Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พฤติกรรมสัตว์

Total questions: 49

Worksheet time: 34mins

Name
Class
Date
1.

พฤติกรรมคู่ใดต่อไปนี้มีพื้นฐานของการเกิดและการแสดงออกเพื่อจุดประสงค์ที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด

a)

คนพูดกับนกแก้วพูด

b)

สุนัขเห่ากับสุนัขหอน

c)

เด็กทารกร้องไห้กับจิ้งจกร้อง

d)

นกเขาขันกับนกยูงรำแพน

2.

การเคลื่อนที่ของสเปิร์มเข้าหาไข่ จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

ไคนีซิส

b)

แทกซิส

c)

รีเฟล็กซ์

d)

สัญชาตญาณ

3.

การตอบสนองต่อแรงกระตุ้นของสัตว์แบบง่ายที่สุด คือ

a)

ไคนีซิส

b)

แทกซิส

c)

รีเฟล็กซ์

d)

การเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข

4.

สัตว์ที่มีอายุสั้นมากและมีหน่วยรับความรู้สึกที่รับสิ่งเร้าได้ในระยะใกล้เท่านั้น สามารถแสดงพฤติกรรมแบบใดก็ได้

a)

ไคนีซิส

b)

แทกซิส

c)

ลองผิดลองถูก

d)

ฝังใจ

5.

การแสดงออกของสัตว์ในข้อใดที่ถูกต้องที่สุด

a)

สัตว์โต้ตอบต่อตัวกระตุ้นทุกชนิดได้ตลอดเวลา

b)

สัตว์เลือกตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นจำนวนหนึ่งที่หน่วยรับความรู้สึกรับได้ขณะใดขณะหนึ่ง

c)

สัตว์เลือกตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นที่หน่วยรับความรู้สึกรับได้เท่านั้น

d)

สัตว์ตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นทุกชนิดที่ได้รับขณะใดขณะหนึ่ง

6.

การเรียนรู้ (Learning) คืออะไร

a)

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซึ่งเกิดขึ้นโดยการมีอายุมากขึ้น

b)

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซึ่งเกิดขึ้นโดยประสบการณ์ในอดีต

c)

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

d)

ข้อ ก และ ค ถูก

7.

ข้อใด้เปรียบของพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ที่มีต่อพฤติกรรมที่ได้จากพันธุกรรมคืออะไร

a)

เหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตอายุสั้น

b)

ทำให้สัตว์ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้

c)

ทำให้สัตว์หยุดตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นที่ไม่มีผลต่อการดำรงชีวิตของมัน

d)

ทำให้สัตว์ตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นได้อย่างถูกต้องในครั้งแรก

8.

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบที่เห็นได้ชัดเจนเฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูง คือ

a)

Conditioned reflex

b)

Habituation

c)

Trail and error

d)

Insignt learning

9.

ในการทดสอบความสามารถเกี่ยวกับการรับเสียงของสุนัข ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์นั้น ควรจะทดสอบด้วยพฤติกรรมแบบใด

a)

Habituation

b)

Conditioned reflex

c)

Trail and error

d)

Insignt learning

10.

องค์ประกอบสำคัญของพฤติกรรมฝังใจ (Imprinting) ที่ถูกควบคุมด้วยพันธุกรรมคืออะไร

a)

ความผูกพันที่มีต่อเพื่อนร่วมสปีชีส์

b)

การจำเพื่อนร่วมสปีชีส์ได้

c)

สิ่งแรกที่นกได้มีโอกาสเห็นเมื่อฟักออกจากไข่

d)

ระยะวิกฤติที่นกจะเรียนรู้ได้

11.

สัญชาติญาณชนิดใดเหมาะสำหรับการสื่อสารในน้ำ

a)

สารเคมี

b)

การสัมผัส

c)

สัญญาณภาพ

d)

สัญญาณเสียง

12.

ผึ้งใช้สัญญาณชนิดใดในการสื่อสารให้พวกเดียวกันรู้ถึงคุณภาพของแหล่งอาหาร และทิศทางตลอดจนระยะทางจากรังถึงแหล่งอาหารนั้น

a)

Visual didplay

b)

Pheromone

c)

Primer pheromone

d)

Trail substance

13.

สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรู้เวลาศึกษาพฤติกรรมของสัตว์คือ

a)

ความเฉลียวฉลาดเฉพาะตัว

b)

การตอบสนองตามปกติ

c)

สภาพทางสรีรวิทยา

d)

ระดับจิตใจ

14.

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นแล้วไม่หายไปจนตลอดชีวิตคือ

a)

ความฝังใจ

b)

ความเคยชิน

c)

การลองผิดลองถูก

d)

การรู้จักใช้เหตุผล

15.

การเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขเกิดขึ้นเมื่อ Conditoined stimulus และ Unconditioned stimulus เกิด

a)

ระยะเวลาที่ห่างกัน

b)

ระยะเวลาใกล้กันมาก

c)

ในระยะเวลาเดียวกัน

d)

ไม่ขึ้นกับระยะเวลา

16.

เมื่อใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นที่ผิวหนังบริเวณใกล้ ๆ คอสุนัข ทำให้สุนัขเกิดมีพฤติกรรมในการเกา แต่ถ้าใช้ไฟฟ้ากระตุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 20 วินาที สุนัขจะเกาน้อยลงทุกที ๆ จนหยุดเกาไปในที่สุด แต่ถ้าหยุดไม่กระตุ้นประมาณ 5 นาที แล้วจึงกระตุ้นใหม่ในบริเวณที่เดิมด้วยกระแสไฟฟ้าที่มีความเข้มเท่าเดิม สุนัขจะเริ่มเกาใหม่ พฤติกรรมแบบนี้จัดเป็น

a)

Habituation

b)

Imprinting

c)

Trail and error

d)

พฤติกรรมอื่น ๆ

17.

คุณสมบัติสำคัญของการเรียนรู้แบบ Associative learning

a)

ได้ผลตอบแทน (Reinforcement)

b)

จะดีขึ้น ถ้าได้แสดงซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง (Repetition)

c)

เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติเท่านั้น

d)

ก และ ข ถูก

18.

ในการทดลองของ Pavlov ที่ทำกับสุนัขในการศึกษา Conditioning learning นั้น ตัวกระตุ้นที่จัดเป็น Unconditioning stimulus คือ

a)

เสียงกระดิ่ง

b)

น้ำลายไหล

c)

เนื้อ

d)

Salivating reflex

19.

เมื่อผูกสัตว์ชนิดหนึ่งไว้ที่เสา A สัตว์จะไปไม่ถึงจานอาหาร เพราะเชือกจะไปค้างอยู่ที่เสา B สัตว์ตัวนี้ในระยะแรก ๆ จะไม่สามารถเดินไปถึงจานอาหารได้เลย ถึงแม้ว่าในตอนหลังมันสามารถเดินทางไปถึงจานอาหารได้ก็ตามแสดงว่าสัตว์ตัวนี้ขาดการเรียนรู้แบบ

a)

Trial and error

b)

Conditioning learning

c)

Imprinting

d)

Insight

20.

พฤติกรรมที่สามารถถูกดัดแปลงได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม คือ

a)

Instinct

b)

Learning

c)

Reflex

d)

Innate

21.

การสื่อสารระหว่างสัตว์ต่าง Species กัน จะพบได้ในความสัมพันธ์แบบใด

a)

ครอบครัว

b)

Symbiosis

c)

Social group

d)

ถูกทุกข้อ

22.

พฤติกรรมของสัตว์ใดจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยภายในและประสบการณ์มากกว่าปัจจัยทางกายภาพ

a)

แมลงวันหัวเขียว

b)

ตัวกะปิ

c)

ปลา

d)

หนู

23.

การเรียนรู้แบบที่ไม่ได้รับผลตอบแทน (Reinforcement) คือ

a)

Habituation

b)

Imprinting

c)

Conditioner Learning

d)

Trail and error

24.

ต่อ (Wasp) ตัวเมียจะออกจากเกาะ (Pupa) ในฤดูใบไม้ผลิหลังจากที่พ่อแม่ของมันตายไปหมดแล้วตั้งแต่ฤดูร้อน จากนั้นจะผสมพันธุ์กับต่อตัวผู้สร้างรังด้วยการขุดรู ล่าเหยื่อแล้วนำไปใส่ไว้ในรูที่ขุดไว้โดยออกไข่ไว้รูละ 1 ฟอง เมื่อกลบรูเรียบร้อยแล้ว มันก็ตายไป พฤติกรรมต่าง ๆ ดังกล่าวจะมีการดำเนินไปและสิ้นสุดภายใน 3 สัปดาห์ จากข้อมูลเหล่านี้พอทำให้คาดคะเนได้ว่า พฤติกรรมต่าง ๆ ของต่อตัวเมียน่าจะเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

การเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข

b)

การลองผิดลองถูก

c)

ความฝังใจ

d)

สัญชาตญาณ

25.

การที่ผึ้งเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าดอกไม้ที่มีน้ำหวานแต่ละชนิดจะบานในช่วงใดของวัน และจะบินไปเก็บน้ำหวานได้ตรงเวลาทุกวันนั้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าอะไร

a)

Biological clock

b)

Circadian rhythm

c)

Generalization

d)

Physiological adaptation

26.

พฤติกรรมของผึ้งในข้อ 25 นั้นจัดเป็นการเรียนรู้แบบใด

a)

Trial and error

b)

Habituation

c)

Conditioned reflex

d)

Insight learing

27.

การเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขที่ทดลองกับสุนัขตามการทดลองของพาฟลอฟนั้นเสียงกระดิ่งจัดเป็น

a)

สิ่งเร้าที่แท้จริง

b)

สิ่งเร้าที่ไม่แท้จริง

c)

สิ่งเร้าที่ไม่ใช่เงื่อนไข

d)

สิ่งเร้าชนิดใหม่ที่มาทำให้เกิดการตอบสนองแบบใหม่

28.

การทดลองดังข้อ 27 เงื่อนไขของการทดลองนี้ คือ

a)

น้ำลาย

b)

อาหาร

c)

เสียงกระดิ่ง

d)

เสียงกระดิ่ง + อาหาร

29.

อาการน้ำลายไหลเมื่อสุนัขได้ยินเสียงกระดิ่ง จัดเป็นการตอบสนองแบบใด

a)

Conditioned response

b)

Unconditioned response

c)

Conditioned stimulus

d)

Unconditioned stimulus

30.

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบที่สัตว์จะสูญเสียการตอบสนองอันเดิม ทั้ง ๆ ที่ยังมีตัวกระตุ้นอยู่ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่าอะไร

a)

Imprinting

b)

Habituation

c)

Instinct

d)

Insight learning

31.

ตัวอย่างพฤติกรรมในข้อ 30 คือ

a)

หุ่นไล่กาในนาข้าว

b)

พลานาเรียกับแสงและกระแสไฟฟ้า

c)

นกกินแมลงกับ Cinnibar moth

d)

หนูใน Skinner

32.

พฤติกรรมแบบแทกซิสต่างจากไคนีซิส อย่างไร

a)

สัตว์นั้นมีหน่วยรับความรู้สึกเจริญดี จนรับรู้และเปรียบเทียบสิ่งเร้าได้

b)

มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าแบบไม่มีทิศทางที่แน่นอน

c)

มีหน่วยรับความรู้สึก เฉพาะด้านใดด้านหนึ่งของลำตัว

d)

ถูกทั้ง ก และ ข

33.

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบที่สัตว์เรียนรู้โดยอาศัยอ้างอิงสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือรวมสิ่งเร้าสองอย่างเข้าด้วยกัน เรียกว่า

a)

Associative learning

b)

Conditioning behavior

c)

Instrumental conditioning

d)

Trial and Error

34.

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบใดที่ช่วยให้สัตว์รอดชีวิตและเหมาะสำหรับสัตว์ที่ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดู

a)

พฤติกรรมการเรียนรู้

b)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

c)

รีเฟล็กซ์

d)

โอเรียนเตชั่น

35.

การที่ลูกเป็ดแรกเกิดสามารถวิ่งเข้าหาน้ำ รู้จักว่ายน้ำ ดำน้ำ หาอาหารในน้ำ และไซ้ขน เนื่องจาก

a)

เป็นพฤติกรรมที่ถ่ายทอดพันธุกรรม

b)

เป็นแบบแผนการตอบสนองที่แน่นอน

c)

เป็นพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด

d)

ถูกทุกข้อ

36.

การเรียนรู้แบบใดที่ถือว่ามีพัฒนาการสูงสุด

a)

Imprinting

b)

Habituation

c)

Reasoning

d)

Conditioning

37.

พฤติกรรมแบบ Echolocation จัดเป็นพฤติกรรมประเภทใด

a)

ไคนีซิส

b)

แทกซิส

c)

รีเฟล็กซ์

d)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

38.

พฤติกรรมแบบใดที่ทำให้สัตว์หยุดตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นที่ไม่มีผลต่อการดำรงชีวิตของมัน

a)

Habituation

b)

Reasoning

c)

Conditioning

d)

Trail and Eror

39.

พฤติกรรมแบบใดที่ทำให้สัตว์ตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นได้อย่างถูกต้องในครั้งแรก

a)

Habituation

b)

Reasoning

c)

Conditioning

d)

Trail and Eror

40.

การว่ายน้ำของปลาที่เห็นทั่ว ๆ ไปในธรรมชาติ จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

Dorsal light reaction

b)

Kinesis

c)

Taxis

d)

Chain of Reflex

41.

พฤติกรรมของสัตว์ชั้นต่ำ เห็นได้ชัดว่าเป็นผลมาจากข้อใด

a)

สัญชาตญาณ

b)

ประสบการณ์

c)

สภาพแวดล้อม

d)

พันธุกรรม

42.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้มีพันธุกรรมเป็นพื้นฐาน

a)

Taxis

b)

Fixed action pattern

c)

Light compass orientation

d)

Habituation

43.

การบินทำมุมต่าง ๆ ของผึ้ง โดยใช้ดวงอาทิตย์เป็นหลัก (sun compass orientation) จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

Taxis

b)

Reflex

c)

Chain of reflex

d)

Kinesis

44.

การเต้นรำของผึ้งเพื่อบอกแหล่งอาหาร โดยบินเป็นเลขแปดหรือส่ายตัว เป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

Taxis

b)

Reflex

c)

Chain of reflex

d)

Kinesis

45.

ข้อใด ไม่ใช่พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

a)

การชักใยของแมงมุม

b)

การแทะมะพร้าวของกระรอก

c)

นกกระจาบอายุมาก สร้างรังได้เร็วกว่านกอายุน้อย

d)

ลูกไก่แรกเกิดจิกกินเมล็ดข้าว

46.

การที่นก African peach - faced lovebird ซุกวัสดุที่ใช้สร้างรังไว้ใต้ขนของมัน เป็นพฤติกรรมแบบใด

1. มีพันธุกรรมเป็นพื้นฐาน

2. มีมาแต่กำเนิด

3. มีแบบแผนการตอบสนองแน่นอน

4. ขึ้นกับสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ที่ได้รับ

a)

1,2,3

b)

1,2,3,4

c)

1,2

d)

1,2,4

47.

พฤติกรรมการเกี้ยวพาราสี (Courtship behavior) ของนกเป็ดน้ำตัวผู้ (Mallard drake) โดยมาการสั่นจงอยปาก สั่นและยืดตัว สั่นหาง ส่งเสียงร้อง ยกหัว ยกหาง มองหาเป็ดตัวเมีย ก้มหัวว่ายน้ำ ยกหัวขึ้นลงเพื่ออวดส่วนท้ายของหัว การแสดงพฤติกรรมนี้เป็น

1. FAP

2. ถ่ายทอดพันธุกรรม

3. เกิดจากสัญชาตญาณ

4. จำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อให้มีพัฒนาการของพฤติกรรม

a)

1,2

b)

1,2,3

c)

1,2,3,4

d)

2,3,4

48.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ FAP

a)

FAP มักเกิดขึ้นเมื่อสัตว์มีความพร้อมที่จะกระทำ

b)

ปกติ FAP จะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับ Orientation หรือ Taxsis

c)

ต้องมีสิ่งเร้ามากระตุ้นตลอดเวลาจึงจะเกิด FAP

d)

FAP อาจแสดงออกอย่างเต็มที่ทันทีที่สัตว์เกิดหรือฟักออกจากไข่

49.

ความซับซ้อนของพฤติกรรมที่สัตว์แสดงออกมาจะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับข้อใด

a)

ความซับซ้อนของ stimulus

b)

ระดับของ Motivation

c)

ความสอดคล้องของ stimulus กับ Motivation

d)

ความซับซ้อนและความสามารถของ Receptor, effector และ Integration center