wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ionic pnz (20,07)

Total questions: 10

Worksheet time: 4mins

Name
Class
Date
1.

1. Monomer ที่สามารถเกิด anionic polymerization คือแบบใด

a)

ไวนิลโมโนเมอร์ ที่มีหมู่แทนที่ขนาดใหญ่

b)

ไวนิลโมโนเมอร์ ที่มีหมู่แทนที่ให้ e-ได้ดี

c)

ไวนิลโมโนเมอร์ ที่มีหมู่แทนที่ดึง e- ได้ดี

d)

ก. ไวนิลโมโนเมอร์ ที่เป็นกลางและไม่เกะกะ

2.

ถ้าหากหมู่แทนที่เกาะอยู่บนสไตรีนในตำแหน่ง ortho จะส่งผลอย่างไร (cationic polymerization)

a)

จะทำให้ปฏิริยาเกิดได้ดีขึ้น

b)

จะทำให้ปฏิริยาเกิดได้ช้าลง

c)

จะทำให้ปฏิริยาเกิดได้เร็วขึ้น

d)

จะทำให้ไม่เกิดปฏิริยา

3.

ปฏิกิริยาการสังเคราะห์พอลิเมอร์ แบบไอออนลบในสภาวะที่ปราศจากโปรตอนจะได้ผลิตภัณฑ์ ในลักษณะใด

a)

ผลิตภัณฑ์แบบ Block copolymer

b)

ผลิตภัณฑ์แบบ Branched copolymer

c)

ผลิตภัณฑ์ polymer ที่ปลายสายโซ่มีหมู่ฟังก์ชัน

d)

ผลิตภัณฑ์ แบบ Branch polymer

4.

ถ้าหากต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นได้ดี ควรใช้ตัวทำละลายแบบใด (anionic polymerization )

a)

Covalenbonding

b)

Contact ion pair

c)

Solvented free ions

d)

Solvent separated ion pair

5.

กรณีที่ใช้ตัวเริ่มปฏิกิริยาที่มีสองหมู่ฟังก์ชั่นในโมเลกุลจะทำให้ค่าความยาวสายโซ่จลศาสตร์เป็นเท่าไร (anionic polymerization)

a)

½ ของ DP

b)

เท่ากับ DP

c)

มากกว่า DP

d)

2 เท่าของ DP

6.

โดยทั่วไป cationic polymerization จะใช้ตัวเร่งอะไรในการเริ่มปฏิกิริยา

a)

กรดอาร์เรเนียส + ตัวเร่งร่วม

b)

กรดลิวอิส + ตัวเร่งร่วม

c)

กรดเบรินสเตด - ลาวรี + ตัวเร่งร่วม

d)

Heavy metal + ตัวเร่วร่วม

7.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการเติมสาร ini - fer ใน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์พอลิเมอร์แบบไอออนบวก

a)

ทำให้เกิดพอลิเมอร์ที่มีชีวิต

b)

พอลิเมอร์ที่ได้มีหมู่ฟังก์ชันที่ปลายโมเลกุล

c)

ทำให้เกิดการโยกย้ายสายโซ่ของพอลิเมอร์แบบไอออนบวก ที่ไม่ต้องการ

d)

ผิดทุกข้อ

8.

Monomer ตัวใดสามารถเกิดปฏิกิริยาได้ช้าที่สุด(cationic polymerization)

a)
b)
c)
d)
9.

ข้อใดคือลักษณะของ Group Transfer Polymerization

a)

ตัวเริ่มเป็นสารประเภท silyl Ketene acetal ตัวเร่งคือ electroplile

b)

กลไกการเกิด เป็นลักษณะของการแทรกของ monomer เข้าในโครงสร้างตัวเริ่ม

10.

GTP จะทำลายพันธะคู่ในตำแหน่งใด

a)

คอนจูเกต

b)

ไม่คอนจูเกต