wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

QC.**Quiz2

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

QCC หมายถึงข้อใด

a)

Quality Control Cooperation

b)

Quality Control Circle

c)

Quality Control Concept

d)

Quality Control Conventional

2.

การเริ่มทำQuality Control Circle (QCC) ควรเริ่มจากกิจกรรมอะไรก่อน

a)

แบ่งพนักงานในบริษัทเป็นกลุ่ม

b)

กำหนดเป็นนโยบายบริษัทโดยผ่านความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงก่อน

c)

ตั้งชื่อคณะกรรมการดูแลกิจกรรม QCC

d)

พนักงานในบริษัทลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกหัวข้อ QCC

3.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ต้นทุนคุณภาพ

a)

งานที่ต้องทิ้ง (Scrap)

b)

งานทำซ้ำ (Rework)

c)

งานทดสอบซ้ำ (Retest)

d)

ต้นทุนผลิตภัณฑ์ (Product Cost)

4.

ข้อใดคือความหมายของ Quality Control Circle (QCC)

a)

กลุ่มของพนักงานที่รวมกันเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพงาน

b)

ระบบบริหารคุณภาพแบบหนึ่ง

c)

การร่วมกันแก้ปัญหาคุณภาพงานโดยพนักงานจากฝ่ายต่างๆ

d)

การประชุมของผู้บริหารเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพ

5.

เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อให้ทราบว่าทำไมกระบวนการยังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นคือข้อใด

a)

PDCA cycle

b)

Benchmarking

c)

5W2H

d)

QCC

6.

ข้อใดหมายถึง การกำหนดหาองค์กรที่มีความเป็นเลิศและนำวิธีการที่เขาปฏิบัติมาปรับใช้

a)

Continuous improvement

b)

Benchmarking

c)

Employee empowerment

d)

QCC

7.

ข้อใดไม่ได้เป็นหนึ่งใน “The Seven Quality Control Tools”

a)

แผนภาพการกระจาย(Scatter Diagram)

b)

ใบตรวจสอบ(Check sheet)

c)

การออกแบบการทดลอง(Design of Experiment)

d)

ผังเหตุและผล(Cause and Effect diagram)

8.

เทคนิคข้อใดเหมาะสมที่สุดในการช่วยชี้ถึงต้นเหตุของความบกพร่องของผลิตภัณฑ์

a)

Control chart (แผนภูมิควบคุม)

b)

Pareto diagram (แผนภาพพาเรโต)

c)

Fish bone diagram (แผนผังก้างปลา)

d)

Check sheet (ใบตรวจสอบ)

9.

แผนผังก้างปลาเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์หาสาเหตุที่คาดว่ามีผลกับปัญหาที่สนใจศึกษา ส่วนประกอบของแผนผังก้างปลาในข้อใดต่อไปนี้ ที่ใช้แสดงอาการของปัญหา

a)

หัวปลา

b)

ก้างปลาหลัก

c)

ก้างปลาย่อย

d)

หางปลา

10.

เครื่องมือคุณภาพชนิดใดที่ใช้ป้องกันปัญหา ความไม่แน่นอน หรือความเสี่ยงในอนาคต

a)

กราฟ และแผนภูมิควบคุม (Graph and Control Chart)

b)

แผนภาพการกระจาย (Scatter Diagram)

c)

แผนภูมิการตัดสินใจ (Process Decision Program Chart)

d)

แผนภูมิลูกศร (Arrow Diagram)

11.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้เครื่องมือคุณภาพ 7 อย่างเดิม (7 QC Tools)

a)

วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา

b)

การจำกัดขอบเขตของปัญหาให้แคบลง

c)

การตรวจจับชิ้นงานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

d)

การแยกแยะความผันแปรออกเป็นสาเหตุธรรมชาติและสาเหตุผิดธรรมชาติ

12.

ในกรณีที่ฮิสโตแกรมมีรูปแบบทรงภูเขาสองยอดนั้น น่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร

a)

การแบ่งจำนวนชั้นของฮิสโตแกรมไม่เหมาะสม

b)

ข้อมูลมาจากคนละแหล่งความผันแปรที่มีความแตกต่างกัน 2 แหล่ง

c)

ข้อมูลมาจากกระบวนการผลิตในช่วงเวลาที่ต่างกัน

d)

ข้อมูลมาจากกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่องที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพที่ดีพอ

13.

ข้อใดอธิบายถึงแผนภูมิก้างปลาไม่ถูกต้อง

a)

เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แผนภาพแสดงเหตุและผล

b)

เป็นเครื่องมือที่ใช้เฉพาะในส่วนของโรงงานเท่านั้น ไม่นิยมใช้ในสำนักงาน

c)

การได้มาซึ่งข้อมูลใช้วิธีการระดมสมองจากผู้ปฏิบัติ

d)

ควรระบุเหตุปัจจัยเฉพาะที่สามารถแก้ไขได้เท่านั้น และไม่ควรระบุถึงภัยธรรมชาติในเหตุปัจจัย

14.

เครื่องมือคุณภาพชนิดใด ที่นิยมนำมาใช้เพื่อรักษาระดับคุณภาพหรือมาตรฐานที่รับประกัน

a)

แผนภูมิควบคุม

b)

แผนภูมิพาเรโต

c)

FMEA (Failure Mode and Effects Analysis)

d)

ฮิสโตแกรม

15.

ประโยชน์ของผังเหตุและผล (Cause and Effect diagrams) คือข้อใด

a)

เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าอะไรคือปัญหาที่สำคัญที่สุดที่เราควรแก้ไขก่อน-หลัง

b)

เพื่อหาสาเหตุของปัญหา

c)

เพื่อหาว่าข้อมูลต่างๆ ที่ได้มีการกระจายแบบใด

d)

เป็นแผนผังก้างปลาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลปัจจุบัน (เขียนไว้ด้านบน) และข้อมูลในอดีต (เขียนไว้ด้านล่าง)

16.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นเครื่องมือในการควบคุมคุณภาพ

a)

Check Sheet(ใบตรวจสอบ)

b)

Defect Concentration Diagram

c)

Control Chart(แผนภูมิควบคุม)

d)

ข้อ 1 2 และ 3 ถูก

17.

4 M ของแผนภาพแสดงเหตุและผลคืออะไร

a)

วัตถุดิบ, เครื่องจักร/อุปกรณ์, แรงงาน และวิธีการ

b)

วัตถุดิบ, วิธีการ, คน และทัศนคติ

c)

ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพ 4 ท่าน

d)

วัตถุดิบ, การจัดการ, แรงงาน และแรงจูงใจ

18.

เครื่องมือที่ใช้เพื่อให้เข้าใจลำดับของเหตุการณ์ที่ผลิตภัณฑ์เคลื่อนย้ายคืออะไร

a)

แผนภาพพาเรโต(Pareto Diagram)

b)

แผนผังกระบวนการ (Process chart)

c)

ใบตรวจสอบ(Check Sheet)

d)

โปกาโยเกะ (Poka-yoke)

19.

ผังก้างปลาเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร

a)

แผนภาพแสดงเหตุและผล(Cause-Effect Diagram)

b)

แผนภาพโปกาโยเกะ(Poka-Yoke)

c)

แผนภาพไคเซน(Kaizen)

d)

แผนภาพคัมบัง(Kanban)

20.

กลุ่มคุณภาพประชุมระดมสมองและพยายามระบุปัจจัยที่มีอาจจะมีผลต่อข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ ในขั้นตอนดังกล่าวควรใช้เครื่องมือใด

a)

แผนภาพพาเรโต

b)

แผนผังกระบวนการ

c)

แผนภูมิควบคุม

d)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

21.

แผนภาพใดใช้แสดงการกระจายของข้อมูล

a)

แผนภาพพาเรโต

b)

แผนภาพฮิสโตแกรม

c)

กราฟวงกลม

d)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

22.

แผนภาพใดใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด

a)

แผนภาพพาเรโต

b)

แผนภาพฮิสโตแกรม

c)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

d)

แผนภาพการกระจาย

23.

ความสามารถของกระบวนการ (Process Capability) สามารถแสดงโดยใช้เครื่องมือคุณภาพใดประกอบ

a)

ใบตรวจสอบ (check sheet)

b)

แผนภาพฮิสโตแกรม(Histogram)

c)

แผนภาพพาเรโต(Pareto Diagram)

d)

แผนภาพการกระจาย(Scatter Diagram)

24.

หากสงสัยว่าระยะห่างระหว่างปืนพ่นสีถึงชิ้นงาน มีความสัมพันธ์ต่อความหนาของสีที่ปรากฏบนชิ้นงานอย่างไร ควรใช้เครื่องมือคุณภาพชนิดใด

a)

แผนภาพแสดงเหตุและผล

b)

แผนภาพฮิสโตแกรม

c)

แผนภาพพาเรโต

d)

แผนภาพการกระจาย

25.

เมื่อใช้แผนภาพแสดงเหตุและผล คำถามใดที่มักใช้เป็นหลักในการระบุถึงสาเหตุรากเหง้าของปัญหา

a)

อะไร

b)

เมื่อไร

c)

ใคร

d)

ทำไม

26.

การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะมีการปรับปรุง เครื่องมือที่ควรใช้คือ

a)

check sheet (ใบรายการตรวจสอบ)

b)

Pareto diagram (แผนภาพพาเรโต)

c)

cause and effect diagram (แผนภาพแสดงเหตุและผล)

d)

control chart (แผนภูมิควบคุม)

27.

เมื่อรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจเรียบร้อยแล้ว เครื่องมือที่ใช้ในการเรียงลำดับความถี่ของข้อมูลได้แก่

a)

check sheet (ใบรายการตรวจสอบ)

b)

Pareto diagram (แผนภาพพาเรโต)

c)

cause and effect diagram (แผนภาพแสดงเหตุและผล)

d)

control chart (แผนภูมิควบคุม)

28.

ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานภายในกระบวนการ

a)

แผนภูมิก้างปลา

b)

แผนภาพพาเรโต

c)

ฮีสโตแกรม

d)

แผนภูมิการไหลของกระบวนการ

29.

ข้อใดคือประโยชน์ของแผนผังพาเรโต (Pareto Chart)

a)

บ่งชี้ความเสถียรของกระบวนการ

b)

บ่งชี้ปัญหาส่วนน้อยที่มีความสำคัญมาก

c)

บ่งชี้ความถี่ของการเกิดของปัญหาต่าง ๆ

d)

ถูกทั้งข้อ 2 และข้อ 3

30.

ข้อใดต่อไปนี้สรุปไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องมือคุณภาพ 7 ประการ

a)

Check sheet – หาข้อมูล

b)

Histograms - หาคำตอบ

c)

Pareto diagrams –หาปัญหา

d)

Scatter diagrams – หาคำตอบ