเจ้าหนี�ของตน
นางบีสามารถฟ้องให้นางเจี�ยบ
โอนเงินคืนให้ตนได้
เพราะนางเจี�ยบรับทรัพย์ไว้
โดยปราศจากเหตุที�จะอ้างตามกฎหมายได้
338
10
2.1 ลักษณะการกระทําผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง
5. ความรับผิดตามที�กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ คือ การใด ๆ ที�กฎหมาย
บัญญัติว่าให้ผู้กระทําต้องรับผิดต่อผู้ที�ถูกกระทํา
นางก้อย
ปลูกบ้านโดยไม่ทราบว่าโครงสร้างระเบียง
ลํ�าเข้าไปในที�ดินของนางก้อย
นางขวัญต้องรับผิดต่อนางก้อย
ตามกฎหมาย
นางขวัญ
339
11
1.นายป๋ อถอยรถยนต์ชนแผงขายผักของนางสาวเอ๋จนผักเสียหาย
นายป๋ อต้องรับผิดอย่างไร
ชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน
2. นายพอลสร้างโรงเลี�ยงวัวลํ�าเข้าไปในไร่ของนายนิก
นายนิกจึงรับผิดชอบต่อนายพอลตามกฎหมาย
กรณีนี�นายพอลจะต้องมีความรับผิดตามลักษณะใด
ความรับผิดที�กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ
340
12
2.2 สัญญา
สัญญา หมายถึง ข้อตกลงของบุคคลตั�งแต่ 2 ฝ่ายขึ�นไป ที�เรียกว่า
กฎหมายอย่างใดอย่างหนึ�งขึ�น
สัญญา หมายถึง ข้อตกลงของบุคคลตั�งแต่ 2 ฝ่ายขึ�นไป ที�เรียกว่า
ผู้เสนอและผู้สนอง ซึ�งมีความประสงค์ตรงกันที�จะก่อให้เกิดผลผูกพันทาง
กฎหมายอย่างใดอย่างหนึ�งขึ�น
1) ต้องมีบุคคลตั�งแต่ 2 ฝ่ ายขึ�นไป เพราะสัญญาเป็น
ข้อตกลง จะเกิดขึ�นได้เมื�อมีบุคคลตั�งแต่สองฝ่ายขึ�นไป
2) ต้องมีการตกลงกัน ต้องมีฝ่ายหนึ�งเป็นผู้เสนอว่า
จะทําสัญญาด้วย แล้วอีกฝ่ายเป็นผู้สนองรับ
341
1. ลักษณะสําคัญของสัญญา
13
2.2 สัญญา
3. ข้อตกลงดังกล่าวต้องก่อให้เกิดหนี�ตามกฎหมาย คือ ข้อตกลงนั�นต้องเป็น
ข้อตกลงซึ�งมีผลทําให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ�งเป็นลูกหนี� มีหน้าที�ต้องชําระหนี�ให้แก่
คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ�ง หรืออาจมีผลทําให้ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที�ต้องชําระหนี�
ให้แก่กันและกัน แล้วแต่ว่าจะเป็นสัญญาต่างตอบแทนหรือไม่
นางเอตกลงซื�อนาฬิกาจากนางบี สัญญาซื�อขายย่อมเกิดขึ�น
นางเอ
นางบี
นางเอต้องชําระค่านาฬิกา
เป็นการตอบแทน
นางบีต้องส่งมอบนาฬิกาให้นางเอ
342
14
2.2 สัญญา
สัญญาย่อมเป็นนิติกรรมเสมอ หลักกฎหมายในเรื�องนิติกรรมจึงนํามาใช้
บังคับกับสัญญาด้วย แต่นิติกรรมไม่จําเป็นต้องเป็นสัญญาเสมอไป เช่น
พินัยกรรมเป็นนิติกรรมแต่มิได้เป็นสัญญา เพราะเป็นเรื�องการ
แสดงเจตนาของบุคคลฝ่ายเดียว
343
15
2.2 สัญญา
2. ประเภทของสัญญา
1) สัญญามีชื�อและสัญญาไม่มีชื�อ
สัญญามีชื�อหรือเอกเทศสัญญา คือ สัญญาซึ�งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ได้กําหนดหลักเกณฑ์การเกิดสัญญา แบบของสัญญา สิทธิ
และหน้าที�ระหว่างคู่สัญญา และการเลิกสัญญาไว้โดยเฉพาะ เช่น
สัญญาซื�อขาย
สัญญาเช่าทรัพย์ สัญญาคํ�าประกัน
สัญญาจํานอง
สัญญาจํานํา
สัญญาประกันภัย สัญญาจ้างแรงงาน
344
16
2.2 สัญญา
2. ประเภทของสัญญา
1) สัญญามีชื�อและสัญญาไม่มีชื�อ
สัญญาไม่มีชื�อ คือ สัญญาอื�น ๆ นอกจาก
เอกเทศสัญญา สัญญาประเภทนี�ต้องอาศัยหลักทั�วไป
ในลักษณะสัญญาซึ�งประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ได้บัญญัติไว้ใช้บังคับ
345
17
2.2 สัญญา
2. ประเภทของสัญญา
2) สัญญาต่างตอบแทนและสัญญาไม่ต่างตอบแทน
สัญญาต่างตอบแทน คือ สัญญาที�ก่อให้เกิดหนี�ขึ�นระหว่างคู่สัญญาทั�งสอง
ฝ่ายโดยต่างฝ่ายต้องชําระหนี�ซึ�งกันและกัน
เช่น สัญญาซื�อขาย สัญญาจ้างแรงงาน
สัญญาไม่ต่างตอบแทน คือ สัญญาที�ก่อให้เกิดหนี�แก่คู่สัญญาเพียงฝ่ าย
เดียวโดยคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ�งไม่มีข้อผูกพันที�จะต้องชําระหนี�ตอบแทนด้วย
แต่อย่างใด เช่น สัญญาฝากทรัพย์โดยไม่มีบําเหน็จ สัญญาให้โดยเสน่หา
346
18
2.2 สัญญา
2. ประเภทของสัญญา
3) สัญญาซึ�งต้องทําตามแบบและสัญญาซึ�งไม่ต้องทําตามแบบ
สัญญาที�ต้องทําตามแบบ คือ สัญญาที�ต้องทําตามกฎหมายกําหนด เช่น
ทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที� หากฝ่าฝืนหรือไม่
ปฏิบัติตามสัญญานั�นจะตกเป็นโมฆะ
เช่น สัญญาซื�อขายบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์
สัญญาจํานอง
347
19
2.2 สัญญา
2. ประเภทของสัญญา
3) สัญญาซึ�งต้องทําตามแบบและสัญญาซึ�งไม่ต้องทําตามแบบ
สัญญาซึ�งไม่ต้องทําตามแบบ คือ สัญญาซึ�งเมื�อคู่สัญญาตกลงกันด้วย
ปากเปล่าหรือด้วยกิริยาอย่างใดอย่างหนึ�งแล้ว สัญญาก็จะเกิดขึ�นและมี
ผลบังคับใช้ โดยไม่ต้องทําตามแบบแต่อย่างใด
เช่น สัญญาจ้างแรงงาน
สัญญาขนส่ง
348
20
2.2 สัญญา
3. การเกิดสัญญา
สัญญาจะเกิดขึ�นได้เมื�อคําเสนอและคําสนองตรงกัน
วัชระ
ภารดี
เสนอขายวิทยุให้ภารดี 6,000 บาท
ภารดีตกลงซื�อวิทยุ
เกิดสัญญาซื�อขายระหว่างคนทั�งสอง
349
21
2.2 สัญญา
4. ผลของสัญญา
เมื�อสัญญาเกิดขึ�นแล้วย่อมมีผลทําให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติตาม
ข้อตกลงที�คู่สัญญาได้ให้ไว้แก่กัน
กิ�งแก้ว
สมาน
เสนอจ้างเหมาสมานให้ปลูกบ้านให้
สมานตอบตกลง
ต้องชําระเงินค่าจ้างเหมาให้สมาน
ต้องชําระเงินค่าจ้างเหมาให้สมาน
ต้องสร้างบ้านให้กิ�งแก้ว
350
22
2.2 สัญญา
5. การเลิกสัญญา
สัญญาที�เกิดขึ�นนั�นคู่สัญญาอาจเลิกสัญญากันได้ตามข้อตกลงที�ได้ให้
ไว้แก่กัน และนอกจากนี�สัญญาอาจเลิกโดยบทบัญญัติของกฎหมายก็ได้
ดนัย
ปิ�นแก้ว
ให้ปิ�นแก้วเช่าบ้าน
มีสัญญาว่าห้ามนําบุคคลอื�นที�มิได้ยินยอมเป็นลาย
ลักษณ์อักษรเข้ามาอยู่ในบ้าน
หากปิ�นแก้วผิดสัญญา
ดนัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้
351
23
2.2 สัญญา
6. การทําผิดสัญญา
การที�คู่สัญญากระทําหรืองดเว้นการกระทําใด ๆ ที�ผิดไปจากข้อตกลงที�ตกลง
กันไว้ ซึ�งมีผลให้ผู้กระทําต้องรับผิดในความเสียหายต่อคู่สัญญาอีกฝ่ ายหนึ�ง
ธาริน
นุชรี
จ้างนุชรีทําอาหารกล่อง ในราคารวม 2,500 บาท
เมื�อถึงเวลา นุชรีนําอาหารมาส่งตามที�ตกลงกันไว้
แต่ธารินไม่ต้องการอาหารแล้วและไม่จ่ายเงินให้นุชรี
กรณีนี�ธารินผิดสัญญา
จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที�เกิดขึ�นกับนุชรี
352
24
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
ร่วมกันอภิปรายว่า
เราจําเป็นต้องรู้กฎหมายหรือไม่
เพราะอะไร
353
25
7
6
5
4
3
2
เกม : เติมช่องว่าง สร้างคําใหม่
1
2. __ ก ก ฎ ห ม า ย
2. __ ก ก ฎ ห ม า ย
3. จ ด ท ะ เ บี __ น
3. จ ด ท ะ เ บี __ น
4. ข้ อ ต __ ล ง
4. ข้ อ ต __ ล ง
5. สั ญ ญ า จ้ า ง แ __ ง ง า น
5. สั ญ ญ า จ้ า ง แ __ ง ง า น
6. ป __ ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย
7. โ __ ฆ ะ
พิ
1. __ สู จ น์
1. __ สู จ น์
นั
ย
ก
ร
ร
ม
354
26
2.3 ละเมิด
การทําละเมิด
การทําละเมิด หมายถึง การกระทําผิดกฎหมายโดยจงใจหรือประมาท
เลินเล่อต่อบุคคลอื�น เป็นเหตุให้บุคคลอื�นได้รับความเสียหายแก่ชีวิต
ร่างกาย สุขภาพอนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ�ง
ซึ�งความเสียหายนั�นอาจกําหนดเป็นจํานวนได้อย่างแน่นอนหรือไม่ก็ได้
355
27
2.3 ละเมิด
ผู้ทําละเมิด
ผู้ทําละเมิด คือ ผู้ที�เป็ นคนกระทําไม่ว่าโดยจงใจหรือโดย
ประมาทเลินเล่อให้เกิดความเสียหายหรือผู้ที�ต้องรับผิดในการกระทําใน
เหตุการณ์นั�น ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความเสียหาย
โดยไม่คํานึงว่าผู้กระทํากระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
356
28
2.3 ละเมิด
นายทวี
นายเอนก
ขับรถโดยประมาทชนนายเอนก
ถึงแก่ความตาย
นายทวีต้องชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทนแก่ทายาทของนายเอนก
ตัวอย่าง
357
29
2.3 ละเมิด
ลักษณะของการทําละเมิด
1. การละเมิดต่อบุคคลอื�นโดยตรง1. การละเมิดต่อบุคคลอื�นโดยตรง
เป็นกรณีที�บุคคลผู้ทําละเมิด
ทําละเมิดนั�นด้วยตนเอง
นายไก่
นายหมู
ทําร้ายร่างกายนายหมู
มีความผิดฐานละเมิดต่อร่างกายนายหมู
358
30
2.3 ละเมิด
ลักษณะของการทําละเมิด
2. การละเมิดเนื�องจากการกระทําของบุคคลอื�น2. การละเมิดเนื�องจากการกระทําของบุคคลอื�น
ซึ�งบุคคลอื�นในที�นี�เป็นผู้มีความสัมพันธ์บางประการกับตน เช่น เป็น
นายจ้าง ลูกจ้าง บุตร
นายเอ๋
นายป้อง
เป็นลูกจ้าง
นายเอ๋ขับรถไปส่งนายป้องที�ทํางาน
แต่ขับรถโดยประมาทจนชนนางแก้ว
นางแก้ว
นายเอ๋ต้องรับผิดชอบต่อนางแก้ว
นายเอ๋ต้องรับผิดชอบต่อนางแก้ว
นายป้องต้องรับผิดในการละเมิดของ
นายป้องต้องรับผิดในการละเมิดของ
นายเอ๋ ในฐานะเป็นนายจ้าง
359
31
2.3 ละเมิด
ลักษณะของการทําละเมิด
3. การละเมิดเนื�องจากสัตว์ที�อยู่ในความดูแลของตน
ไปทําความเสียหายแก่บุคคลอื�น
นายเชิด
สุนัข
เลี�ยง
กัด
ด.ญ. ขวัญ
นายเชิดต้องรับผิดชอบต่อ ด.ญ. ขวัญ
เสมือนว่าตนทําละเมิดต่อ ด.ญ.ขวัญโดยตรง
นายเชิดต้องรับผิดชอบต่อ ด.ญ. ขวัญ
เสมือนว่าตนทําละเมิดต่อ ด.ญ.ขวัญโดยตรง
360
32
2.3 ละเมิด
ลักษณะของการทําละเมิด
4. การละเมิดเนื�องจากทรัพย์สินของตนหรือที�อยู่ในความครอบครองดูแลรักษา4. การละเมิดเนื�องจากทรัพย์สินของตนหรือที�อยู่ในความครอบครองดูแลรักษา
ของตนก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื�น
นางศรี
กระถางดอกไม้
(ไว้บนระเบียง)
วาง
ตกลงมาโดนศีรษะของนายท็อป
นายท็อป
นางศรีต้องรับผิดชอบต่อนายท็อปนางศรีต้องรับผิดชอบต่อนายท็อป
เสมือนว่าตนทําละเมิดต่อนายท็อปโดยตรง
361
33
2.3 ละเมิด
การละเมิดแตกต่างจากการผิดสัญญา เนื�องจากการละเมิดเป็นการ
กระทําที�ก่อให้เกิดหนี�ขึ�น เพราะกฎหมายบัญญัติให้บุคคลผู้เป็นเจ้าหนี�ซี�ง
ได้รับความเสียหายจากการกระทําหรือเหตุการณ์ใดที�บุคคลผู้เป็นลูกหนี�ต้อง
รับผิด ได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยที�บุคคลทั�งสองฝ่ ายมิต้องมีข้อตกลงอย่าง
ใดกันก่อนว่าจะไม่ทําให้เสียหายต่อกัน ส่วนหนี�ในทางสัญญานั�นเกิดขึ�นได้
ต่อเมื�อมีข้อตกลงกันไว้ก่อน การผิดสัญญาอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่
คู่สัญญาอีกฝ่ ายหนึ�ง ฝ่ ายที�เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากฝ่ ายที�ผิด
สัญญาได้
362
34
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
ให้นักเรียนยกตัวอย่างเหตุการณ์
ต่าง ๆ หรือการกระทํา แล้ววินิจฉัย
เป็นการทําละเมิดหรือไม่
363
35
3. ความแตกต่างระหว่างความผิดทางอาญากับความผิดทางแพ่ง
364
1. เป็นการกระทําที�ก่อให้เกิดความ
เสียหายต่อส่วนรวม
2. ผู้กระทําความผิดต้องได้รับโทษด้วย
ตนเอง หากตายลง โทษจะระงับไป
3. เป็นการกระทําที�เป็นความผิดเมื�อ
กระทําโดยเจตตา หรือตามที�กฎหมาย
บัญญัติ
4. ตีความตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กรณีกฎหมายไม่ได้บัญญัติย่อมไม่มี
ความผิดและไม่มีโทษ
1. เป็นการกระทําที�ก่อให้เกิดความ
เสียหายต่อส่วนรวม
2. ผู้กระทําความผิดต้องได้รับโทษด้วย
ตนเอง หากตายลง โทษจะระงับไป
3. เป็นการกระทําที�เป็นความผิดเมื�อ
กระทําโดยเจตตา หรือตามที�กฎหมาย
บัญญัติ
4. ตีความตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กรณีกฎหมายไม่ได้บัญญัติย่อมไม่มี
ความผิดและไม่มีโทษ
1. เป็นการกระทําที�ก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่คนใดคนหนึ�ง
2. ผู้กระทําความผิดต้องชดใช้ค่า
สินไหมทดแทน
3.ต้องรับผิดทั�งกระทําโดยเจตนาและ
โดยประมาท
4. ตีความตามกฎหมายหรือตาม
เจตนารมณ์ของบทบัญญัติในเรื�อง
นั�น ๆ
1. เป็นการกระทําที�ก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่คนใดคนหนึ�ง
2. ผู้กระทําความผิดต้องชดใช้ค่า
สินไหมทดแทน
3.ต้องรับผิดทั�งกระทําโดยเจตนาและ
โดยประมาท
4. ตีความตามกฎหมายหรือตาม
เจตนารมณ์ของบทบัญญัติในเรื�อง
นั�น ๆ
ความผิดทางอาญาความผิดทางอาญา
ความผิดทางแพ่งความผิดทางแพ่ง
36
3. ความแตกต่างระหว่างความผิดทางอาญากับความผิดทางแพ่ง
365
5. โทษ ได้แก่ ประหารชีวิต จําคุก กักขัง
ปรับ และริบทรัพย์สิน
6. ไม่สามารถยอมความได้ ยกเว้น
ความผิดส่วนตัวหรือกฎหมายกําหนด
7. ผู้ร่วมกระทําความผิดจะมีความผิด
มากหรือน้อยขึ�นอยู่ที�กฎหมายกําหนด
8. เพื�อบําบัดความเสียหายแก่ส่วนรวม
เพื�อให้ผู้กระทําผิดหลาบจํา และกลับตัว
5. โทษ ได้แก่ ประหารชีวิต จําคุก กักขัง
ปรับ และริบทรัพย์สิน
6. ไม่สามารถยอมความได้ ยกเว้น
ความผิดส่วนตัวหรือกฎหมายกําหนด
7. ผู้ร่วมกระทําความผิดจะมีความผิด
มากหรือน้อยขึ�นอยู่ที�กฎหมายกําหนด
8. เพื�อบําบัดความเสียหายแก่ส่วนรวม
เพื�อให้ผู้กระทําผิดหลาบจํา และกลับตัว
5. โทษ คือ การบังคับให้ชําระหนี�หรือ
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
6. ผู้เสียหายอาจยอมความหรือไม่
เรียกร้องหนี�สินใด ๆ
7. ผู้ร่วมกระทําความผิดต้องร่วมกันรับ
ผิดเหมือนกัน
8. เพื�อบําบัดความเสียหายแก่คนใดคน
หนึ�ง
5. โทษ คือ การบังคับให้ชําระหนี�หรือ
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
6. ผู้เสียหายอาจยอมความหรือไม่
เรียกร้องหนี�สินใด ๆ
7. ผู้ร่วมกระทําความผิดต้องร่วมกันรับ
ผิดเหมือนกัน
8. เพื�อบําบัดความเสียหายแก่คนใดคน
หนึ�ง
ความผิดทางอาญาความผิดทางอาญา
ความผิดทางแพ่งความผิดทางแพ่ง
คนขับรถจะต้องได้รับโทษทางแพ่งอย่างไร
คนขับรถต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่า
สินไหมทดแทนจากการที�ตนเองขับรถชน
สินค้าทําให้เกิดความเสียหาย
330
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 36
SLIDE
Similar Resources on Wayground
26 questions
วรรณะสี
Presentation
•
4th Grade
23 questions
บทเรียนเรื่องจำนวนตรรกยะ
Presentation
•
2nd Grade
20 questions
ประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครัวและท้องถิ่น ป.3
Presentation
•
3rd Grade
31 questions
Internet of Thing
Presentation
•
1st - 5th Grade
25 questions
อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่มีต่อสังคมไทยในปัจจุบัน
Presentation
•
5th Grade
21 questions
เรารักเมืองไทย
Presentation
•
3rd Grade
22 questions
เรียนรู้อินเทอร์เน็ต
Presentation
•
4th Grade
30 questions
บทที่ 11 การจัดการขาย Compensating Salespeople
Presentation
•
3rd Grade
Popular Resources on Wayground
11 questions
Hallway & Bathroom Expectations
Quiz
•
6th - 8th Grade
10 questions
HCS SCI 03 Summer School Assessment 2
Quiz
•
3rd Grade
11 questions
Home Scope
Quiz
•
7th - 8th Grade
12 questions
2026 TAP Technology in the Classroom
Presentation
•
Professional Development
15 questions
HCS SCI 05 Summer School Assessment 2 Review
Quiz
•
5th Grade
15 questions
HCS SCI 04 Summer School Review 2
Quiz
•
4th Grade
59 questions
Geometry Unit 3 Review
Quiz
•
9th - 12th Grade
14 questions
FAST ELA READING SMAPLE TEST MATERIALS
Passage
•
3rd Grade