wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ACLS

Total questions: 10

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

สถานการณ์ที่ 1 ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 78 ปี เป็นโรคไตวายเรื้อรัง มาด้วยเรื่อง Lt big toe gangrene good conscious admit มาประมาณ 1 เดือน ขณะนั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงมีอาการสำลักอาหาร หายใจไม่ออก นิ่งไป ญาติกดออด เรียกพยาบาล พยาบาลรีบเข้าไปดูผู้ป่วยทันที และพบว่า เมื่อมาถึงผู้ป่วยไม่หายใจ และคลำชีพจรไม่ได้ EKG monitor แสดงดังภาพ EKG ที่พบ คือ

a)

Asystole

b)

Atrial Fluster

c)

Pulseless Electrical

d)

Ventricular Fibrillation

2.

สถานการณ์ที่ 1 ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 78 ปี เป็นโรคไตวายเรื้อรัง มาด้วยเรื่อง Lt big toe gangrene good conscious admit มาประมาณ 1 เดือน ขณะนั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงมีอาการสำลักอาหาร หายใจไม่ออก นิ่งไป ญาติกดออด เรียกพยาบาล พยาบาลรีบเข้าไปดูผู้ป่วยทันที และพบว่า เมื่อมาถึงผู้ป่วยไม่หายใจ และคลำชีพจรไม่ได้ EKG monitor แสดงดังภาพ การรักษาที่ผู้ป่วยควรได้รับอันดับแรกคือ

a)

Defibrillation พลังงาน 200 June ทันที

b)

ตรวจสอบ Hemodynamic ของผู้ป่วย

c)

Chest compression 30 : 2 ทันที

d)

ทำ Synchronize Cardioversion พลังงาน 120 - 200 June ทันที

3.

สถานการณ์ที่ 1 ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 78 ปี เป็นโรคไตวายเรื้อรัง มาด้วยเรื่อง Lt big toe gangrene good conscious admit มาประมาณ 1 เดือน ขณะนั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงมีอาการสำลักอาหาร หายใจไม่ออก นิ่งไป ญาติกดออด เรียกพยาบาล พยาบาลรีบเข้าไปดูผู้ป่วยทันที และพบว่า เมื่อมาถึงผู้ป่วยไม่หายใจ และคลำชีพจรไม่ได้ EKG monitor แสดงดังภาพ

ยาที่ผู้ป่วยควรจะได้รับ Dose แรกคือ

a)

Atropine 0.5 mg vein push

b)

Adrenaline 1 mg + NSS 10 ml vein push

c)

Amiodarone 150 mg + NSS 20 ml vein push

d)

Amiodarone 300 mg + NSS 100 ml vein drip free flow

4.

จากสถานการณ์ที่ 1 ภายหลังให้การพยาบาลผู้ป่วย ตรวจประเมินอาการพบว่าผู้ป่วยเริ่มคลำชีพจรได้ วัดสัญญาณชีพ BP 50/30 mmHg ยังไม่รู้สึกตัว Monitor EKG HR 170 ครั้ง/นาที กราฟหัวใจ ดังรูป

พยาบาลให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ที่สำคัญอันดับแรก

a)

ตรวจสอบ Hemodynamic ของผู้ป่วย

b)

Defibrillation พลังงาน 50 June ทันที

c)

ดูแลให้ยา Adenosine 6 mg + NSS 20 ml vein push

d)

ทำ Synchronize Cardioversion พลังงาน 100 June ทันที

5.

จากสถานการณ์ที่ 1 ภายหลังให้การพยาบาลผู้ป่วย ตรวจประเมินอาการพบว่าผู้ป่วยเริ่มคลำชีพจรได้ วัดสัญญาณชีพ BP 50/30 mmHg ยังไม่รู้สึกตัว Monitor EKG HR 170 ครั้ง/นาที กราฟหัวใจ ดังรูป

พยาบาลให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ต่อจากข้อ 4 อย่างไร

a)

ตรวจสอบ Hemodynamic ของผู้ป่วย

b)

Defibrillation พลังงาน 50 June ทันที

c)

ดูแลให้ยา Adenosine 6 mg + NSS 20 ml vein push

d)

ทำ Synchronize Cardioversion พลังงาน 100 June ทันที

6.

สถานการณ์ที่ 2 ผู้ป่วยวัยรุ่นชายอายุ 14 ปี กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ในวันเกิดเหตุผู้ป่วยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนเพื่อฉลองหลังจากสอบเสร็จ จนกระทั่งได้รับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ตำรวจจราจรไปพบและนำส่งโรงพยาบาลในช่วงประมาณ 6 นาฬิกาของวันถัดมา พยาบาลเข้าไปตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วย พบว่าเรียกไม่รู้สึกตัว แต่ยังคลำชีพจรได้ EKG Monitorแสดง HR = 154 /min กราฟหัวใจ ดังรูป

EKG ที่พบ คือ

a)

Atrial Fluster

b)

Atrial Fibrillation

c)

Pulseless Electrical

d)

Ventricular Fibrillation

7.

สถานการณ์ที่ 2 ผู้ป่วยวัยรุ่นชายอายุ 14 ปี กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ในวันเกิดเหตุผู้ป่วยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนเพื่อฉลองหลังจากสอบเสร็จ จนกระทั่งได้รับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ตำรวจจราจรไปพบและนำส่งโรงพยาบาลในช่วงประมาณ 6 นาฬิกาของวันถัดมา พยาบาลเข้าไปตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วย พบว่าเรียกไม่รู้สึกตัว แต่ยังคลำชีพจรได้ EKG Monitorแสดง HR = 154 /min กราฟหัวใจ ดังรูป

การรักษาที่ผู้ป่วยควรได้รับอันดับแรกคือ

a)

Defibrillation พลังงาน 200 June ทันที

b)

ตรวจสอบ Hemodynamic ของผู้ป่วย

c)

Chest compression 30 : 2 ทันที

d)

ทำ Synchronize Cardioversion พลังงาน 120 - 200 June ทันที

8.

สถานการณ์ที่ 2 ผู้ป่วยวัยรุ่นชายอายุ 14 ปี กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ในวันเกิดเหตุผู้ป่วยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนเพื่อฉลองหลังจากสอบเสร็จ จนกระทั่งได้รับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ตำรวจจราจรไปพบและนำส่งโรงพยาบาลในช่วงประมาณ 6 นาฬิกาของวันถัดมา พยาบาลเข้าไปตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วย พบว่าเรียกไม่รู้สึกตัว แต่ยังคลำชีพจรได้ EKG Monitorแสดง HR = 154 /min กราฟหัวใจ ดังรูป

ยาที่ผู้ป่วยควรจะได้รับ Dose แรกคือ

a)

Atropine 0.5 mg vein push

b)

Adenosine 6 mg + NSS 20 ml vein push

c)

Adrenaline 1 mg + NSS 10 ml vein push

d)

Amiodarone 150 mg + NSS 100 ml vein drip free flow

9.

จากสถานการณ์ที่ 2 ภายหลังให้การพยาบาลผู้ป่วย ตรวจประเมินอาการพบว่าผู้ป่วยเริ่มคลำชีพจรไม่ได้ ตรวจ EKG ซ้ำพบได้ กราฟ ดังรูป

พยาบาลให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ที่สำคัญอันดับแรก

a)

Chest compression 30 : 2 ทันที

b)

ตรวจสอบ Hemodynamic ของผู้ป่วย

c)

Defibrillation พลังงาน 200 June ทันที

d)

ทำ Synchronize Cardioversion พลังงาน 200 June ทันที

10.

จากสถานการณ์ที่ 2 ภายหลังให้การพยาบาลผู้ป่วย ตรวจประเมินอาการพบว่าผู้ป่วยเริ่มคลำชีพจรได้ ตรวจ EKG ซ้ำพบได้ กราฟ ดังรูป

พยาบาลให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ต่อจากข้อ 9 อย่างไร

a)

Chest compression 30 : 2 ทันที

b)

Defibrillation พลังงาน 200 June ต่อทันที

c)

ดูแลให้ยา Adenosine 1 mg + NSS 10 ml vein push

d)

ทำ Synchronize Cardioversion พลังงาน 100 June ทันที