wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบ ม.2

Total questions: 30

Worksheet time: 1hrs 4mins

Name
Class
Date
1.

ใครคือผู้ทรงพระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์และโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ

a)

ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

b)

ข. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

ค. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

ง. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

2.

โสฬสไตรยางค์มีความหมายตรงตามข้อใด

a)

ก. ๓ หมวด หมวดละ ๑๖ ข้อ

b)

ข. ๑๖ หมวด หมวดละ ๓ ข้อ

c)

ค. ๘ หมวด หมวดละ ๓ ข้อ

d)

ง. ๓ หมวด หมวดละ ๕ ข้อ

3.

“สิ่งใดในโลกล้วน เปลี่ยนแปลง

หนึ่งชราหย่อนแรง เร่งร้น

ความตายติดตามแสวง ทำชีพ ประลัยเฮย

………………………………………………………”

ควรเติมข้อใดจึงจะได้เนื้อความและฉันทลักษณ์ถูกต้อง

a)

ก. สามสิ่งควรทิ้งเว้น ขาดสิ้นสันดาน

b)

ข. สามส่วนควรคิดค้น คติรู้เตรียมคอย

c)

ค. สามส่วนควรเกลียดใกล้ เกลียดซ้องสมาคม

d)

ง. สามสิ่งควรเกลียดท้อ จิตแท้อย่าสมาน

4.

สุภาษิตข้อใดที่สอนเกี่ยวกับบุคลิกการวางตัวในสังคม

a)

ก. ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย ทั้งหทัย แท้เฮย

b)

ข. สรรพางค์โสภาคย์พร้อม ธัญลักษณ์

c)

ค. มารยาทเรียบเสี่ยมสาน เสงี่ยมเงื่อน งามนอ

d)

ง. สุจริตจิตโอบอ้อม อารี

5.

ข้อใดเป็นสามสิ่งควรเกลียด

a)

ก. ชั่วเลวทราม มารยา ริษยา

b)

ข. เกียจคร้าน วาจาฟั่นเฝือ หยอกหยาบแลแสลง

c)

ค . ยอ หน้าเนื้อใจเสือ กลับกลอก

d)

ง. ความดุร้าย ความหยิ่งกำเริบ อกตัญญู

6.

ข้อใดกล่าวถึงการไม่ประมาณตน

a)

ก. กำเริบเอิบเกินสกุล หยิ่งก้อ

b)

ข. หึงจิตคิดเกลียดคน ดีกว่า ตัวแฮ

c)

ค. พักตร์จิตผิดกันประมาณ ยากรู้

d)

ง. พูดมากเปล่าเปลืองปน ปดเหล้น

7.

ข้อใดเป็นสามสิ่งควรจะหวงแทน หรือต่อสู้เพื่อรักษา

a)

ก. ความสุขสบาย มิตรดี ใจสบาย

b)

ข. ศาสนา ยุติธรรม บำเพ็ญประโยชน์

c)

ค. หนังสือดี เพื่อนดี ใจเย็นดี

d)

ง. ชื่อเสียงยศศักดิ์ บ้านเมืองของตน มิตรสหาย

8.

“พักตร์จิตผิดกันประมาณ ยากรู้” มีความหมายตรงกับสำนวนในข้อใด

a)

ก. ใจดีสู้เสือ

b)

ข. หน้าเนื้อใจเสือ

c)

ค. ปากว่าตาขยิบ

d)

ง. ปากหวานก้นเปรี้ยว

9.

“สิ่งใดในโลกล้วน เปลี่ยนแปลง

หนึ่งชราหย่อนแรง เร่งร้น

ความตายติดตามแสวง ทำชีพ ประลัยเฮย

สามส่วนควรคิดค้น คติรู้เตรียมคอย”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้ กล่าวถึงเรื่องใด

a)

ก. ไตรทวาร

b)

ข. สังสารวัฏ

c)

ค. อริยสัจ

d)

ง. ไตรลักษณ์

10.

จากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ข้อใดเป็นสิ่งที่ “ควรใฝ่เฝ้า แต่ตั้งอธิษฐาน”

a)

ก. สงบระงับดับประสงค์ สิ่งเศร้า

b)

ข. ประพฤติเพื่อประโยชน์ศรี สวัสดิ์ทั่ว กันแฮ

c)

ค. ปัญญาตรองตริล้ำ ลึกหลาย

d)

ง. สิ่งเกษมสุขเปรมปรีดิ์ ดาพรั่ง พร้อมแฮ

11.

ความประพฤติในข้อใดที่ควรละเว้น

a)

ก. หนึ่งยุติธรรมไป่มี เลือกผู้

b)

ข. มากเพื่อนผู้วานการ ชีพได้

c)

ค. หนึ่งขาดปราศโทษา คติห่อ ใจเฮย

d)

ง. อีกหนึ่งห่อนรู้คุณ ใครปลูกฝังแฮ

12.

นฤทุมนาการ มีความหมายตามรูปศัพท์ตรงตามข้อใด

a)

ก. สภาพที่ไม่เคยเสียใจ

b)

ข. สภาพที่ผู้ประพฤติตามไม่เคยเสียใจ

c)

ค. ผู้ประพฤติตามกิจไม่เคยเสียใจ

d)

ง. กิจที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ

13.

การพูดเพศนิทาน ในโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการนั้นเป็นการพูดเช่นไร

a)

ก. คำพูดพ่างลิขิต เขียนร่าง เรียงแฮ

b)

ข. เท็จและจริงจานเจือ คละเคล้า

c)

ค. บอกข่าวเล่าเหตุผล เรื่องร้าย

d)

ง. ...............คนพูดฟุ้ง ฟั่นเฝือ

14.

“ใดกิจผิดพลาดแล้ว ไป่ละ ลืมเลย

หย่อนทิฐิมานะ อ่อนน้อม

ขอโทษเพื่อคารวะ ...........................

ดีกว่าปดอ้อมค้อม คิดแก้โดยโกง”

ควรเติมข้อความใดลงในช่องว่างจึงจะถูกต้อง

a)

ก. คิดใคร่ ครวญนา

b)

ข. การชอบ ธรรมนา

c)

ค. วายบาด หมางแฮ

d)

ง. ท่านทั่ว ไปนา

15.

ข้อใดสอนให้คนใช้วิจารณญาณในการฟัง

a)

ก. ไป่ฟังคนพูดฟุ้ง ฟั่นเฝือ

b)

ข. พาทีมีสติรั้ง รอคิด

เท็จและจริงจานเจือ คละเคล้า

รอบคอบชอบแลผิด ก่อนพร้อง

c)

ค. ยินคดีมีเรื่องน้อย ใหญ่ไฉน ก็ดี

d)

ง. สามารถอาจห้ามงด วาจา ตนเฮย

ยังบ่ลงเห็นไป เด็ดด้วน

ปางเมื่อยังโกรธา ขุ่นแค้น

16.

นิทานอีสปเป็นเรื่องที่แปลมาจากนิทานของชาติใด

a)

ก. กรีก

b)

ข. โรมัน

c)

ค. อังกฤษ

d)

ง. ฝรั่งเศส

17.

“อีสปปกรณัม” คำว่า “ปกรณัม” ในที่นี้แปลว่าอะไร

a)

ก. ตอน

b)

ข. เรื่อง ตำรา

c)

ค. นิทาน

d)

ง. ตำนาน

18.

ข้อใดมีความหมายต่างกับคำว่า “ปรปักษ์”

a)

ก. ริปู

b)

ข. นิกร

c)

ค. อมิตร

d)

ง. ดัสกร

19.

เรื่องบิดากับบุตรทั้งหลาย ให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านตามข้อใด

a)

ก. ให้พี่น้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน

b)

ข. ให้บุตรมีความกตัญญูรู้คุณบิดา

c)

ค. ให้บิดามีความรักใคร่ในตัวบุตรทุกคนเท่า ๆ กัน

d)

ง. ให้พี่น้องมีความรักใคร่สามัคคีปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

20.

นิทานอีสปเรื่องสุนัขป่ากับลูกแกะ ให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านตามข้อใด

a)

ก. คบสองหนองแหลก

b)

ข. คบคนจรหมอนหมิ่น

c)

ค. คบคนพาลพาลพาไปหาผิด

d)

ง. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

21.

นิทานอีสปเรื่องกระต่ายกับเต่า ให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านในเรื่องใด

a)

ก. อย่าลืมตัว

b)

ข. อย่าไว้ใจทาง

c)

ค. อย่าวางใจคน

d)

ง. อย่าประมาทกำลังของคู่ต่อสู้

22.

ข้อใดให้ความหมายของคำศัพท์ไว้ไม่ถูกต้อง

a)

ก. มละ = ความมัวหมอง

b)

ข. เชื้อวงศ์ = ญาติพี่น้อง

c)

ค. เชาวน์ชาญ = ปัญญาหรือความฉับไวที่ชัดเจน

d)

ง. เบียนบีฑา = เบียดเบียน

23.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า ถอดความมาจากกวีนิพนธ์ของใคร

a)

พระยาอุปกิตศิลปสาร

b)

โทมัส เกรย์

c)

โทมัส อันวาเอดิสัน

d)

นิ่ม กาญจนาชีวะ

24.

ใครเป็นผู้แปลกวีนิพนธ์เรื่องรำพึงในป่าช้า

a)

พระยาอุปกิตศิลปสาร

b)

นิ่ม กาญจนาชีวะ

c)

เสฐียรโกเศศ

d)

นาคะประทีป

25.

“วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่ง! ย่ำค่ำระฆังขาน”

ข้อความข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

a)

อติพจน์

b)

บุคลาธิษฐาน

c)

สัทพจน์

d)

อุปมา

26.

คำประพันธ์ต่อไปนี้มีคุณค่าด้านใด

“นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ

อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมาสู่ซ่องพักมันรักษา

ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา ให้เลื่อมผาสุกสันต์ของมันเอย”

a)

คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านการใช้คำ

b)

คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านการใช้ภาพพจน์

c)

คุณค่าด้านสังคม ด้านการให้ข้อคิด

d)

คุณค่าด้านสังคม ด้านการแปล

27.

ข้อใดคือแก่นของนิราศ

a)

อธิบายความรู้และเปรียบเทียบกับสิ่งที่พบเห็น

b)

การพรรณนาถึงนางผูเป็นที่รัก โดยเปรียบเทียบกับสิ่งที่เคยพบเห็น

c)

แสดงความคิดเห็นและอธิบายความรู้และเปรียบเทียบกับสิ่งที่พบเห็น

d)

เมื่อถึงตำบล สถานที่ใด หรือพบเห็นสิ่งใดจะเปรีบยเทียบพรรณนาคร่ำครวญถึงนางที่รัก

28.

''ให้เห็นอกตกยากเมื่อจาจร ไปดงแดนป่า พนาวัน


คำประพันธ์ในข้อใดมีความหมายต่างจากคำที่ขีดเส้นใต้

a)

น้อยกับพุ่มเพื่อนไร้ในไพรสัณฑ์

b)

กับนายแสงเเจ้งทางกลางอารัญ

c)

ตัวข้าบาทจะนิราศออกแรมไพร

d)

ขออารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สิ่งหอย

29.

''ครู่หนึ่งถึงชะวากชากลูกหว้า ล้วนพฤกษายางยูงสูงไสว


คำประพันธ์ในข้อใดมีความหมายเหมือนคำที่ขีดเส้นใต้

a)

ดูโล่งลิ่วทิวรุกขะเรียนรัน

b)

ลงอวนอ้อมโอบสกัดเอามัจฉา

c)

ต่อยเลียบเดินเนินโขดสิงขรคัน

d)

สมประกอบได้แต่กอดสอด เขนย

30.

คำประพันธ์ในข้อใด ถ้าแบ่งวรรคผิดจะทำให้สื่อความหมายผิด

a)

พอฟ้าคล้ำพลบลงหรุบหรู่ ยุงออกฉู่ชิงพลบตบไม่ไหว

b)

ได้รับรองป้อฝกันเพียนงควันไฟ แต่หายใจมิใคร่ออกด้วยอับอาย

c)

โอ้ยามยากจากเมืงแล้วลืมมุ้ง มากรำยุงเวทนาประดาหาย

d)

จะกรวดน้ำคว่ำขันจนวันตาย แม้เจ้านายท่านไม่ใช้แล้วไม่มา