wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การเคลื่อนที่ของสารผ่านเซลล์

Total questions: 30

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.

เยื่อหุ้มเซลล์มีสารใดเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน

a)

1) น้ำตาล และฟอสเฟต

b)

2) ฟอสโฟลิพิด และโปรตีน

c)

3) คาร์โบไฮเดรต และเซลลูโลส

d)

4) กรดนิวคลีอิก และฟอสโฟลิพิด

2.

สารใดต่อไปนี้สามารถเคลื่อนที่เข้า-ออกเซลล์ได้ง่ายที่สุด

a)

1) น้ำ

b)

2) กลูโคส

c)

3) โซเดียมไอออน

d)

4) โพแทสเซียมไอออน

3.

สารใดต่อไปนี้ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้

a)

1) แป้ง

b)

2) กลีเซอรอล

c)

3) กรดอะมิโน

d)

4) กลูโคส

4.

จากภาพ แสดงกระบวนการของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว กระบวนการดังภาพเรียกว่าอย่างไร

a)

1) ฟาโกไซโทซิส

b)

2) พิโนไซโทซิส

c)

3) เอกโซไซโทซิส

d)

4) แอกทีฟทรานสปอร์ต

5.

ปัจจัยเริ่มแรกที่จะก่อให้เกิดการแพร่ของสารคืออะไร

a)

1) โมเลกุลที่เป็นตัวนำพาสาร

b)

2) ความแตกต่างของความเข้มข้น

c)

3) พลังงานที่จะใช้ในการเคลื่อนที่ของสาร

d)

4) จำนวนไมโทคอนเดรียที่จะสร้างพลังงานในการเคลื่อนที่

6.

การลำเลียงสารเข้า-ออกเซลล์ด้วยวิธีการใด ต้องอาศัยโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์เป็นตัวพา

a)

เอนโดไซโทซิสและเอกโซไซโทซิส

b)

แอกทีฟทรานสปอร์ตและฟาโกไซโทซิส

c)

ออสโมซิสและการแพร่

d)

4) การแพร่แบบฟาซิลิเทตและแอกทีฟทรานสปอร์ต

7.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของแอกทีฟทรานสปอร์ต

a)

1) คาร์บอนไดออกไซด์เคลื่อนที่จากเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อ

b)

2) โพแทสเซียมไอออนเคลื่อนที่กลับเข้าสู่ไซโทพลาซึมของเซลล์ประสาท

c)

3) แก๊สออกซิเจนเคลื่อนที่ออกจากถุงลมในปอดเข้าสู่หลอดเลือดฝอยที่อยู่รอบๆ

d)

4) น้ำเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์เมื่อเซลล์อยู่ในสารละลายไฮโพโทนิก

8.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของการเคลื่อนที่แบบใช้พลังงาน (Active Transport)

a)

1) ไอออนเคลื่อนที่ในน้ำเลือด

b)

2) กลูโคสเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ของวิลไล

c)

3) กลูโคสเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

d)

4) น้ำเคลื่อนที่ภายในลำต้นเนื่องจากแรงดึงจากการคายน้ำ

9.

โมเลกุลของสารใดต่อไปนี้แพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ง่ายที่สุด

a)

1) เอทิลแอลกอฮอล์

b)

2) กลูโคส

c)

3) กรดแอสคอร์บิก

d)

4) กรดอะมิโน

10.

ข้อใดไม่ใช่กระบวนการนำสารเข้าสู่เซลล์

a)

1) เอกโซไซโทซิส

b)

2) เอนโดไซโทซิส

c)

3) พิโนไซโทซิส

d)

4) ฟาโกไซโทซิส

11.

กระบวนการที่ใช้ในการลำเลียงกลูโคสเข้าสู่เซลล์สัตว์คือข้อใด

a)

1) แอกทีฟทรานสปอร์ต

b)

2) การแพร่แบบฟาซิลิเทต

c)

3) เอนโดไซโทซิส

d)

4) เอกโซไซโทซิส

12.

นักวิทยาศาสตร์สังเกตพบว่า สารไซยาไนด์มีผลยับยั้งการหายใจแบบใช้ออกซิเจนของเซลล์สัตว์กระบวนการใดต่อไปนี้จะได้รับผลกระทบ

a)

1) แอกทีฟทรานสปอร์ตของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

b)

2) การแพร่ของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

c)

3) พาสซีฟทรานสปอร์ตของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

d)

4) ขนาดของไรโบโซมในไซโทพลาซึม

13.

กระบวนการลำเลียงสารของเซลล์ในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่นมากที่สุด

a)

1) การทำลายแบคทีเรียของนิวโทรฟิล

b)

2) การกินโพรทิสต์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน้ำของอะมีบา

c)

3) การดูดสารกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดของเซลล์บุภายในท่อหน่วยไต

d)

4) การหลั่งแอนติบอดีของเม็ดเลือดขาวเข้าสู่พลาสมา

14.

เหตุการณ์ในข้อใดอาศัยกระบวนการเอกโซไซโทซิส

a)

1) การทำลาย Bacillus ของเม็ดเลือดขาว

b)

2) การนำแบคทีเรียในน้ำเข้าสู่เซลล์อะมีบา

c)

3) การขับเกลือแร่ส่วนเกินออกทางเหงือกของปลาทะเล

d)

4) การหลั่งเอนไซม์ย่อยซากอินทรีย์ของเห็ดรา

15.

กระบวนการใดต่อไปนี้จะได้รับผลกระทบโดยตรง ถ้าไมโทคอนเดรียของเซลล์ไม่สามารถทำงานได้

a)

1) การดูดซึมแอลกอฮอล์ของเซลล์

b)

2) การเคลื่อนที่ของน้ำเข้าและออกเซลล์

c)

3) การเคลื่อนที่ของแก๊สออกซิเจนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

d)

4) การเคลื่อนที่ของกลูโคสจากความเข้มข้นน้อยไปยังความเข้มข้นมาก

16.

16. สารละลายโซเดียมคลอไรด์เข้มข้น 0.9% เป็นสารละลายไอโซโทนิกต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง เมื่อนำเซลล์

เม็ดเลือดแดงไปแช่ในสารละลายโซเดียมคลอไรด์เข้มข้น 0.3% จะเกิดผลอย่างไร

a)

1) น้ำเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก

b)

2) น้ำเคลื่อนที่ออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก

c)

3) น้ำเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงเหี่ยว

d)

4) น้ำเคลื่อนที่ออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงเหี่ยว

17.

เซลล์ไข่กบถูกนำไปแช่ในสารละลายไอโซโทนิกจะเกิดผลอย่างไร

a)

1) เซลล์แตก

b)

2) เซลล์เหี่ยว

c)

3) เซลล์ยังคงสภาพเดิม

d)

4) เซลล์มีปริมาตรเพิ่มขึ้น

18.

เมื่อนำเซลล์สัตว์ไปไว้ในสารละลายไฮโพโทนิกจะเกิดผลอย่างไร

a)

1) เซลล์เต่ง

b)

2) เซลล์เหี่ยว

c)

3) เซลล์จะหลั่งเอนไซม์

d)

4) เซลล์ยังคงสภาพเดิม

19.

สภาวะใดที่จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตก

a)

1) pH = 7.5

b)

2) อุณหภูมิ 37°C

c)

3) ถูกนำไปไว้ในน้ำกลั่น

d)

4) ถูกนำไปไว้ในสารละลายเกลือแกง 11%

20.

ของเหลวที่มีแรงดันออสโมติกเท่าใดต่อไปนี้จัดเป็นไฮโพโทนิกต่อเซลล์ที่มีแรงดันออสโมติก 5,200 มิลลิเมตรปรอท

a)

1) 5,400 มิลลิเมตรปรอท

b)

2) 5,200 มิลลิเมตรปรอท

c)

3) 5,000 มิลลิเมตรปรอท

d)

4) ตัวเลือก 1) และ 3)

21.

ถ้าความเข้มข้นในไซโทพลาซึมของเซลล์เท่ากับ 0.05% ถ้านำเซลล์นี้ไปไว้ในสารละลายชนิดหนึ่งปรากฏว่า

เซลล์บวมเต่งแล้วแตก แสดงว่าสารละลายนี้มีความเข้มข้นเท่าใด

a)

1) 0.005%

b)

2) 0.05%

c)

3) 0.5%

d)

4) 5%

22.

นักเรียนคนหนึ่งทำการทดลองโดยนำไข่กบไปไว้ในสารละลายเกลือแกง เมื่อเวลาผ่านไปปรากฏว่าเซลล์มี

มวลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสารละลายดังกล่าว

a)

1) เป็นสารละลายไฮเพอร์โทนิกต่อไข่กบ

b)

2) เป็นสารละลายไฮโพโทนิกต่อไข่กบ

c)

3) เป็นสารละลายไอโซโทนิกต่อไข่กบ

d)

4) เป็นสารละลายอิ่มตัว

23.

น้ำจะออสโมซิสเข้าไปภายในเซลล์ ถ้าเซลล์นั้นถูกนำออกจากสารละลาย ..........1........... ไปไว้ใน

สารละลาย ..........2........... ตามลำดับ 1 และ 2 คืออะไร ตามลำดับ

a)

1) สารละลายไอโซโทนิกและสารละลายไฮโพโทนิก

b)

2) สารละลายไอโซโทนิกและสารละลายไฮเพอร์โทนิก

c)

3) สารละลายไฮโพโทนิกและสารละลายไอโซโทนิก

d)

4) สารละลายไฮโพโทนิกและสารละลายไฮเพอร์โทนิก

24.

ถ้าความเข้มข้นของสารละลาย A สูงกว่าความเข้มข้นของสารละลาย B ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

) สารละลาย A เป็นไอโซโทนิกต่อสารละลาย B

b)

2) สารละลาย A เป็นออสโมติกต่อสารละลาย B

c)

3) สารละลาย A เป็นไฮโพโทนิกต่อสารละลาย B

d)

4) สารละลาย A เป็นไฮเพอร์โทนิกต่อสารละลาย B

25.

เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นเมื่อนำเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ไปแขวนลอยในสารละลายไฮเพอร์โทนิก

a)

1) ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเม็ดเลือดแดงปกติก็แขวนลอยอยู่ในสารละลายไฮเพอร์โทนิกอยู่แล้ว

b)

2) น้ำจะแพร่ออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เซลล์เหี่ยว

c)

3) มีแรงดันออสโมติกสูง น้ำจะแพร่เข้าสู่เซลล์ ทำให้เซลล์แตก

d)

4) น้ำจะแพร่ออกจากเซลล์ แต่ผนังเซลล์มีความแข็งแรงจึงช่วยให้เซลล์คงรูปร่างไว้ได้

26.

ถ้านักเรียนลอกผนังเซลล์ใบว่านกาบหอยออก แล้วนำเซลล์ไปแช่ในสารละลายไฮโพโทนิกจะเกิดอะไรขึ้นกับเซลล์

a)

1) เซลล์ตาย เพราะเซลล์พืชไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีผนังเซลล์

b)

2) เซลล์ขยายขนาดและแตกในที่สุด

c)

3) เซลล์เหี่ยวเพราะแวคิวโอลในเซลล์มีขนาดเล็กลง

d)

4) นิวเคลียสของเซลล์จะแตก แต่เซลล์ยังคงสภาพเดิม

27.

ถ้าเซลล์อยู่ในสารละลายไอโซโทนิก ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

1) น้ำออสโมซิสเข้าสู่เซลล์จึงทำให้เซลล์เต่งและแตกในที่สุด

b)

2) เซลล์จะคงสภาพเดิม เพราะไม่มีการเคลื่อนที่ของน้ำ

c)

3) น้ำออสโมซิสออกจากเซลล์จึงทำให้เซลล์เหี่ยว

d)

4) เกิดการออสโมซิสของน้ำเข้าและออกเซลล์เท่าๆ กันจึงทำให้เซลล์ยังคงสภาพเดิม

28.

จงศึกษาข้อมูลจากตารางที่กำหนด แล้วตอบคำถาม

ตารางความเข้มข้นของไอออนธาตุต่างๆ ในสารละลายแวคิวโอลของสาหร่ายไฟที่อยู่ในสระน้ำจืดและความเข้มข้นของไอออนในน้ำของสระ

สารละลาย ความเข้มข้นของไอออน (mg/1,000 cm3)

โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม แคลเซียม คลอไรด์

ในน้ำจืด 0.05 1.2 3.0 1.3 1.0

ในแวคิวโอล 59 86 22 19 107

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

1) ไอออนของธาตุต่างๆ จะเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ของสาหร่ายไฟด้วยวิธีการแพร่

b)

2) ไอออนของธาตุต่างๆ จะเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ของสาหร่ายไฟด้วยวิธีการออสโมซิส

c)

3) ไอออนของธาตุต่างๆ จะเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ของสาหร่ายไฟด้วยวิธีแอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

4) ไอออนของธาตุต่างๆ จะเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ของสาหร่ายไฟด้วยวิธีการเอนโดไซโทซิส

29.

เด็กชายสมปองหั่นมันฝรั่งออกเป็น 4 ชิ้น นำแต่ละชิ้นไปชั่งมวลและใส่ลงในน้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันหลังจากนั้น 4 ชั่วโมง นำมันฝรั่งแต่ละชิ้นออกจากสารละลาย ทำให้แห้งแล้วชั่งมวลอีกครั้ง มวลของมันฝรั่งแต่ละชิ้นก่อนและหลังแช่ในน้ำเชื่อมเป็นดังตารางด้านล่าง

น้ำเชื่อม มวลก่อนแช่(g) มวลหลังแช่(g)

A 24 22

B 25 34

C 28 23

D 32 35

น้ำเชื่อมชนิดใดเจือจางมากที่สุด

a)

1. A

b)

2.B

c)

3.C

d)

4.D

30.

ภาวะสมดุลของการแพร่ หมายถึง

a)

1.ภาวะที่ไม่เกิดการแพร่อีกแล้ว

b)

2.ภาวะที่การแพร่มีทิศทางเดียวเท่านั้น

c)

3.ภาวะที่สารทุกชนิดมีโมเลกุลเท่ากัน

d)

ภาวะที่มีการเคลื่อนที่ของสารเข้าหรือออกในจำนวนเท่าๆ กัน