NEW
Font size
S
M
L
XL
WorksheetsCNS Exam1n9
Total questions: 51
Worksheet time: 38mins
Name
Class
Date
1.
ขโมย/ทำลายอุปกรณ์และคอมพิวเตอร์อยู่ในหมวดการรักษาความปลอดภัยหมวดใด?
a)
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
b)
การรักษาความปลอดภัยด้านกายภาพ
c)
การรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและลูกข่าย
d)
การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายและอุปรณ์เครือข่าย
2.
การโจมตีแม่ข่ายเพื่อไม่ให้สามารถใช้การได้หรือทำให้ประสิทธิภาพลดลงเป็นการรักษาความปลอดภัยหมวดใด ?
a)
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
b)
การรักษาความปลอดภัยด้านกายภาพ
c)
การรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและลูกข่าย
d)
การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายและอุปรณ์เครือข่าย
3.
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลต้องรักษาข้อมูลหลักๆอะไรบ้าง
a)
ข้อมูลขององค์กรและข้อมูลลูกค้า
b)
ข้อมูลองค์กร
c)
ข้อมูลลูกค้า
d)
ข้อมูลพนักงาน
4.
องค์ประกอบพื้นฐานความปลอดภัยของข้อมูลหลักๆมีอยู่ 3 อย่าง มีอะไรบ้าง
a)
Confidentiality Integrity Availability (CIA)
b)
Confidentiality Integrity Poisoning (CIP)
c)
Rogue Integrity Availability (RIA)
d)
Confidentiality Spoof Availability (CSA)
5.
นอกจาก CIA ยังมีองค์ประกอบที่เพิ่มเติมเข้ามาอีก มีอะไรบ้าง
a)
Authentication Authorization Confidentiality
b)
Non-repudiation Availability Authorization
c)
Accidental Non-repudiation Availability
d)
Authentication Authorization Non-repudiation
6.
สภาพแวดล้อมของความปลอดภัยที่ทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้ มีอะไรบ้าง
a)
ภัยคุกคาม เหตุสุดวิสัย
b)
เหตุสุดวิสัย อุบัติภัย
c)
ภัยคุกคาม
d)
เหตุสุดวิสัย
7.
ภัยคุกคาม(Threat) ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอาจ ถูกคุกคามจากบางอย่างคืออะไร
a)
ถูกคุกคามโดย Virus Worm
b)
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
c)
ความผิดพลาดของผู้ควบคุมระบบ
d)
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
8.
การโจมตีเพื่อให้เป้าหมายไม่สามารถให้บริการได้หรือให้บริการด้วย ประสิทธิภาพที่ต่ำเป็นการโจมตีแบบใด
a)
การโจมตีแบบ Dos
b)
การโจมตีแบบ MITM
c)
การโจมตี Web Application
d)
การโจมตีเครื่องแม่ข่าย เครื่องลูกข่าย และอุปกรณ์ เครือข่าย
9.
การพิสูจน์ทราบตัวตนคืออะไร
a)
กระบวนการแสดงหลักฐาน และตรวจสอบความถูกต้อง
b)
การเขียนเพื่อซ่อนข้อมูล
c)
การถอดรหัสข้อมูลออกมาได้
d)
การแปลงรูปแบบของข้อมูลที่รับเข้ามาให้ เป็นข้อมูลที่ถูกย่อย
10.
ข้อใดไม่ใช่โปรโตคอลในการพิสูจน์ตัวตน
a)
Secure Shell (SSH)
b)
Secure Socket Layer (SSL)
c)
Kerberos
d)
CA
11.
การเข้ารหัสข้อมูลแบบใดเป็นการเข้ารหัสในยุค Classic
a)
Hash
b)
One-Time Pad
c)
DES
d)
AES
12.
ลายนิ้วมือ ใบหน้า DNA และบัตรประจำตัวประชาชน จัดว่าเป็นอะไร
a)
Electronic identity
b)
Knowledge factor
c)
Biometric factor
d)
Actual identity
13.
อัลกอริทึมใดที่ยังไม่สามารถเบรกได้
a)
ECC
b)
Hash
c)
RSA
d)
AES
14.
วิธีการต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่การป้องกัน Session Hijacking
a)
ป้องกัน ARP Spoof
b)
ป้องกันการดักจับข้อมูล
c)
ป้องกันการนำ Cookie/Session IDที่ดักจับได้ไปใช้งาน
d)
การป้องกันโดยการใช้ตัวเลขแทนชื่อไฟล์
15.
การใช้ Session ID ใช้เพื่อระบุสิ่งใด
a)
ตัวตนของผู้ใช้แทนการใช้ usernarne หรือ User ID โดยตรง
b)
ตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ให้ User คนอื่น เพื่อเข้าสู่ ระบบ
c)
เก็บค่า username หรือ เก็บ ระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบ
d)
ป้องกันการป้อน username และ password
16.
ในการป้องกัน เมื่อมีการส่ง Request เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลมา ควรใช้เมธอดใด
a)
POST
b)
GET
c)
POSTE
d)
XSS
17.
ข้อใดไม่ใช่วิธีป้องกัน Cross Site Request Forgery
a)
ปรับปรุง Application ให้มีการพิสูจน์ทราบตัวตนเพิ่มเติม
b)
ใช้ CAPTCHA เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
c)
มีการใช้และการตรวจสอบเมธอดของการ Request ด้วยว่าเป็น GET หรือ POST
d)
ใช้ Session ID (ใน Cookie) แทน username
18.
เทคนิคที่ใช้การขโมย Cookie ข้ามเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คือ
a)
XSS
b)
CSRF
c)
ARP
d)
CHAT
19.
ข้อใดไม่ใช่การป้องกันการโจมตีระบบ LAN
a)
กำหนด Static ARP บนเครื่องไคลแอนต์
b)
การประยุกต์ใช้โปรแกรมป้องกันชนิดต่างๆ
c)
การใช้งาน Switch คุณภาพสูงที่มีฟังก์ชันการป้องกัน
d)
กำหนด Dynamic ARP บนเครื่องไคลแอนต์
20.
การโจมตีระบบ LAN แบบใดเป็นที่นิยมที่สุด
a)
การโจมตีโปรโตคอล ARP
b)
การโจมตีแบบ SYN Flood
c)
การโจมตีแบบ Teardrop
d)
การโจมตีแบบ Land Attack
21.
ทำไมต้องโจมตีแบบ DoS : Denial of Service
a)
เพื่อทำให้โฮสต์เป้าหมายไม่สามารถสื่อสารกับโฮสต์อื่นได้
b)
เพื่อทำให้โฮสต์เป้าหมายไม่สามารถติดต่อกับฮาร์ดดิสของตัวเองได้
c)
เพื่อทำให้โฮสต์เป้าหมายไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้
d)
เพื่อทำให้โฮสต์เป้าหมายไม่สามารถเปิดเครื่องได้
22.
โปรโตคอล ARP ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร
a)
เพื่อค้นหาค่า MAC Address ของไอพีแอดเดรสที่ต้องการสื่อสารได้
b)
เพื่อค้นหาค่า MAC Address ของไอพีแอดเดรสที่ไม่ต้องการสื่อสารได้
c)
เพื่อค้นหาค่า Port และ IP Address ของเครื่องที่ต้องการสื่อสารได้
d)
เพื่อค้นหาค่า Port และ MAC Address ของเครื่องที่ต้องการสื่อสารได้
23.
ARP Table คืออะไร
a)
ตารางการจับคู่กันระหว่างไอดีเครื่องกับ MAC Address
b)
ตารางการจับคู่กันระหว่าง Port และ IP Address
c)
ตารางการจับคู่กันระหว่าง Port และ MAC Address
d)
ตารางการจับคู่กันระหว่างไอพีแอดเดรสกับ MAC Address
24.
ทำไมค่าใน ARP Table ถึงมีการใช้งาน ARP อยู่เป็นระยะๆ
a)
เพราะ ค่าใน ARP Table มักจะอยู่ตลอดไป
b)
เพราะ ค่าใน ARP Table มักจะมีอายุไม่เกิน 60 นาที
c)
เพราะ ค่าใน ARP Table มักจะมีอายุไม่เกิน 60 วินาที
d)
เพราะ ค่าใน MAC Address มักจะเปลี่ยนแปลงตลอด
25.
ข้อใดคือวิธีการป้องกันโดยใช้ Static ARP
a)
ตั้งค่า Static ARP บน Client และบน Gateway
b)
ตั้งค่า Dynamic ARP บน Client และบน Gateway
c)
ตั้งค่า Static MAC Address บน Client และบน Gateway
d)
ตั้งค่า Dynamic MAC Address บน Client และบน Gateway
26.
โครงสร้างและรูปแบบการเชื่อมต่อ มีกี่แบบ อะไรบ้าง?
a)
1 แบบ Ad-hoc
b)
2 แบบ Ad-hoc / Infra Structure
c)
3 แบบ Ad-hoc / Infra Structure / Bridge
d)
4 แบบ Ad-hoc / Infra Structure / Bridge / Point to Point
27.
ข้อใดไม่ใช่การเชื่อมต่อแบบ Ad-hoc หรือ Peer to Peer
a)
เป็นเครือข่ายที่สร้างได้รวดเร็ว
b)
เป็นการเชื่อมต่อที่ไม่ต้อง ใช้ Access Point
c)
ไม่มีการส่งข้อมูลผ่านไปยังระบบ LAN ที่ใช้สาย
d)
ไม่มีข้อถูก
28.
ทำไมจึงถึงต้องเข้ารหัสด้วย WEP (Wired Equivalent Privacy)
a)
เพื่อ WEB ที่สวยงาม
b)
เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกมาดักจับข้อมูล
c)
เพื่อสนับสนุนโครงสร้างภายนอก
d)
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้
29.
WPA ในข้อใดใช้ username และ password ในการตรวจสอบสิทธิ์
a)
WPA Personal
b)
WPA WEP
c)
WPA Enterprise
d)
WPA PSK
30.
การพิสูจน์ตัวตนของไคลเอนต์สามารถทำได้โดยวิธีการใด ?
a)
Certificate
b)
WPA Enterprise
c)
MAC Address
d)
Medicate
31.
ข้อใดเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกมาดักจับข้อมูล ?
a)
ARP Attack
b)
WEP
c)
MIMO
d)
LAN
32.
ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของความปลอดภัยของเครือข่าย LAN ไร้สาย
a)
เพื่อป้องกันรัฐบาล
b)
เพื่อปกป้องผู้บริการ
c)
เพื่อให้ทราบจุดอ่อนและช่องโหว่ของเครือข่าย LAN ไร้สาย
d)
เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
33.
การเชื่อมต่อโดยใช้ Access Point เป็นตัวกลางตัวกลางระหว่าง LAN แบบไร้สายกับ LAN แบบใช้สายเป็นการเชื่อมต่อแบบใด
a)
การเชื่อมต่อแบบ Ad-hoc หรือ Peer to Peer
b)
การเชื่อมต่อแบบ Bridge
c)
การเชื่อมต่อแบบ Infra Structure
d)
การเชื่อมต่อแบบ ARP
34.
ข้อใดไม่ใช่การวางแผนการป้องกันและการกู้คืนระบบ
a)
การกู้คืนรหัสผ่าน
b)
การสำรองไฟล์ ด้วย TAR
c)
การใช้ระบบไฟสำรอง
d)
การบู๊ตเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
35.
ข้อใดคือข้อดีของ PAM
a)
สนับสนุนการตรวจสอบได้หลายเชิฟเวอร์
b)
เป็นเซอร์วิสมาตรฐานของLinux
c)
สามารถทำงานได้หลายขั้นตอน
d)
มีการจัดการที่ง่ายและมีความสะดวกในการจัดการ
36.
ข้อใดไม่ใช่ความปลอดภัยของเครื่องแม่ข่ายลินุกซ์
a)
ความปลอดภัยสิทธิพิเศษ
b)
ความปลอดภัยทางกายภาพ
c)
ความปลอดภัยในการรับส่งภายในเน็ตเวิร์ก
d)
ความปลอดภัยของ service
37.
การเจาะระบบ Linux Server สามารถทำได้โดยวิธีใด
a)
ใช้ช่องโหว่ของ Reader
b)
ใช้ช่องโหว่ของ Application
c)
ใช้ช่องโหว่ของ Acrobat
d)
ใช้ช่องโหว่ของ Photoshop
38.
การที่ผู้บุกรุกมานั่งที่หน้าคอม หมายถึง ขาดความปลอดภัยด้านใด
a)
ขาดความปลอดภัยทางอุปกรณ์เครื่องมือ
b)
ขาดความปลอดภัยทางสภาพจิตใจ
c)
ขาดความปลอดภัยทางสภาพแวดล้อม
d)
ขาดความปลอดภัยทางกายภาพ
39.
windows Clint เช่น XP และ vista พัฒนามากจากอะไร
a)
Core
b)
Server
c)
Whois
d)
Sam spade
40.
ข้อใดคือข้อมูลสำคัญที่เราสามารถสอบถามได้ของ Whois
a)
ข้อมูลของเจ้าหน้าที่
b)
ข้อมูลที่เกี่ยวกับ DND
c)
ข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบ DNS
d)
กลุ่มไอพีแอดเดรสที่เจ้าหน้าที่ไม่ใช้
41.
วิธีใดที่ทำให้ทราบว่าเป้าหมายใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หรือไม่
a)
การแสกนพอร์ต
b)
การแสกนค่าดีฟอล
c)
การแสกนไอดี
d)
การแสกนแมคแอดเดรส
42.
การโจมตีที่อยู่ในเน็ตเวิร์กภายใน (ระบบ LAN เดียวกัน) คือข้อใด
a)
การแสกนพอร์ต
b)
การแสกน LAN
c)
การแสกนเน็ตเวิร์ก
d)
การโจมตีโดยการใช้ LAN
43.
ช่องทางที่แฮกเกอร์ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อการโจมตีเป้าหมายที่เป็น Windows คือข้อใด
a)
การรวบรวมข้อมูลผ่านทาง RPC
b)
การรวบรวมข้อมูลผ่านทาง RRC
c)
การรวบรวมข้อมูลผ่านทาง RTP
d)
การรวบรวมข้อมูลผ่านทาง RIC
44.
Pimary DSN ทำงานเป็นอะไรในการรวบรวมข้อมูลผ่านทาง DNS
a)
DNS Server ตัวหลัก
b)
DNS Client ตัวหลัก
c)
DNS Server ตัวรอง
d)
DNS Client ตัวรอง
45.
ระบบตรวจจับการบุกรุกหรือไอดีเอส (IDS: Intrusion Detection System) คืออะไร
a)
ระบบที่ใช้ในการตรวจจับการพยายามเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
b)
ระบบที่ใช้ในการตรวจจับไวรัสในคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
c)
ระบบที่ใช้ในการค้นหาการบุกรุกในคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
d)
ระบบที่ใช้ในการดูข้อมูลการบุกรุกหรือไอดีเอสในคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
46.
ข้อเสียของ Host based IDS คืออะไร
a)
IDS ต้องทํางานหนักมากเนื่องจากมีหน้าที่ตรวจจับการบุกรุก
b)
โปรเซสของ IDS จะกินหน่วยความจําและ CPU ของเครื่องคอมพิวเตอร์
c)
โปรเซสของ IDS จะกินหน่วยความจําและ CPU ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์
d)
ไม่สามารถตรวจจับการโจมตีได้ทุกรายละเอียด
47.
Network based IDS คืออะไร
a)
IDS ตัวเดียวที่ทําหน้าที่ตรวจจับการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ ได้เครื่องเดียว
b)
IDS หลายตัวที่ทําหน้าที่ตรวจจับการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ ได้เครื่องเดียว
c)
IDS หลายตัวที่ทําหน้าที่ตรวจจับการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ ได้หลายเครื่องพร้อมกัน
d)
IDS ตัวเดียวที่ทําหน้าที่ตรวจจับการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ ได้หลายเครื่องพร้อมกัน
48.
โครงสร้างของระบบ Log แบบ Centralize Log มีลักษณะอย่างไร
a)
มีลักษณะการจัดวางเหมือนเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปในเครือข่าย
b)
มีลักษณะการจัดวางเหมือนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไป
c)
มีลักษณะการจัดวางข้อมูลแบบชั้นๆในเครือข่าย
d)
มีลักษณะการจัดวางข้อมูลเชิร์ฟเวอร์แบบชั้น
49.
โครงสร้างของระบบ Log แบบ Active Network มีการจัดวางอย่างไร
a)
มีการจัดวางของ Log Server ในลักษณะวางกั้น
b)
มีการจัดวางของ Log Server ในลักษณะแนวตั้ง
c)
มีการจัดวางของ Log Server ในลักษณะวางแบบตรง
d)
มีการจัดวางของ Log Server ในลักษณะวางแบบทั่วไป
50.
ระบบ Log แบบแยกคืออะไร
a)
ระบบ Log ที่มีอยู่และจัดเก็บเฉพาะในตัวของอุปกรณ์หรือระบบนั้นๆ
b)
ระบบการจัดเก็บข้อมูลในตัวของอุปกรณ์หรือระบบนั้นๆ
c)
ระบบ Log ที่จัดเก็บข้อมูลและทำการแยกข้อมูล
d)
ระบบทำการแยกข้อมูลในตัวของอุปกรณ์หรือระบบนั้นๆ
51.
คีย์ล็อกเกอร์ (Key logger) มีจุดประสงค์เพื่ออะไร
a)
บันทึกข้อมูลการกดคีย์บอร์ดของเหยื่อ
b)
บันทึกข้อมูลการเข้าเว็บของเหยื่อ
c)
บันทึกข้อมูลการคลิกเมาท์ของเหยื่อ
d)
ถูกทุกข้อ
Reset
