Search Header Logo
เฟืองตรงและงานกัดเฟืองตรง

เฟืองตรงและงานกัดเฟืองตรง

Assessment

Presentation

Specialty

Vocational training

Practice Problem

Hard

Created by

กฤติเดช ทุมสันเทียะ

FREE Resource

19 Slides • 0 Questions

1

เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

2

เฟืองโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ระบบ คือ
1. เฟืองระบบโมดูล (Module)

เป็นเฟืองระบบเมตริกใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร ถ้าเฟืองโมดูลเลขน้อยจะมีขนาดฟันเฟืองเล็ก ถ้าเฟืองโมดูลเลขมากจะมีฟันเฟืองขนาดใหญ่ ขนาดของเฟืองโมดูลแสดงไว้ในตารางที่ 3.1
2. เฟืองตรงระบบดีพี (Diametral Pitch, DP)

ซึ่งเป็นเฟืองระบบนิ้ว ใช้หน่วยเป็นนิ้ว แต่สามารถเปลี่ยนหน่วยเป็นมิลลิเมตรได้โดยการคูณด้วย 25.4 มม. มีใช้ในเครื่องจักรกลของประเทศสหรัฐอเมริกากลุ่มประเทศเครือจักรภพและแคนาดา จะมีขนาดของเฟืองเป็นเลขจำนวนเต็ม คือ 4, 5, 6, 7, 8, 10,12, 14 และ 16 เฟืองดีพีเลขน้อยจะมีฟันเฟืองใหญ่ ถ้าเฟืองดีพีเลขมากจะมีขนาดฟันเฟืองเล็ก รูปที่ 3.1แสดงรูปร่าง ขนาดของเฟืองระบบดีพี

3

media
media

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (BEHAVIORAL OBJECTIVES)
หลังจากศึกษาจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนจะมีความสามารถดังนี้

3

เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

1. บอกขนาดของเฟืองได้ทั้ง 2 ระบบ

2. อธิบายชนิดของเฟืองและการใช้งานได้

3. เลือกดอกกัดสำาหรับกัดเฟืองแบบต่าง ๆ ที่กับเครื่องกัดเพลานอนได้

4. ใช้สูตรคำานวณหาค่าต่าง ๆ ของเฟืองทั้งระบบ DP และระบบ Module

5. อธิบายขั้นตอนการกัดเฟืองตรง
6. ปฏิบัติงานกัดเฟืองตรงได้ตามหลักการ

4

media
media

3

เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

เฟือง (Gear) เป็นชิ้นส่วนเครื่องกลที่มีรูปร่างเป็นจานแบนรูปวงกลม ตรงขอบมีลักษณะเป็นแฉก

เรียกว่า ฟันเฟือง ซึ่งสามารถนำาไปประกบกับเฟืองอีกตัวหนึ่ง ทำาให้เมื่อเฟืองตัวแรกหมุนเฟืองตัวที่สอง
จะหมุนในทิศทางตรงกันข้าม เกิดเป็นระบบส่งกำาลังขึ้น โดยความเร็วรอบของเฟืองที่สองจะขึ้นอยู่กับ
อัตราส่วนจำานวนฟันเฟืองของตัวแรกเทียบกับตัวที่สอง ซึ่งอัตราส่วนนี้สามารถปรับให้เกิดเป็นความได้เปรียบ
เชิงกลได้ จึงถือเป็นเครื่องกลอย่างง่ายชนิดหนึ่ง

เฟืองสามารถนำามาใช้ส่งผ่านแรงหมุน ปรับความเร็ว แรงหมุน และทิศทางการหมุนในเครื่องจักรได้

โดยระบบเฟืองหรือระบบส่งกำาลังมีความสามารถคล้ายคลึงกับระบบสายพาน แต่จะดีกว่าตรงที่ระบบเฟือง
จะไม่สูญเสียพลังงานไปกับการยืดหดและการลื่นไถลของสายพาน เฟืองมีประโยชน์มากในชีวิตประจำาวัน
เช่น ใช้ในการส่งกำาลังในเครื่องมือกล ได้แก่ เครื่องกลึง เครื่องกัด เครื่องไส เป็นต้น และยังใช้เป็นชุดเฟือง
ในรถยนต์ เป็นต้น เฟืองมีหลายชนิด เช่น เฟืองตรง เฟืองเฉียง เฟืองดอกจอก เฟืองหนอน เฟืองสะพาน
เป็นต้น

5

media
media
media
media
media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

76

ระบบของเฟือง

เฟืองโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ระบบ คือ

1. เฟืองระบบโมดูล (Module) เป็นเฟืองระบบเมตริกใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร ถ้าเฟืองโมดูล

เลขน้อยจะมีขนาดฟันเฟืองเล็ก ถ้าเฟืองโมดูลเลขมากจะมีฟันเฟืองขนาดใหญ่ ขนาดของเฟืองโมดูลแสดง
ไว้ในตารางที่ 3.1

ตารางที่ 3.1 ขนาดของเฟืองระบบโมดูลที่ใช้ทั่ว ๆ ไป

ระบบโมดูล
0.50

3.50
0.75

3.75
1.00

4.00
1.25

4.50
1.50

5.00
1.75

5.50
2.00

6.00
2.25

6.50
2.50

7.00
2.75

8.00
3.00

9.00
3.25

10.00

2. เฟืองตรงระบบดีพี (Diametral Pitch, DP) ซึ่งเป็นเฟืองระบบนิ้ว ใช้หน่วยเป็นนิ้ว แต่

สามารถเปลี่ยนหน่วยเป็นมิลลิเมตรได้โดยการคูณด้วย 25.4 มม. มีใช้ในเครื่องจักรกลของประเทศสหรัฐอเมริกา
กลุ่มประเทศเครือจักรภพและแคนาดา จะมีขนาดของเฟืองเป็นเลขจำานวนเต็ม คือ 4, 5, 6, 7, 8, 10,
12, 14 และ 16 เฟืองดีพีเลขน้อยจะมีฟันเฟืองใหญ่ ถ้าเฟืองดีพีเลขมากจะมีขนาดฟันเฟืองเล็ก รูปที่ 3.1
แสดงรูปร่าง ขนาดของเฟืองระบบดีพี

6

media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
77

รูปที่ 3.1 รูปร่างขนาดของเฟืองระบบดีพี

รูปที่ 3.2 เฟืองตรง

รูปที่ 3.3 เฟืองเฉียง

รูปที่ 3.4 เฟืองก้างปลา

เฟืองมีหลายชนิด มีรายละเอียดและการใช้งานดังนี้

ชนิดของเฟือง

1. เฟืองตรง (Spur Gear) ดังรูปที่ 3.2 เป็น

เฟืองที่นิยมใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไป เพราะว่าผลิตง่ายไม่ยุ่งยาก
เหมือนเฟืองชนิดอื่น ๆ และมีราคาถูก

2. เฟืองเฉียง (Helical Gear) ดังรูปที่

3.3 เป็นเฟืองที่สามารถส่งกำาลังแบบแกนเพลาขนาน
กันเหมือนเฟืองตรง หรือจะส่งกำาลังแบบแกนเพลา
ทำามุมได้

3. เฟืองก้างปลา (Herringbone Gear) ดัง

รูปที่ 3.4 เป็นเฟืองที่ดัดแปลงมาจากเฟืองเฉียง เพื่อแก้
ปัญหาแรงรุน ซึ่งเป็นแรงดันออกทางด้านข้างเมื่อส่งกำาลัง
ด้วยเฟืองเฉียง แต่เฟืองก้างปลาใช้ส่งกำาลังแบบแกนเพลา
ขนานกันอย่างเดียวเหมือนกับเฟืองตรง จะไม่สามารถส่ง
กำาลังแบบแกนเพลาทำามุมกันได้

7

media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

78

รูปที่ 3.5 เฟืองดอกจอก

รูปที่ 3.6 เฟืองหนอนและเกลียวหนอน

รูปที่ 3.7 เฟืองสะพาน

รูปที่ 3.8 เฟืองใน

4. เฟืองดอกจอก (Bevel Gear) ดังรูปที่

3.5 เป็นเฟืองที่สามารถส่งกำาลังโดยที่แกนเพลาของ
เฟืองขับและเฟืองตามทำามุมกันได้ทั้ง 90 องศาหรือ
มุมมากกว่าหรือน้อยกว่า 90 องศาก็ได้

5. เฟืองหนอนและเกลียวหนอน (Worm Thread and Worm Gear)ดังรูปที่ 3.6 จะ

ประกอบไปด้วยชุดเฟือง 2 ส่วน คือ เกลียวหนอนและเฟืองหนอน ซึ่งต้องนำามาใช้งานร่วมกัน เกลียวหนอน
จะทำาหน้าที่หมุนส่งกำาลังให้เฟืองหนอนหมุนตาม โดยทั้งคู่จะต้องมีระยะพิตช์ที่เท่ากัน เฟืองหนอนจะ
เป็นชุดเฟืองสำาหรับการส่งกำาลังประเภทเพลาวางข้ามกัน และงานที่ต้องการทดรอบของความเร็วสูงให้
เป็นความเร็วตำ่ามาก ๆ มีอัตราทดสูง

6. เฟืองสะพาน (Rack Gear)ดังรูปที่

3.7 เป็นเฟืองที่ใช้คู่กับเฟืองพีเนียน (Pinion Gear)
ในการส่งกำาลัง ซึ่งมีทั้งเฟืองตรงและเฟืองเฉียง
ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ระบบบังคับเลี้ยวของ
รถยนต์ เป็นต้น

7. เฟืองใน (Internal Gear) ดังรูปที่ 3.8

ลักษณะเป็นวงแหวนและมีเฟืองที่อยู่ขอบด้านใน ไม่สามารถ
กัดด้วยวิธีการกัดด้วยเครื่องกัดแบบธรรมดาได้

8

media
media
media
media
media
media
media
media
media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
79

ในการผลิตเฟืองสามารถทำาได้หลายวิธี แต่ละวิธีก็จะใช้ดอกกัดแบบต่าง ๆ เช่น การกัดเฟืองด้วย

เครื่องกัดแกนเพลานอน จะใช้ดอกกัดเฟืองตรง (Involute Spur Gear) การกัดด้วยฮอบ (Hob Milling
Cutter) การไสเฟือง (Gear Shaping) เป็นต้น และกรรมวิธีอื่น ๆ อีกหลายวิธี ในที่นี้จะขอกล่าวถึง
ดอกกัดที่ใช้กับเครื่องกัดแกนเพลานอน ดังแสดงในรูปที่ 3.9 ถึงรูปที่ 3.23

การผลิตเฟือง

รูปที่ 3.9 การกัดเฟืองตรงด้วย

ดอกกัดเฟืองตรง

รูปที่ 3.11 การกัดเฟืองตรง

ด้วยดอกกัดฮอบ

รูปที่ 3.12 การกัดเฟืองเฉียง

ด้วยดอกกัดเฟืองตรง

รูปที่ 3.10 การกัดเฟืองตรง

ด้วยดอกกัดคาร์ไบด์

9

media
media
media
media
media
media
media
media
media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

80

รูปที่ 3.13 การกัดเฟืองเฉียง

ด้วยเครื่องกัดตั้ง

รูปที่ 3.14 การกัดเฟืองเฉียง

ด้วยดอกกัดคาร์ไบด์

รูปที่ 3.15 การกัดเฟืองเฉียง

ด้วยดอกกัดฮอบ

รูปที่ 3.17 การกัดเฟืองดอกจอก

ด้วยเครื่องกัดซีเอ็นซี 5 แกน

รูปที่ 3.16 การกัดเฟืองดอกจอก

ด้วยดอกกัดเฟืองตรง

10

media
media
media
media
media
media
media
media
media
media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
81

รูปที่ 3.18 การกัดเฟืองสะพาน

ด้วยดอกกัดเฟืองตรง

รูปที่ 3.20 การกัดเฟืองก้างปลา
ด้วยเครื่องกัดซีเอ็นซี 5 แกน

รูปที่ 3.22 การไสเฟือง

รูปที่ 3.23 การไสเฟืองใน

รูปที่ 3.21 การกัดเฟืองหนอน

ด้วยเครื่องกัดตั้ง

รูปที่ 3.19 การกัดเฟืองสะพาน

ด้วยเครื่องกัดตั้ง

11

media
media
media
media
media
media
media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

82

เฟืองตรงเป็นเฟืองที่ผลิตง่าย สามารถผลิตได้หลายวิธี ในที่นี้จะกล่าวถึงการกัดด้วยเครื่องกัดแกน

เพลานอน เนื่องจากในสถานศึกษาต่าง ๆ จะมีเครื่องกัดประเภทนี้สำาหรับใช้สอนกัดเฟืองตรงกัน สูตรใน
การคำานวณหาค่าต่าง ๆ ของเฟืองตรง บางตำาราการใช้สัญลักษณ์ จะมีความแตกต่างกัน เช่น จำานวนฟัน
ของเฟืองในระบบดีพี จะใช้ N เป็นสัญลักษณ์ ส่วนระบบโมดูล จะใช้ Z เป็นสัญลักษณ์ เป็นต้น ถ้าผู้เรียน
ศึกษาให้เข้าใจ ก็สามารถใช้สัญลักษณ์เดียวกันได้ ไม่ต้องจำาสัญลักษณ์หลายตัว สามารถใช้สัญลักษณ์ที่
เหมือนกันก็ได้ เพื่อที่จะเปรียบเทียบสูตรให้เห็นง่ายและเข้าใจว่าหลักการของสูตรทั้ง 2 ระบบนี้มีหลักการ
เดียวกัน แต่มีการเปลี่ยนจากคูณมาเป็นหาร เช่น เฟืองระบบดีพี การคำานวณหาค่าโตนอก (N + 2) หาร
ด้วยดีพี แต่สูตรของโมดูล จะนำาโมดูลมาคูณ สูตรจึงเป็น (Z + 2) คูณด้วย M จะเห็นว่าถ้ามีความเข้าใจ
สูตรในระบบใดระบบหนึ่งก็จะใช้กับสูตรของอีกระบบได้เลย ส่วนต่าง ๆ ของเฟืองที่สำาคัญดังรูปที่ 3.24
ควรจะจำาได้เพื่อทำาให้เข้าใจสูตรได้ง่ายยิ่งขึ้น

รูปที่ 3.24 ส่วนต่าง ๆ ของเฟืองตรง

การกัดเฟืองตรง

สำาหรับสูตรในการคำานวณค่าต่าง ๆ ของเฟืองทั้งระบบ DP และโมดูล แสดงไว้ในตารางที่ 3.2

Cicrular Pitch

Top

Flank
Face

Thickness
Fillet

Whole Depth Pitch Circle

Working Depth

Clearance

Addendum
Dedendum

-

Pitch Circle
Outside Circle
Root Circle

Module

Pitch Diameter

Outside Diameter

12

media
media
media
media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
83

ส่วนที่คำานวณหา

DP

Module

1. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยอด
ฟันเฟือง (Outside Diameter)
OD = N + 2
DP

หรือ = PD + 2
DP

OD = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟัน
N = จำานวนฟัน
DP = Diametral Pitch
PD = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์

da = (z + 2)m
= d + 2m
da = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟันเฟือง
z = จำานวนฟันเฟือง
m = โมดูล
d = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์

2. ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง
(Whole Depth)
WD = 2.157
DP

WD = ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง
DP = Diametral Pitch

h = 2.166 m
h = ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง
m = โมดูล

3. ช่วงสูงบน หรือ ความสูงยอดฟันเฟือง
(Addendum)
A = 1
DP

A = ช่วงสูงบนหรือความสูงโคนฟันเฟือง

ha = m
ha = ช่วงสูงบนหรือความสูงยอด
ฟันเฟือง

4. ช่วงสูงล่าง หรือความสูงโคน
ฟันเฟือง (Dedendum)
D = 1.157
DP

D = ช่วงสูงล่างหรือความสูงโคนฟันเฟือง
DP = Diametral Pitch

hf = 1.166 M
hf = ช่วงสูงล่าง หรือความสูงโคนฟันเฟือง
m = โมดูล

5. ระยะพิตช์ของฟันเฟือง วัดที่
วงกลมพิตช์ (Circular Pitch)
CP = π
DP หรือ = πPD
DP

CP = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง
DP = Diametral Pitch
PD = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
N = จำานวนฟันเฟือง

p = πm หรือ πd
z

p = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง
m = โมดูล
d = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
z = จำานวนฟันเฟือง

6. เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
(Pitch Diameter)
PD = N
DP หรือ = OD - 2
DP

หรือ = N x OD
N + 2 หรือ = N x CP
π

PD = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
N = จำานวนฟันเฟือง
DP = Diametral Pitch
OD = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟันเฟือง
CP = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง

d = z × m = da - 2m

หรือ = Z x da
z + 2

d = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
z = จำานวนฟันเฟือง
m = โมดูล
da = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟันเฟือง

ตารางที่ 3.2 สูตรของเฟืองตรงระบบ DP และระบบ Module

13

media
media
media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

84

ส่วนที่คำานวณหา

DP

Module

7. Diametral Pitch
(ระบบเฟือง DP)
DP = N + 2
OD หรือ = N
DP หรือ π
DP

DP = Diametral Pitch
N = จำานวนฟันเฟือง
OD = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟันเฟือง
PD = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
CP = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง

8. Module
(ระบบเฟืองโมดูล)
m = da
Z + 2 หรือ = d
z หรือ = P
π

m = โมดูล
da = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟันเฟือง
z = จำานวนฟันเฟือง
d = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
p = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง

9. จำานวนฟันเฟือง
(Number of Teeth)
N = PD × DP หรือ πPD
CP

DP = Diametral Pitch
N = จำานวนฟันเฟือง
OD = เส้นผ่านศูนย์กลางยอดฟันเฟือง
PD = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
CP = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง

Z = d
m หรือ = πd
P

z = จำานวนฟันเฟือง
d = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
m = โมดูล
d = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
p = ระยะพิตช์ของฟันเฟือง

10. ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลาง
ของเฟืองทั้งสอง
(Center Distance)

CD = PD1 + PD2
2

CD = ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลาง
PD1 = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
เฟืองตัวที่ 1
PD2 = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
เฟืองตัวที่ 2

a = d1 + d2
2

a = ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลาง
ของเพลาทั้งสอง
d1 = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
เฟืองตัวที่ 1
d2 = เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
เฟืองตัวที่ 2

ตารางที่ 3.2 สูตรของเฟืองตรงระบบ DP และระบบ Module (ต่อ)

14

media
media
media
media
media
media
media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
85

ดอกกัดที่ใช้กับเฟือง

รูปที่ 3.25 ดอกกัดเฟืองตรง

ดอกกัดเฟืองตรง (Involute Spur Gear) ดังรูปที่ 3.25

เป็นดอกกัดที่ใช้สำาหรับกัดเฟืองตรงบนเครื่องกัดแกนเพลานอน
และสามารถใช้กัดเฟืองเฉียง เฟืองดอกจอกได้ด้วย มีทั้งระบบดีพี
และระบบโมดูล จะมีเป็นชุด แบบชุดละ 8 ตัว และแบบชุดละ 15 ตัว
ดังตารางที่ 3.3 และตารางที่ 3.4 ตามลำาดับ แต่ละตัวจะสามารถ
กัดฟันได้เป็นช่วง ๆ เพราะฉะนั้น ในการกัดฟันเฟืองจะต้องเลือก
นัมเบอร์ให้ถูก

เฟืองระบบโมดูลนัมเบอร์

จำานวนฟันที่ต้องการกัด (ฟัน)

เฟืองระบบดีพีนัมเบอร์
1

12 - 13

8
2

14 - 16

7
3

17 - 20

6
4

21 - 25

5
5

26 - 34

4
6

35 - 54

3
7

55 - 134

2
8

135 - เฟืองสะพาน

1

เฟืองระบบโมดูลนัมเบอร์

จำานวนฟันที่ต้องการกัด (ฟัน)

เฟืองระบบดีพีนัมเบอร์
1

12

8

13


2

14

7

ตารางที่ 3.3ดอกกัดเฟือง แบบ 8 ตัวต่อชุด ทั้ง 2 ระบบ

ตารางที่ 3.3ดอกกัดเฟืองแบบ 8 ตัวต่อชุด ทั้ง 2 ระบบ (ต่อ)

15

media
media
media
media
media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

86

เฟืองระบบโมดูลนัมเบอร์

จำานวนฟันที่ต้องการกัด (ฟัน)

เฟืองระบบดีพีนัมเบอร์

15 - 16


3

17 - 18

6

19 - 20


4

21 - 22

5

23 - 25


5

26 - 29

4

30 - 34


6

35 - 41

3

42 - 54


7

55 - 79

2

80 - 134


8

135 - เฟืองสะพาน

1

การค�านวณหาค่าต่าง ๆ ของเฟืองตรง

ตารางที่ 3.4 ดอกกัดเฟืองแบบ 8 ตัวต่อชุด ทั้ง 2 ระบบ (ต่อ)

ในการคำานวณหาค่าต่าง ๆ ของเฟืองตรงมีหลายค่า ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว (ตารางที่ 3.2) แต่ค่าที่

ใช้ในงานกัดมีไม่มาก จึงขอคำานวณหาเฉพาะค่าที่ใช้จริงดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 3.1 ต้องการกัดเฟืองโมดูล 2 มม. จำานวน 24 ฟัน จงคำานวณหาค่าต่อไปนี้

1. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตนอกของขนาดชิ้นงานที่จะกัดเฟือง

2. ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง

3. นัมเบอร์ของดอกกัดที่ใช้กัดเฟือง

4. คำานวณการหมุนหัวแบ่งเพื่อกัดเฟือง โดยใช้จานแบ่งแบบ Brown and Sharpe

16

media
media
media
media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
87

วิธีทำา 1. ขนาดโตนอกของขนาดชิ้นงานที่จะกัดเฟือง จากตารางที่ 3.2 สำาหรับเฟืองโมดูล

da = (z + 2)m = (24 + 2)2 = 52 มม.

2. ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง h = 2.166 x 2 = 4.33 มม.

3. นัมเบอร์ของดอกกัดที่ใช้กัดเฟือง เลือกนัมเบอร์ของดอกกัดจากตารางที่ 3.3 ใช้นัมเบอร์ 4

กัดระหว่าง 21 - 25 ฟัน

4. คำานวณการหมุนหัวแบ่งเพื่อกัดเฟืองนี้ โดยใช้จานแบ่งแบบ Brown and Sharpe


nk = 40
z = 40
24 = 116
24 = 1 2
3

= 1 26 ×13
2 × 13 = 126
39

จากการคำานวณ เลือกใช้จานแบ่งแบบ Brown and Sharpe แผ่นที่ 3 โดยหมุนหัวแบ่งไปครั้งละ

1 รอบ กับอีก 26 รู บนหน้าจาน 39 รู

ตัวอย่างที่ 3.2 ต้องการกัดเฟืองดีพี 10 จำานวน 48 ฟัน จงคำานวณหาค่าต่อไปนี้

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตนอกของขนาดชิ้นงานที่จะกัดเฟือง

ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง

นัมเบอร์ของดอกกัดที่ใช้กัดเฟือง

คำานวณการหมุนหัวแบ่งเพื่อกัดเฟืองนี้ โดยใช้จานแบ่งแบบ Brown and Sharpe

วิธีทำา 1. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตนอกของขนาดชิ้นงานที่จะกัดเฟือง


OD = N + 2
DP = 48 + 2
10 = 5 นิ้ว = 5 × 2.54 = 127 มม.

2. ความลึกทั้งหมดของฟันเฟือง


WD = 2.157
DP = 2.157
10 = 0.2157 นิ้ว = 0.2157 × 25.4 = 5.48 มม.

3. นัมเบอร์ของดอกกัดที่ใช้กัดเฟือง เลือกนัมเบอร์ของดอกกัดจากตารางที่ 3.3 ใช้นัมเบอร์ 3

กัดระหว่าง 35 - 54 ฟัน

4. คำานวณการหมุนหัวแบ่งเพื่อกัดเฟืองนี้ โดยใช้จานแบ่งแบบ Brown and Sharpe


T = 40
N = 40
48 = 5
6 = 5 × 3
6 ×3 = 15
18

จากการคำานวณ เลือกใช้จานแบ่งแบบ Brown and Sharpe แผ่นที่ 1 ในการแบ่งหมุนหัวแบ่ง

ไปครั้งละ 15 รู บนหน้าจาน 18 รู

17

media
media
media
media
media
media
media
media
media
media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

88

ขั้นตอนการกัดเฟืองตรง

รูปที่ 3.26 ชิ้นงานที่กลึงขึ้นรูป

เสร็จแล้ว

รูปที่ 3.27 นำาหัวแบ่งมาจับยึด

บนโต๊ะงาน

รูปที่ 3.28 นำายันศูนย์มาจับยึด

บนโต๊ะงาน

รูปที่ 3.29 การตรวจสอบศูนย์ระหว่าง
หัวแบ่งกับศูนย์ท้ายในแนวระดับด้วย
นาฬิกาวัด

1. กลึงขึ้นรูปชิ้นงานที่ต้องการกัดเฟืองให้ได้

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตนอกตามขนาดที่คำานวณได้
ดังรูปที่ 3.26 ในการกลึงจะต้องกลึงโดยการยันศูนย์
หัวท้าย

2. นำาหัวแบ่งและยันศูนย์หัวและยันศูนย์ท้าย

มาจับยึดบนโต๊ะงาน โดยต้องมีการตรวจสอบให้ได้ศูนย์
ทั้งในแนวระดับและแนวนอนด้วย ขั้นตอนนี้แสดงดังรูปที่
3.27 ถึงรูปที่ 3.30

รูปที่ 3.30 การตรวจสอบศูนย์ระหว่าง
หัวแบ่งกับศูนย์ท้ายในแนวนอนด้วย
นาฬิกาวัด

18

media
media
media
media
media
media
media
media

ผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องมือกล 3
89

3. นำาชิ้นงานที่กลึงขึ้นรูปแล้วมาจับยึดบน

เครื่องกัด โดยการยันศูนย์ทั้งสองด้าน ดังรูปที่ 3.31

รูปที่ 3.31 นำาชิ้นงานมาจับยึดด้วย
การยันศูนย์หัวท้ายบนเครื่องกัด

รูปที่ 3.32 นำาดอกกัดจับยึดบน

แกนเพลาเครื่องกัด

รูปที่ 3.33 การตรวจศูนย์กลาง

ระหว่างดอกกัดกับชิ้นงาน

4. นำาดอกกัดที่ใช้สำาหรับกัดเฟืองตรงจับยึด

บนแกนเพลาเครื่องกัด รูปที่ 3.32 ดอกกัดที่ใช้จะต้อง
เลือกให้ถูกต้อง ในการเลือกจะต้องรู้ก่อนว่าจะกัดเฟือง
ระบบโมดูลหรือระบบดีพี และต้องเลือกดอกกัด (Cutter)
ให้ถูกนัมเบอร์ โดยดูได้จากตารางหรือดูที่ด้านข้างของ
ดอกกัด

5. เลื่อนตำาแหน่งของดอกกัดให้อยู่ตำาแหน่ง

กึ่งกลางชิ้นงาน โดยการตรวจสอบด้วยเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์
และฉาก ดังรูปที่ 3.33

6. ตั้งความเร็วรอบให้เหมาะสมกับดอกกัด

และวัสดุชิ้นงานที่นำามากัดเฟือง

7. เปิดสวิตช์เครื่องแล้วค่อย ๆ เลื่อนดอกกัด

ให้ลงมาสัมผัสกระดาษที่วางแนบสัมผัสกับผิวงานจน
ดอกกัดเริ่มกัดกระดาษ ดังรูปที่ 3.34

รูปที่ 3.34 การตรวจการสัมผัส

ระหว่างดอกกัดกับชิ้นงาน

19

media

บทที่ 3 เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

90

รูปที่ 3.35 ตั้งสเกลในการป้อนกัด

ความลึกให้เป็นศูนย์

รูปที่ 3.36 ถอยงานออกมาตำาแหน่ง

เริ่มต้นกัดฟันต่อไป

รูปที่ 3.37 หมุนหัวแบ่ง

เพื่อกัดฟันต่อไป

8. ตั้งสเกลในการป้อนกัดความลึกให้เป็น

ศูนย์ ดังรูปที่ 3.35

9. เลื่อนดอกกัดออกให้พ้นชิ้นงานใน

แนวยาวของโต๊ะงาน ห้ามเลื่อนออกในแนวขวาง เพราะ
จะทำาให้ดอกกัดกับชิ้นงานไม่อยู่ในแนวศูนย์กลาง
เดียวกัน

10. ป้อนความลึกทั้งหมดตามการคำานวณได้

11. ป้อนชิ้นงานผ่านดอกกัด โดยการหมุนเคลื่อนที่

โต๊ะงาน

12. ถอยงานออกจากดอกกัดมาตำาแหน่งเริ่มต้นกัด

ดังรูปที่ 3.36

13. หมุนหัวแบ่งตามที่คำานวณเพื่อกัด เพื่อให้

เกิดฟันต่อไป ดังรูปที่ 3.37

14. ทำาการกัดจนครบจำานวนฟันที่ต้องการ

เฟืองและงานกัดเฟืองตรง

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 19

SLIDE