wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Post- Test ป 3

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

Guillain-Barre syndrome ( GBS) คือ ข้อใด

a)

กลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการบวมอักเสบของระบบประสาทส่วนปลายอย่างฉับพลัน ที่เกิดจาการติดเชื้อในร่างกาย

b)

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่สร้างแอนติบอดีที่มีผลยับยั้ง การทำงานของรอยต่อเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ

c)

โรคซึ่งเกิดจากการบวม อักเสบของประสาทใบหน้า หรือประสาท Facial nerve

d)

ถูกทุกข้อ

2.

Flaccid motor paralysis คือ ข้อใด

a)

การอ่อนแรงแบบลุกลามขึ้นไปที่แขนและลำตัว

b)

อ่อนแรงแบบอ่อนปวกเปียก ของกล้ามเนื้อทั้ง 2ข้างสมดุลกัน

c)

อาการเหน็บชา

d)

การมีทาเดินอาหารเป็นอัมพาต

3.

ข้อวินิจฉัยการพยาบาลที่สำคัญ Guillain-Barre syndrome คือ ข้อใด

a)

เสี่ยงต่อการเกิดการหายใจล้มเหลว เนื่องจากกล้ามเนื้อชวยหายใจอ่อนแรงอย่างฉับพลัน

b)

เสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะ เนื่องจากมีแรงดันในหลอดเลือดสูง

c)

เสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปอดเนื่องจาก การสำลัก

d)

เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง

4.

ข้อใด ไม่ใช่ อาการของ Myasthenia Gravis (MG)

a)

Diplopia, ptosis

b)

ptosis, dysarthria

c)

dysphagia, Diplopia

d)

Paraplegia,Diplopia

5.

ข้อใด ไม่ใช่ สาเหตุของการเกิด Myasthenia Gravis ( MG )

a)

ต่อม Thymus มีขนาดโตขึ้น

b)

เป็นเนื้องอกที่ต่อม Thymus

c)

ต่อม Thyroid มีขนาดโต

d)

ความผิดปกติของระบบภูมิต้านทานต่อตนเองตรงบริเวณรอยต่อระหว่างปลายประสาทและกล้ามเนื้อลาย

6.

การพยาบาลผู้ป่วยในระยะ Myasthenic crisis ข้อใดสำคัญที่สุด

a)

ผู้ป่วยเสี่ยต่อการเกิดการหายใจล้มเหลว เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยในการหายใจอ่อนแรง

b)

ผู้ป่วยเสี่ยต่อการเกิดการสำลักและติดเชื้อที่ปวด เนืองจาก กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการกลือนอ่อนแรง

c)

ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการบกพร่องเรื่องการมองเห็น เนื่องจากมองภาพไม่ชัดเจน

d)

ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหคุเนื่องจาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง

7.

ข้อใด ไม่ใช่ แนวทางการรักษา MG

a)

การทำ Thymectomy

b)

การเปลี่ยถ่ายน้ำเลือด (Plasma exchange)

c)

การให้ยา ในกลุ่ม Anticholinesterase

d)

การทำ Craniotomy

8.

อาการนำของผู้ป่วย MG ที่มา รพ. ที่พบบ่อยที่สุดคือ ข้อใด

a)

อาการของกล้ามเนื้อที่ตาอ่อนแรง

b)

อาการกลืนลำบาก

c)

อาการพูดไม่ชัด

d)

อาการแขนขาอ่อนแรง

9.

Complete cord injury คือ ข้อใด

a)

มีอาการของการสูญเสียหน้าที่ ของ motor and sensory function แบบ สมบูรณ์ ในระดับที่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ

b)

มีอาการของการสูญเสียหน้าที่ ของ motor and /or sensory function บางส่วนในระดับที่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ

c)

มีอาการของการสูญเสียหน้าที่ ของ motor and /or sensory function บางส่วนในระดับที่สูงกว่าตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ

d)

มีอาการของการสูญเสียหน้าที่ ของ motor and sensory function แบบ สมบูรณ์ ในระดับทีสูงกว่าตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ

10.

การตรวจร่างกาย ไม่พบการขมิบของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและสูญเสีย ความรู้สึกรอบๆหรือในรูทวารหนัก พบในผู้ป่วยกลุ่มใด

a)

Paraplegia

b)

Complete injury

c)

Incomplete injury

d)

Tetraplegia

11.

การตรวจโดยให้ผู้ป่วยนอนหงายบนเตียงตรวจ งอเข่าและสะโพกทั้ง 2 ข้าง และกางขาออก ใช้เข็มจิ้มเบาๆที่ผิวหนังรอบทวารหนัก ถ้าการตรวจให้ผลบวก (positive) จะเห็นการหดตัวของกล้ามเนื้อหูรูด ทวารหนัก คือ การตรวจใด

a)

Bulbocavernosus reflex

b)

Superficial anal wink reflex

c)

Superficial abdominal reflex

d)

Hoffmann’s reflex

12.

การตรวจกำลังกล้ามเนื้อ ข้อใด ไม่ ถูกต้อง

a)

grade 0 = ไม่มีการหดตัวของกล้ามเนื้อ

b)

grade 2 =เคลื่อนไหวแนวราบได้เต็มที่ แต่ไม่สามารถต้านแรงโน้มถ่วง

c)

grade 4 =เคลื่อนไหวแนวราบได้เต็มที่ ต้านแรงโน้มถ่วงได้ และต้านแรงผู้ตรวจได้บ้าง

d)

grade 5 =เคลื่อนไหวแนวราบได้เต็มที่ ต้านแรงโน้มถ่วงได้ และต้านแรงผู้ตรวจได้เต็มที่

e)

grade 1 =มีการหดตัวของกล้ามเนื้อ และมีการเคลื่อนไหว

13.

Motor power grade 1 คือ ข้อใด

a)

มีการหดตัวของกล้ามเนื้อ แต่ไม่มีการเคลื่อนไหว

b)

เคลื่อนไหวแนวราบได้เต็มที่ แต่ไม่สามารถต้านแรงโน้มถ่วง

c)

เคลื่อนไหวแนวราบได้เต็มที่และต้านแรงโน้มถ่วงได้

d)

เคลื่อนไหวแนวราบได้เต็มที่ ต้านแรงโน้มถ่วงได้ และต้านแรงผู้ตรวจได้บ้าง

14.

การซักประวัติผู้ป่วยที่สงสัยว่าบาดเจ็บไขสันหลัง ข้อใดถูกต้อง

a)

ตกจากที่สูงในแนวดิ่ง ศีรษะบวมโน ความดันโลหิตสูง

b)

ประวัติควบคุมปัสสาวะไม่ได้หลังบาดเจ็บ เลือดออกทางช่องคลอด

c)

ปวดตึงต้นคอ ประวัติควบคุมปัสสาวะไม่ได้หลังบาดเจ็บ ความดันโลหิตต่ำ

d)

ปวดหลัง ได้รับบาดเจ็บจากการแขวนคอ ชีพจรเร็ว ความดันโลหิตสูง

15.

Bell’s palsy เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ใด

a)

Facial nerve

b)

Abducens nerve

c)

Trigerminal nerve

d)

Oculomotor nerve

16.

ผู้ป่วยหลังได้รับยา Anticholinesterase แล้วมีอาการตะคริวที่ท้อง ท้องเสีย มีเสมหะมาก การพยาบาลข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

เตรียมเครื่องดูดเสมหะให้พร้อม

b)

ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง

c)

สังเกตอาการหายใจลําบาก หายใจตื้น

d)

ดูแลอาหารจัดเป็นอาหารนุ่ม แต่ไม่มีน้ำมาก

17.

ผู้ป่วยมีไข้มา 1 สัปดาห์ ต่อมาเริ่มมีอาการชาที่ปลายเท้าและกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง เหนื่อย หายใจไม่สม่ำเสมอ R 12 /min ไอขับเสมหะออกเองไม่ได้ การพยาบาลที่ถูกต้อง คือข้อใด

a)

รายงานแพทย์

b)

จัดท่านอนศีรษะสูง

c)

กระตุ้นให้ไออย่างมีประสิทธิภาพ

d)

ดูแลให้ O2 Mask with bag 10 LPM

18.

. ผู้ป่วยตกจากที่สูง 6 เมตร รู้สึกตัว พูดคุยรู้เรื่อง แขน ขาสองข้างขยับไม่ได้ ให้ชูสองนิ้วทำไม่ได้ กำมือไม่ได้สัญญาณชีพ P 60 / min, R 12 /min, BP 80/60 mmHg การพยาบาลข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

พลิกตัวแบบ Log roll

b)

สวม Hard cervical collar

c)

การจัดท่าผู้ป่วย Head tilt chin lift

d)

ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็ว

19.

ผู้ป่วยพูดคุยรู้เรื่อง ขาสองข้างอ่อนแรง เดินไม่ได้ R/O : Guillain Barre’ Syndrome (GBS) ประวัติที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรค คือข้อใด

a)

8 เดือนก่อนหน้านี้เคยผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดที่หัวใจ

b)

10 วัน ปวดหลัง ชาขา 2 ข้าง เดินไม่ค่อยมีแรง

c)

1 สัปดาห์ ตื่นมาตอนเช้าขามีกำลังปกติ แต่ตอนบ่ายขาเริ่มอ่อนแรง

d)

2 สัปดาห์ ก่อนมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว แพทย์บอกเป็นไข้หวัดใหญ่

20.

ข้อวินิจฉัยการพยาบาล ผู้ป่วยโรค Multiple sclerosis: MS ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

เสี่ยงต่อการเกิดภาวะการหายใจล้มเหลว เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยหายใจอ่อนแรง

b)

เสี่ยงต่อการขับถ่ายปัสสาวะบกพร่อง เนื่องจากการควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดผิดปกติ

c)

เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากเส้นประสาทตาอักเสบ

d)

เสี่ยงต่อการสำลักอาหารเนื่องจากระบบการกลืนบกพร่อง