Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาควิชาวิทยาศาสตร์ 3

Total questions: 50

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.

ระบบไหลเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ อะไรบ้าง

a)

เลือด ปอด หัวใจ

b)

เลือด หลอดเลือด เกล็ดเลือด

c)

เลือด เกล็ดเลือด เซลล์เม็ดเลือด

d)

เลือด หลอดเลือด หัวใจ

2.

จากรูปต่อไปนี้จงตอบคำถามข้อ 2 – 3

หมายเลข 1 คือเส้นเลือดใด

a)

เอออร์ตา

b)

อินฟีเรีย เวนาคาวา

c)

ซูพีเรีย เวนาคาวา

d)

พัลโมนารี อาเทอร์รี

3.

หมายเลข 4 ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ คือเส้นเลือดใด

a)

เอออร์ตา

b)

อินฟีเรีย เวนาคาวา

c)

ซูพีเรีย เวนาคาวา

d)

พัลโมนารี อาเทอร์รี

4.

หัวใจห้องที่มีความดันเลือดสูงที่สุดคือ

a)

Right Atrium

b)

Left Ventricle

c)

Left Atrium

d)

Right Ventricle

5.

ส่วนประกอบของเลือดส่วนใดที่มีปริมาณมากที่สุด

a)

พลาสมา

b)

เกล็ดเลือด

c)

เม็ดเลือดแดง

d)

เม็ดเลือดขาว

6.

เซลล์เม็ดเลือดชนิดใด ไม่มีนิวเคลียส

a)

เม็ดเลือดขาว

b)

เกล็ดเลือด

c)

เม็ดเลือดแดง

d)

ข้อ 2 และ 3

7.

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายส่วนประกอบของเลือดที่ทำหน้าที่ต่อต้าน และทำลายเชื้อโรค คืออะไร

a)

พลาสมา

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

เม็ดเลือดแดง

d)

เกล็ดเลือด

8.

ลิ้นหัวใจ ทำหน้าที่อะไร

a)

กั้นเลือดแดงไม่ให้ปนเลือดดำ

b)

กั้นห้องขวาออกจากห้องซ้าย

c)

กั้นมิให้เลือดไหลย้อนกลับ

d)

สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย

9.

การลำเลียงสารอาหารในเส้นเลือดเป็นหน้าที่ของ

a)

พลาสมา

b)

พลาสมาและเกล็ดเลือด

c)

เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด

d)

เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว

10.

เฮโมโกลบินเป็นองค์ประกอบของส่วนใดในเลือด

a)

น้ำเลือด

b)

เกล็ดเลือด

c)

เม็ดเลือดแดง

d)

เม็ดเลือดขาว

11.

เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาวของคน มีอายุเฉลี่ยประมาณเท่าใด

a)

เซลล์เม็ดเลือดแดง 120 วัน เซลล์เม็ดเลือดขาว 30 วัน

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดง 14 วัน เซลล์เม็ดเลือดขาว 3 วัน

c)

เซลล์เม็ดเลือดแดง 30 วัน เซลล์เม็ดเลือดขาว 14 วัน

d)

เซลล์เม็ดเลือดแดง 120 วัน เซลล์เม็ดเลือดขาว 7 วัน

12.

เส้นเลือดชนิดใดที่ใช้ในการวัดชีพจร

a)

Artery

b)

Veins

c)

Capillary

d)

สามารถวัดได้ทุกเส้นเลือด

13.

เพราะเหตุใดจึงต้องวัดความดันเลือดที่บริเวณต้นแขน

a)

บริเวณต้นแขนมีหลอดเลือดดำขนาดใหญ่

b)

บริเวณต้นแขนมีหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่

c)

สามารถใช้เครื่องมือวัดความดันเลือดบริเวณต้นแขน

ได้สะดวกกว่าบริเวณอื่น

d)

ความดันเลือดบริเวณต้นแขนใกล้เคียงกับความดัน

เลือดขณะหัวใจบีบตัวและคลายตัว

14.

ร่างกายใช้กระบวนการใดในการเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงาน

a)

กระบวนการย่อยอาหาร

b)

กระบวนการสลายสารอาหาร

c)

กระบวนการย่อยอาหารและขับถ่าย

d)

กระบวนการหายใจระดับเซลล์

15.

ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่กล้ามเนื้อซี่โครงและกะบังลมของคนหยุดทำงานจะเกิดเหตุการณ์ใดตามมา

a)

หัวใจหยุดทำงาน

b)

ถุงลมหยุดทำงาน

c)

การหายใจเข้าออกหยุด

d)

การหายใจเข้าออกเป็นปกติ

16.

ในกระบวนการหายใจเข้าและหายใจออกปริมาตรของช่องอกมีลักษณะอย่างไร

a)

หายใจเข้าเพิ่มขึ้น หายใจออกลดลง

b)

หายใจเข้าลดลง หายใจออกเพิ่มขึ้น

c)

หายใจเข้าลดลง หายใจออกลดลง

d)

หายใจเข้าเพิ่มขึ้น หายใจออกเพิ่มขึ้น

17.

บริเวณที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซ คือ

a)

ถุงลมกับถุงลม

b)

ถุงลมกับเส้นเลือดฝอย

c)

ถุงลมกับเส้นเลือดแดง

d)

ปอดกับถุงลม

18.

เมื่อปริมาณออกซิเจนในเลือดน้อย ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

19.

ข้อใดคือการทำงานของร่างกายในขณะหายใจเข้า

a)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง กะบังลมเลื่อนสูงขึ้น

ปริมาตรช่องอกน้อยลง

b)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง กะบังลมเลื่อนสูงขึ้น

ปริมาตรช่องอกเพิ่มขึ้น

c)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กะบังลมเลื่อนต่ำลง

ปริมาตรช่องอกน้อยลง

d)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กะบังลมเลื่อนต่ำลง

ปริมาตรช่องอกมากขึ้น

20.

ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีผลต่ออัตราการหายใจหรือไม่ อย่างไร

a)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะ

ทําให้การหายใจช้าลง

b)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะ

ทําให้การหายใจเร็วขึ้น

c)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการ

หายใจคือ แก๊สออกซิเจน

d)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการ

หายใจคือ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

21.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ถูกกำจัดออกนอกร่างกาย

a)

ปัสสาวะ > ลมหายใจออก > เหงื่อ

b)

เหงื่อ > ปัสสาวะ > ลมหายใจออก

c)

ปัสสาวะ > เหงื่อ > ลมหายใจออก

d)

เหงื่อ > ลมหายใจออก > ปัสสาวะ

22.

เมื่อไตมีอาการผิดปกติจะมีสารตามข้อใดปนออกมากับปัสสาวะบ้าง

a)

เม็ดเลือดแดง กรดอะมิโน และโซเดียม

b)

เม็ดเลือดแดง ยูเรีย และกรดแลกติก

c)

เม็ดเลือดแดง กรดอะมิโน และกลูโคส

d)

คลอรีน เม็ดเลือดแดง และโซเดียม

23.

ในกระเพาะปัสสาวะ จะมีสารใดมากที่สุด

a)

ยูเรีย

b)

คลอไรด์

c)

กรดยูริก

d)

กรดแลกติก

24.

ของเสียในเลือดถูกกรองโดยอวัยวะใด

a)

ท่อไต

b)

หน่วยไต

c)

กรวยไต

d)

ท่อรวม

25.

ปอดมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่ายอย่างไร

a)

ขับถ่ายสารเคมี

b)

ขับถ่ายยูเรีย

c)

ขับถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์

d)

ขับถ่ายออกซิเจน

26.

เส้นเลือดที่นำเลือดมากรองที่ไต คือ

a)

เส้นอาเทอร์รี

b)

เส้นเลือดเวน

c)

เส้นเลือดฝอย

d)

ทั้ง 1 และ 2

27.

ผู้ป่วยโรคไตอักเสบ จะมีอาการปวดบริเวณใด

a)

เอวด้านซ้ายทั้ง 2 ข้าง

b)

ช่องท้องด้านขวา

c)

เหนือกระเพาะปัสสาวะ

d)

เอวข้างกระดูกสันหลัง

28.

การทำงานของระบบขับถ่ายปัสสาวะในข้อใดถูกต้อง

a)

เลือด --> หน่วยไต --> ท่อปัสสาวะ -->

กระเพาะปัสสาวะ

b)

เลือด --> ท่อไต --> หน่วยไต -->

กระเพาะปัสสาวะ --> ท่อปัสสาวะ

c)

เลือด --> หน่วยไต --> ท่อไต -->

กระเพาะปัสสาวะ --> ท่อปัสสาวะ

d)

เลือด --> กรวยไต --> หน่วยไต -->

กระเพาะปัสสาวะ --> ท่อปัสสาวะ

29.

ของเสียที่ได้จากกระบวนการกรองของหน่วยไตจะถูกส่งไปเก็บสะสมไว้ที่อวัยวะใด

a)

กรวยไต

b)

ท่อปัสสาวะ

c)

หน่วยไต

d)

กระเพาะปัสสาวะ

30.

หากไตทำงานผิดปกติ จะสามารถสังเกตได้จากสิ่งใด

a)

เหงื่อ

b)

อุจจาระ

c)

ปัสสาวะ

d)

ลมหายใจออก

31.

ของเสียที่กำจัดออกทางผิวหนังประกอบด้วยสารตามข้อใด

a)

น้ำและยูเรีย

b)

น้ำและเกลือแร่

c)

เกลือแร่และยูเรีย

d)

น้ำ เกลือ และยูเรีย

32.

ผลการตรวจสอบปัสสาวะ สามารถนำมาวินิจฉัยโรคได้เพราะเหตุใด

a)

ตรวจได้ง่าย ใช้เวลาน้อย และประหยัด

b)

ปริมาณสารต่างๆที่ถูกกรองออกมา บ่งบอกถึง

ประสิทธิภาพของไต

c)

ปริมาณน้ำปัสสาวะที่กรอกออกมา บ่งบอกถึง

ประสิทธิภาพของไต

d)

สารที่เป็นต้นเหตุของโรคถูกกรองออกมาพร้อมกับน้ำ

ปัสสาวะ

33.

อวัยวะที่ควบคุมปฏิกิริยารีเฟลกซ์ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ควบคุมสิ่งที่สามารถตอบสนองได้ทันทีทันใด คือข้อใด

a)

สมอง

b)

ไขสันหลัง

c)

ไขกระดูก

d)

ถูกทั้ง 1 และ 2

34.

ข้อใดถูกต้อง

a)

แอกซอน มีเยื่อไมอีลินหุ้มจะเคลื่อนที่ได้เร็ว

b)

เดนไดร์ต มีเยื่อไมอีลินหุ้มจะเคลื่อนที่ได้เร็ว

c)

เยื่อไมอีลินสามารถนำไฟฟ้าได้อย่างดี ทำให้กระแส

ประสาทเคลื่อนที่ได้อย่างเร็ว

d)

แอกซอน ทำหน้าที่นำกระแสประสาทเคลื่อนที่เข้าสู่

ตัวเซลล์

35.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

รังไข่ทำหน้าที่ผลิตไข่และฮอร์โมน

b)

การตกไข่จะเกิดขึ้นภายหลังจากไข่ได้รับการ

ปฏิสนธิ

c)

อัณฑะจะสร้างฮอร์โมนเพศชาย มดลูกสร้าง

ฮอร์โมนเพศหญิง

d)

ผนังชั้นนอกของมดลูกเมื่อมีการสลายตัวของ

หลอดเลือด เรียกว่า ประจำเดือน

36.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

เพศชายจะเริ่มสร้างอสุจิเมื่ออายุ 12-13 ปี

b)

เพศชายสามารถสร้างอสุจิได้ถึงอายุ 70 ปี

c)

การหลั่งน้ำอสุจิ 1 ครั้ง จะมีอสุจิเฉลี่ยประมาณ 350-

500 ล้านตัว

d)

ตัวอสุจิสามารถอยู่ภายนอกร่างกายได้ประมาณ 2

ชั่วโมง

37.

อุณหภูมิเฉลี่ยในถุงอัณฑะของคน ควรจะเป็นกี่องศาเซลเซียส

a)

37

b)

34

c)

30

d)

28

38.

จากรูปต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 38 - 40

การมีรอบเดือน มีส่วนเกี่ยวข้องกับอวัยวะหมายเลขใดบ้าง

a)

1 และ 2

b)

1 และ 5

c)

3 และ 5

d)

5 และ 6

39.

การทำหมันในผู้หญิง ต้องกระทำที่หมายเลขใด

a)

บริเวณ 1

b)

บริเวณ 2

c)

บริเวณ 3

d)

บริเวณ 5

40.

การปฏิสนธิจะเกิดขึ้นที่ตำแหน่งอวัยวะสืบพันธุ์หมายเลขใดของเพศหญิง

a)

บริเวณ 5

b)

บริเวณ 3

c)

บริเวณ 2

d)

บริเวณ 4

41.

อวัยวะใดที่ทำหน้าที่ในการสร้างสารเมือก

a)

อัณฑะ

b)

ต่อมคาวเปอร์

c)

ต่อมลูกหมาก

d)

ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

42.

ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเพศหญิง คือฮอร์โมนใด

a)

ออกซิโทซิน

b)

เอสโตรเจน

c)

โปรเจสเตอโรน

d)

ถูกทั้งข้อ 2 และ 3

43.

ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับเพศชาย คือฮอร์โมนใด

a)

เทสโทสเตอโรน

b)

เอสโตรเจน

c)

โปรเจสเตอโรน

d)

ทั้ง 2 และ 3

44.

ทารกในครรภ์มารดาจะได้รับอาหารและแก๊สทางใด

a)

ปาก

b)

ผิวหนัง

c)

รก

d)

ถุงน้ำคร่ำ

45.

เอ็มมี่เป็นประจำเดือนวันที่ 2 พฤษภาคม อยากทราบว่าการตกไข่ครั้งต่อไปของเอ็มมี่จะเกิดขึ้นในวันที่เท่าไหร่

a)

วันที่ 5 พฤษภาคม

b)

วันที่ 9 พฤษภาคม

c)

วันที่ 16 พฤษภาคม

d)

วันที่ 30 พฤษภาคม

46.

การที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิแล้วไปฝังตัวอยู่ที่บริเวณอื่นที่

ไม่ใช่มดลูก เรียกว่าอะไร

a)

การตั้งครรภ์

b)

การท้องนอกมดลูก

c)

การท้องนอกรังไข่

d)

การคลอดก่อนกำหนด

47.

ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิจะทำหน้าที่ผลิตน้ำตาลชนิดใด

a)

กลูโคส

b)

กาแลกโทส

c)

มอลโทส

d)

ฟรักโทส

48.

หลังการปฏิสนธิ อวัยวะใดที่เกิดขึ้นก่อนเป็นอันดับแรก

a)

ตา ปุ่มแขน ขา

b)

เพดานปาก ตา หู

c)

ตา ปุ่มแขน หู

d)

สมอง หัวใจ ไขสันหลัง

49.

ลักษณะใด ไม่ใช่ลักษณะของแฝดแท้

a)

ฟ้ากับฝนมีลักษณะรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุก

ประการ

b)

หนึ่งกับสองมีเพศเดียวกันและมีนิสัยใจคอคล้ายกัน

c)

แยมกับเนยมีอวัยวะบางส่วนติดกัน

d)

บีมกับแบมเป็นแฝดต่างเพศ

50.

ลักษณะของแฝดคู่ใด ที่ไม่มีโอกาสเป็นแฝดเทียม

a)

นุ่มและนิ่ม เป็นเพศหญิงเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่

เหมือนกัน

b)

ปานและป่าน เป็นเพศชายและเพศหญิง ที่มีหน้าตา

เหมือนกัน

c)

ขาวและเขียว เป็นเพศชายเหมือนกัน และหน้าตา

มีลักยิ้ม มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกัน

d)

กาวและเกลียว อยู่ในครรภ์ของแม่ โดยอยู่ในถุง

น้ำคร่ำเดียวกัน และใช้สายสะดือร่วมกัน