wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

O - NET มัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุดที่ 6

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

"แตงโมเป็นผลไม้เมืองร้อน มีชื่อแตกต่างกัน ภาคอีสานเรียกว่า "บักโม" ภาคเหนือเรียกว่า "บะเต้า" คนตรังเรียกว่า "แตงจีน" ชื่อสามัญว่า WaterMelon แปลว่า "แตงน้ำ" เพราะในผลแตงโมมีน้ำเป็นส่วนใหญ่ แตงโมถิ่นกำเนิดอย่าในแอฟริกาแถบทะเลทรายคาลาฮารี แตงโมเป็นไม้เถา ใบมีลักษณะเว้าลึก ๓ - ๔ หยักก้านใบยาว ทั้งใบและเถามีขนอ่อนปกคลุม แตงโมที่ปลูกกันในปัจจุบันมี ๓ พันธ์ุ คือ พันธุ์ธรรมดา พันธุ์ไม่มีเมล็ด และพันธุ์กินเมล็ด แตงโมมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม และวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ มีมากเป็นพิเศษในเนื้อแดง นอกจากนี้น้ำแตงโมยังเย็นฉ่ำชื่นใจและช่วยไม่ให้ร่างกายสะสมกรดยูริก อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไขข้อและโรคเก้าต์อีกด้วย"

ข้อความนี้ใช้การเขียนในลักษณะใด?

a)

การเขียนเชิงวิจารณ์

b)

การเขียนเชิงบรรยาย

c)

กาารเขียนเชิงประเมินค่า

d)

การเขียนเชิงพรรณนา

2.

"แตงโมเป็นผลไม้เมืองร้อน มีชื่อแตกต่างกัน ภาคอีสานเรียกว่า "บักโม" ภาคเหนือเรียกว่า "บะเต้า" คนตรังเรียกว่า "แตงจีน" ชื่อสามัญว่า WaterMelon แปลว่า "แตงน้ำ" เพราะในผลแตงโมมีน้ำเป็นส่วนใหญ่ แตงโมถิ่นกำเนิดอย่าในแอฟริกาแถบทะเลทรายคาลาฮารี แตงโมเป็นไม้เถา ใบมีลักษณะเว้าลึก ๓ - ๔ หยักก้านใบยาว ทั้งใบและเถามีขนอ่อนปกคลุม แตงโมที่ปลูกกันในปัจจุบันมี ๓ พันธ์ุ คือ พันธุ์ธรรมดา พันธุ์ไม่มีเมล็ด และพันธุ์กินเมล็ด แตงโมมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม และวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ มีมากเป็นพิเศษในเนื้อแดง นอกจากนี้น้ำแตงโมยังเย็นฉ่ำชื่นใจและช่วยไม่ให้ร่างกายสะสมกรดยูริก อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไขข้อและโรคเก้าต์อีกด้วย"

ข้อความนี้ใช้การเขียนเรียงลำดับตามข้อใด?

a)

ชื่อทั่วไป - สถานที่ปลูก - ลักษณะเฉพาะ - ชนิดที่ปลูก - ประโยชน์

b)

ชื่อเฉพาะ - ถิ่นที่ปลูก - ลักษณะพิเศษ - ประเภทที่ปลูก - สรรพคุณ

c)

ชื่อที่เรียก - ถิ่นกำเนิด - ลักษณะเด่น - พันธุ์ที่ปลูก - สรรพคุณ

d)

ชื่อที่เรียก - ถินกำเนิด - ลักษณะทั่วไป - พันธุ์ที่ปลูก - คุณค่า

3.

"แตงโมเป็นผลไม้เมืองร้อน มีชื่อแตกต่างกัน ภาคอีสานเรียกว่า "บักโม" ภาคเหนือเรียกว่า "บะเต้า" คนตรังเรียกว่า "แตงจีน" ชื่อสามัญว่า WaterMelon แปลว่า "แตงน้ำ" เพราะในผลแตงโมมีน้ำเป็นส่วนใหญ่ แตงโมถิ่นกำเนิดอย่าในแอฟริกาแถบทะเลทรายคาลาฮารี แตงโมเป็นไม้เถา ใบมีลักษณะเว้าลึก ๓ - ๔ หยักก้านใบยาว ทั้งใบและเถามีขนอ่อนปกคลุม แตงโมที่ปลูกกันในปัจจุบันมี ๓ พันธ์ุ คือ พันธุ์ธรรมดา พันธุ์ไม่มีเมล็ด และพันธุ์กินเมล็ด แตงโมมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม และวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ มีมากเป็นพิเศษในเนื้อแดง นอกจากนี้น้ำแตงโมยังเย็นฉ่ำชื่นใจและช่วยไม่ให้ร่างกายสะสมกรดยูริก อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไขข้อและโรคเก้าต์อีกด้วย"

ข้อใดกล่าวไว้ไม่ตรงกับข้อความข้างต้น?

a)

เหตุที่เรียกแตงโมว่า "แตงน้ำ" เพราะแตงเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้

b)

แตงโมช่วยป้องกันโรคไขข้อและโรคเกาต์

c)

เนื้อแดงของแตงโมมีวิตามินเอ

d)

แตงโมมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา

4.

"แตงโมเป็นผลไม้เมืองร้อน มีชื่อแตกต่างกัน ภาคอีสานเรียกว่า "บักโม" ภาคเหนือเรียกว่า "บะเต้า" คนตรังเรียกว่า "แตงจีน" ชื่อสามัญว่า WaterMelon แปลว่า "แตงน้ำ" เพราะในผลแตงโมมีน้ำเป็นส่วนใหญ่ แตงโมถิ่นกำเนิดอย่าในแอฟริกาแถบทะเลทรายคาลาฮารี แตงโมเป็นไม้เถา ใบมีลักษณะเว้าลึก ๓ - ๔ หยักก้านใบยาว ทั้งใบและเถามีขนอ่อนปกคลุม แตงโมที่ปลูกกันในปัจจุบันมี ๓ พันธ์ุ คือ พันธุ์ธรรมดา พันธุ์ไม่มีเมล็ด และพันธุ์กินเมล็ด แตงโมมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม และวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ มีมากเป็นพิเศษในเนื้อแดง นอกจากนี้น้ำแตงโมยังเย็นฉ่ำชื่นใจและช่วยไม่ให้ร่างกายสะสมกรดยูริก อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไขข้อและโรคเก้าต์อีกด้วย"

คำว่า "แตงโม" ภาษาใต้เรียกว่าอะไร?

a)

บักโม

b)

บะเต้า

c)

บะโม

d)

แตงจีน

5.

"เมื่อใดที่เผลอยื่นมือไปถูกเปลวไฟ ร่างกายจะรีบถอยเมือออกมาทันทีโดยไม่ต้องสั่ง คราใดที่ร่างกายเหน็บหนาว ก็จะขดตัวเองโดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่ยังนอนหลับอยู่ แต่เวลาจิตใจถูกเผาลนด้วยความโกรธเรากลับปล่อยให้ใจคลุกเคล้ากับไฟโทสะซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไมไม่คิดถอนใจออกมาสู่ความสงบเย็น ทั้งๆที่ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ แต่แล้วเราก็กลับย้ำคิดย้ำปรุงถึงเรื่องเก่าๆ ที่กระหน่ำซ้ำเติมจิตใจให้เคีบดแค้นชิงชัง ใช้แต่ไฟโทสะเท่านั้นก็หาไม่ แม้ในยามที่จิตใจหนาวยะเยือกด้วยความว้าเหว่และความกลัว เรากลับไม่คิดที่จะถอนใจออกจากอารมณ์เหล่านั้น แต่ปล่อยใจให้เข้าไปเกลือกกลั้วจ่อมจมอยู่กับสิ่งนั้น อะไรที่ทำให้กลัวก็ยิ่งจดจ่อจิตใจอยู่กับสิงนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่มโนภาพ แต่ก็ไม่วายหวนคิดซ้ำคิดซากราวกับหนังที่ถูกกรอกลับมาฉายใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายเมื่อเจอความทุกข์มีแต่จะถอยหนี แต่ครั้นใจประสบกับความทุกข์กลับเข้าไปจับหรือยืดไว้อย่างเหนียวแน่น"

ข้อความข้างต้นเป็นการเขียนลักษณะใด?

a)

พรรณนาโวหาร

b)

อุปมาโวหาร

c)

เทศนาโวหาร

d)

สาธกโวหาร

6.

"เมื่อใดที่เผลอยื่นมือไปถูกเปลวไฟ ร่างกายจะรีบถอยเมือออกมาทันทีโดยไม่ต้องสั่ง คราใดที่ร่างกายเหน็บหนาว ก็จะขดตัวเองโดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่ยังนอนหลับอยู่ แต่เวลาจิตใจถูกเผาลนด้วยความโกรธเรากลับปล่อยให้ใจคลุกเคล้ากับไฟโทสะซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไมไม่คิดถอนใจออกมาสู่ความสงบเย็น ทั้งๆที่ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ แต่แล้วเราก็กลับย้ำคิดย้ำปรุงถึงเรื่องเก่าๆ ที่กระหน่ำซ้ำเติมจิตใจให้เคีบดแค้นชิงชัง ใช้แต่ไฟโทสะเท่านั้นก็หาไม่ แม้ในยามที่จิตใจหนาวยะเยือกด้วยความว้าเหว่และความกลัว เรากลับไม่คิดที่จะถอนใจออกจากอารมณ์เหล่านั้น แต่ปล่อยใจให้เข้าไปเกลือกกลั้วจ่อมจมอยู่กับสิ่งนั้น อะไรที่ทำให้กลัวก็ยิ่งจดจ่อจิตใจอยู่กับสิงนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่มโนภาพ แต่ก็ไม่วายหวนคิดซ้ำคิดซากราวกับหนังที่ถูกกรอกลับมาฉายใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายเมื่อเจอความทุกข์มีแต่จะถอยหนี แต่ครั้นใจประสบกับความทุกข์กลับเข้าไปจับหรือยืดไว้อย่างเหนียวแน่น"

ความนี้สอนตรงกับข้อใด?

a)

ให้รู้จักปล่อยวาง

b)

ให้รู้จักอดทน

c)

ให้รู้จักอดกลั้น

d)

ให้รู้จักออม

7.

"เมื่อใดที่เผลอยื่นมือไปถูกเปลวไฟ ร่างกายจะรีบถอยเมือออกมาทันทีโดยไม่ต้องสั่ง คราใดที่ร่างกายเหน็บหนาว ก็จะขดตัวเองโดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่ยังนอนหลับอยู่ แต่เวลาจิตใจถูกเผาลนด้วยความโกรธเรากลับปล่อยให้ใจคลุกเคล้ากับไฟโทสะซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไมไม่คิดถอนใจออกมาสู่ความสงบเย็น ทั้งๆที่ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ แต่แล้วเราก็กลับย้ำคิดย้ำปรุงถึงเรื่องเก่าๆ ที่กระหน่ำซ้ำเติมจิตใจให้เคีบดแค้นชิงชัง ใช้แต่ไฟโทสะเท่านั้นก็หาไม่ แม้ในยามที่จิตใจหนาวยะเยือกด้วยความว้าเหว่และความกลัว เรากลับไม่คิดที่จะถอนใจออกจากอารมณ์เหล่านั้น แต่ปล่อยใจให้เข้าไปเกลือกกลั้วจ่อมจมอยู่กับสิ่งนั้น อะไรที่ทำให้กลัวก็ยิ่งจดจ่อจิตใจอยู่กับสิงนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่ มโนภาพ แต่ก็ไม่วายหวนคิดซ้ำคิดซากราวกับหนังที่ถูกกรอกลับมาฉายใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายเมื่อเจอความทุกข์มีแต่จะถอยหนี แต่ครั้นใจประสบกับความทุกข์กลับเข้าไปจับหรือยืดไว้อย่างเหนียวแน่น"

ข้อใดเป็นคำอธิบายคำว่า "มโนภาพ"ได้อย่างถูกต้อง?

a)

การกระทำทางใจ

b)

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

c)

ความประพฤติชอบทางใจ

d)

ความคิดเห็นเป็นภาพขึ้นในใจ

8.

"เมื่อใดที่เผลอยื่นมือไปถูกเปลวไฟ ร่างกายจะรีบถอยเมือออกมาทันทีโดยไม่ต้องสั่ง คราใดที่ร่างกายเหน็บหนาว ก็จะขดตัวเองโดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่ยังนอนหลับอยู่ แต่เวลาจิตใจถูกเผาลนด้วยความโกรธเรากลับปล่อยให้ใจคลุกเคล้ากับไฟโทสะซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไมไม่คิดถอนใจออกมาสู่ความสงบเย็น ทั้งๆที่ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ แต่แล้วเราก็กลับย้ำคิดย้ำปรุงถึงเรื่องเก่าๆ ที่กระหน่ำซ้ำเติมจิตใจให้เคีบดแค้นชิงชัง ใช้แต่ไฟโทสะเท่านั้นก็หาไม่ แม้ในยามที่จิตใจหนาวยะเยือกด้วยความว้าเหว่และความกลัว เรากลับไม่คิดที่จะถอนใจออกจากอารมณ์เหล่านั้น แต่ปล่อยใจให้เข้าไปเกลือกกลั้วจ่อมจมอยู่กับสิ่งนั้น อะไรที่ทำให้กลัวก็ยิ่งจดจ่อจิตใจอยู่กับสิงนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่มโนภาพ แต่ก็ไม่วายหวนคิดซ้ำคิดซากราวกับหนังที่ถูกกรอกลับมาฉายใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายเมื่อเจอความทุกข์มีแต่จะถอยหนี แต่ครั้นใจประสบกับความทุกข์กลับเข้าไปจับหรือยืดไว้อย่างเหนียวแน่น"

ข้อใดเป็นภาษาเขียน?

a)

อะไรที่ทำให้กลัวก็ยิ่งจดจ่อจิตใจอยู่กับสิงนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่มโนภาพ

b)

แต่ก็ไม่วายหวนคิดซ้ำคิดซากราวกับหนังที่ถูกกรอกลับมาฉายใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

c)

ร่างกายเมื่อเจอความทุกข์มีแต่จะถอยหนี

d)

แต่ครั้นใจประสบกับความทุกข์กลับเข้าไปจับหรือยืดไว้อย่างเหนียวแน่น"

9.

"มะกูดเป็นพืชพันธ์ุไม้ที่อยู่เคียงคู่วิถีชีวิตของคนไทย ใบและผลเป็นผักพื้นบ้าน ส่วนต้นมะกรูดซึ่งมีเนื้อเหนียวแน่นพ่อบ้านใช้ทำสิ่งของหลายอย่าง เช่น ด้ามมีด ด้ามขวาน ลูกข่าง ง่ามหนังสะติ๊ก สิ่งของเหล่านี้ถ้าทำจากไม้มะกรูดแล้วไม่น้อยหน้าใครเลย

มะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบมีลักษณะคล้ายเลขแปดอาระบิกและมีกลิ่นหอมจึงงใช้ดับกลิ่นคราวอาหาร ทั้งใช้เป็นเครื่องปรุงต้นยำทุกชนิด ผลมะกรูดมีผิวขระขระเหมือนคนหน้าปรุ ผิวมะกรูดมีต่อมน้ำมันหอมช่วยบำรุงหัวใจและใช้เป็นเครื่องปรุงน้ำพริก

ผลมะกรูดเป็นยาแก้เจ็บคอ โดยเอามะกรูดมาผ่าซีก ทาปูนแดงให้ทั่ว โรยเหลือป่นเล็กน้อย นำไปรมควันขี้ใต้ให้ดำ แล้วบีบน้ำมะกรูดลงไปในคอ วันละ ๒ - ๓ ครั้ง อาการเจ็บคอก็จะทุเลา นอกจากนี้น้ำมะกรูดยังแก้ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัยและแก้อาการเป็นลมวิงเวียนในผู้สูงอายุได้อีกด้วย"

ลักษณะการเขียนในข้อใดไม่ปรากฎ ในข้อความข้างต้น?

a)

อธิบาย

b)

สาธก

c)

อุปมา

d)

พรรณนา

10.

"มะกูดเป็นพืชพันธ์ุไม้ที่อยู่เคียงคู่วิถีชีวิตของคนไทย ใบและผลเป็นผักพื้นบ้าน ส่วนต้นมะกรูดซึ่งมีเนื้อเหนียวแน่นพ่อบ้านใช้ทำสิ่งของหลายอย่าง เช่น ด้ามมีด ด้ามขวาน ลูกข่าง ง่ามหนังสะติ๊ก สิ่งของเหล่านี้ถ้าทำจากไม้มะกรูดแล้วไม่น้อยหน้าใครเลย

มะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบมีลักษณะคล้ายเลขแปดอาระบิกและมีกลิ่นหอมจึงงใช้ดับกลิ่นคราวอาหาร ทั้งใช้เป็นเครื่องปรุงต้นยำทุกชนิด ผลมะกรูดมีผิวขระขระเหมือนคนหน้าปรุ ผิวมะกรูดมีต่อมน้ำมันหอมช่วยบำรุงหัวใจและใช้เป็นเครื่องปรุงน้ำพริก

ผลมะกรูดเป็นยาแก้เจ็บคอ โดยเอามะกรูดมาผ่าซีก ทาปูนแดงให้ทั่ว โรยเหลือป่นเล็กน้อย นำไปรมควันขี้ใต้ให้ดำ แล้วบีบน้ำมะกรูดลงไปในคอ วันละ ๒ - ๓ ครั้ง อาการเจ็บคอก็จะทุเลา นอกจากนี้น้ำมะกรูดยังแก้ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัยและแก้อาการเป็นลมวิงเวียนในผู้สูงอายุได้อีกด้วย"

ข้อใดสรุปใจความของบทความนี้ได้ครอบคลุมที่สุด?

a)

มะกรูดพืชสารพัดประโยชน์

b)

มะกรูดพืชคู่วิถีชีวิตคนไทย

c)

มะกรูดพืชสมุนไพรมหัศจรรย์

d)

มะกรูดผักพื้นบ้านที่มีเสน่ห์อย่างยิ่ง

11.

"คนทำถังขยะ ให้คน ทิ้งขยะ

คนทิ้งขยะ ไม่ลง ถังขยะ

คนกวาดขยะ เก็บขยะ ลงถังขยะ

คนทิ้งขยะ น่าขยะแขยง กว่าขยะ"

คำประพันธ์ข้างต้นผู้แต่งมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด?

a)

แนะนำ

b)

ตักเตือน

c)

สั่งสอน

d)

ต่อว่า

12.

"คนทำถังขยะ ให้คน ทิ้งขยะ

คนทิ้งขยะ ไม่ลง ถังขยะ

คนกวาดขยะ เก็บขยะ ลงถังขยะ

คนทิ้งขยะ น่าขยะแขยง กว่าขยะ"

คำประพันธ์นี้เด่นในด้านใด?

a)

การเล่นเสียงวรรณยุกต์

b)

การเล่นเสียงพยัญชนะ

c)

การเล่นคำ

d)

การเล่นสัมผัส

13.

ข้อความนข้อใดเหมาะสมในการเขียนจดหมายนัดของนักเรียนกับครู?

a)

หนูขออนุญาตรบกวนคุณครูเวลา ๑๑.๐๐ น. วันนี้หนูจะมาขอคำปรึกษาจากคุณครูเรื่องการตั้งชมรมภาษาไทยค่ะ

b)

วันนี้เวลา ๑๑.๐๐ น. หนูจะมาขอปรึกษาเรื่องการตั้งชมรมภาษาไทย หนูขอประทานโทษที่ต้องมารบกวนคุณครูคะ

c)

หนูใครขอคำปรึกษาจากคุณครูเกี่ยวกับการทั้งชมรมภาษาไทย วันนี้เวลา ๑๑.๐๐ น. หนูจะมาพบคุณครู ถ้าคุณครูว่างกรุณารอพบหนูด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

d)

วันนี้เวล่ ๑๑.๐๐ น. หนูจะมาขอคำปรึกษาจากคุณครูเกี่ยวกับการตั้งชมรมภาษาไทยถ้าคุณครูไม่ว่าง กรุณาเขียนนัดวัน เวลาที่คุณครูสะดวกด้วยนะคะ ขอบพระคุณคะ

14.

"พุดจีบมีถิ่นกำเนินจากประเทศอินเดีย แต่ระบุด้วยว่าพบในป่าดงดิบทางภาคเหนือของประเทศไทยเช่นกัน พุดจีบนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านมาช้านาน เนื่องจากมีดอกดกดูสวยงาม แล้วมีกลิ่นหอม พุดจีบเป็นไม้พุ่มสูงใบสีเขียวสดและเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อ ผลเป็นฝักมีเมล็ดนอกจากดอกจะมีกลิ่นหอมให้สดชื่นแล้ว เนื้อของต้นพุดจีบเมื่อนำไปต้มใช้เป็นยาลดไข้ น้ำจากกิ่งก้านและใบ เมื่อต้มดื่มเป็นยาขับพยาธิได้"

จากข้อความข้างต้นผู้เขียนลำดับเรื่องตามข้อใด?

a)

ประเทศที่ปลูก - ความนิยม - ลักษณะของไม้ - คุณค่า

b)

แหล่งที่ปลูก - ชนิดของไม้ - ลักษณะเด่น - ประโยชน์

c)

ถิ่นกำเนิด - เหตุที่ปลูก - ลักษณะทั่วไป - ประโยชน์

d)

ถิ่นกำเนิด - เหตุที่ปลูก - ลักษณะเฉพาะ - สรรพคุณ

15.

คำขวัญในข้อใดมีการแสดงเหตุผล?

a)

เตือนตนให้มีวินัย เตือนใจให้มีคุณธรรม

b)

สร้างสรรค์ในบ้าน สร้างวิมานในครัวเรือน

c)

บ้านเมืองสะอาด คนในชาติมีความสุข

d)

สาธาารณสมบัติเป็นของชาติ คือเงินทุกบาทของท่าน

16.

การเรียงรายงานทางวิชาการเรื่อง "น้ำดีน้ำเสีย" ควรเรียงลำดับโครงเรื่องตามข้อใด?

๑. น้ำเสียมีโทษอย่างไร

๒. วิธีบำบัดน้ำเสียและรักษาน้ำดีทำอย่างไร

๓.น้ำดีคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

๔. น้ำดีกลายเป็นน้ำเสียเพราะอะไร

๕. น้ำเวียมีกีประเภทอะไรบ้าง

a)

๑ - ๒ - ๓ - ๕ - ๔

b)

๕ - ๑ - ๒ - ๓ - ๔

c)

๔ - ๑ - ๒ - ๓ - ๕

d)

๓ - ๔ - ๕ - ๑ - ๒

17.

ข้อใดไม่เหมาะสม จะเป็นคำขวัญประจำจังหวัด?

a)

เมืองก๋วยเตี๋ยวเรือ กุ้งเต้น ส้มโอหวาน ลอนตาลสด

b)

เมืองธรรมะ พระศักดิ์สิทธิ์ ชิดเมืองเหลวง มะม่วงหวาน

c)

เมืองประสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม

d)

เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหลงธรรมะ

18.

คำขวัญในข้อใดใช้คำประพันธ์ต่างชนิด กับข้ออื่น?

a)

ศรีมหาโพธิ์คุ๋บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง

ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี

b)

ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า

บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิง

c)

หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ

นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา

d)

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง

วัดวังงามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

19.

ข้อใดเป็นการกล่าวทักทายที่ไม่เหมาะสม ?

a)

สวัสดีครับ อาจารย์สบายดีหรือครับ

b)

สวัสดีครับ คุณป้าไปตลาดมาหรือครับ

c)

สวัสดีครับ คุณลุงเดินออกกำลังกายหรือครับ

d)

สวัสดีครับ วันนี้คุณครูมาโรงเรียนแต่เช้าเลยนะครับ

20.

ข้อใดเป็นการสนทนาที่ดี?

a)

ปรีชาบอกว่าบ้านผมมีรถยนต์ทั้งหมด ๕ คัน

b)

ราตรีพูดว่าพี่ชายทั้ง ๒ คนของฉันกำลังศึกษาอยู๋ที่ต่างประเทศ

c)

สมศรีเมื่อได้ฟังนิภาเล่าเรื่องไม่เป็นความจริงก็ชวนนิภาคุยเรื่องอื่น

d)

นารีบอกว่า วันนี้ฉันจะเล่าเรื่องของเพลินตาที่ไปขอยืมเงินเขาแล้วไม่ใช้ ให้ฟัง

21.

ข้อใดเหมาะสมที่สุดที่จะใช้พูดกับกลุ่มบุคลผู้สูงอายุ?

a)

ขณะนี้ชีวิตของพวกท่านทั้งหลายเปรียบเหมือนไม้ใกล้ฝั่งซึ่งไม่รู้ว่าจะล้มลงไปเมื่อไร

b)

ท่านลองช่วยกันคิดซิว่า มีอะไรอีกบ้างไหมที่คนแก่อย่างพวกท่านยังต้องทำกันอีกในอนาคต

c)

ผมเชื่อว่าคนบางคนในที่นี้คงเคยทำความดีกันมาแล้ว และยังเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยทำความดีมาเลย

d)

ท่านลองนึกย้อนไปถึงอดีตที่ผ่านมาซิว่า ท่านได้ทำความดีอะไรไว้บ้าง ผมเชื่อว่าทุกคนคงทำความดีกันมาแล้วทั้งนั้น

22.

ข้อใดใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ?

a)

มีผู้ปกครองนักเรียนมาประชุมทั้งหมด ๕๐ ท่าน

b)

ท่านเจ้าอาวาสอาพาธมากลายวันแล้วจำวัดอยู่ในกุฏิ

c)

ทองดีสุนัขที่พ่อเลี้ยงไว้ตกลูกมา ๕ ตัวเมื่อคืนนี้

d)

ช้างป่าหลายตัวบุกมากทำลายข้าวโพดของชาวบ้านเสียหาย

23.

ข้อใดเป็นการพูดข้อร้องเพื่อนที่สุภาพที่สุด?

a)

อรนภาช่วยหยิบหนังสือให้ฉันหน่อยซิ

b)

อรนภาช่วยหยิบหนังสือให้ฉันหน่อยได้ไหม

c)

อรนภาวานหยิบหนังสือให้ฉันก่อนนะ

d)

อรนภาวานหยิบหนังสือให้ฉันหน่อย

24.

ข้อใดเป็นคำซ้อนทุกคำ?

a)

เปรียบเทียบ พักผ่อน ชิงชัย

b)

ปิดบัง เฟื่องฟู ลบล้าง

c)

พิศดู ฟูมฟัก ลอดช่อง

d)

เปิดเผย อุ้มชู บ้านใหม่

25.

ข้อใดมีคำซ้ำที่แสดงความหมายต่างจาก ข้ออื่น?

a)

แม่นวดแป้งแล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ

b)

แยก ๆ กันไปกินอาหารจะได้ออกรถเร็วขึ้น

c)

สมชาอยาย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงาน

d)

อายุเกิน ๖๐ ปีแล้วยังชอบใส่เสื้อผ้าสีสด ๆ อีก

26.

ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ?

a)

ของขลัง ชุมนุม เรือด่วน

b)

เรียงเบอร์ ข้าวสวย มุมมาม

c)

มือถือ เครื่องบิน รูปภาพ

d)

แม่พิมพ์ เครื่องคิดเลข แกงไก่

27.

ข้อใดใช้ลักษณะนามไม่ถูกต้อง ?

a)

พ่อซื้อไฟฉายมา ๒ กระบอก

b)

หวีเล่มนี้ใช้ไม่ดีเลย

c)

แม่ซื้อเข็มขัดให้ฉันอีกหนึ่งเส้น

d)

แก้วลูกนี้ใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น

28.

ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์เรียงตามลำดับต่อไปนี้?

สามัญ เอก โท ตรี จัตวา

a)

ลิงวิ่งไล่กิ้งก่า

b)

มีไก่ฆ่าม้าฉัน

c)

ลุงตกปลาในหนอง

d)

เขาวิ่งขวางช้างหมา

29.

คำในข้อใดไทยได้รับมาจากภาษาเขมรท้งหมด

a)

เจริญ ตำบล กาญจน์

b)

ตรัส พิสดาร เผอิญ

c)

เขนย ผนวช เสด็จ

d)

ชำนาญ สถาพร บำเพ็ญ

30.

ข้อใดเป็นส่วนประกอบของประโยคต่างจากข้ออื่น?

a)

อุดมพรนักยกน้ำหนักทีมชาติไทยยกน้ำหนักเก่ง

b)

ภราดรนักเทนนิสซ้อมเทนนิสทุกวัน

c)

เยาวภานักเทควันโดร้องเพลงเพราะ

d)

มนัสนักมวยสากลสมัครเล่นได้เหรียญทองโอลิมปิก

31.

ข้อใดเป็นประโยคที่ต่างจากประโยคอื่น?

a)

กรุณาเปิดเพลงเบา ๆ

b)

วานเปิดพัดลมหน่อยคะ

c)

ช่วยลบกระดานดำให้ครูหน่อยซิ

d)

ห้ามเล่นฟุตบอลในสวนสาธารณะ

32.

วลีที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดทำหน้าที่ต่างจากข้ออื่น?

a)

สุนัขตัวนี้ ถูกผูกไว้ทั้งวัน

b)

นายดำภารโรง ถูกเชิญไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

c)

นักโทษประหาร ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

d)

ตำรวจทางหลวง จับผู้ทำผิดกฎจราจร

33.

ข้อใดเป็นประโยคซ้อน?

a)

ไม่พ่อก็แม่ต้องไปส่งพี่

b)

ท่านจะรักครอบครัวหรือรักประเทศชาติ

c)

แม้ว่าเราจะยากจนแต่เราก็ไม่ขอใครกิน

d)

เด็ก ๆ ทำกิจกรรมซึ่งเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

34.

ข้อใดมีคำสะกดผิด?

a)

เครื่องสำอางนี้หอมอบอวลมาก

b)

อัฒจรรย์นี้สร้างอย่างกระทัดรัด

c)

เขาได้รับชะตากรรมเพราะแรงอธิษฐาน

d)

การนั่งวิปัสสนาทำให้ได้รับอานิสงส์มากมาย

35.

คำในข้อใดไม่ออกเสียงควบกล้ำทุกคำ?

a)

ปลัด นิทรา ผลานิสงส์

b)

โควตา ปรักหักพัง ถลา

c)

นกปรอด ขวนขวาย ถลึงตา

d)

ผลึก บรั่นดี ขรม

36.

ข้อใดเขียนอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลในการเขียนรายงานได้ถูกต้อง?

a)

ฐะปะนีย์ นาครทรรพ. ๒๕๓๓. ภาษาสุรทร. อักษรเจริญทัศน์: กรุงเทพฯ.

b)

วานิช จรุงกิจอนันต์. ถกสำนวนไทย. โรงพิมพ์อมรการพิมพ์: กรุงเทพฯ, ๒๕๔๘

c)

นันทิภาคย์ รินรดา. คุณภาพแห่งชีวิต. วันเวิลด์: กรุงเทพฯ, ๒๕๔๗

d)

อ้อม ประนอม. ๒๕๔๗. ดอกไม้แย้มบาน. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า.

37.

ข้อความต่อไปนี้ควรใช้เป็นส่วนใดในการเขียนเรียงความ?

"ตลาดจตุจักรเปรียบได้ดั่ง "สวรรค์ของนักซื้อเดินดิน" ที่แต่ละวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น จะมีนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นต่างทยอยเดินทางกันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้ามีชื่อราคาถูกคุณภาพดีจากทั่วทุกมุมโลก ใครที่เคยบอกว่าของถูกมักไม่ดี และของดีมักไม่ถูก เห็นทีจะใช้คำนี้กับที่นี่ไม่ได้เป็นแน่แท้"

a)

ส่วนนำเรื่อง

b)

ส่วนเนื้อเรื่อง

c)

ส่วนขยาย

d)

ส่วนสรุปเรื่อง

38.

ข้อใดใช้ "กับ"ได้ถูกต้อง?

a)

พ่อกำลังปลูกต้นไม้กับแม่อยู่ที่ในสวนหลังบ้าน

b)

การทำงานกับคอมพิวเตอร์พกพาเป็นเวลานานๆ จะทำให้ปวดต้นคอได้

c)

เกิดเป็นคนทั้งทีควรทำความดีให้กับชาติบ้านเมืองบ้าง

d)

เด็ก ๆ ที่ดูโทรทัศน์นาน ๆ มีความเสี่ยงกับโรคระบบทางเดินหายใจ

39.

ข้อใดใช้คำเชื่อมไม่ถูกต้อง ?

a)

ผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างแก่เด็ก

b)

คุณเป็นตำรวจน่าจะรู้ว่าใครคิดร้ายต่อเรา

c)

ประเทศอังกฤษขอความร่วมมือจากประเทศไทยในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

d)

อาจารย์บอกกับฉันว่าวันพรุ่งนี้ให้มาโรงเรียนแต่เช้า

40.

ข้อใดวางส่วนขยายไว้ถูกต้อง?

a)

ปศุสัตว์สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกหญ้าเพราะหญ้าเป็นอาหารของวัวที่ดี

b)

แม่คงจะสนับสนุนเพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จอย่างถูกทาง

c)

ควรแนุญาตให้นักเรียนทำรายงานทางวิชาการตามโครงสร้างที่เสนอมา

d)

กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองเก่าของประเทศไทยที่สำคัญ

41.

ข้อใดมีคำที่มีเสียงสระประสม ?

a)

ถึงบางไผ่ไม่เห็นไผ่เป็นไพรชัฎ

b)

แสนสงัดเงียบในไพรพฤกษา

c)

ตรงข้ามธารผ่านเดินเนินวนา

d)

อรัญวาอ้างว้างในกลางดง

42.

"คุณต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถยนต์ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะทำให้คุณปลอดภัย ต่อไปคุณควรคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอโปรดจำไว้ด้วย เพราะการไม่ขาดเข็มขัดนิรภัยผิดกฎหมายนะครับ"

ผู้พูดข้อความข้างต้นมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด?

a)

แนะนำ

b)

สั่งสอน

c)

ตักเตือน

d)

อธิบาย

43.

ข้อใดใช้ภาษาเชิงสร้างสรรค์?

a)

ขึ้นฟรี ลงห้าบาท

b)

รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เที่ยว

c)

ลดคันเร่งสักนิด เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย

d)

บันไดไม่ใช่ชายหาด มีโอกาสโปรดเดินใน

44.

"คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา

คุณบิดรดุจ- กาศกว้าง

คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ

คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู่สาคร"

โคลงบทนี้ใช้ภาพพจน์ตามข้อใด?

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

บุคคลวัต

d)

สัทพจน์

45.

"ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม" มีความหมายตรงกับข้อใด?

a)

ความรักย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

b)

ความรักมักมีการเปลี่ยนท่าทีได้เสมอ

c)

ด้วยความรักจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอาหารไม่ให้ซ้ำกับมื้อก่อน ๆ

d)

ด้วยความรักจึงต้องมีการยักท่าเป็นเล่นแง่เพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายหนึ่ง

46.

ข้อใดเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์เรื่องสังข์ทองของภาคเหนือ?

a)

สังข์ทองคำพากย์

b)

สุวัณณะหอยสังข์

c)

สุวัณณะสังข์กุมาร

d)

สังข์ทองกลอนสวด

47.

"พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้

เขาสูงอาจวัดวา กำหนด

จิตมนุษย์นี้ไซร์ ยากแท้หยั่งถึง"

โคลงบทนี้ต้องการจะสอนตามคำประพันธ์ในข้อใด?

a)

เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ

b)

เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน

c)

ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวให้เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

d)

แต่คนที่ควรชมนิยมกัน ต้องใจมั่นยิ้มไดด้เมื่อภัยมา

48.

ข้อใดสะท้อนค่านิยมด้านความกตัญญู?

a)

กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู

b)

พ่อกูจึงขึ้นพ่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้างสามชน

c)

กูพร่ำบำเรอแก่พี่กูดั่งบำเรอแก่พ่อกู

d)

พี่กูตายจึงได้เมืองแก่กูทั้งกลม

49.

ข้อใดเป็นการประสานศิลปะในการเล่นเสียงสละ เสียงพยัญชนะ เสียงวรรณยุกต์ และเล่นคำซ้ำ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน?

a)

หัวลิงหมากกลางลิง ต้นลางลิงแลหูลิง

ลิงไต่กระไดลิง ลิงโลกคว้าประสาลิง

b)

ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู

หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู

c)

นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา

นกตั้วผัวเมียคลา ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี

d)

งูเขียวรัดตุ๊กแก ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน

กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน

50.

"คำยกยอย่องเพี้ยน ทุกประการ

พักตร์จิตผิดกันประมาณ ยากรู้

เร็วรัดผลัดพลันขาน คำกลับ พลันฤา

สามส่วนควรแล้วผู้ พะพ้องพึงแคลง"

คำประพันธ์ที่ว่า "พักตร์จิตผิดกันประมาณ ยากรู้" มีความหมายตรงกับสำนวนในข้อใด?

a)

ใจดีสู้เสือ

b)

หน้าเนื้อใจเสือ

c)

ปากว่าตาขยิบ

d)

ปากหวานก้นเปรี้ยว