wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทสภาสามัคคีเสวก (ม.2)

Total questions: 20

Worksheet time: 39mins

Name
Class
Date
1.

๑. “อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลปิน เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า”

คำกลอนนี้มาจากบทประพันธ์ของรัชกาลใด

a)

รัชกาลที่ ๓

b)

รัชกาลที่ ๔

c)

รัชกาลที่ ๕

d)

รัชกาลที่ ๖

2.

๒. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับบทเสภาสามัคคีเสวก

a)

เป็นบทสำหรับขึ้นเสภากล่อมเด็ก

b)

เป็นบทสำหรับขับเกี้ยวพาราสีกัน

c)

เป็นบทสำหรับขับอธิบายนำเรื่องในการฟ้อนรำต่าง ๆ

d)

เป็นบทสำหรับขับอธิบายเกี่ยวกับเดินทางไกล

3.

๓. ข้อใดเป็นข้อแตกต่างระหว่างบทเสภาทั่วไปกับบทเสภาชุดเสภา

a)

บทเสภาทั่วไปเป็นบทเสภาขนาดสั้น บทเสภาชุดเสวกแต่งเป็นเรื่องราว

b)

บทเสภาทั่วไปแต่งเป็นเรื่องราว บทเสภาชุดเสวกเป็นเสภาขนาดสั้น

c)

บทเสภาทั่วไปมีกรับขยับให้จังหวะ แต่บทเสภาชุดเสวกไม่มี

d)

บทเสภาชุดเสวกมีกรับให้จังหวะ แต่บทเสวกทั่วไปไม่มี

4.

๔. ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

บทเสภาเสวกแต่ละตอนแนวคิดมากกว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง

b)

บทเสภาเสวกแต่ละตอนมุ่งการเล่าเรื่องมากกว่ามุ่งเสนอแนวคิด

c)

บทเสภาเสวกเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

บทเสภาเสวก เป็นบทประพันธ์ประเภทโคลงสี่สุภาพ

5.

๕ .ข้อใดถือเป็นการแสดงตัวอย่างของเสวกที่ดี

a)

กล่าวสรรเสริญพระนนทีผู้เป็นเทพเสวก

b)

เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว นนทีก็กลับเป็นเทพเช่นเดิม

c)

ยักษ์กาลเนมีได้เข้ามาก่อกวนไล่จับนางฟ้า

d)

เวลาพระอิศวรจะเสด็จไปไหน นนทีก็จะแปลงเป็นโคอุสุราชให้ประทับ

6.

๖. ใครเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา

a)

พระอิศวร

b)

พระคเณศ

c)

พระอุมา

d)

กาลเนมี

7.

๗. เทพองค์ใดเป็นเทพเจ้าแห่งการก่อสร้าง

a)

พระอินทร์

b)

พระอิศวร

c)

พระอุมา

d)

พระวิศวกรรม

8.

๘. กลอนในข้อใดแสดงให้เห็นว่าศิลปะมีคุณค่ามาก

a)

ทวยทหารได้ถือเครื่องมือดี

b)

ก็สามารถราวีอรีลาน

c)

ช่างประดิษฐ์คิดประจงคงตระการ

d)

เครื่องสำราญนัยนาน่าพึงใจ

9.

๙. ข้อใดแสดงให้เห็นว่าศิลปินสร้างงานศิลปะขึ้นมา เพื่อประดับบ้านเมืองให้สวยงาม

a)

สอนช่างเขียนให้เพียรเขียนวาดสี แบบกระหนกนารีศรีสมร

b)

บำรุงแดนดินด้วยศิลปกรรม ให้แลล้ำล้วนอร่ามแสงงามงอน

c)

ทั้งรูปคนรูปสัตว์นานา ประหนึ่งว่ามีชีวิตพิศเพลินใจ

d)

สร้างศาสตราอาวุธรุทธ์กำแหง เพื่อใช้แย้งยุทธการสมรศรี

10.

๑o. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของศิลปะ

a)

ศิลปะเป็นเครื่องจำเริญตา พาใจให้สบาย

b)

ศิลปะเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นประเทศมหาอำนาจในการต่อสู้สงคราม

c)

ชาติใดไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะประเภทต่างๆแสดงให้เห็นว่าชาตินั้นไม่มีความสงบสันติ

d)

ชาติใดไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญในการสร้างงานศิลปะประเภทต่างๆย่อมเป็นที่อับอายแก่เพื่อนบ้านและชาวโลก

11.

๑๑. ข้อใดมิได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหล่าข้าราชการ

a)

ต้องดูแลเลี้ยงครอบครัวอย่างดี

b)

ต้องให้ความร่วมมือกับพระมหากษัตริย์

c)

มีความเคร่งครัดในระเบียบวินัย

d)

ต้องมีความภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

12.

๑๒. ข้อใดใช้ภาพพจน์โดยใช้อุปมา คือการเปรียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง

a)

อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

b)

สมเป็นเมืองใหญ่โตมโหฬาร พอไม่อายเพื่อนบ้านจึงจะดี

c)

ประการหนึ่งพึงคิดในจิตใจมั่น ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว

d)

ควรเคารพยำแยงและเกรงกลัว ประโยชน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี

13.

๑๓. ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก คำกลอนนี้มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ศิลปกรรมทำให้เกิดอารมณ์เศร้าหมอง

b)

ศิลปกรรมทำให้คลายความเศร้าหมอง

c)

ศิลปกรรมนำใจให้พบกับความเศร้าโศก

d)

ศิลปกรรมนำทางชีวิตให้สุขสันต์

14.

๑๔. คำกลอนในข้อใดแสดงให้เห็นว่าทั่วโลกยกย่องศิลปกรรมที่ทำให้บ้านเมืองสวยงาม

a)

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็พลอยสุขสบาย

b)

ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง

c)

แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอิทธิพลอันล้นหลาม

d)

จึงยกย่องศิลปกรรมนั้นทั่วไป ศรีวิไลวิลาศดีเป็นศรีเมือง

15.

๑๕. บทเสภาสามัคคีเสวก ตอนสามัคคีเสวก ได้เปรียบเทียบประเทศชาติเหมือนกับอะไร

a)

เรือใหญ่

b)

ทะเลใหญ่

c)

กับปิตัน

d)

นายเรือ

16.

๑๖. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด จากบทเสภาสามัคคีเสวก ตอนสามัคคีเสวก

a)

พระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนเรือใหญ่ ข้าราชบริพารเปรียบเหมือนกะลาสีเรือ

b)

พระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนเรือใหญ่ ข้าราชบริพารเปรียบเหมือนกัปตันเรือ

c)

พระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนกัปตันเรือ ข้าราชบริพารเปรียบเหมือนกะลาสีเรือ

d)

พระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนกะลาสีเรือ ข้าราชบริพารเปรียบเหมือนเรือใหญ่

17.

๑๗. กลอนในข้อใดเตือนให้มีความสามัคคีกันในหมู่ข้าราชบริพาร ให้สมกับที่มีพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน

a)

ถึงเสวีเป็นข้าฝ่าพระบาท ไม่ควรขาดความสมัครมโมสร

b)

ไม่ควรเลือกที่รักมักที่ชัง สามัคคีเป็นกำลังพลังศรี

c)

ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี ให้สมที่ร่วมพระเจ้าองค์เดียวกัน

d)

เหมือนลูกเรืออยู่ในกลางหว่างวารี จำต้องมีมิตรจิตสนิทกัน

18.

๑๘. ข้อใดหมายถึง “ช่างเงิน”

a)

ช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ

b)

ช่างสถาปนา

c)

ช่างประดิษฐ์รัชดา

d)

ชาติไพรัช

19.

๑๙. เสวก หมายถึงอะไร

a)

คนที่ฉลาดแกมโกง

b)

งามสะอาดหมดจด

c)

พระเจ้าแผ่นดิน

d)

ข้าราชการในราชสำนัก

20.

๒o. ศัพท์ในข้อใดมีความหมายแตกต่างออกไป

a)

ละวาด

b)

วิลาส

c)

วิเลขา

d)

ศานติ