wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาไทยเพิ่มเติม ปลายภาคเรียนที่ 1 มัธยมศึกษาปีที่ 2

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงศิลปะว่า เป็นเครื่องบ่งบอกความมีอารยของประเทศ

a)

อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในศิลปะวิไลละวาดงาม

b)

แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม

ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา

c)

อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า

ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย

d)

ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ

2.

ข้อใดคือคุณค่าของบทเสภาสามัคคีเสวก ตอนสามัคคีเสวก

a)

ความตั้งใจปฏิบัติงานของข้าราชการ

b)

ความเอาใจใส่ทำนุบำรุงศิลปะของชาติ

c)

ความสามัคคีและความจงรักภักดีของข้าราชการ

d)

ความประพฤติปฏิบัติที่ดีของข้าราชการ

3.

"กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาเวนแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวานอันใดกินอร่อยดี กูเอามาแก่พ่อกู"

จากข้อความข้างต้นแสดงคุณธรรมข้อใด ของพ่อขุนรามคำแหง

a)

ความกตัญญู

b)

ความกล้าหาญ

c)

ความเสียสระ

d)

ความเพียรพยายาม

4.

ข้อใดแสดงถึงคุณค่าด้านนิติศาสตร์ในศิลาจารึกหลักที่ 1

a)

พ่อกูหนีญญ่าย พ่ายจะแจ้-น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อ ช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อ มาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี

b)

ในปากประตูมีกระดิ่งอันณื่ง แขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้า ปก กลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจ็บท้อง ข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกะ-ดิ่งอันท่านแขวนไว้

c)

คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนา ง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้ญีง

d)

เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำ มีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลูท่าง เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย

5.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในคุณค่าของศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงในทางภาษา

a)

มีการประดิษฐ์ลายสือไทยเกิดขึ้นครั้งแรก

b)

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงจัดเป็นวรรณคดีเรื่องแรกของไทย

c)

มีการวางรูปแบบในการเขียนพยัญชนะและสระของไทยเป็นครั้งแรก

d)

มีการสร้างพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และมาตราตัวสะกดเป็นครั้งแรกของไทย

6.

"ในพระราชสำนักพระภูธร เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย"

คำที่ขีดเส้นใต้เปรียบกับข้อใด

a)

พระมหากษัตริย์

b)

ประเทศชาติ

c)

พลเมือง

d)

ข้าราชสำนัก

7.

"คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน นาวานั้นจึงจะรอดตลอดทะเล"

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด

a)

นายเรือ - เรือ

b)

ลูกเรือ - เรือ

c)

พระเจ้าอยู่หัว - ประเทศ

d)

ข้าราชบริพาร - พระเจ้าอยู่หัว

8.

"แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวินัย เมื่อถึงคราวพายุใหญ่จะครวญคราง"

พายุใหญ่หมายถึงอะไร

a)

เรือล่ม

b)

แตกความสามัคคี

c)

ภัยพิบัติ

d)

ทะเลาะเบาะแว้ง

9.

ข้อใดมิได้ใช้ภาพพจน์เปรียบเทียบ

a)

นาวานั้นจึงจะรอดตลอดทะเล

b)

เมื่อคลื่นลมแรงจัดซัดโซเซ

c)

เรือจะเหล่มระยำคว่ำไป

d)

ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว

10.

ข้อใดมีคำมาจากภาษาอังกฤษ

a)

คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน

b)

และเริ่มริเฉโกยุ่งโกเส

c)

เหล่าเสวกตกที่กะลาสี

d)

เรือก็คงอับปางกลางสาคร

11.

คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

a)

ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว

b)

สมานใจจงรักพระจักรี

c)

ความปรองดองในหมู่ราชนาวี

d)

ในพระราชสำนักพระภูธร

12.

ข้อใดมีน้ำเสียงเชิงตำหนิ

a)

แม้ลูกเรือเชื่อถือผู้เป็นนาย ต้องมุ่งหมายช่วยแรงโดยแข็งขัน

b)

แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง นายเรือจะเอาแรงมาแค่ไหน

c)

เมื่อคลื่นลมแรงจัดซัดโซเซ เรือจะเหล่มระยำคว่ำไป

d)

ในพระราชสำนักพระภูธร เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย

13.

ข้อใดใช้ภาษาตรงไปตรงมา

a)

แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง นายเรือจะเอาแรงมาแต่ไหน

b)

ในพระราชสำนักพระภูธร เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย

c)

คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน นาวานั้นจะรอดตลอดทะเล

d)

ควรนึกว่ายรรดาเข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี

14.

ข้อใดคือบทสรุปตอนสามัคคีเสวก

a)

เหล่าเสวกตกที่กะลาสี ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่

b)

ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว

c)

ควรนึกว่าบรรดาของข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี

d)

ควรเคารพยำเยงและเกรงกลัว ประโชยน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี

15.

ข้อใดมิได้กล่าวไว้ในสามัคคีเสวก

a)

ข้าราชการต้องมีใจจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

b)

ข้าราชการต้องนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

c)

ข้าราชการต้องศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาประเทศชาติ

d)

ข้าราชการต้องรู้รักสามัคคี

16.

ใครเป็นผู้ค้นพบศิลาจารึก

a)

พระบาทสมเด้จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

b)

พระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

d)

พ่อขุนรามคำแหง

17.

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าพ่อขุนรามคำแหงโปรดให้จารึกศิลานี้เมื่อใด

a)

พ.ศ. ๑๖๘๒

b)

พ.ศ. ๑๖๒๘

c)

พ.ศ. ๑๘๒๖

d)

พ.ศ. ๑๘๖๒

18.

เพราะเหตุใดจึงทราบว่าตอนที่ ๑ เป็นพระราชประวัติพ่อขุนรามคำแหง

a)

มีสรรพนามหลายแห่ง

b)

ใช้ภาษาง่ายๆ

c)

มีคำไทยโบราณปรากฎอยู่มาก

d)

ใช้คำแทนพระนามพระองค์ว่ากู

19.

คุณค่าใดของศิลาจารึกว่ามีคุณค่าเด่นชัดที่สุด

a)

เศรษฐศาสตร์

b)

อักษรศาสตร์

c)

วรรณคดี

d)

สังคมศาสตร์

20.

"พ่อกตาย ยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู" ข้อความนี้แสดงคุณธรรมข้อใดของพ่อขุนรามคำแหง

a)

การเชื่อฟังคำพ่อ

b)

ความกตัญญูกตเวที

c)

ความเสียสละและอดทน

d)

ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อพี่

21.

ท่ บ้าน ท่ เมือง แปลว่าอะไร

a)

ที่บ้านที่เมือง

b)

ตีบ้านตีเมือง

c)

ทั้วบ้านทั่วเมือง

d)

ทิ้งบ้านทิ้งเมือง

22.

ข้อใดกล่าวูกต้อง

a)

ไพร่ฟ้าหน้าใส หมายถึงประชาชนหน้าตาสดใส

b)

ศิลาจารึก สูง ๑ เมตร ๑๑ เซนติเมตร

c)

เขียนสระไว้ข้างหน้าคำทุกคำ

d)

วรรณยุกต์ ๒ รูป เอก กับ โท เท่านั้น

23.

ข้อใดกล่าวถึงพี่น้องของพ่อขุนรามคำแหงถูกต้องที่สุด

a)

พ่อขุนรามคำแหงมีพี่น้องทั้งหมด ๕ คน ชาย ๓ คน หญิง ๒ คน

b)

พ่อขุนรามคำแหงมีพี่น้องทั้งหมด ๔ คน ชาย ๒ คน หญิง ๒ คน

c)

พ่อขุนรามคำแหงมีพี่น้องทั้งหมด ๓ คน

d)

พ่อขุนราคำแหงมีพี่น้องทั้งหมด ๒ คน

24.

คำว่า ดั่ง ในศิลาจารึกเขียนว่าอย่างไร

a)

ด่งง

b)

ฎ่งง

c)

ดั่งง

d)

ฎั่งง

25.

ทั้งกลม แปลว่าอะไร

a)

ทั้งเด็กและผู้ใหญ๋

b)

ทั้งชายและหญิง

c)

ทั้งหลาย

d)

ทั้งหมด

26.

ประโยคที่ใช้คำเหมือนปัจจุบันคือข้อใด

a)

กูต่อช้างด้วยขุนสามชน

b)

ตัวชื่อมาสเมือง แพ้ขุนสามชน

c)

กูพร่ำบำเรอแก่พ่อกู

d)

ผิดทุกข้อ

27.

เพราะเหตุใดพ่อขุนรามคำแหงจึงทรงขับช้างเข้าชนกับช้างขุนสามชน

a)

เกรงจะเสียเมืองให้แก่ขุนสามชน

b)

เห็นทหารตายกันเกลื่อนกลาด

c)

ทรงเกรงว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์จะเสียที

d)

เพราะถ้าชนะจะได้รับรางวัลจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์

28.

พาย จแจ๋ แปลว่าอะไร

a)

พ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว

b)

ตะลุมบอนจนแพ้ไปข้างหนึ่ง

c)

หลีกหนีไปอย่างชุลมุล

d)

ชนช้างกันเสียเสียงดังสนั่น

29.

ตีหลังวังช้าง หมายความว่าอย่างไร

a)

ล้อมช้างเข้ไว้

b)

การจับช้างต้องตีด้วยเชือก

c)

ตีหลังช้างเพื่อให้ช้างเชื่อง

d)

จับช้างป่าด้วยเชือกหนัง

30.

พระรามคำแหงได้ชื่อเช่นนี้เพราะเหตุใด

a)

มีความกตัญญูต่อบิดามารดา

b)

ชนช้างชนะขุนสามชน

c)

ปกครองประเทศเหมือนพ่อปกครองลูก

d)

ปกครองเมืองด้วยความกล้าหาร

31.

"เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู่ กูได้หมากส้ม หมากหวาน กินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู....พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดังบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตายจึงได้เมืองแก่กูทั้งกลม"

ข้อความข้างต้นนี้แสดงวิธีเขียนเด่นที่สุดตามข้อใด

a)

พูดตรงไปตรงมาไม่ต้องตีความ

b)

แนะให้คิดด้วยการให้รายละเอียด

c)

ย้ำความหมายด้วยการซ้ำคำและข้อความ

d)

แสดงเหตุผลและเข้าใจได้ง่าย

32.

ถ้าต้องการเขียนข้อความว่า "ฉันมีเพื่อนชื่อช้าง" ภาษาในศิลาจารึกจะเขียนตรงกับข้อใด

a)

ฉนนม ี เพ่ ื อน ช่ ื ช้าง

b)

ฉนน ี ม ื เพอม ื ช่าช๋ง

c)

ฉนน ี ม ื เพ่อน ื ช่ ช้าง

d)

ฉนน ื ม ื พ่อน ื ช่ ช้าง

33.

จากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงชีให้เห็นวิวัฒนาการด้านใดเด่นชัดที่สุด

a)

การเขียน

b)

การออกเสียง

c)

การประสมคำ

d)

ความหมายของคำ

34.

ข้อใดใช้คำเชื่อมเหมือนปัจจุบัน

a)

ผู้อ้ายตายจากผือ

b)

กูบำเรอแก่พ่อกู

c)

ชื่อราคำแหงเพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน

d)

จากผือเตียมแต่ยังเล็ก

35.

นับแต่พ่อขุนรามคำแหงโปรดให้จาลึกหลักศิลาหลักที่ ๑ พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทรงค้นพบเป็นเวลานาน

a)

๕๐๐ ปี

b)

๕๒๐ ปี

c)

๕๕๐ ปี

d)

๕๖๐ ปี

36.

บทเสภาสามัคคีเสวกมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในกิจกรรมใด

a)

เพื่อใหช้เป็นบทขับเสภาในงานขึ้นปีใหม่

b)

เพื่อพระราชทานให้แก่ข้าราชการพลเรือน

c)

เพื่อพระราชทานให้แก่พระบรมวงศานุวงศ์

d)

เพื่อใช้เป็นบทสำหรับขับเสภาอธิบายนำเรื่องในการฟ้อน

รำชุดต่าง ๆ

37.

บทเสภาวิศวกรรมมามีเนื้อหาสำคัญกล่าวถึงสิ่งใด

a)

ความสามัคคีในเหล่าข้าราชการ

b)

สรรเสริญเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา

c)

สรรเสริญเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม

d)

สรรเสริญเทพเจ้าแห่งการก่อสร้างและการช่าง

38.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ

a)

อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ

ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

b)

เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ

โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ

c)

ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง

ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง

d)

เหมือนคนป่าคนไพรไม่รุ่งเรือง

จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา

39.

บทเสภาวิศวกรรมมาสะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านใด

a)

ความสามารถของศิลปิน

b)

การสืบทอดศิลปะวัฒนธรรม

c)

ความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง

d)

การสร้างความงดงามวิจิตรให้แก่บ้านเมือง

40.

ประการหนึ่งพึงคิดในจิตมั่น

ว่าทรงธรรม์เหมือนบิบังเกิดหัว

ควรเคารพยำเยงและเกรงกลัว

ประโยชน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี”

บทร้อยกรองนี้มีจุดประสงค์ให้เกิดสิ่งใด

a)

ความสำนึก

b)

ความศรัทธา

c)

ความเชื่อถือ

d)

ความสามัคคี

41.

บทสามัคคีเสวกมีเนื้อหาเพื่ออบรมสั่งสอนใคร

a)

ประชาชน

b)

กัปตันเรือ

c)

กะลาสีเรือ

d)

ข้าราชบริพาร

42.

“แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวินัย

เมื่อถึงคราวพายุใหญ่จะคราญคราง”

จากบทร้อยกรองนี้ทำให้เกิดผลกระทบอย่างไร

a)

บ้านเมืองล้มจม

b)

ประชาชนสามัคคี

c)

ข้าราชการชิงดีชิงเด่น

d)

พระมหากษัตริย์กล้าหาญ

43.

ข้อใดไม่ใช่อุปสรรคต่อการบริหารบ้านเมือง

a)

แม้ลูกเรืออวดดีมีทิฐิ และเริ่มริเฉโกยุ่งโยเส

b)

ไม่ควรเลือกที่รักมักที่ชัง สามัคคีเป็นกำลังพลังศรี

c)

นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต จะต้องคิดติดตันใจให้ขัดขวาง

d)

แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง

นายเรือจะเอาแรงมาแต่ไหน

44.

อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉม

บรรโลมสง่า” บทร้อยกรองนี้มีใจความสำคัญว่าอย่างไร

a)

ช่างที่มีฝีมือเหมือนผู้หญิงที่มีเสน่ห์

b)

ช่างที่ไม่มีฝีมือเหมือนผู้หญิงที่สวยแต่ไม่มีเสน่ห์

c)

บ้านเมืองใดไม่มีงานศิลปะ ก็เหมือนผู้หญิงที่ขาดความ

งาม

d)

บ้านเมืองใดไม่มีช่างที่เก่งในด้านศิลปะก็เหมือนผู้หญิง

อัปลักษณ์

45.

“ทั้งช่างปั้นช่างเขียนเพียรวิชา อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง”

บทร้อยกรองนี้มีช่างในสาขาใดบ้าง

a)

วิศวกร จิตรกร สถาปนิก

b)

โยธา จิตรกร ประติมากร

c)

วิศวกร ประติมากร จิตรกร

d)

ประติมากร จิตรกร สถาปนิก

46.

ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระ

ทรงศรี” คำที่พิมพ์ตัวหนาหมายถึงข้อใด

a)

ประชาชน

b)

ความซื่อตรง

c)

ความกล้าหาญ

d)

ความจงรักภักดี

47.

ข้อใดส่งผลให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง

a)

นายสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต

b)

แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวินัย

c)

คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน

d)

แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง

48.

ข้อใดมีความหมายไม่สัมพันธ์กับคำว่า “กัปปิตัน”

a)

ราชเสวี

b)

พระภูธร

c)

ทรงธรรม์

d)

พระทรงศรี

49.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการแตกความสามัคคี

a)

แม้ลูกเรืออวดดีมีทิฐิ

b)

แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวินัย

c)

แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง

d)

ถูกทุกข้อ

50.

สัตว์ชนิดใดเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความ

พยายาม

a)

หนู

b)

เต่า

c)

ลูกแกะ

d)

กระต่าย