wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Chapter 11 12 13 ผู้ประกอบการ 2-2561

Total questions: 46

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

การได้รับการยกเว้นภาษี (Tax-exempt) สำหรับองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร (nonprofit corporations) ที่____

a)

ไม่สามารถทำกำไรได้

b)

ไม่มีความรับผิดตามกฎหมาย

c)

ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีพันธกิจเฉพาะเพื่อพัฒนาสังคม

d)

จ่ายเงินปันผลบ่อยกว่าบริษัทที่แสวงหาผลกำไร

2.

องค์กรใดต่อไปนี้ไม่ใช่องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (not-for-profit organizations)

a)

สมาคมการค้า

b)

มูลนิธิการกุศล

c)

โบสถ์

d)

ร้านหนังสือ

3.

ข้อใดไม่ใช่การลงโทษที่อาจเกิดขึ้น (potential penalty) สำหรับการผิดสัญญา (breaking a contract)

a)

คุณอาจสูญเสียหุ้นของการเป็นเจ้าของธุรกิจของคุณไปยังอีกฝ่ายหนึ่งที่ลงนามในสัญญา

b)

คุณอาจถูกฟ้องร้องต่อศาลโดยคู่สัญญาอีกรายหนึ่งที่ลงนามในสัญญา

c)

ศาลอาจสั่งให้คุณจ่ายค่าเสียหายแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายที่ลงนามในสัญญา

d)

คุณอาจต้องจ่ายเงินจำนวนมาก

4.

________ เป็นข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายขึ้นไปที่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย

a)

ความไว้วางใจ (trust)

b)

สัญญา (contract)

c)

ความเข้าใจ (understanding)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

5.

สัญญาที่ดี (good contract) จะขยายความถึง ________ หรือ "ภัยธรรมชาติ" (acts of God) ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้เหนือการควบคุมของทุกคน ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบ

a)

แผนฉุกเฉิน (contingencies)

b)

หนี้สิน (liabilities)

c)

การแก้ไข (amendments)

d)

ความหายนะ (disasters)

6.

ระยะเวลาที่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ (legal action) คือ ________

a)

จำกัดความรับผิดชอบ (limit of liability)

b)

ข้อบังคับของสัญญาผูกมัดทางกฎหมาย (statute of legal obligations)

c)

อายุความ (statute of limitations)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

7.

บางสัญญาระบุว่าอาจมีการตัดสินความขัดแย้ง (conflicts) ผ่าน ________ แทนศาล (court)

a)

เจรจาต่อรอง (negotiation)

b)

การบีบบังคับ (coercion)

c)

อนุญาโตตุลาการ (arbitration)

d)

การเรียกร้องขนาดเล็ก (small claims)

8.

4 "A’s" ของสัญญาที่ประสบความสำเร็จ (successful contract) ได้แก่ ________

a)

ข้อ 1 หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและเชื่อมั่นในการทำงาน (avoid misunderstanding and assure work)

b)

ข้อ 2 เชื่อมั่นในการชำระเงินและหลีกเลี่ยงความรับผิด (assure payment and avoid liability)

c)

ข้อ 3 ประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์กำไร (assess risk and analyze profit)

d)

ทั้งข้อ 1 และ 2

9.

การได้มาซึ่งเครื่องหมายการค้า (trademark) เพื่อ ________

a)

ปกป้องโลโก้ของคุณ (protect your logo)

b)

ลงทะเบียนชื่อธุรกิจของคุณ (register your business name)

c)

ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดของคุณ (protect all your intellectual property)

d)

ปกป้องชื่อธุรกิจของคุณ (protect your business name)

10.

หากคุณคิดค้นสิ่งใดและไม่จดสิทธิบัตร (patent) ก็จะตกอยู่ในสาธารณสมบัติ (public domain) ซึ่งหมายความว่า ________

a)

คุณสามารถขายสิ่งประดิษฐ์ของคุณได้แบบสาธารณะโดยไม่ต้องจ่ายเงินให้กับสำนักงานสิทธิบัตร สังกัดกระทรวงพาณิชย์

b)

ทุกคนสามารถผลิตสิ่งประดิษฐ์และผลกำไรจากการขายได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินให้คุณ

c)

คุณสามารถขายสิทธิในการผลิตสิ่งประดิษฐ์

d)

คุณสามารถประหยัดเงินเป็นจำนวนมาก

11.

อะไรที่ใช้ในการระบุและแยกแยะแหล่งที่มาของบริการแทนที่จะเป็นผลิตภัณฑ์

a)

เครื่องหมายการขาย (sales mark)

b)

เครื่องหมายการค้า (trademark)

c)

เครื่องหมายบริการ (service mark)

d)

ทรัพย์สินทางปัญญหา (intellectual property)

12.

คุณไม่จำเป็นต้องได้รับสิทธิบัตร (patent) ยกเว้นคุณ ________

a)

ข้อ 1 ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่คุณตั้งใจจะทำการตลาดด้วยตนเองหรือขายให้กับผู้ผลิต

b)

ข้อ 2 เชื่อว่าคนอื่นสามารถขายผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จโดยการคัดลอกสิ่งประดิษฐ์ของคุณ

c)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

d)

ไม่มีข้อใดถูก

13.

เพื่อป้องกันการฟ้องร้อง (lawsuits) ที่นำโดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากผลิตภัณฑ์ของคุณ คุณจะต้องซื้อ _______

a)

ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (liability insurance)

b)

ประกันธุรกิจ (business insurance)

c)

ประกันภัยอุบัติเหตุ (casualty insurance)

d)

กรมธรรม์ความรับผิดแบบครอบคลุม (an umbrella policy)

14.

________ คือ จำนวนเงินของการสูญหายหรือค่าเสียหายที่คุณตกลงจ่ายในส่วนแรกก่อนที่ได้รับค่าความเสียหายจากความคุ้มครองประกันภัยที่เกิดขึ้น

a)

ค่าเสียหายส่วนแรก (deductible)

b)

ค่าใข้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า (carrying cost)

c)

เบี้ยประกัน (premium)

d)

ประกันภัยร่วม (co-insurance)

15.

ประกันภัย ________ ชดเชยพนักงานสำหรับการสูญเสียรายได้และค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

a)

ทุพพลภาพชั่วคราว (Short-term disability)

b)

ทุพพลภาพ (Disability)

c)

การบาดเจ็บ (Injury)

d)

การชดเชยพนักงาน (Worker's compensation)

16.

ประกันภัย ________ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมคุณในกรณีที่ธุรกิจ (พนักงานของบริษัท) ไม่สามารถทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อลูกค้าได้

a)

ความประมาทเลินเล่อ (Negligence)

b)

ความผิดพลาดและการละเลย (Errors and omissions)

c)

ความรับผิดต่อสินค้า (Product liability)

d)

อุบัติเหตุ (Casualty)

17.

ชุดของการกระทำที่ผลิตสินค้าและบริการ เรียกว่า ________

a)

การขนส่ง (shipping)

b)

การดำเนินงาน (operations)

c)

การผลิต (manufacturing)

d)

กระบวนการ (processing)

18.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ขั้นตอนในห่วงโซ่การผลิตและการจัดจำหน่าย (production-distribution chain)

a)

ผู้ค้าปลีกซื้อแหวน 6 วง

b)

ผู้บริโภคเข้าร้านขายเครื่องประดับและซื้อแหวน

c)

ผู้บริโภคสวมเครื่องประดับเพื่อทำงาน

d)

ช่างทองสลักแหวน 10 วง

19.

จำนวนสินค้าคงคลัง (inventory) ที่สั่งซื้อซึ่งจะรวมต้นทุนการสั่งซื้อและการเก็บรักษาทั้งหมด (total ordering and holding cost) ขั้นต่ำ จะเรียกว่า ________

a)

จุดสั่งซื้อที่ประหยัด (Economic Order Quantity: EOQ)

b)

จุดสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่ประหยัด (Economic Reorder Point: ERP)

c)

จุดสั่งซื้อสินค้าใหม่ (Reorder Point: ROP)

d)

จุดการบัญชีต้นทุน (Cost Accounting Point)

20.

วิธีการสินค้าคงคลัง (inventory method) ที่คุณดูสินค้าคงคลังในมือ และเมื่อระดับคลังสินค้าต่ำคุณจะสั่งซื้อใหม่ (reorder) เรียกว่า ________

a)

การควบคุมขั้นพื้นฐาน (basic control)

b)

การบริหารใกล้เคียง (proximal management)

c)

การประมาณการ (estimation)

d)

การควบคุมด้วยการมองเห็น (visual control)

21.

องค์ประกอบสำคัญของการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) คือ ________

a)

การระบุและการรักษาความปลอดภัยซัพพลายเออร์

b)

การบริหารสินค้าคงคลัง

c)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

d)

ไม่ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

22.

สามปัจจัยที่รวมอยู่ในการคำนวณจุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point) คือ

a)

ความต้องการ ระยะเวลาในการรอคอยสินค้าและสินค้าคงคลังสำรอง (demand, lead time, and safety stock)

b)

ซัพพลาย ราคา และสินค้าคงคลังสำรอง (supply, price, and safety stock)

c)

ความต้องการ สินค้าคงคลัง และราคา (demand, inventory, and price)

d)

ซัพพลาย ความต้องการ และต้นทุนเก็บรักษา (supply, demand, and holding costs)

23.

หากระยะเวลาในการรอคอยสินค้า (lead time) ประตูโรงรถ คือ 2 สัปดาห์ และคุณขายประตูได้ 100 ประตูต่อสัปดาห์ และคุณต้องการประตูอย่างน้อย 20 ประตูในคลังสินค้า (stock) จุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point) เท่ากับเท่าไร

a)

320

b)

220

c)

420

d)

440

24.

ซัพพลายเออร์ (Suppliers) อาจค้นหาได้จาก ________

a)

หนังสือพิมพ์และนิตยสาร

b)

การแสดงสินค้า การประชุม และแคทตาล็อก

c)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

d)

ไม่มีข้อใดถูก

25.

________ คือ ปริมาณสินค้าคงคลัง หรือ วัตถุดิบ และงานระหว่างทำ เพื่อรับประกันระดับการให้บริการ

a)

ระดับสินค้าคงคลังสำรอง (Safety stock levels)

b)

ระดับที่เพียงพอ (Sufficiency levels)

c)

จำนวนขั้นต่ำ (Minimum lots)

d)

ยอดคงเหลือต่ำสุด-สูงสุด (Minimum-Maximum balance)

26.

________ คือ การบริหารแหล่งทรัพยากร การจัดหา การผลิต และโลจิสติกส์ เพื่อดำเนินการจากวัตถุดิบไปจนถึงผู้บริโภคคนสุดท้ายข้ามขั้นตอนหลายขั้นตอน

a)

การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)

b)

การบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management)

c)

ห่วงโซ่การผลิตและการจัดจำหน่าย (The Production-Distribution Chain)

d)

ช่องทางซัพพลาย (Supply Channel)

27.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกสถานที่ตั้งของธุรกิจ (location for the business)

a)

เข้าถึงซัพพลายเออร์ (access to suppliers)

b)

เข้าถึงลูกค้า (access for customers)

c)

ใกล้ชิดกับนักบัญชีของคุณ (proximity to your accountant)

d)

แหล่งแรงงาน (labor pool)

28.

วิธีทางสถิติของ Six Sigma ถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดของเสีย (defect) เป็น อัตราความล้มเหลวของของเสีย ________ ขิ้นต่อการผลิตสินค้าหนึ่งล้านโอกาส หรืออัตราความสำเร็จ 99.9997%

a)

3.4

b)

34

c)

0.34

d)

.344

29.

วิธีย่อยที่ใช้ใน Six Sigma คือ DMAIC ซึ่งหมายถึง ________

a)

describe, measure, assess, improve, and control

b)

define, measure, analyze, improve, and control

c)

define, minimize, assess, improve, and collect

d)

describe, maximize, analyze, improve, and compact

30.

วิศวกรจากบริษัทใดที่พัฒนา Six Sigma ในทศวรรษที่ 1980s

a)

Intel

b)

General Motors

c)

Motorola

d)

General Electric

31.

มาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ (quality management systems) ที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการมาตรฐานคือ ________

a)

ISO9000

b)

ISO8800

c)

ISO2008

d)

ISO14000

32.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการจัดการกระบวนการ (process management)

a)

หน้าที่วัดผล (measuring tasks)

b)

หน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพ (optimizing tasks)

c)

หน้าที่ควบคุม (monitoring tasks)

d)

หน้าที่คำนวณต้นทุน (costing tasks)

33.

________ เป็น 3 ใน 8 หลักการบริหารคุณภาพ (quality management principles) สำหรับการปรับปรุงองค์กร

a)

Conflicted supplier relationships, process approach, and leadership

b)

Customer focus, leadership, and policy approach

c)

Customer focus, continual improvement, and involvement of people

d)

Continuous improvement, cost control, employee motivation

34.

การวัดคุณภาพที่สามารถใช้ในการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management: TQM) คือ ___

a)

ส่งมอบตรงเวลา (on-time delivery)

b)

การปฏิบัติตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ (compliance with product specifications)

c)

อัตราการทำซ้ำ (repeat rates)

d)

ถูกทุกข้อ

35.

การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของบริษัทหนึ่งกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือเทียบกับแนวทางปฏิบัติที่ดี มาตรฐาน หรือเกณฑ์การรับรอง เรียกว่า ________

a)

การเปรียบเทียบคุณภาพ (quality comparison)

b)

การรวบรวมข้อมูล (profiling)

c)

เกณฑ์มาตรฐาน (benchmarking)

d)

คุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน (qualify deployment)

36.

________, นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน กล่าวว่า ธุรกิจควรมุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (making quality products) แทนการเพิ่มผลกำไร (maximizing profits) และผลกำไรดังกล่าวก็จะตามมา

a)

Conrad Hilton

b)

W. Edwards Deming

c)

Paul Samuelson

d)

Adam Smith

37.

ผู้นำ (leader) คือ คนที่ทำสิ่งต่างๆให้เสร็จสิ้นผ่าน ________

a)

การบีบบังคับ (coercion)

b)

อำนาจ (power)

c)

การมีอิทธิพล (influence)

d)

การบังคับ (force)

38.

เหตุใดผู้ประกอบการไม่ได้เป็นผู้จัดการที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของพวกเขา

a)

ผู้จัดการจะดีกว่าที่จะมากับไอเดียใหม่ๆ สำหรับธุรกิจใหม่ๆ มากกว่าผู้ประกอบการ

b)

ผู้ประกอบการมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

c)

ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะเป็นคนประเภทคิดสร้างสรรค์ที่อาจเบื่อกับรายละเอียดในแต่ละวันของการดำเนินธุรกิจ

d)

ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะมีช่วงความสนใจสั้น ๆ

39.

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้เมื่อเริ่มต้นธุรกิจคือการเรียนรู้วิธีจัดการ ________ ของคุณเพื่อให้คุณสามารถทำสิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

a)

ยอดขาย (sales

b)

เวลา (time)

c)

ต้นทุน (costs)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

40.

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ (Great leaders) คือ ________

a)

มองโลกในแง่ร้าย (pessimists)

b)

บีบบังคับ (coercive)

c)

บ้าอำนาจ (power hungry)

d)

มองโลกในแง่ดี (optimists)

41.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่หลักของการบริหาร (management)

a)

การวางแผน (planning)

b)

การจัดการ (organizing)

c)

การเพิ่มประสิทธิภาพ (optimizing)

d)

การควบคุม (controlling)

42.

แผนกที่ ว่าจ้าง ฝึกอบรม และพัฒนาพนักงานของบริษัท เรียกว่า ________

a)

สำนักงานจัดหางาน (employment office)

b)

การจ้างงานและการไล่ออก (hiring and firing)

c)

ทรัพยากรมนุษย์ (human resources)

d)

บุคคล (personnel)

43.

บริษัทที่ประสบกับเรื่องอื้อฉาวทางจริยธรรมมักไม่ได้มี ________ ในสถานที่เพื่อให้มั่นใจว่าผู้จัดการไม่ใช้เงินอย่างไม่ถูกต้องหรือปฏิบัติอย่างผิดกฎหมายหรือผิดจรรยาบรรณ

a)

กฎระเบียบทางธุรกิจที่ดีขึ้น (better business regulations)

b)

การลงโทษ (penalties)

c)

ธรรมาภิบาล (corporate governance)

d)

ประมวลจรรยาบรรณ (a code of ethics)

44.

มาตรฐานและกฎระเบียบในธุรกิจที่ช่วยให้บุคคลอื่นตัดสินใจได้ถูกต้องจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เรียกว่า _______

a)

ธรรมาภิบาล (corporate governance)

b)

กฎหมาย (laws)

c)

จริยธรรม (ethics)

d)

ศีลธรรม (morals)

45.

ตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างมีจริยธรรม (ethical) โดย ________

a)

การรักษาบันทึกที่ถูกต้องและใช้การควบคุมทางการเงิน

b)

ไม่เคยรับผลกำไรของบริษัทนำมาใช้จ่ายส่วนตัว

c)

การสร้างคณะกรรมการที่ปรึกษา

d)

ถูกทุกข้อ

46.

________ เป็นข้อผูกมัดทางจริยธรรมของบริษัทต่อชุมชนของตน

a)

ธรรมาภิบาล (Corporate governance)

b)

ผู้ประกอบการที่คำนึงถึงสังคม (Social entrepreneurship)

c)

ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate social responsibility)

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง