wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความแปรปรวนของอากาศ

Total questions: 52

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความแปรปรวนของอากาศ

a)

ความผิดปกติของกระแสลม

b)

ความผิดปกติของกระแสน้ำ

c)

ความผิดปกติของอุณหภูมิ

d)

ความผิดปกติของความดันอากาศ

2.

ปรากฏการณ์ธรรมชาติใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับความแปรปรวนของอากาศ

a)

เอลนีโญ

b)

เรือนกระจก

c)

พายุสุริยะ

d)

พายุเฮอร์ริเคน

3.

ข้อใดเป็นผลจากความแปรปรวนของอากาศที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย

a)

ฝนแล้ง

b)

พายุฤดูร้อน

c)

อากาศร้อนจัด

d)

ถูกทุกข้อ

4.

หากเราไม่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ข้อใดที่น่าจะเกิดเป็นหายนะต่อประเทศไทยในอนาคตมากที่สุด

a)

แผ่นดินไหวที่รุนแรง

b)

คลื่นสึนามิถล่ม

c)

หิมะถล่ม

d)

น้ำท่วมขังถาวร

5.

เอลนีโญและลานีญา เกิดขึ้นจากความผิดปกติของลมสินค้าที่พัดอยู่เหนือบริเวณใด

a)

มหาสมุทรแปซิฟิก

b)

มหาสมุทรแอตแลนติก

c)

อนุทวีปอินเดีย

d)

ขั้วโลกใต้

6.

ข้อใดกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างการพัดของลมสินค้ากับปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาได้ถูกต้อง

a)

ลมสินค้าพัดเบา เกิดเอลนีโญ

b)

ลมสินค้าพัดแรง เกิดเอลนีโญ

c)

ลมสินค้าพัดปกติ เกิดเอลนีโญ

d)

ลมสินค้าพัดเบา เกิดลานีญา

7.

ทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกคือบริเวณใด

a)

เอเชีย

b)

อเมริกาใต้

c)

แอฟริกา

d)

ยุโรป

8.

ปะการังฟอกขาว เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ใด

a)

เอลนีโญ

b)

ลานีญา

c)

เรือนกระจก

d)

เอลนีโญ่ และลานีญา

9.

นักวิทยาศาสตร์พบว่า การเกิดเอลนีโญมีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์ใด

a)

โลกร้อน

b)

โลกเย็น

c)

ภูเขาไฟระเบิด

d)

พายุสุริยะ

10.

ตามปกติแล้ว ลมสินค้าจะพัดให้กระแสน้ำผิวหน้าของมหาสมุทรแปซิฟิกพัดไปในทิศทางใด

a)

เหนือไปใต้

b)

ใต้ไปเหนือ

c)

ตะวันออกไปตะวันตก

d)

ตะวันตกไปตะวันออก

11.

ในสภาวะปกติ ชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกจะมีลักษณะอากาศเป็นแบบใด

a)

แห้งแล้ง

b)

มีฝนฟ้าคะนอง

c)

มีอากาศร้อนชื้น

d)

อากาศร้อนชื้น มีผฝนฟ้าคะนอง

12.

ในสภาวะปกติ บริเวณชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกจะมีการเคลื่อนตัวของกระแสน้ำแบบใด

a)

กระแสน้ำอุ่นเข้าไปแทนที่กระแสน้ำเย็น

b)

กระแสน้ำเย็นเข้าไปแทนที่กระแสน้ำอุ่น

c)

Downwelling

d)

เป็นไปได้ทุกแบบ

13.

ผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นกับชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกคืออะไร

a)

ฝนตกหนัก

b)

หิมะตก

c)

เกิดความแห้งแล้ง

d)

พายุทอร์นาโด

14.

ปรากฏการณ์ที่ผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติคือปรากฏการณ์ใด

a)

เอลนีโญ

b)

ลานีญา

c)

โลกร้อน

d)

คลื่นความร้อน

15.

เอลนีโญกับลานีญามีความแตกต่างกันอย่างไร

a)

เอลนีโญทำให้อากาศแปรปรวน ส่วนลานีญาจะซ้ำเติมสภาวะอากาศเดิมให้รุนแรงขึ้น

b)

ลานีญาทำให้อากาศแปรปรวน ส่วนเอลนีโญจะซ้ำเติมสภาวะอากาศเดิมให้รุนแรงขึ้น

c)

ทั้งเอลนีโญและลานีญาจะซ้ำเติมสภาวะอากาศเดิมให้รุนแรงขึ้น

d)

ไม่มีข้อใดถูก

16.

ลักษณะอากาศของประเทศไทยเมื่อมีปรากฏการณ์ลานีญาจะเป็นอย่างไร

a)

ฝนตกหนักมากกว่าเดิม

b)

เกิดความแห้งแล้งมากกว่าเดิม

c)

เกิดคลื่นสึนามิที่รุนแรงกว่าเดิม

d)

ฝนตกหนักมากกว่าเดิม และเกิดคลื่นสึนามิที่รุนแรง

17.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของเทเลคอนเนกชั่น

a)

ผลกระทบของเอลนีโญต่อประเทศอินโดนีเซีย

b)

ผลกระทบของลานีญาต่อประเทศชิลี

c)

ผลกระทบของลานีญาที่มีต่อประเทศเคนยา

d)

ผลกระทบของเอลนีโญที่มีต่อประเทศซามัว

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก

a)

กระแสน้ำตื้นจัดเป็นกระแสน้ำอุ่น

b)

กระแสน้ำลึกจัดเป็นกระแสน้ำเย็น

c)

กระแสน้ำตื้นจัดเป็นกระแสน้ำเย็น

d)

กระแสน้ำตื้นจัดเป็นกระแสน้ำอุ่น และกระแสน้ำเย็นเป็นกระแสน้ำลึก

19.

ข้อใดเป็นผลจากแก๊สเรือนกระจก

a)

ถ้ามีมากเกินไป โลกจะเย็น

b)

ถ้ามีมากเกินไป โลกจะร้อน

c)

ถ้ามีน้อยเกินไป โลกจะร้อน

d)

จะมีมากหรือน้อยโลกก็ร้อน

20.

“เรือนกระจก” ของโลก เปรียบเทียบได้กับสิ่งใด

a)

รังสีจากดวงอาทิตย์

b)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

กระจกตามสิ่งปลูกสร้าง

d)

น้ำในมหาสมุทร

21.

ข้อใดให้ความหมายของปรากฏการณ์เรือนกระจกได้ดีที่สุด

a)

ปรากฏการณ์ที่รังสีบางส่วนจากดวงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเข้ามาได้

b)

ปรากฏการณ์ที่ผิวโลกดูดกลืนรังสีจากดวงอาทิตย์เอาไว้

c)

ปรากฏการณ์ที่แก๊สในบรรยากาศแผ่รังสีความร้อนออกมาแล้วทำให้โลกร้อนขึ้น

d)

ปรากฏการณ์ที่มีแก๊สเรือนกระจกมากเกินไป ทำให้โลกร้อนขึ้น

22.

ข้อใดเรียงลำดับการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกได้ถูกต้อง

1. บรรยากาศดูดกลืนรังสีคลื่นยาว 2. ชั้นโอโซนดูดกลืนรังสีคลื่นสั้น

3. ผิวโลกดูดกลืนรังสีคลื่นยาว

a)

1 2 3

b)

2 3 1

c)

3 1 2

d)

1 3 2

23.

ผิวโลกอุ่นขึ้น และรักษาอุณหภูมิไว้ได้เพราะอะไร

a)

ผิวโลกดูดกลืนรังสีจากดวงอาทิตย์ในรูปของพลังงานความร้อน

b)

แก๊สเรือนกระจกแผ่รังสีความร้อนออกมา

c)

น้ำบนโลกมีความจุความร้อนจาเพาะสูง

d)

ถูกทุกข้อ

24.

ข้อใดเป็นลักษณะของ “เรือนกระจก”

a)

เหมาะสำหรับการปลูกพืชในเมืองหนาว

b)

สามารถกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

c)

สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในเรือนกระจกไม่ให้สูงหรือต่ำจนเกินไป

d)

ถูกทุกข้อ

25.

ข้อใดเปรียบเทียบปรากฏการณ์เรือนกระจกกับเรือนกระจกจริงได้ถูกต้อง

a)

ปรากฏการณ์เรือนกระจกทำให้ภายในอุ่นด้วยการกักเก็บความร้อน เรือนกระจกจริงทำให้ภายในอุ่นด้วยการดูดกลืนรังสี

b)

ปรากฏการณ์เรือนกระจกทำให้ภายในอุ่นด้วยการดูดกลืนรังสี เรือนกระจกจริงทำให้ภายในอุ่นด้วยการกักเก็บความร้อน

c)

ทั้งปรากฏการณ์เรือนกระจกและเรือนกระจกจริงทาให้ภายในอุ่นด้วยการดูดกลืนรังสี

d)

ทั้งปรากฏการณ์เรือนกระจกและเรือนกระจกจริงทาให้ภายในอุ่นด้วยการกักเก็บความร้อน

26.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของแก๊สเรือนกระจกทุกชนิด

a)

การดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลต

b)

การดูดกลืนรังสีอินฟราเรด

c)

การทำลายชั้นโอโซน

d)

เกิดจากการเผาไหม้

27.

จุดเปลี่ยนที่ทำให้โลกมีแก๊สเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือเหตุการณ์ใดในประวัติศาสตร์โลก

a)

การปฏิวัติเกษตรกรรม

b)

การปฏิวัติอุตสาหกรรม

c)

การค้นพบเครื่องยนต์ดีเซล

d)

การสร้างจรวด

28.

แก๊สเรือนกระจกจัดเป็นองค์ประกอบของบรรยากาศแบบใด

a)

องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงได้

b)

องค์ประกอบที่คงที่

c)

มีทั้งองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงได้และคงที่

d)

ไม่มีข้อใดถูก

29.

แก๊สเรือนกระจกชนิดใดที่มีอิทธิพลต่อสภาวะเรือนกระจกของโลกมากที่สุด

a)

ไอน้ำ

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

มีเทน

d)

โอโซน

30.

แก๊สเรือนกระจกชนิดใดสามารถก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนได้รุนแรงที่สุด

a)

มีเทน

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

ไนตรัสออกไซด์

d)

โอโซน

31.

แก๊สที่มีคุณสมบัติในการขับดัน เป็นสารทำความเย็น และสามารถทำให้รังสีอัลตราไวโอเลตเดินทางมาถึงพื้นโลกได้ คือแก๊สเรือนกระจกชนิดใด

a)

ไนตรัสออกไซด์

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

ฟรีออน

d)

โอโซน

32.

แก๊สที่เป็นสารอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอน มีมวลโมเลกุล 16 ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง คือแก๊สเรือนกระจกชนิดใด

a)

ซีเอฟซี

b)

มีเทน

c)

โอโซน

d)

ไอน้ำ

33.

ตามโรงงานถ่านหินจะตรวจพบแก๊สเรือนกระจกชนิดใดมากที่สุด

a)

มีเทน

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

โอโซน

d)

ซีเอฟซี

34.

ข้อใดคือผลของแก๊สโอโซนในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์

a)

ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต

b)

ทำให้มนุษย์เจ็บป่วย

c)

ทำให้โลกร้อนขึ้น

d)

ทำให้น้ำในแหล่งน้ำกลายเป็นกรด

35.

พิธีสารมอนทรีออล มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใด

a)

การลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก

b)

การควบคุมการใช้สารซีเอฟซี

c)

การรักษาพันธุ์พืช

d)

การป้องกันภัยพิบัติที่เกิดจากความแปรปรวนของอากาศ

36.

พิธีสารเกียวโต มีสารสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใด

a)

การรักษาชั้นโอโซน

b)

ให้อุตสาหกรรมควบคุมการปล่อยแก๊สเรือนกระจก

c)

รณรงค์ไม่จับปลาในฤดูวางไข่

d)

การห้ามใช้สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน

37.

ข้อใดเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

a)

รถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม

b)

การทำฟาร์มปศุสัตว์

c)

การใช้เครื่องปรับอากาศ

d)

ถูกทุกข้อ

38.

ภาวะโลกร้อนเป็นผลที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เรือนกระจก ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน

a)

น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย

b)

สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวไม่ได้จะล้มตาย

c)

การแพร่ระบาดของเชื้อโรคเกิดได้ง่ายขึ้น

d)

ภูเขาไฟระเบิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น

39.

บุคคลใดที่มีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนและใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองน้อยที่สุด

a)

กายฉีดสเปรย์ non-cfc ออกมาเป็นจำนวนมาก

b)

แก้มเปิดฟาร์มทำการเกษตรสมัยใหม่และเลี้ยงปศุสัตว์

c)

เก่งเดินทางไปวัดพระแก้วด้วยรถตุ๊กๆ ที่ปล่อยควันดำ

d)

ก๊อปใช้กระดาษเช็ดน้ำมูกเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นหวัด

40.

หากภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้น ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติใดมากที่สุด

a)

สึนามิ

b)

น้ำท่วม

c)

แผ่นดินไหว

d)

ดินสไลด์

41.

นักเรียนจะเตรียมการรับมือกับภาวะโลกร้อนที่รุนแรงมากขึ้นได้อย่างไร

a)

ไม่สนใจ นอนอยู่บ้าน น้ำจะท่วมก็ท่วมไป

b)

ศึกษาหาข้อมูล ติดตามข่าวสาร อนุรักษ์ธรรมชาติ

c)

ดูหนัง 2012 แล้วเตรียมหนีขึ้นเรือโนอาห์

d)

ซื้อที่ดินบนที่สูงเตรียมไว้ น้ามาก็หนี

42.

ข้อใดไม่เหมาะสมในการช่วยลดโลกร้อน

a)

ร่วมกันปลูกต้นไม้

b)

ใช้บริการรถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว

c)

ขยับร่างกายให้น้อยที่สุดเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน

d)

ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก

43.

ดาวเคราะห์ดวงใดที่เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ

a)

โลก

b)

ดาวพุธ

c)

ดาวอังคาร

d)

ดาวศุกร์

44.

ข้อใดให้ความหมายของคลื่นความร้อนได้ดีที่สุด

a)

แสงที่มีความเข้มสูงส่องลงมายังโลก

b)

อุณหภูมิของอากาศสูงขึ้นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

c)

แสงที่ส่องลงมายังโลกแล้วทำให้อากาศปั่นป่วน

d)

คลื่นแสงจากที่ขยายตัวอย่างมากเมื่อเดินทางมาถึงโลก

45.

คลื่นความร้อนเกิดขึ้นได้กี่แบบ อะไรบ้าง

a)

3 แบบ คือ คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตร้อน คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตอบอุ่น คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตแห้งแล้ง

b)

2 แบบ คือ คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตอบอุ่น คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตแห้งแล้ง

c)

2 แบบ คือ คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตร้อน คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตอบอุ่น

d)

2 แบบ คือ คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตร้อน คลื่นความร้อนที่เกิดในเขตแห้งแล้ง

46.

คลื่นความร้อนจะมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งใดมากที่สุด

a)

กระแสลม

b)

อุณหภูมิ

c)

แสง

d)

คลื่น

47.

ความร้อนที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อนในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาวมีที่มาจากสิ่งใด

a)

ทะเล

b)

ภูเขาไฟ

c)

ทะเลทราย

d)

การเผาไหม้

48.

หากอากาศมีอุณหภูมิสูงและมีความชื้นสัมพัทธ์สูง อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริงๆ จะเป็นอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

a)

อุณหภูมิต่ำกว่าภายนอก เพราะร่างกายเรามีเกราะป้องกันไม่ให้รับความร้อนเต็มที่

b)

อุณหภูมิสูงกว่าภายนอก เพราะร่างกายระบายความร้อนออกไปไม่ได้

c)

อุณหภูมิต่ำกว่าภายนอก เพราะความชื้นที่สูงช่วยระบายความร้อน

d)

อุณหภูมิสูงกว่าภายนอก เพราะร่างกายมีการสะสมความร้อน

49.

หากเราอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 45% อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้จริงๆ จะเป็นเท่าไร

a)

32 องศาเซลเซียส

b)

43 องศาเซลเซียส

c)

48 องศาเซลเซียส

d)

54 องศาเซลเซียส

50.

ถ้าดัชนีค่าความร้อนที่ระดับ 43 องศาเซลเซียสระดับความอันตรายที่ร่างกายได้รับจะเป็นอย่างไร

a)

แจ้งเตือน

b)

แจ้งเตือนร้ายแรง

c)

อันตราย

d)

อันตรายร้ายแรง

51.

ข้อใดจัดเป็นอันตรายของคลื่นความร้อนที่มีต่อร่างกายเรา

a)

ลมแดด

b)

อ่อนเพลีย

c)

เหนื่อยล้า

d)

ถูกทุกข้อ

52.

ข้อใดเป็นภัยพิบัติที่เกิดจากคลื่นความร้อน

a)

ไฟป่า

b)

ภัยแล้ง

c)

ฝนฟ้าคะนอง

d)

ถูกทุกข้อ