

การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
Presentation
•
Computers
•
4th Grade
•
Practice Problem
•
Easy
Weerasak Laokor
Used 3+ times
FREE Resource
15 Slides • 21 Questions
1
การประเมิน
ความน่าเชื่อถือของข้อมูล
By Weerasak Laokor
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
2
Warm-Up
3
Categorize
"กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ พรุ่งนี้จะมีฝนตกหนักทั่วประเทศ"
"กินมะนาว 1 ลูก สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทันที"
"นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า น้ำดื่มสะอาดวันละ 8 แก้ว ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง"
"ถ้ากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวัน จะทำให้ผมร่วงเร็วขึ้น"
"กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ"
"ถ้าพกเหรียญสิบบาทในกระเป๋า จะทำให้โชคดีตลอดทั้งปี"
ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วช่วยบอกครูหน่อยว่าข้อความไหนจริง/เท็จ
4
Poll
ให้นักเรียนเลือกชื่อเว็บไซต์ที่สนใจคนละ 1 หัวข้อ?
โรคโควิด 19
อาหารต้านมะเร็ง
โรคติดเกม
5
Open Ended
ให้นักเรียนสืบค้นตามหัวข้อที่สนใจ แล้วพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ส่งที่ช่องคำตอบ
6
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
พิจารณาชื่อโดเมน เป็นการพิจารณาเว็บไซต์ว่าเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหรือไม่เราสามารถดูจากส่วนท้ายของชื่อเว็บไซต์หรือนามสกุล ต่างๆได้
1.1 โดเมนเนมระดับทั่วไป (.com, .net, .org)
.com : เหมาะสำหรับธุรกิจ บริษัท องค์กร และเว็บไซต์ทั่วไป เป็นนามสกุลโดเมนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก
.net : เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร สถาบันการศึกษา และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
.org : เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มูลนิธิ สมาคม และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสาธารณกุศล
ตัวอย่าง :
7
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
พิจารณาชื่อโดเมน เป็นการพิจารณาเว็บไซต์ว่าเป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหรือไม่เราสามารถดูจากส่วนท้ายของชื่อเว็บไซต์หรือนามสกุล ต่างๆได้
1.2 โดเมนเนมระดับประเทศ (.th)
.co.th : เหมาะสำหรับธุรกิจ บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด และนิติบุคคลในประเทศไทย
.ac.th : เหมาะสำหรับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนในประเทศไทย
.go.th : เหมาะสำหรับหน่วยงานของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ในประเทศไทย
.or.th : เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มูลนิธิ สมาคม และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสาธารณกุศล
ตัวอย่าง :
8
ประเภทโดเมน | ตัวอย่าง | ความน่าเชื่อถือ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
⭐⭐⭐⭐ สูงมาก | เว็บไซต์หน่วยงานราชการไทย | ||
⭐⭐⭐⭐ สูงมาก | เว็บไซต์สถาบันการศึกษาไทย | ||
.org / .int | ⭐⭐⭐⭐ สูงมาก | องค์กรไม่แสวงหากำไร / องค์กรระหว่างประเทศ | |
.edu | ⭐⭐⭐⭐ สูงมาก | มหาวิทยาลัย/โรงเรียนต่างประเทศ | |
.com / .net | ⭐⭐ ปานกลาง | ใช้ทั่วไป อาจเชื่อถือได้หรือไม่ก็ได้ ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม | |
.xyz / .shop / .free | ⭐ ต่ำ | มักเป็นเว็บไซต์ทั่วไป/โฆษณา/ขายของ ไม่น่าเชื่อถือเสมอไป | |
ชื่อเว่อร์เกินจริง | ⭐ ต่ำ | ควรระวัง เพราะอาจเป็นข้อมูลหลอกลวง |
9
Multiple Choice
นักเรียนจะหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ควรเลือกอ่านจากเว็บไซต์ใด ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด?
10
Multiple Choice
ถ้าเจอเว็บไซต์ที่ขายอาหารเสริม นักเรียนควรระวังเว็บไซต์ใดมากที่สุด เพราะอาจไม่น่าเชื่อถือ?
11
Multiple Choice
นักเรียนเห็นเว็บไซต์โฆษณาว่า “ดื่มน้ำสมุนไพรนี้แล้วหายป่วยทันที” ที่ชื่อ www.miracle-health-free.xyz
นักเรียนควรทำอย่างไร?
เชื่อทันที เพราะอยากหายเร็ว
ไม่เชื่อ และตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
แชร์ต่อให้เพื่อนดูเลย
รีบซื้อเพราะราคาถูก
12
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
🔹 ความทันสมัยของข้อมูล
ข้อมูลบางเรื่อง (เช่น ข่าว, การแพทย์, เทคโนโลยี, สภาพอากาศ) ต้องใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
ดูวันที่เผยแพร่เสมอ เพราะข้อมูลเก่าอาจไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบันแล้ว
ตัวอย่าง: พยากรณ์อากาศเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่สามารถใช้บอกสภาพอากาศของวันนี้ได้
🔹 ความถูกต้องของข้อมูล
ข้อมูลที่ดีต้อง มีข้อเท็จจริงตรงกับความจริง
ควรตรวจสอบว่าแหล่งข้อมูลมาจากผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
ถ้าเป็นตัวเลข ต้องตรวจสอบว่าอ้างอิงจากสถิติจริงหรือไม่
พิจารณาความถูกต้องและความทันสมัยของข้อมูล
13
Multiple Choice
ถ้านักเรียนจะหาข้อมูลเรื่อง "ผลสอบปีการศึกษา 2567" ควรเลือกข้อมูลแบบใด?
ผลสอบปี 2562
ผลสอบปี 2567 จากเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ
ผลสอบที่คุณครูคาดเดา
ผลสอบที่เพื่อนเล่าให้ฟัง
14
Multiple Choice
นักเรียนอ่านข่าวว่า "พรุ่งนี้จะมีพายุเข้า" แต่พบว่าข่าวนั้นถูกโพสต์ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว นักเรียนควรคิดอย่างไร?
ข่าวนี้ยังใช้ได้ เพราะเป็นเรื่องจริง
ข่าวนี้ใช้ได้ทุกเวลา
ข่าวนี้ล้าสมัยแล้ว ไม่ควรเชื่อ
ข่าวนี้น่าเชื่อถือเพราะมีรูปภาพ
15
Multiple Choice
ข้อใด "มีความถูกต้อง แต่ไม่ทันสมัย"?
ตารางธาตุเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน
ข่าวผลการแข่งขันฟุตบอลเมื่อเช้าวันนี้
รายชื่อจังหวัดของประเทศไทยในปี 2567
ข้อมูลราคาทองคำเมื่อ 10 ปีก่อน
16
3.การพิจารณาข้อมูลด้าน “การอ้างอิงแหล่งที่มา”
🔹 ทำไมต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มา?
เพื่อบอกว่าข้อมูลที่เราใช้นั้นมาจากไหน
เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลหรือรายงาน
เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้
🔹 ลักษณะของแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
มาจาก หน่วยงานราชการ เช่น กรมอนามัย, กระทรวงศึกษา
มาจาก สถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย, โรงเรียน
มาจาก องค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO)
มี ชื่อผู้เขียน/ผู้ให้ข้อมูล ชัดเจน
17
18
Multiple Choice
ถ้านักเรียนจะทำรายงานเรื่อง “โภชนาการอาหาร” ข้อใดคือการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด?
ข้อมูลจากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข
ข้อมูลจากเพื่อนในห้อง
ข้อมูลจากโพสต์ในโซเชียลที่ไม่มีชื่อผู้เขียน
ข้อมูลจากโฆษณาขายอาหารเสริม
19
Multiple Choice
ข้อใด “ไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา” จึงไม่น่าเชื่อถือ?
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ระบุวันที่ชัดเจน
บทความสุขภาพที่บอกว่า “นักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวไว้ว่า...”
ข้อความที่แชร์ว่า “หมอบอกว่า…” แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร
รายงานที่มีการอ้างถึงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO)
20
Multiple Choice
ถ้าเจอข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ว่าไม่มีการบอกแหล่งที่มา นักเรียนควรทำอย่างไร?
นำมาใช้ทันที
แชร์ต่อเพราะเนื้อหาดูน่าสนใจ
ตรวจสอบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อน
เชื่อไว้ก่อน แล้วค่อยหาที่มา
21
4.การเปรียบเทียบเนื้อหาที่ได้สืบค้น
🔹 ทำไมต้องเปรียบเทียบข้อมูล?
>ข้อมูลเดียวกันอาจถูกเล่าไม่เหมือนกันในแต่ละแหล่ง
>การเปรียบเทียบช่วยให้เราเลือกข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลางมากขึ้น
>ลดความเสี่ยงจากการหลงเชื่อข่าวปลอม หรือข้อมูลที่มีอคติ
🔹 วิธีการเปรียบเทียบข้อมูล
1. ดูจากหลายแหล่ง – อย่าเชื่อจากแหล่งเดียว ควรตรวจสอบจากหนังสือ เว็บไซต์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย
2. ดูความเหมือนและต่าง – ถ้าเนื้อหาตรงกันหลายแหล่ง มักจะเชื่อถือได้
3. พิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา – เลือกข้อมูลจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญ
4. ดูวันที่เผยแพร่ – ตรวจสอบว่าข้อมูลยังทันสมัยอยู่หรือไม่
22
Multiple Choice
ถ้านักเรียนค้นหาข้อมูลเรื่อง "อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ" แล้วพบว่า
เว็บไซต์ ก. บอกว่า “ผักผลไม้มีประโยชน์”
เว็บไซต์ ข. ก็บอกว่า “ผักผลไม้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง”
นักเรียนควรสรุปอย่างไร?
เชื่อเฉพาะเว็บไซต์ ก.
เชื่อเฉพาะเว็บไซต์ ข.
สรุปว่าผักผลไม้มีประโยชน์ เพราะทั้งสองแหล่งตรงกัน
ไม่ต้องเชื่ออะไรเลย
23
Multiple Choice
ถ้านักเรียนเจอข้อมูลเรื่อง “การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่”
แหล่งแรกบอกว่า “ควรล้างมือบ่อย ๆ”
แหล่งที่สองบอกว่า “ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ”
แหล่งที่สามบอกว่า “ควรฉีดวัคซีน”
นักเรียนควรทำอย่างไร?
เลือกทำตามแค่ข้อใดข้อหนึ่ง
สรุปว่ามีหลายวิธีป้องกันโรค และควรทำร่วมกัน
ไม่เชื่อเพราะข้อมูลไม่เหมือนกัน
เลือกเชื่อเฉพาะเพื่อนที่เล่าให้ฟัง
24
Multiple Choice
นักเรียนค้นหาข้อมูลเรื่อง “จำนวนจังหวัดในประเทศไทย”
เว็บไซต์หนึ่งบอกว่า 77 จังหวัด
อีกเว็บไซต์หนึ่งก็บอกว่า 77 จังหวัด
แต่มีกลุ่มในโซเชียลบอกว่า 76 จังหวัด
นักเรียนควรสรุปอย่างไร?
เชื่อกลุ่มในโซเชียลเพราะคนพูดเยอะ
เชื่อเว็บไซต์ที่ตรงกันทั้งสองแหล่ง
เชื่อเฉพาะเพื่อนที่เล่าให้ฟัง
ไม่ต้องสรุปอะไรเลย
25
🔹 ลักษณะการนำเสนอที่น่าเชื่อถือ
>ใช้ ถ้อยคำสุภาพ ชัดเจน เข้าใจง่าย
>มีเหตุผล/หลักฐานประกอบ เช่น ตัวเลข ข้อมูลจากงานวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญ
>ใช้ รูปภาพ กราฟ ตาราง ที่ตรงกับเนื้อหาและไม่เกินจริง
>ไม่มีการใส่ข้อความเกินจริง เช่น “ดีที่สุดในโลก หายป่วยทันที”
🔹 ลักษณะการนำเสนอที่ควรระวัง
>ใช้คำโฆษณาเกินจริง หรือตั้งใจโน้มน้าวมากเกินไป
>ใช้รูปภาพตัดต่อ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
>ไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานรองรับ
>ใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ เช่น “ถ้าไม่ทำสิ่งนี้ ชีวิตจะล้มเหลว!”
5.ลักษณะการนำเสนอข้อมูล
26
Multiple Choice
ข้อความใดมีลักษณะการนำเสนอที่น่าเชื่อถือที่สุด?
“การล้างมือด้วยสบู่ ช่วยลดเชื้อโรคได้ (ข้อมูลจากกรมอนามัย)”
“ดื่มน้ำสมุนไพรนี้ หายป่วยทันที 100%”
“รีบดื่มน้ำวิเศษนี้ ถ้าไม่อยากป่วย!”
“ใครไม่กินอาหารเสริมนี้ ถือว่าพลาดมาก”
27
Multiple Choice
ถ้านักเรียนเจอข้อมูลที่ใช้รูปภาพตัดต่อเกินจริง เช่น รูปคนอ้วนดื่มน้ำ 1 ขวดแล้วผอมทันที ข้อใดคือการพิจารณาที่ถูกต้อง?
เชื่อทันทีเพราะเห็นภาพแล้วน่าเชื่อ
ควรสงสัย เพราะเป็นการนำเสนอที่เกินจริง
รีบแชร์ต่อให้เพื่อนดู
รีบซื้อของตามที่โฆษณา
28
Multiple Choice
ข้อใด เป็นการนำเสนอข้อมูลแบบไม่น่าเชื่อถือ?
มีการอ้างอิงงานวิจัยและตัวเลขประกอบ
ใช้ภาษาสุภาพและให้เหตุผล
ใช้คำเกินจริง เช่น “ดีที่สุดในจักรวาล”
มีการเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง
29
ใบงาน
การประเมินความน่าเชื่อถือ
30
Poll
จากรูปภาพให้นักเรียนค้นหาข้อมูลใน google พิจารณาว่าข้อมูลในภาพมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
น่าเชื่อถือ
ไม่น่าเชื่อถือ
31
Open Ended
จงให้เหตุผลประกอบ
น่าเชื่อถือ หรือไม่น่าเชื่อถือ เพราะอะไร
32
33
Draw
ให้เขียน / หรือ X หน้าข้อความให้ถูกต้อง
34
1) พิจารณาชื่อโดเมนของเว็บไซต์ -โดเมนที่น่าเชื่อถือเช่น : .go.th, .ac.th, .edu, .org
2) ความถูกต้องและความทันสมัยของข้อมูล - ข้อมูลเผยแพร่เมื่อไหร่
3) การอ้างอิงแหล่งที่มา ชัดเจน แหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานราชการ (.go.th), มหาวิทยาลัย (.ac.th / .edu), องค์การอนามัยโลก (WHO)
4) การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง อย่าเชื่อข้อมูลจากแหล่งเดียว
5) ลักษณะการนำเสนอข้อมูล
>น่าเชื่อถือ: มีเหตุผล ใช้ภาษาสุภาพ ชัดเจน มีหลักฐานหรือรูปภาพที่ตรงกับเนื้อหา
>ไม่น่าเชื่อถือ: ใช้คำเว่อร์เกินจริง (“ดีที่สุดในโลก หายทันที”), ภาพตัดต่อเกินจริง, ไม่มีเหตุผลประกอบ
สรุป การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
35
บทเรียนคอมพิวเตอร์
สำหรับทบทวนเนื้อหาด้วยตนเอง
36

การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างฉลาด ชั้นป.4
You can open this webpage in a new tab.
การประเมิน
ความน่าเชื่อถือของข้อมูล
By Weerasak Laokor
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 36
SLIDE
Similar Resources on Wayground
36 questions
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
Presentation
•
KG
25 questions
บัญชีตั๋วเงิน
Presentation
•
KG
34 questions
หน่วยที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
Presentation
•
3rd Grade
36 questions
การบวกการลบ ป.4
Presentation
•
4th Grade
26 questions
พันธุกรรมของสัตว์
Presentation
•
5th Grade
31 questions
งานเบื้องหลังภาพยนตร์
Presentation
•
KG
30 questions
มัลติมีเดียปวส
Presentation
•
KG
32 questions
ข้อมูลและการประมวลผล
Presentation
•
3rd Grade
Popular Resources on Wayground
24 questions
PBIS-HGMS Day 10
Quiz
•
6th - 8th Grade
10 questions
HCS SCI 03 Summer School Review 3
Quiz
•
3rd Grade
11 questions
Home Scope
Quiz
•
7th - 8th Grade
15 questions
HCS SCI 05 Summer School Assessment 3 Review
Quiz
•
5th Grade
35 questions
Lufkin Road Middle School Student Handbook & Policies Assessment
Quiz
•
7th Grade
18 questions
Geo 11.3 Area of Circles and Sectors
Quiz
•
9th - 11th Grade