wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Midterm ALL

Total questions: 27

Worksheet time: 54mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือลูกที่เกิดจากพ่อแม่คู่นี้ Aa BB cc Dd ได้

a)

aaBBccdd

b)

AabbccDD

c)

AaBbccDd

d)

aabbccDd

2.

สิ่งมีชีวิตที่มี Genotype AaBBCcDd จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้กี่แบบ

a)

4

b)

8

c)

16

d)

64

3.

ในการหาผลลัพธ์ของการผสมพันธุ์ระหว่างถั่ว RrYy x RrYy ด้วยวิธีการสร้างตาราง Punnett ได้ผลดังนี้ คำถามจากตาราง Punnett นี้ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

Genotype ของลูก

b)

Genotype ของเซลล์สืบพันธุ์

c)

อัตราส่วน Phenotype ของลูก

d)

อัตราส่วน Genotype ของลูก

4.

ถ้าผสมกุ้งตัวเมียเปลือกสีฟ้า ซึ่งเป็นลักษณะเด่น ที่เป็น Heterozygous กับกุ้งตัวผู้เปลือกสีน้ำตาลซึ่งเป็นลักษณะด้อย ลูกรุ่น F2 จะมีอัตราส่วน phenotype เป็นเท่าใด

a)

1 : 1

b)

3 : 1

c)

1 : 2 : 1

d)

ไม่มีอัตราส่วน

5.

ในกระต่ายสีขนถูกควบคุมด้วยยีนตำแหน่งหนึ่งซึ่งประกอบด้วย 4 อัลลีล C (สีดำ) ck (สีน้ำตาล) cd (สีครีม) ca (สีขาว) และมีลำดับการข่มกันดังนี้ C > ck > cd > ca ข้อใดคือ phenotype และอัตราส่วนที่ได้จากการผสม Cck x cdca

a)

ดำ : น้ำตาล ในอัตราส่วน 1:1

b)

ดำ : ครีม ในอัตราส่วน 1:1

c)

ดำ : น้ำตาล ในอัตราส่วน 2:1

d)

น้ำตาล : ขาว ในอัตราส่วน 2 :1

6.

จากภาพเซลล์สืบพันธุ์ในข้อใดที่เกิด Gene recombination หากมีการเกิด Crossing over ตำแหน่งเดียว ระหว่างเซนโทรเมียร์กับยีน B, b

a)

a B C และ A b c

b)

a B c และ A b C

c)

a b c และ A B C

d)

a b C และ A B c

7.

ยีนที่ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลียเป็นยีนด้อยบนโครโมโซม X หากครอบครัวหนึ่งแม่เป็นโรคฮีโมฟิเลีย และพ่อมีลักษณะเป็นปกติ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง

a)

พ่ออาจเป็นพาหะของโรคฮีโมฟิเลีย

b)

ลูกชายทุกคนจะเป็นโรคฮีโมฟิเลีย

c)

ลูกสาวทุกคนจะเป็นโรคฮีโมฟิเลีย

d)

ลูกชายทุกคนจะเป็นพาหะของโรคฮีโมฟิเลีย

8.

ให้ยีน b+ ควบคุมศีรษะไม่ล้าน และยีน b ควบคุมศีรษะล้าน ถ้าพ่อศีรษะล้านแต่งงานกับแม่ศีรษะไม่ล้าน ได้ลูกสาวศีรษะล้าน ข้อใดเป็น genotype ของแม่

a)

b+b+

b)

b+b

c)

bb

d)

b+b+ หรือ b+b

9.

ข้อใดจับคู่นักวิทยาศาสตร์กับความรู้ที่ค้นพบได้ถูกต้อง

a)

Robert Feulgen – ค้นพบสีย้อมดีเอ็นเอ

b)

Friedrich Miescher – ผ้าพันแผลมีโปรตีนอยู่

c)

Frederick Griffith – มีสารบางอย่างสามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นหลังได้

d)

Oswald T.Avery – สารพันธุกรรม คือ RNA

10.

ถ้า DNA สายหนึ่ง ประกอบด้วยเบส C 15% จะมีเบสอื่น ๆ ในปริมาณเท่าไร

a)

A 15%, G 35 %, T 35 %

b)

A 35 %, G 15 %, T 35 %

c)

A 35 %, G 35 %, T 15 %

d)

A 35 %, G 35 %, T 35 %

11.

กฎของชาร์กาฟ และภาพ X-ray diffraction เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงลักษณะใดของโครงสร้าง DNA

a)

เป็น Double helix เวียนขวา

b)

ประกอบด้วย Nucleotide จำนวนมาก

c)

มีลักษณะเป็นเกลียวที่แต่ละรอบมีระยะห่างเท่ากัน

d)

ปริมาณเบส A ใกล้เคียงกับเบส T และปริมาณ เบส C ใกล้เคียงกับเบส G

12.

DNA สายคู่โมเลกุลหนึ่ง ประกอบด้วย Cytosine ร้อยละ 16 ข้อใดคือปริมาณ Adenine ใน DNA โมเลกุลนี้

a)

16 %

b)

32 %

c)

34 %

d)

68%

13.

เมื่อนำแบคทีเรีย Pneumococcus ชนิด C ซึ่งสามารถสร้างแคปซูลได้ และชนิด B ไม่สามารถสร้างแคปซูลได้ มาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงแบคทีเรีย ซึ่งทำให้ปราศจากเชื้อแล้ว ปรากฏผลจากการทดลองในเวลาต่อมา ดังภาพ

คำถาม การทดลองนี้มีสมมติฐานอย่างไร

a)

แคปซูลจำเป็นต่อการขยายพันธุ์ของแบคทีเรีย

b)

อาหารที่เลี้ยงแบคทีเรียนี้เหมาะกับแบคทีเรียชนิด B มากกว่า

c)

แบคทีเรียชนิด B น่าจะรับสารบางอย่างจากชนิด C ที่มีผลต่อการสร้างแคปซูล

d)

ในอาหารเลี้ยงแบคทีเรียมีสารทำให้แบคทีเรีย B สร้างแคปซูลได้

14.

จาก DNA สายดังกล่าวมีพันธะไฮโดรเจนกี่พันธะ

a)

24 พันธะ

b)

25 พันธะ

c)

28 พันธะ

d)

27 พันธะ

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบของ DNA

a)

Nitrogenous base เชื่อมต่อกับน้ำตาลที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 1

b)

Phosphate group เชื่อมต่อกับน้ำตาลที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 3

c)

Nucleotide แต่ละโมเลกุลเชื่อมต่อกันด้วยพันธะ Hydrogen

d)

Nitrogenous base กลุ่มพิวรีนได้แก่ Adenine Thymine

และกลุ่ม ไพริมิดีน ได้แก่ Guanine และ Cytosine

16.

ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับโครงสร้างของ DNA

a)

Nucleotide เชื่อมต่อกันจนเป็น Polynucleotide ด้วยพันธะไฮโดรเจน

b)

เบสคู่สม คือ A กับ T และ C กับ G

c)

Phosphodiester bond เชื่อมระหว่างหมู่ฟอสเฟตของ C ที่ 5’

d)

สาย DNA จะมีปลายด้านหนึ่งเป็น 3’ และอีกด้านหนึ่งเป็น 5’ เสมอ

17.

DNA ที่เป็นแม่แบบในการสังเคราะห์ Leading strand คือข้อใด

a)

ใช้ได้ทั้งสองสาย

b)

สายบน มีลำดับเบส 3’- AGCTTGCA -5’

c)

สายล่าง มีลำดับเบส 5’- TCGAACGT -3’

d)

ไม่มีข้อถูก

18.

ข้อใดคือลำดับเบสบน DNA สายใหม่ (Leading strand) ที่ได้

a)

3’- TCGAACGT -5’

b)

3’- AGCTTGCA -5’

c)

5’- AGCTTGCA -3’

d)

5’- TCGAACGT -3’

19.

ข้อใดต่อไปนี้จับคู่เอนไซม์กับหน้าที่ไม่สอดคล้องกัน

a)

Helicase - แยกสาย Polynucleotide

b)

Primase - เชื่อมสาย DNA

c)

Polymerase - สร้างสาย DNA

d)

Topoisomerase - คล้ายปมโดยการตัดสาย DNA

20.

ในการจำลอง DNA เอนไซม์ DNA Polymerase ทำหน้าที่เชื่อมนิวคลีโอไทด์ให้ต่อกันเป็นสายยาวในลักษณะใด

a)

สังเคราะห์ Leading stand และ Lagging strand ในทิศทาง 3’ --> 5’

b)

สังเคราะห์ Leading stand และ Lagging strand ในทิศทาง 5’--> 3’

c)

สังเคราะห์ Leading stand ในทิศทาง 5’-->3’ และ Lagging stand ในทิศทาง 3’-->5’

d)

สังเคราะห์ Leading stand ในทิศทาง 3’--> 5’ และ Lagging stand ในทิศทาง 5’-->3’

21.

ลำดับเบสของ DNA ส่วนสั้น ๆ ต่อไปนี้

5'-AGGATGCTA-3' สามารถจับคู่ได้กับลำดับเบสใดต่อไปนี้

a)

5'-AGGATGCTA-3'

b)

5'-TAGCATCCT-3'

c)

5'-UGGUACGAU-3'

d)

5'-ATCGTAGAA-3'

22.

การสังเคราะห์ DNA ภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

แบ่งเซลล์แบบ mitosis ขั้น metaphase

b)

แบ่งเซลล์แบบ mitosis ขั้น prophase

c)

แบ่งเซลล์แบบ meiosis ขั้น interphase I

d)

แบ่งเซลล์แบบ meiosis ขั้น interphase II และ prophase II

23.

จากภาพ หมายเลข 9 คือเอนไซม์อะไร

a)

Helicase

b)

DNA polymerase

c)

Ligase

d)

Primase

24.

จากภาพ หมายเลข 3 คือเอนไซม์อะไร

a)

Helicase

b)

DNA polymerase

c)

Ligase

d)

Primase

25.

จากภาพ หมายเลข 4 คือเอนไซม์อะไร

a)

Helicase

b)

DNA polymerase

c)

Ligase

d)

Primase

26.

จากภาพ หมายเลข 6 คือเอนไซม์อะไร

a)

Helicase

b)

DNA polymerase

c)

Ligase

d)

Primase

27.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง

a)

Lagging stand สร้างจาก 3' ไป 5'

b)

Lagging stand สร้างไปในทิศทางเดียวกันกับ Helicase

c)

Leading stand สร้างไปในทิศทางตรงกันข้ามกับ Helicase

d)

Leading stand สร้างจาก 5' ไป 3'