wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาไทย_หลักภาษา_ม.3_หลักภาษา 1

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.
ถาครูใหนักเรียนเสนอชื่อเพื่อนเพื่อเปนตัวแทนประกวดอานออกเสียง ควรเสนอเพื่อนคนใด เพราะเหตุใด 
a)
หนอย เพราะมีเสนห ดึงดูดความสนใจ 
b)
นิด เพราะชวยใหบทอานมีความนาสนใจ 
c)
แตม เพราะทําใหอานไดไพเราะ และนาฟง 
d)
ติ๋ว เพราะสามารถแกไขปญหาเฉพาะหนาได 
2.
บทรอยกรองนี้เหมาะสมที่จะนํามาใชฝกอานทํานองเสนาะ หรือไม เพราะเหตุใด 
a)
เหมาะสม เพราะมีความไพเราะของสัมผัสใน 
b)
เหมาะสม เพราะมีจํานวนคําพอดีกับการทอดเสียง 
c)
ไมเหมาะสม เพราะแบงจังหวะไดไมเทากันทุกวรรค 
d)
ไมเหมาะสม เพราะควรฝกจากบทรอยกรอง
ประเภทโคลง
 
3.
คําเสนอแนะในขอใดเปนจริง 
a)
บาทที่ 4 แบงจังหวะใหถูก คือ “เลือดทวม/นองทองชาง ชุมเมือง” 
b)
คําวา “นคร” ใหออกเสียงวา “นะ-คะ-ระ” ลงนํ้าหนัก
เสียงของคําเทากันทุกคํา
 
c)
คําวา “นคร” ใหเนนเสียงที่คําวา “นะ” และ “ระ”
รวบเสียงเมื่ออานคําวา “คะ”
 
d)
คําวา “นคร” ใหรวบเสียงที่คําวา “นะ-คะ” และลง
นํ้าหนักเสียงที่คําวา “ระ”
 
4.
บุคคลใดมีพฤติกรรมการอานที่เกิดประโยชนมากที่สุด 
a)
อัมพรอานหนังสือเฉพาะชวงใกลสอบ 
b)
อัมพิกาเลือกอานหนังสือที่มีรูปเลมสวยงาม 
c)
อําพลจดบันทึกสาระที่ไดจากการอานลงในสมุดบันทึก 
d)
อําพันเลือกอานหนังสือเฉพาะประเภทที่ตนเองชอบ
อยางสมํ่าเสมอ
 
5.
ขอใดจับกลุมถูกตองเมื่อใชเงื่อนไข “คําที่มีความหมายนัยตรงเพียงอยางเดียว”
 
a)
มือจับ มือตําลึง มือมืด 
b)
มือตําลึง มือมืด มือขวา 
c)
มือมืด มือรอน มือสกปรก 
d)
มือจับ มือตําลึง มือสกปรก 
6.
มะลิจัดกลุมคําแบบนี้ โดยใชหลักเกณฑใด 
a)
กลุมที่ 1 เปนคําซอน กลุมที่ 2 เปนคําซํ้า 
b)
กลุมที่ 1 เปนคําซอน กลุมที่ 2 เปนคําประสม 
c)
กลุมที่ 1 เปนคําที่มีความหมาย 2 นัย กลุมที่ 2 เปนคําที่มีความหมายนัยประวัติ 
d)
กลุมที่ 1 เปนคําที่มีความหมาย 2 นัย กลุมที่ 2 เปนคําที่มีความหมายนัยตรง 
7.
ใจความสําคัญของนิทานเรื่องนี้ตรงกับขอใด 
a)
มารดาทําโทษเด็กชายแปะยู้ 
b)
เด็กชายแปะยูเปนคนแข็งแรงและอดทน 
c)
มารดาของเด็กชายแปะยูแกชรา 
d)
เด็กชายแปะยูเปนผูมีความกตัญู 
8.
เด็กชายแปะยูรองไหดวยสาเหตุใด 
a)
เพราะถูกมารดาทําโทษ 
b)
เพราะความชราของมารดา 
c)
เพราะมารดาจะอยูดวยอีกไมนาน 
d)
เพราะสํานึกในความผิดของตน 
9.
สาเหตุใดทําใหเด็กชายแปะยูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 
a)
เพราะความเจ็บปวดที่ถูกมารดาลงโทษ 
b)
เพราะความรักที่มีตอมารดา 
c)
เพราะความสงสารที่มีตอมารดา 
d)
เพราะคําถามของมารดา 
10.
“แรงไมเรียว” บอกอะไรกับเด็กชายแปะยู 
a)
ความโมโหของมารดา
b)
กําลังของมารดา 
c)
เวลาของมารดา 
d)
ความผิดของแปะยู้ 
11.
ประเด็นใดเหมาะสมจะเปนสวนหนึ่งของแผนผังความคิด เรื่อง “กลวย” มากที่สุด 
a)
ตนกําเนิดของกลวย 
b)
ความเชื่อเกี่ยวกับกลวย 
c)
การจําแนกประเภทกลวย 
d)
ความผูกพันระหวางกลวยกับคนไทย 
12.
การเขียนแผนผังความคิดมีความสําคัญตรงกับขอใด 
a)
จัดหมวดหมูเนื้อหาไดชัดเจน 
b)
ขยายความงานเขียนไดชัดเจน 
c)
เขียนสื่อสารดวยภาษาที่สละสลวย 
d)
เขียนสื่อสารไดตรงกับความตองการของผูฟง 
13.
เรื่อง “โลกหมุนเร็ว” มีลักษณะตรงกับขอใดมากที่สุด 
a)
เสนอสถานการณที่เขาขั้นวิกฤต 
b)
เปนสถานการณที่ตองแกไขเรงดวน 
c)
ใชภาษาสื่อสารเรื่องที่มีความซับซอน 
d)
ปรากฏขอมูลทั้งที่เปนขอเท็จจริงและทรรศนะ 
14.
เหตุผลในขอใดเปนไปได ถามนุษยจําเปนตองกาวใหทันโลก 
a)
เพราะโลกถูกยอใหเล็กลง 
b)
เพราะโลกเต็มไปดวยขอมูล 
c)
เพราะโลกหมุนเร็วมากกวาในอดีต 
d)
เพราะการไมกาวเทากับการกาวถอยหลัง 
15.
ถาใหแสดงความคิดเห็นสนับสนุนเรื่อง “ลดนํ้าหนัก”
ขอใดเหมาะสมจะใชเปนขอสนับสนุนหลักที่นาเชื่อถือ
และเปนจริง
 
a)
พฤติกรรมการบริโภคเปนปจจัยที่สงผลตอสุขภาพ 
b)
มนุษยเผาผลาญแคลอรีไดดวยการลดปริมาณอาหาร 
c)
การบริโภคอยางฉลาดคือการลดปริมาณอาหาร
ที่รับประทานในแตละมื้อ
 
d)
การลดปริมาณแคลอรีในแตละวันเปนวิธีการดูแล
รูปรางที่ดีที่สุด
 
16.
ในหองสมุดขณะรวมโตะอานหนังสือ ปรานีเห็นพินิจกมหนา
อานหนังสืออยางตั้งใจ จึงเรียกวา
“พินิจ เธออานหนังสืออะไร
สนุกหรือ ถึงตั้งใจอาน”
พฤติกรรมของปรานีเปนพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม เพราะเหตุใด 
a)
เหมาะสม เพราะทําใหพินิจไมเครงเครียด 
b)
ไมเหมาะสม เพราะอาจทําใหพินิจเกิดความไมพอใจ 
c)
ไมเหมาะสม เพราะเสียมารยาทขณะที่ผูอื่นใชสมาธิ 
d)
เหมาะสม เพราะทําใหพินิจมีโอกาสไดคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ
17.
จากเรื่อง “โลกหมุนเร็ว” ขอมูลขางตนเหมาะสมที่จะใชสนับสนุนประเด็นโตแยงใด 
a)
โลกหมุนเร็วจริงหรือ 
b)
วัยรุนไทยมีศักยภาพในการรับสารจริงหรือ 
c)
อินเทอรเน็ตชวยยอโลกจริงหรือ
d)
ภัยจากอินเทอรเน็ตมีจริงหรือ
18.
ผลงานของนารีควรไดรับรางวัลหรือไม เพราะเหตุใด 
a)
ควร เพราะลายมือของเธอสะอาดเรียบรอย 
b)
ไมควร เพราะขอความที่คัดมีขนาดสั้นเกินไป 
c)
ไมควร เพราะเธอสรางสรรคตัวอักษรรูปแบบใหม 
d)
ควร เพราะชองไฟของตัวอักษรที่คัดมีขนาดเทากัน 
19.
ขอความที่กําหนดใหอานใชภาษาบกพรองตรงกับขอใด 
a)
ใชคําไมตรงกับความหมายที่แทจริง 
b)
ใชคําสรรพนามไมเหมาะสม 
c)
ใชภาษาตางระดับ 
d)
ใชภาษากํากวม 
20.
ประวัติของบุคคลใด เหมาะสมที่จะนํามาเผยแพรในหัวขอ “ตอยอดความดี” มากที่สุด เพราะเหตุใด 
a)
สมนึก เพราะเปนแรงบันดาลใจใหคนสูชีวิต 
b)
สมหมาย เพราะเปนแรงบันดาลใจใหเห็นความสําคัญของครอบครัว 
c)
สมสุข เพราะเปนแรงบันดาลใจใหคนเสียสละในบริบทที่ตนเองทําได 
d)
สมภพ เพราะสะทอนใหเห็นวาชีวิตของมนุษยไมมีสิ่งใดยั่งยืน 
21.
สาเหตุใดที่ทําใหดนัยพบกับเหตุการณขางตน 
a)
เขามีความรูสึกรวมตอขาว 
b)
เขาแสดงความคิดเห็นรุนแรง 
c)
เขาสื่อสารโดยใชภาษากํากวม 
d)
เขาสื่อสารโดยขาดวิจารณญาณ 
22.
ขอใดคือสาระสําคัญเมื่อยอความขอความขางตน 
a)
โลกหมุนเร็วขึ้นทําใหคนไมมีเวลาที่จะปลูกผัก
รับประทานเอง
 
b)
อาหารที่มีคุณคาตํ่าคืออาหารที่มีสารอาหาร
ไมครบถวน
 
c)
การปลูกผักกินเองเปนแนวทางหนึ่งที่ทําใหไดบริโภค
อาหารที่มีคุณภาพ
 
d)
การบริโภคผักที่มีคุณคาทางสารอาหารจะทําใหรางกาย
ไมเจ็บปวย
 
23.
ขอความวา “…ทางโรงเรียนพิจารณาแลวเห็นวา
ทานเปนผูมีความรู…”
ควรอยูในจดหมายประเภทใด 
a)
จดหมายธุรกิจ 
b)
จดหมายแตงตั้ง 
c)
จดหมายขอบคุณ 
d)
จดหมายขอความอนุเคราะหเปนวิทยากร 
24.
คําขึ้นตนและลงทายจดหมายในขอใดถูกตองเมื่อเขียนจดหมายเรียนเชิญวิทยากร 
a)
เรียน-ขอแสดงความนับถือ 
b)
กราบเรียน-ดวยความเคารพ 
c)
เรียน-ดวยความเคารพอยางสูง 
d)
กราบเรียน-รักและเคารพอยางสูง 
25.
ผูเขียนแสดงทรรศนะตรงกับขอใด 
a)
ชีวิตของมนุษยไมไดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 
b)
ความเปนจริงของชีวิตคือความเปลี่ยนแปลง 
c)
ชีวิตที่ดีตองเปนชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยูเสมอ 
d)
มนุษยไมสามารถปรับตัวใหเขากับการเปลี่ยนแปลง 
26.
การตัดสินประเมินคาภาพยนตรกับหนังสือสามารถใช้ เกณฑเดียวกันไดหรือไม เพราะเหตุใด
 
a)
ได เพราะภาพยนตรและหนังสือเปนสารที่สงจากผูสงสารไปยังผูรับสาร 
b)
ไมได เพราะภาพยนตรและหนังสือมีองคประกอบแตกตางกัน 
c)
ได เพราะภาพยนตรและหนังสือมีจุดมุงหมายเดียวกัน 
d)
ไมได เพราะทําใหผูประเมินเกิดความสับสน 
27.
พฤติกรรมการรับสารในขอใด ตองอาศัยหลักการฟง
อยางมีวิจารณญาณมากที่สุด
 
a)
การฟงเพลงจากคลื่นวิทยุกระจายเสียง
b)
การฟงแถลงขาวเศรษฐกิจจากกระทรวงพาณิชย 
c)
การฟงขาวแรงงานไทยในอียิปตจากสถานีโทรทัศน 
d)
การฟงอภิปรายหาเสียงจากนักการเมืองที่มีชื่อเสียง 
28.
มนัสมักมีพฤติกรรมที่วา เมื่อไดยินใครพูดอะไร ที่มนัสพอจะทราบเรื่องมาบาง มนัสจะไมใสใจฟงเรื่องนั้นจนจบแตจะนําไปพูดตอตามความคิด ความเขาใจของตนเองมนัสมีพฤติกรรมการฟงสอดคลองกับขอใด 
a)
จับดําถลําแดง 
b)
ติเรือทั้งโกลน 
c)
ปากวาตาขยิบ 
d)
ฟงไมไดศัพท จับไปกระเดียด 
29.
จุดประสงคการพูดของนายแพทยอรรณพตรงกับขอใด 
a)
อธิบายสาเหตุของโรคมะเร็งปอด 
b)
โนมนาวใหลด ละ เลิก การสูบบุหรี่
c)
ชี้แจงใหเขาใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด 
d)
ชี้แจงใหเห็นประโยชนของการเลิกสูบบุหรี่ 
30.
บุคคลใดแสดงบทบาทไดเหมาะสมกับสถานภาพที่ไดรับ 
a)
สมภพ เพราะพูดยุติการโตแยงที่กําลังจะเกิดขึ้น 
b)
สมศักดิ์ เพราะไมสรางความวุนวายใหแกที่ประชุม 
c)
สมพงษ เพราะกระตุนใหสมาชิกที่ประชุมรวมกันแสดงความคิดเห็น 
d)
สมชาย เพราะแสดงความคิดเห็นตอที่ประชุมอยางตรงไปตรงมา 
31.
นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามสํานวนในขอใดจึงจะได
ชื่อวาเปนผูมีมารยาทในการพูด
 
a)
ติเรือทั้งโกลน
b)
ปากวาตาขยิบ 
c)
กําแพงมีหู ประตูมีชอง 
d)
ปากปราศรัย นํ้าใจเชือดคอ 
32.
ขอความทั้งสองแตกตางกันในดานใดชัดเจนมากที่สุด 
a)
ระดับภาษา 
b)
การลําดับความ 
c)
โวหารที่ใชเรียบเรียง 
d)
วัตถุประสงคการเขียน 
33.
โอกาส สถานที่ และผูที่ตองสื่อสารดวย มีความเกี่ยวของ
กับระดับภาษาหรือไม อยางไร
 
a)
เกี่ยวของ เพราะทําใหผูพูดสื่อสารไดตรงกับความมุงหมาย 
b)
ไมเกี่ยวของ เพราะการพูดที่ประสบผลสําเร็จ
สําคัญที่วัตถุประสงคของผูจัดงาน
 
c)
ไมเกี่ยวของ เพราะการพูดที่ประสบผลสําเร็จ
สําคัญที่ความนาเชื่อของผูพูด
 
d)
เกี่ยวของ เพราะเปนปจจัยที่สงผลตอการเลือกใช
ระดับภาษาเพื่อการสื่อสาร
34.
คําในกลุมที่ 1 มีลักษณะรวมกันตรงกับขอใด
a)
เปนคําที่ยืมมาจากภาษาบาลีทุกคํา 
b)
เปนคําที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤตทุกคํา 
c)
เปนคําที่ใชเนื่องในพระพุทธศาสนาทุกคํา
d)
ใชพยัญชนะแถวที่ 1 เปนตัวสะกด โดยมีพยัญชนะ
แถวที่ 1 หรือ 2 เปนตัวตามทุกคํา
 
35.
คําในกลุมที่ 2 และ 3 มีความแตกตางกันอยางไร 
a)
กลุมที่ 2 เปนคําที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต
กลุมที่ 3 เปนคําที่ใชในวรรณคดี
 
b)
กลุมที่ 2 เปนคําที่ยืมมาจากภาษาบาลี
กลุมที่ 3 เปนคําไทยแท้
 
c)
กลุมที่ 2 เปนคําที่ยืมมาจากภาษาบาลี
กลุมที่ 3 เปนคําที่ยืมมาจากภาษาเขมร
 
d)
กลุมที่ 2 เปนคําที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต
กลุมที่ 3 เปนคําที่ยืมมาจากภาษาเขมร
 
36.
คําที่กําหนดใหตอไปนี้ “เสด็จ เผด็จ ควร ทูล ผจญ”
มีลักษณะรวมกันตรงกับขอใด 
a)
คําที่ยืมมาจากภาษาบาลี สันสกฤต 
b)
คําที่ยืมมาจากภาษาเขมรมีความหมายคลายกัน 
c)
คําที่ยืมมาจากภาษาเขมรมีตัวสะกดไมตรงตามมาตรา 
d)
คําที่ยืมมาจากภาษาเขมรโดยใชเปนคําราชาศัพททุกคํา 
37.
คําในขอใดมีเงื่อนไขตรงกับคําวา “กระดังงา” ทั้งสองคํา 
a)
ผกากรอง ยี่สุน 
b)
กํายาน บุหงารําไป 
c)
มะลิ กุแหละ
d)
นอยหนา สาคู
38.
ขอใดสรุปความแตกตางของกลุมคําทั้งสองไดถูกตอง 
a)
พยัญชนะสะกด 
b)
หนาที่ของคํา 
c)
ที่มาของคํา
d)
วิธีการสรางคํา
39.
เพื่อนคนใดใชระดับภาษาเหมาะสมมากที่สุด เพราะเหตุใด 
a)
คนที่ 1 เพราะเปนภาษาระดับทางการ สื่อความลึกซึ้ง 
b)
คนที่ 2 เพราะเปนภาษาระดับทางการ สื่อความตรงไป
ตรงมา
 
c)
คนที่ 3 เพราะเปนภาษาระดับทางการ สื่อความชัดเจน 
d)
คนที่ 4 เพราะเปนภาษาระดับไมเปนทางการ 
40.
ลักษณะเดนของโคลงสี่สุภาพขางตนตรงกับขอใดมากที่สุด 
a)
คําซอนเพื่อเสียง 
b)
จินตนาการของกวี 
c)
ใชคําตายแทนตําแหนงคําเอก 
d)
การสลับคําในตําแหนงคําเอกและคําโท