wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โครงสร้างและหน้าที่ของใบ

Total questions: 10

Worksheet time: 2hrs 16mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่โครงสร้างภายในของใบ

a)

epidermis

b)

mesophyll

c)

petiole

d)

vascular bundle

2.

ภาพเนื้อเยื่อใบของพืชชนิดหนึ่ง (PAT2ต.ค.2552) ข้อใดถูก

a)

การปิด – เปิดรูปากใบ ขึ้นอยู่กับความเต่งของเซลล์ผิวโดยรอบ

b)

พืชที่มีเซลล์คุมขนาดใหญ่ จะมีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่าพืชที่มีเซลล์คุมขนาดเล็ก

c)

เมื่อมีความเข้มแสงสูงขึ้นจำนวนรูปากใบที่เปิดมีมากขึ้น และถ้าขาดน้ำในดิน พืชจะลำเลียงมาที่เซลล์คุมทำให้รูปากใบปิด

d)

พืชที่มีจำนวนรูปากใบต่อพื้นที่มากกว่าจะคายน้ำได้ดีกว่าพืชที่มีจำนวนรูปากใบต่อพื้นที่น้อยกว่า

3.

ข้อใดไม่ใช่ใบที่เปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่เฉพาะ

(O-nat.2553)

a)

มือของดองดึง

b)

หนามของกุหลาบ

c)

หนามของกระบอกเพชร

d)

ถุงดักแมลงของหม้อข้าวหม้อแกง

4.

กาบหอยแครง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เปลี่ยนแปลงอวัยวะใดในการจับแมลง

a)

ราก

b)

ลำต้น

c)

ใบ

d)

ดอก

5.

ลักษณะใดของใบที่เหมาะสำหรับการทำหน้าที่สร้างอาหารมากที่สุด (รับตรงมข.52)

a)

ใบมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ กระจายไปทั่วกิ่ง

b)

ใบแบนบาง มีความหนาและมีพาลิเสดเซลล์กันหลายๆ ชั้น

c)

ใบแบนบาง พื้นที่ผิวมาก ใบแผ่ออกแต่ละใบไม่ซ้อนกัน

d)

ใบหนามีขนาดใหญ่ แต่ละใบเรียงซ้อนๆ กันหลายๆ ชั้น

6.

ใบไม้ทั่วๆ ไปด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ เนื่องจาก

a)

ชั้นเอพิเดอร์มิสด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ

b)

ชั้นคิวติเคิลของด้านท้องใบหน้ามากกว่าด้านหลังใบ

c)

คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบจะมีมากกว่าด้านท้องใบ

d)

คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบมีสีเข้มมากกว่าด้านท้องใบ

7.

พืชชนิดใดที่มีใบที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อสืบพันธุ์

(O-nat.2553)

a)

กุหลาบ

b)

หม้อข้าวหม้อแกงลิง

c)

กระบองเพชร

d)

คว่ำตาย หงายเป็น

8.

โครงสร้างใดของพืชใบเลี้ยงคู่ที่ไม่มีเนื้อเยื่อแคมเบียม

a)

ใบและราก

b)

รากแขนงและกิ่งก้าน

c)

ใบและกิ่งก้าน

d)

ใบและราก

9.

ปากใบของพืชบางชนิด มีตำแหน่งอยู่สูงกว่าระดับเซลล์ชั้นผิวใบ (raised stomata) เป็นลักษณะปากใบของพืชชนิดใด

a)

ใบมะละกอ

b)

ใบบัวสาย

c)

ใบโกงกาง

d)

ใบกระบองเพชร

10.

ด้านบนของใบมะม่วงมีสีเข้มมากกว่าด้างล่างเป็นเพราะเหตุใด

a)

ได้รับแสงมากกว่า

b)

พาลิเสดเซลล์เรียงตัวกันแน่นกว่าสปันจีเซลล์

c)

พาลิสเสดเซลล์มีคลอโรพลาสต์มากกว่าสปันจีเซลล์

d)

สปันจีเซลล์มีคลอโรพลาสต์มากกว่าพาลิสดเซลล์