wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่ 8 การกำหนดกลยุทธ์ กลยุทธ์ระดับหน้าที่

Total questions: 25

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

นักวิชาการนิยมพิจารณา วิสัยทัศน์ (Vision) และ พันธกิจ (Mission) แยกออกจากกันเป็น 2 แนวคิดที่แตกต่างกัน คือ ข้อใด

a)

ข้อความพันธกิจ (Mission Statement) จะบรรยายว่า “ในปัจจุบันบริษัทดำเนินธุกริจเป็นอย่างไร” และ ข้อความวิสัยทัศน์ (Vision Statement) จะบรรยายว่า “บริษัทปรารถนาอยากจะให้เป็นอย่างไรในอนาคต”

b)

พันธกิจขององค์กร จะเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่า ขณะนี้บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นอะไร (what the company is now) และบริษัทจะต้องการให้เป็นอย่างไรในอนาคต (what is wants to become)

c)

พันธกิจที่ดีจะบ่งบอกถึงความมุ่งหมายพื้นฐานที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากที่อื่น ในแง่ของประเภทและขอบเขตของการดำเนินงานของบริษัท อันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (รวมทั้งบริการ) ที่นำเสนอต่อตลาด รวมทั้งรวมถึงปรัชญาของบริษัท (firm’s philosophy) เข้าไปด้วย

d)

วัตถุประสงค์ (Objectives) คือ เป้าหมายปลายทางที่ตั้งไว้ ซึ่งองค์กรต้องการให้บรรลุ วัตถุประสงค์เป็นตัวชี้บอกว่าองค์กรต้องการให้ประสบผลสำเร็จ อะไร (What) และเมื่อไร (When) ซึ่งควรเขียนไว้ในรูปของ ปริมาณ (Quantity) หรือตัวเลขที่ชัดเจนที่สามารถวัดได้ และวัตถุประสงค์ต้องสอดคล้องตามพันธกิจของบริษัทด้วย

2.

กลยุทธ์ระดับหน้าที่ มุ่งเน้นกิจกรรมการดำเนินตามหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เพื่อตอบคำถามเชิงกลยุทธ์ ข้อใด

a)

เราควรจะเข้าไปแข่งขันในอุตสาหกรรมและตลาดอะไร

b)

เราจะใช้ทรัพยากรต่างๆ เพื่อปฏิบัติการตามกลยุทธ์ธุรกิจให้เกิดประโยชน์มากที่สุดได้อย่างไร

c)

เราจะแข่งขันเพื่อช่วงชิงลูกค้าในอุตสาหกรรมและตลาดนี้อย่างไร

d)

เราจะกำหนดทิศทางหรือขอบข่ายของการดำเนินงานเพื่อเป็นแนวทางในการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณไปยังหน่วยงานต่างๆทั้งหมดของธุรกิจ

3.

ข้อใดไม่ใช่กลยุทธ์ระดับหน้าที่

a)

กลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นภายในแผนกการตลาด

b)

กลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นภายในแผนกการวิจัยและพัฒนา

c)

กลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นภายในแผนกทรัพยากรมนุษย์

d)

กลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อการแข่งขัน

4.

วัตถุประสงค์ของกลยุทธ์ระดับปฏิบัติการคือข้อใด

a)

เพื่อสนับสนุนและสร้างแนวทางการแข่งขันไปในทางเดียวกัน และจะต้องสอดคล้องกับกลยุท์ระดับหน่วยธุรกิจ

b)

เพื่อตอบคำถามที่ว่า “เราจะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับหน่วยธุรกิจนี้ได้อย่างไร”

c)

เพื่อปรับปรุงฐานะการแข่งขันของผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทในอุตสาหกรรมหรือส่วนตลาดที่กำลังเผชิญอยู่กับคู๋แข่งในปัจจุบัน

d)

เพื่อแสดงให้เห็นทิศทางการดำเนินงานของบริษัทโดยรวมที่ฝ่ายบริหารระดับสูงมีต่อหน่วยธุรกิจต่างๆ รวมทั้งสายผลิตภัณฑ์ว่ามีทัศนคติที่จะดำเนินงานต่อไปอย่างไร

5.

ข้อใดคือแนวทางการกำหนดกลยุทธ์ระดับหน้าที่

a)

สอดคล้องด้านการสร้างความแตกต่าง รวมถึงการมุ่งเน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

b)

ความสอดคล้องด้านการเป็นผู้นำด้านต้นทุน รวมถึงการมุ่งเน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

c)

การตอบสอบที่รวดเร็วในการให้บริการ

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ข้อใดพูดถึงกลยุทธ์ระดับหน้าที่ไม่ถูกต้อง

a)

เป็นกลยุทธ์ในระดับปฏิบัติการของแต่ละฝ่าย

b)

ต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับองค์กรและกลยุทธ์ระดับธุรกิจ

c)

ใช้วางแผนแต่ละด้านเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ภารกิจ วิสัยทัศน์ ขององค์กร

d)

ถ้าเป็นบริษัทซึ่งประกอบด้วยหลาย SBU จะเกี่ยวข้องกับการกำหนดทางเลือกกลยุทธ์ เพื่อการดำเนินงานตามภารกิจที่แตกต่างกัน

7.

กลยุทธ์ระดับหน้าที่ประกอบไปด้วยด้านใดบ้าง

a)

ข้อ 1 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ด้านเศรษฐกิจ

b)

ข้อ 2 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ด้านการจัดการ

c)

ถูกเฉพาะข้อ 1

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

8.

ข้อใดไม่ใช่กลยุทธ์ระดับหน้าที่ด้านเศรษฐกิจ

a)

ด้านการตลาด

b)

ด้านการเงิน

c)

ด้านการวางแผน

d)

ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์

9.

ข้อใดไม่ใช่กลยุทธ์ระดับหน้าที่ด้านการจัดการ

a)

ด้านการจัดองค์กร

b)

ด้านการจูงใจ

c)

ด้านการจัดคนเข้าทำงาน

d)

ด้านการจัดซื้อ

10.

ความหมายของการตลาดคือข้อใด

a)

การศึกษาความต้องการของลูกค้าเพื่อหาวิธีตอบสนองความต้องการให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด และเกิดการซื้อซ้ำ

b)

การแบ่งลักษณะลูกค้าจากหลักภูมิศาสตร์ ประชากรศาสตร์ จิตวิทยา และพฤติกรรม

c)

การเลือกกลุ่มเป้าหมายโดยคำนึงถึงอัตราการเติบโต เข้าถึงหรือตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่ ทรัพยากรขององค์กรต้องพอเพียง

d)

กำหนดตำแหน่งทางการตลาดโดยอาจพิจารณาจากความสำคัญ ความแตกต่าง สิ่งที่เหนือกว่า คุณค่า คุณภาพ และราคา

11.

กลยุทธ์ทางการตลาด 4 P’s ประกอบด้วยข้อใด

a)

Product /Price /Prototype /Promotion

b)

Product /Price /Place /Philanthropy

c)

Product /Price /Place /Promotion

d)

Product /Package /Price /Place

12.

ข้อดีของการมีบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ ฉลาก ที่ดี (Packaging) คือข้อใด

a)

เพื่อช่วยกระตุ้น ต่อมอยากซื้อ

b)

ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า

c)

แสดงข้อมูล รายละเอียดของสินค้า

d)

ถูกทุกข้อ

13.

การกำหนดราคาสินค้าทำได้ด้วยวิธีใด

a)

ข้อ 1 การกำหนดราคาโดยยึดต้นทุนเป็นหลัก

b)

ข้อ 2 การกำหนดราคาโดยยึดคุณค่าเป็นหลัก

c)

ถูกทั้ง 2 ข้อ

d)

ผิดทั้ง 2 ข้อ

14.

สถานที่ขายสินค้าต้องเป็นไปตามข้อใด

a)

ต้องมีความต้องการสินค้า

b)

มีจำนวนลูกค้าที่คาดหวังมากพอ

c)

สภาพการแข่งขันไม่รุนแรง

d)

ถูกทุกข้อ

15.

ข้อใดไม่ใช่การส่งเสริมการตลาด

a)

การโฆษณา

b)

การประชาสัมพันธ์

c)

การส่งเสริมการขาย เช่น การลด แลก แจก แถม

d)

การเป็นแหล่งรวมของสินค้ากลุ่มเดียวกัน

16.

4 C’s ของส่วนประสมทางการตลาดประกอบไปด้วยข้อใด

a)

ความต้องการของลูกค้า / ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้ายินดีจ่าย / ความสะดวกในการซื้อ / คำถึงถึงวิธีการสื่อสาร

b)

ความต้องการของบริษัท / ค่าใช้จ่ายที่บริษัทยินดีจ่าย / ความสะดวกในการขาย / คำถึงถึงวิธีการสื่อสาร

c)

ความต้องการของลูกค้า / ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้ายินดีจ่าย / ความสะดวกในการซื้อ / คำถึงถึงวิธีการเข้าถึงลูกค้า

d)

ความต้องการของลูกค้า / วัตถุประสงค์ที่ลูกค้ายินดีซื้อ / ความสะดวกในการซื้อ / คำถึงถึงวิธีการสื่อสาร

17.

กลยุทธ์ 6 P’s ในส่วนประสมทางการตลาดมักใช้กับข้อใด

a)

งานบริการ

b)

ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกสู่ตลาด

c)

ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรักษาส่วนแบ่งตลาด

d)

ผลิตภัณฑ์ที่อิ่มตัวแล้วในตลาด

18.

กลยุทธ์ทางการเงินประกอบไปด้วยข้อใด

a)

ข้อ 1 กลยุทธ์ด้านการลงทุน

b)

ข้อ 2 กลยุทธ์ด้านการจัดหาเงินทุน

c)

ถูกเฉพาะข้อ 2

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

19.

กลยุทธ์ในการวิจัยและการพัฒนาประกอบไปด้วยข้อใด

a)

ออกแบบให้ง่ายในการประกอบ

b)

พัฒนากระบวนการผลิต

c)

ออกผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น

d)

ถูกทุกข้อ

20.

ข้อใดไม่อยู่ในกระบวนการกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์

a)

การวางแผน HRM

b)

การฝึกอบรมและการพัฒนา

c)

การบริหารค่าตอบแทน

d)

การจัดหาลูกค้าเข้าทำงาน

21.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์มากที่สุด

a)

เป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบให้ง่ายในการประกอบ พัฒนากระบวนการผลิต และออกผลิตภัณฑให้เร็วขึ้น

b)

กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ต้องเป็นไปตามวงจรทั้งหมดของการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยผู้บริหารต้องให้ความเอาใจใส่ต่อบุคคลากรในทุกๆขั้นตอนของวงจร

c)

มุ่งเน้นพัฒนาระบบงานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่ง

d)

เป็นกลยุทธ์การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าโดยการสร้างมาตรฐานการคัดเลือกสินค้าและมาตรฐานการให้บริการในแต่ละสาขา

22.

ข้อใดเป็นแนวทางการคัดเลือกกลยุทธ์

a)

พิจารณาหาทางเลือก ด้วยเครื่องมือต่างๆ

b)

วิเคราะห์ความสอดคล้องของกลยุทธ์กับวัตถุประสงค์ที่องค์กรตั้งไว้ ความเป็นไปได้ในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ รวมทั้งข้อดีข้อเสีย และทรัพยากรที่ใช้ในแต่ละกลยุทธ์ทางเลือก

c)

เขียนแผนการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่ได้เลือกไว้ในแต่ละระดับ

d)

ถูกทุกข้อ

23.

กลยุทธ์ระดับหน้าที่เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในกิจการ เริ่มจากการนำข้อใดมาวิเคราะห์ข้อใด

a)

Internal Analysis

b)

Value Chain

c)

Operations

d)

Procurement

24.

สรุปได้ว่ากลยุทธ์ระดับหน้าที่เป็นไปตามข้อใด

a)

เป็นใข้กลยุทธ์การกระจายสินค้าโดยการขยายสาขาเข้าไปในจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นแหล่งชุมชนสำคัญเพื่อครอบครองทำเลที่ตั้ง

b)

กลยุทธ์การจัดกิจกรรมการตลาดเชิงลึกที่มุ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีการจับจ่ายต่อครั้งและมีการซื้อซ้ำ

c)

กลยุทธ์ระดับหน้าที่ให้นึกถึงแผนกต่างๆในบริษัท และเป็นระดับกลยุทธ์ที่เป็นส่วนย่อยที่สุดของบริษัท

d)

เป็นกลยุทธ์การกำหนดราคาตามระยะเวลา ตามภาพพจน์ ตามบรรจุภัณฑ์ ตามทำเล และตามความต้องการที่เพิ่ม-ลด(ฤดูกาล)

25.

ศักยภาพของกิจการในการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันคือข้อใด

a)

ทรัพยากรหรือศักยภาพมีคุณค่า (Valuable)

b)

ทรัพยากรและความสามารถนั้นหายาก (Rare) หรือไม่

c)

ทรัพยกรและความสามารรถนั้นลอกเลียนแบบได้ง่าย (imitate) ได้ง่ายหรือไม่

d)

ถูกทุกข้อ