wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ฟิสิกส์ปรมาณู

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ในการทดลองหยดน้ำมันของมิลลิแกนนั้นพบว่าเมื่อเพิ่มค่าความต่างศักย์จนถึงค่าสูงสุด ของเครื่องมือแล้วไม่สามารถทำให้หยดน้ำมันหยุดนิ่ง หรือเคลื่อนที่ในทิศทางตรงข้ามกับเมื่อยัง ไม่ให้ค่าความต่างศักย์แสดงว่า

a)

หยดน้ำมันมีมวลมากเกินไป

b)

หยดน้ำมันมีประจุชนิดที่ทำให้แรงเนื่องจากสนามไฟฟ้ามีทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วง

c)

สนามไฟฟ้ามีค่าน้อยเกินไป

d)

ถูกทุกข้อ

2.

ในการทดลองหยดน้ำมันของมิลลิแกน ปรากฏว่าเมื่อยังไม่ได้ใส่สนามไฟฟ้าเข้าไป หยดน้ำมันตกลงด้วยความเร็วคงที่ค่าหนึ่งเมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปเพื่อจะให้หยดน้ำมันลอยนิ่งอยู่กับที่ กลับปรากฏว่าหยดน้ำมันกลับตกลงด้วยความเร็วสูงกว่าเดิม เหตุผลต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ความเข้มของสนามไฟฟ้าต่ำเกินไป

b)

หยดน้ำมันนั้นมีประจุลบ

c)

ความเข้มของสนามไฟฟ้าสูงเกินไป

d)

ทิศทางของสนามไฟฟ้ากลับกันกับที่ควรจะเป็น

3.

ในการทดลองเรื่องหยดน้ำมันของมิลลิแกน ถ้าใช้ความต่างศักย์ไฟฟ้า 100 โวลต์ หยดน้ำมันมีมวล 8 x 10-16 กิโลกรัม ระยะระหว่างแผ่นขั้วโลหะเท่ากับ 0.8 เซนติเมตร ทำให้หยดน้ำมัน อยู่นิ่งหยดน้ำมันได้รับอิเล็กตรอนกี่ตัว

a)

8 ตัว

b)

6 ตัว

c)

4 ตัว

d)

2 ตัว

4.

เมื่อแสงมีค่าความยาวคลื่น = 170 nm ตกลงบนโลหะที่มีค่าพลังงานที่โลหะยึดอิเล็กตรอนไว้ (W ) = 2.2 eV จะเกิดโฟโตอิเล็กตรอนที่มีความเร็วค่าหนึ่ง ถ้าต้องการให้ เกิดโฟโตอิเล็กตรอนนี้เป็นจำนวนมากกว่าเดิมควรจะ

a)

เพิ่มความยาวคลื่น

b)

ลดค่าความยาวคลื่น

c)

เพิ่มค่าความเข้ม

d)

ผิดทุกข้อ

5.

ผลสรุปที่สำคัญที่ได้จากปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กตริกคือ

a)

โฟโตอิเล็กตริกจะเกิดทันทีเมื่อแสงตกกระทบผิวของโลหะ

b)

อิเล็กตรอนจะถูกยึดไว้กับโลหะพลังงานที่โลหะยึดจะต่างกันตามชนิดของโลหะ

c)

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีสมบัติเป็นอนุภาค

d)

E = mc2

6.

พลังงานจลน์สูงสุดของโฟโตอิเล็กตรอนนั้น

a)

ไม่ขึ้นกับความเข้มของแสงที่ตกกระทบ

b)

ขึ้นกับรากที่สองของความเข้มของแสงที่ตกกระทบ

c)

ขึ้นกับกำลังสองของความเข้มของแสงที่ตกกระทบ

d)

ขึ้นกับกำลังของความเข้มของแสงที่ตกกระทบ

7.

นัยน์ตามนุษย์สามารถรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากลังงาน 10-18 จูล ถ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พลังงานนี้มีความยาวคลื่น 6 x 10-7 เมตร โฟตอนที่รับได้มีจำนวน ( ค่านิจพลังค์ = 6.6 x 10-34 จูล-วินาที )

a)

5 โฟตอน

b)

4 โฟตอน

c)

3 โฟตอน

d)

2 โฟตอน

8.

ในการทดลองวัดอัตราส่วนประจุต่อมวลของอิเล็กตรอนโดยวีธีของทอมสันโดยครั้งแรกให้รังสี แคโทดเกิดการเบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็ก แต่เมื่อใส่สนามไฟฟ้า เข้าไปเพื่อหักล้างการ เบี่ยงเบนของรังสีแคโทด กลับปรากฏว่ารังสีแคโทดกลับเบี่ยงเบนมากขึ้น ผู้ทำการทดลอง

ควรจะทำอย่างไร

a)

ลดความเข้มของสนามแม่เหล็ก

b)

ลดความเข้มของสนามไฟฟ้า

c)

เพิ่มความเข้มของสนามไฟฟ้า

d)

กลับทิศทางของสนามไฟฟ้า

9.

เมื่อให้แสงที่มีความยาวคลื่น 450 นาโนเมตร ตกกระทบผิวโลหะชนิดหนึ่ง ปรากฏว่าต้องใช้ ความต่างศักย์ในการหยุดยั้งโฟโตอิเล็กตรอนเท่ากับ 1.5 โวลต์ ถ้าต้องการให้อิเล็กตรอนหลุด ออกจากผิวโลหะได้พอดี จะต้องใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเท่าใด ( กำหนดให้ ค่านิจของพลังค์ h = 6.6x10-34 จูล-วินาที ความเร็วของแสง c =3x108 เมตร/วินาที ประจุของอิเล็กตรอน e = 1.6x10-19 คูลอมบ์ )

a)

330 นาโนเมตร

b)

660 นาโนเมตร

c)

990 นาโนเมตร

d)

1,200 นาโนเมตร

10.

ในการทดลองของฟรังค์และเฮิรตซ์นั้น ถ้าในหลอดบรรจุก๊าซไฮโดรเจน จะพบว่า

a)

กระแสไฟฟ้าจะลดลง เมื่อความต่างศักย์ไฟฟ้ามีค่าประมาณ 13.6 โวลต์

b)

กระแสไฟฟ้าจะลดลง เมื่อความต่างศักย์ไฟฟ้ามีค่าประมาณ 4.9 โวลต์

c)

กระแสไฟฟ้าจะลดลง เมื่อความต่างศักย์ไฟฟ้ามีค่าประมาณ 10.2 โวลต์

d)

กระแสไฟฟ้าจะลดลง เมื่อความต่างศักย์ไฟฟ้ามีค่าประมาณ 6.7 โวลต์

11.

ภาพของอะตอมจากทฤษฎีของโบร์ คือ

a)

อิเล็กตรอนจะวิ่งวนรอบนิวเคลียสในวงโคจรไม่แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา

b)

อิเล็กตรอนรอบ ๆ นิวเคลียสเป็นเสมือนกลุ่มหมอกที่ห่อหุ้มนิวเคลียสอยู่

c)

อิเล็กตรอนวิ่งวนรอบนิวเคลียสด้วยระยะห่างจากนิวเคลียสมาก

d)

อิเล็กตรอนที่อยู่รอบนิวเคลียสมีสมบัติของคลื่นนิ่ง

12.

เมื่อลำแสงเดินทางจากตัวกลางชนิดหนึ่งเข้าสู่ตัวกลางอีกชนิดหนึ่ง ปริมาณอะไรของลำแสงนี้จะไม่เปลี่ยนไป

a)

ความเร็ว

b)

ทิศทาง

c)

ความถี่

d)

ความยาวคลื่น

13.

อะตอมของธาตุชนิดหนึ่งมีอิเล็กตรอนสองตัวสุดท้ายอยู่ในชั้นย่อย P ของชั้น M ( เลขควอนตัม = 3 ) เลขอะตอมของธาตุนี้คือ

a)

6

b)

12

c)

14

d)

28

14.

ในช่วงระดับพลังงานต่ำสุดสามระดับแรกของอะตอมไฮโดรเจน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตรวจพบ จะอยู่ในชุดความถี่ที่เรียกว่า

a)

ชุดไลมานและชุดบาล์เมอร์

b)

ชุดไลมาน และชุดพาสเชน

c)

ชุดบาล์เมอร์ และชุดพาสเชน

d)

ชุดไลมาน ชุดบาล์เมอร์และชุดพาสเชน

15.

เมื่ออิเล็กตรอนของไฮโดรเจนเปลี่ยนระดับจากพลังงาน n = 4 เป็นระดับพลังงาน n = 2 จะให้ แสงสีน้ำเงิน ถ้าอิเล็กตรอนเปลี่ยนพลังงานจาก n = 5 ไปยัง n = 2 จะได้แสงสีใด

a)

ม่วง

b)

แดง

c)

เขียว

d)

เหลือง

16.

ในการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาผ่านแผ่นทองบาง ๆ ของรัทเทอร์ฟอร์ด ข้อใดที่แสดงว่านิวเคลียสของอะตอมมีขนาดเล็กและมีประจุบวกทั้งหมดรวมกันอยู่

a)

อนุภาคแอลฟาส่วนใหญ่ผ่านไปตรง ๆ

b)

มีอนุภาคแอลฟาบางตัวเบนไปถึง 90 องศาหรือมากกว่า

c)

จำนวนอนุภาคแอลฟาที่เบนเป็นมุมโตมีไม่น้อย

d)

จำนวนอนุภาคที่ย้อนกลับมีมาก

17.

การทดลองของฟรังค์และเฮิรตซ์ให้ผลสรุปที่สำคัญข้อใด

a)

อิเล็กตรอนกับอะตอมแบบยืดหยุ่นเป็นส่วนใหญ่

b)

อิเล็กตรอนชนกับอะตอมแบบไม่ยืดหยุ่น

c)

อะตอมมีระดับพลังงานเป็นชั้น ๆ

d)

กระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซที่ความดันต่ำได้

18.

โดยธรรมชาติโลหะจะแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ถ้าโลหะมีอุณหภูมิสูง พลังงานที่ปลดปล่อย ออกมาโดยการแผ่รังสีจะมากขึ้น โดยที่ความยาวคลื่นของรังสีที่มีความเข้มมากที่สุดจะเป็น อย่างไร

a)

ยาวขึ้น

b)

สั้นลง

c)

เท่าเดิม

d)

อาจยาวขึ้นหรือสั้นลงแล้วแต่ชนิดของโลหะ

19.

การที่รัทเทอร์ฟอร์ด ทำการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคำบาง แล้วพบว่าโครงสร้างของอะตอมไม่เป็นไปตามแบบของทอมสัน เนื่องจากรัทเทอร์ฟอร์ดพบว่า

a)

อนุภาคแอลฟาเกทอบทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใด ๆ และบางทีมีการสะท้อน

b)

อนุภาคแอลฟาเบนไปจากแนวเดิมทุกทิศทุกทาง

c)

อนุภาคแอลฟาทั้งหมดวิ่งทะลุผ่านแผ่นทองไปในแนวเกือบเป็นเส้นตรง

d)

อนุภาคแอลฟาบางส่วนเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใด ๆ ทั้งที่ส่วนใหญ่ผ่านไปในแนวตรง

20.

ตามการทดลองของฟรังค์และเฮิรตซ์ ข้อสรุปใดไม่จริง

a)

อิเล็กตรอนที่มีพลังงานน้อยกว่า 4.9 eV จะมีการชนกันแบบยืดหยุ่นกับอะตอมของไอปรอท

b)

อิเล็กตรอนที่มีพลังงานมากกว่า 4.9 eV จะสูญเสียพลังงานส่วนหนึ่งให้กับอะตอมของ ไอปรอท

c)

อะตอมของไอปรอทมีค่าพลังงานระดับพื้นเท่ากับ 4.6 eV

d)

อะตอมของไอปรอทมีค่าพลังงานเป็นชั้นๆ ไม่ต่อเนื่อง