wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บรรยากาศของเรา

Total questions: 22

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของบรรยากาศ

a)

อากาศที่ห่อหุ้มโลก

b)

อากาศที่อยู่รอบตัวเรา

c)

สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบโลก

d)

สิ่งต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์

2.

ถ้าโลกของเราไม่มีบรรยากาศแล้ว โลกจะมีลักษณะตามข้อใด

a)

โลกจะมืดอยู่ตลอดเวลา

b)

ไม่มีแสงแดด

c)

กลางวันร้อนจัด กลางคืนหนาวจัด

d)

ลมพัดแรงจัดอยู่ตลอดเวลา

3.

ข้อใดคือประโยชน์ของบรรยากาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต

a)

ทำให้แสงจากดวงจันทร์เกิดการหักเห

b)

ดึงดูดวัตถุนอกโลกให้ตกลงมายังผิวโลก

c)

ช่วยให้รังสีจากดวงอาทิตย์ส่องมายังโลกได้มาก

d)

ป้องกันไม่ให้รังสีจากดวงอาทิตย์ส่องมายังโลกมากเกินไป

4.

บรรยากาศชั้นมีโซสเฟียร์มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร

a)

สะท้อนคลื่นวิทยุได้ดี

b)

ช่วยป้องกันวัตถุนอกโลก

c)

มีชั้นโอโซนหนาช่วยป้องกันรังสียูวี

d)

ทำให้เกิดปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ

5.

บรรยากาศชั้นเทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อนคลื่นวิทยุได้ เพราะอะไร

a)

มีอำนาจแม่เหล็ก

b)

มีแก๊สโอโซนประกอบอยู่

c)

แก๊สต่าง ๆ แตกตัวเป็นประจุไฟฟ้า

d)

สรุปไม่ได้

6.

บรรยากาศชั้นใดมีผลต่อการ ดูดกลืนรังสีต่าง จากดวงอาทิตย์มากที่สุด

a)

โทรโพสเฟียร์

b)

สตราโตสเฟียร์

c)

มีโซสเฟียร์

d)

เทอร์โมสเฟียร์

7.

ในบริเวณใดมีอุณหภูมิของอากาศ สูงที่สุด

a)

บนยอดดอยในเวลา 6.00 น.

b)

บริเวณริมทะเลในเวลา 18.00 น.

c)

บริเวณป่าไม้ที่บในเวลา 10.00 น.

d)

บริเวณทะเลทรายในเวลา 15.00 น.

8.

บริเวณใดน่าจะมีอุณหภูมิของอากาศต่ำที่สุด

a)

บริเวณที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น

b)

บริเวณที่มีสิ่งก่อสร้างจำนวนมาก

c)

บริเวณที่มีเมฆปกคลุมบนท้องฟ้าน้อย

d)

บริเวณที่มีเมฆมาก และมีบ้านเรือนจำนวนมาก

9.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ช่วงฤดูหนาวเกิดจากบริเวณนั้นไม่ได้รับแสงอาทิตย์

b)

ช่วงฤดูร้อนเกิดจากบริเวณนั้นรับแสงอาทิตย์ในแนวเฉียง

c)

ช่วงฤดูร้อนเกิดจากบริเวณนั้นรับแสงอาทิตย์ในแนวตั้งฉาก

d)

ช่วงฤดูหนาวเกิดจากบริเวณนั้นรับแสงอาทิตย์ในแนวตั้งฉาก

10.

พื้นที่ที่เป็นทราย น้ำ และดิน มีอุณหภูมิพื้นผิวแตกต่างกันหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

แตกต่างกัน เพราะความหนาแน่นอากาศแตกต่างกัน

b)

ไม่แตกต่างกัน เพราะดูดกลืนรังสีความร้อนได้เท่ากัน

c)

ไม่แตกต่างกัน เพราะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์เท่ากัน

d)

แตกต่างกัน เพราะดูดกลืนและสะท้อนรังสีความร้อนได้แตกต่างกัน

11.

หากต้องการวัดความดันอากาศควรเลือกใช้เครื่องมือชนิดใด

a)

บารอมิเตอร์

b)

ไฮดรอมิเตอร์

c)

แอนิมอมิเตอร์

d)

เทอร์มอมิเตอร์

12.

บริเวณใดที่มีความดันอากาศสูง

a)

บริเวณที่มีอุณหภูมิอากาศต่ำ

b)

บริเวณที่มีการระเหยของน้ำมาก

c)

บริเวณที่มีความหนาแน่นอากาศต่ำ

d)

บริเวณที่มีจำนวนโมเลกุลของอากาศต่ำ

13.

จากภาพ เป็นเครื่องมือที่มีชื่อว่าอะไร

a)

ศรลม

b)

แอนิมอมิเตอร์

c)

ไฮดรอมิเตอร์

d)

แอโรเวน

14.

ข้อใดจับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือวัดเกี่ยวกับลมและหน้าที่ไม่ถูกต้อง

a)

ศรลม - ความเร็วลม

b)

แอโรแวน - ทิศทางลม

c)

แอโรแวน - อัตราเร็วลม

d)

แอนิมอมิเตอร์ - อัตราเร็วลม

15.

ลมในข้อใดที่เกิดเวลากลางวัน และเกิดจากอากาศบริเวณเหนือพื้นดินมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นน้ำ

a)

ลมบก

b)

ลมทะเล

c)

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

d)

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

16.

เหตุการณ์ใดน่าจะมีอัตราเร็วลมมากที่สุด

a)

ต้นไม้ถอนรากล้ม

b)

อาคารที่ไม่มั่นคงหักพัง

c)

มีฝุ่นตลบ กระดาษปลิว

d)

กิ่งไม้หัก ลมต้านการเดิน

17.

วันที่ลมกระโชกแรง เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง จะพบเห็นเมฆชนิดใด

a)

คิวมูโลนิมบัส

b)

ซีร์โรคิวมูลัส

c)

อัลโตคิวมูลัส

d)

อัลโตสเตรตัส

18.

อากาศที่มีความชื้นพอเหมาะ และทำให้รู้สึกสบาย ควรมีความชื้นสัมพัทธ์เท่าใด

a)

20%

b)

60%

c)

80%

d)

100%

19.

เหตุใดในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเราจึงรู้สึกอึดอัดและมีเหงื่ออกมาก

a)

อุณหภูมิสูง

b)

ความหนาแน่นสูง

c)

ความดันอากาศสูง

d)

ความชื้นสัมพัทธ์สูง

20.

สิ่งที่ช่วยให้เกิดการกลั่นตัวของไอน้ำเป็นก้อนเมฆคือ

a)

เกลือ

b)

น้ำทะเล

c)

ฝุ่นผงเล็กๆ หรือเกลือในบรรยากาศ

d)

ก๊าซในชั้นบรรยากาศ

21.

เมฆที่มีลักษณะบาง ๆ เป็นฝอยหรือปุยคล้ายขนนก สีขาวละเอียด มีรูปร่างไม่เเน่นอน คือเมฆอะไร

a)

เมฆเซอร์รัส

b)

เมฆอัลโตสตราตัส

c)

เมฆเซอร์โรคิวมูลัส

d)

เมฆคิวมูลัส

22.

เมฆชนิดใดทำให้เกิดฝน

a)

เมฆสตราโตคิวมูลัส

b)

เมฆอัลโตสตราตัส

c)

เมฆนิมโบสตราตัส

d)

เมฆคิวมูลัส