wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

pretest

Total questions: 30

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือสูตรของความเข้มเสียง

a)

I = P/A=P/4πR2

b)

I = P/V=P/4πR2

c)

I = P/A=P/4πR3

d)

I = P/A=P/2πR3

2.

ข้อใดคือความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มเสียง(I) และ ระยะห่างจากแหล่งกำเนิด(R)

a)

ความเข้มเสียง ณ ตำแหน่งต่างๆ จะเพิ่มขึ้น เมื่อตำแหน่งนั้นๆ

อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงมากขึ้น เขียนความสัมพันธ์ได้ว่า

b)

ความเข้มเสียง ณ ตำแหน่งต่างๆ จะลดลง เมื่อตำแหน่งนั้นๆ

อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงมากขึ้น เขียนความสัมพันธ์ได้ว่า

c)

ความเข้มเสียง ณ ตำแหน่งต่างๆ ไม่สัมพันธ์กับระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงมากขึ้น เขียนความสัมพันธ์ได้ว่า

d)

ไม่มีข้อใดถูก

3.

ระดับความเข้มเสียงที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน(เบาสุด)มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 120 dB

a)

ถูก

b)

ผิด

4.

ระดับความเข้มเสียงที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน(เบาสุด)มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 dB

a)

ถูก

b)

ผิด

5.

ระดับความเข้มเสียงที่หูมนุษย์ทนฟังไม่ไหว(ดังสุด) มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 120 dB

a)

ถูก

b)

ผิด

6.

การได้ยินเสียง ดัง - ค่อย ขึ้นอยู่กับ(ตอบได้ 2 คำตอบ)

a)

อัตราการใช้พลังงานของแหล่งกำเนิดเสียง

b)

ความสูงจากพื้น

c)

ระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงถึงผู้ฟัง

d)

เพลงที่เปิด

7.

"เสียงที่ที่มีระดับความเข้มสูง เมื่อรับฝังติดต่อกันนานๆ จะทำให้สภาพร่างกายและจิตใจผิดปกติ (มักเป็นเสียงที่มีระดับความเข้มเสียงตั้งแต่ 80 dB ขึ้นไป)" จากข้อความข้างต้นหมายถึงสิ่งใด

a)

ความเข้มเสียง

b)

ระดับความเข้มเสียง

c)

มลภาวะทางเสียง

d)

ความดัง - เบาของเสียง

8.

หูของ คนเราประกอบด้วยกี่ส่วน

a)

1 ส่วน

b)

2 ส่วน

c)

3 ส่วน

d)

4 ส่วน

9.

คลื่นที่มีความถี่ต่ำกว่าช่วงคลื่นที่เราได้ยิน ( ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์) เรียกว่า

a)

Infla sonic

b)

Ultra sonic

c)

sonic Boom

d)

jet Sonic

10.

ถ้าเสียง C มีความถี่ 256 เฮิรตซ์ C’ จะมีความถี่

a)

512 เฮิรตซ์

b)

256 เฮิรตซ์

c)

768 เฮิรตซ์

d)

1000เฮิรตซ์

11.

เพราะเหตุใดเสียงขลุ่ยกับเสียงกีตาร์ที่เล่นโน้ตตัวเดียวกันจึงมีเสียงต่างกัน

a)

เครื่องเสียงดนตรีทั้งสองมีความถี่ต่างกัน

b)

เสียงเครื่องดนตรีทั้งสองมีความถี่มูลฐานต่างกัน

c)

เครื่องดนตรีทั้งสองมีจำนวนคลื่นความถี่ธรรมชาติต่างกัน

d)

เสียงเครื่องดนตรีทั้งสองมีแอมพลิจูดของคลื่นความดันต่างกัน

12.

เป็นปรากฏการณ์ที่คลื่นเสียง 2 ชุด ที่มีแอมพลิจูดเท่ากัน แต่มีความถี่ต่างกันเล็กน้อยมาแทรกสอดกัน คือนิยามของสิ่งใด

a)

บีตส์ (Beats)

b)

บีตส์ (Beats)

c)

คุณภาพเสียง ( timbre )

d)

ขีดเริ่มของความเจ็บปวด

13.

ซุปเปอร์โซนิก (Supersonic)

a)

ความเร็วของวัตถุในอากาศที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วเสียง

b)

ความเร็วของวัตถุในอากาศที่มีความเร็วน้อยกว่าความเร็วเสียง

c)

ความเร็วของวัตถุในอากาศที่มีความเร็วเท่ากับความเร็วเสียง

d)

ความเร็วของวัตถุในอากาศที่มีความเร็วสูงกว่าความเร็วเสียง

14.

ตัวกลางชนิดใดที่แสงเดินทางผ่านไม่ได้

a)

สุญญากาศ

b)

กระจกฝ้า

c)

น้ำประปา

d)

กระจกเงา

15.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

(1) เงาจะเกิดขึ้นตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสงเสมอ

(2) รูปร่างของเงาไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะของวัตถุ

(3) วัตถุที่โปร่งแสงจะเกิดเงาที่จางกว่าวัตถุทึบแสง

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

ข้อ (1) และ (2)

b)

ข้อ (2) และ (3)

c)

ข้อ (1) และ (3)

d)

ข้อ (1) , (2) และ (3)

16.

1 ปีแสง มีความหมายว่าอย่างไร

a)

เวลาที่แสงเดินทางได้ในแต่ละปี

b)

ความเร็วที่แสงใช้เดินทางครบ 1 ปี

c)

ระยะทางที่แสงใช้เดินทางในเวลา 1 ปี

d)

ระยะทางที่แสงเดินทางได้ในเวลา 1 ปี

17.

จากรูปจงหามุมสะท้อน

a)

50 องศา

b)

60 องศา

c)

70 องศา

d)

80 องศา

18.

นางสาวกุ๊กไก่สูง 2.0 เมตร ต้องการกระจกเงาราบเพื่อใช้ส่องมองเห็นได้ตลอดตัว กระจกเงาราบจะต้องมีความยาวอย่างน้อยที่สุดเท่าใด และถ้าวางกระจกเงาราบห่างจากตัวเขาที่ระยะต่าง ๆ กันเขาจะยังคงมองเห็นตลอดตัวหรือไม่

a)

0.5 เมตร

b)

1.0 เมตร

c)

1.5 เมตร

d)

2.0 เมตร

19.

กระจกเว้าที่ระยะวัตถุอยู่ที่ จุด C ภาพจะเกิดขึ้นที่ใด

a)

ภาพจริง ห่างจากวัตถุเป็นระยะ R

b)

ภาพจริง ห่างจากวัตถุเป็นระยะ f

c)

ภาพเสมือน ห่างจากวัตถุเป็นระยะ R

d)

ภาพเสมือน ห่างจากวัตถุเป็นระยะ f

20.

กระจกนูนให้ภาพชนิดใดได้บ้าง

a)

ภาพจริงเท่านั้น

b)

ภาพเสมือนเท่านั้น

c)

ภาพจริง และภาพเสมือน

d)

ภาพเสมือน และอื่นๆ

21.

แสงเคลื่อนที่จากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง โดยอัตราเร็วแสงเปลี่ยนแต่ความถี่แสงมีค่าคงที่ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุใด

a)

แสงเดินทางในตัวกลางเดิม

b)

แสงมีการเปลี่ยนความถี่

c)

ตัวกลางมีดัชนีหักเหต่างกัน

d)

ตัวกลางมีดัชนีหักเหเท่ากัน

22.

การมองเห็นวัตถุผ่านตัวกลางสองชนิดที่ต่างกัน ทำให้มองเห็นภาพเป็นตำแหน่งปรากฏไม่ได้เป็นตำแหน่งจริงของวัตถุ (การมองเห็น เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับวัตถุและสะท้อนเคลื่อนที่มายังตาผู้ที่มองวัตถุนั้น) คือ

a)

ลึกจริง ลึกปรากฎ

b)

การเลี้ยวเบนแสง

c)

การสะท้อนผ่านแสง

d)

การแทรกสอดแสง

23.

เลนส์นูนให้ภาพเสมือนได้ในกรณีใด?

a)

S<f

b)

S>f

c)

S<2f

d)

S>>2f

24.

วางวัตถุห่างจากเลนส์เป็นระยะ 30 เซนติเมตร ปรากฏว่าเกิดภาพเสมือนห่างจากเลนส์ 15 เซนติเมตร เลนส์นี้เป็นเลนส์ชนิดใดและมีความยาวโฟกัสเท่าไร

a)

+30 ภาพจริง

b)

+30 ภาพเสมือน

c)

-30 ภาพจริง

d)

-30 ภาพเสมือน

25.

จากรูป หมายเลข 2 ,4 และ 6 คือข้อใดตามลำดับ

a)

ระยะโฟกัส แกนมุขสำคัญ จุดโฟกัส

b)

รัศมีความโค้ง จุดโฟกัส แกนมุขสำคัญ

c)

ระยะโฟกัส จุดโฟกัส แกนมุขสำคัญ

d)

รัศมีความโค้ง แกนมุขสำคัญ จุดโฟกัส

26.

วัตถุสูง 4 เซนติเมตร วางหน้าเลนส์นูนเป็น ระยะ 12 เซนติเมตร ได้ภาพจริงห่างจากเลนส์ 24 เซนติเมตร จงหาความยาวโฟกัสของเลนส์เป็นเซนติเมตร

a)

5

b)

6

c)

7

d)

8

27.

มิราจเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากแสงจากท้องฟ้า หักเหและสะท้อนกลับหมดจากชั้นของอากาศร้อนบนพื้นดิน ที่เป็นเช่นนี้เพราะ

a)

ในขณะที่แสงแดดร้อนจัดอากาศที่ใกล้ผิวถนนจะมีอุณหภูมิสูงกว่า

b)

ในขณะที่แสงแดดร้อนจัดอากาศที่ใกล้ผิวถนนจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า

c)

ในขณะที่แสงแดดร้อนจัดอากาศที่ใกล้ผิวถนนจะมีอุณหภูมิเท่ากัน

d)

ไม่สามารถสรุปได้

28.

รุ้งกินน้ำ (Rainbow) มีกี่ประเภท

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

29.

คนสายตายาวเมื่อไปตัดแว่นเลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์ชนิดใด และภาพที่เห็นเป็นภาพอะไร

a)

เลนส์เว้า ภาพจริง

b)

เลนส์นูน ภาพจริง

c)

เลนส์เว้า ภาพเสมือน

d)

เลนส์นูน ภาพเสมือน

30.

นักเรียนจะวัดขนาดของเส้นผมได้โดยการทดลองเกี่ยวกับบเรื่องใด

a)

การสะท้อน

b)

การหักเห

c)

หารแทรกสอด

d)

การเลี้ยวเบน