wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ธาตุกัมมันตรังสี

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

จงเรียงลำดับอำนาจทะลุทะลวงผ่านของรังสีแอลฟา, บีตาและแกมมา จากมากไปน้อย

a)

แอลฟา บีตา แกมมา

b)

บีตา แอลฟา แกมมา

c)

แกมมา แอลฟา บีตา

d)

แกมมา บีตา แอลฟา

e)

บีตา แกมมา แอลฟา

2.

รังสีแอลฟาประกอบด้วย

a)

2 โปรตอน

b)

2 โปรตอน กับ 2 นิวตรอน

c)

2 โปรตอน กับ 2 อิเล็กตรอน

d)

4 โปรตอน

e)

ถูกทุกข้อ

3.

รังสีในข้อใดที่มีอำนาจในการทะลุทะลวงผ่านเนื้อสารได้น้อยที่สุด

a)

รังสีแอลฟา

b)

รังสีบีตา

c)

รังสีแกมมา

d)

รังสียูเรนิก

e)

รังสีชีวิต

4.

มีธาตุไอโอดีน 131 ซึ่งมีครึ่งชีวิต 8 วัน อยู่จำนวน 1 กรัม จะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเหลือธาตุ ดังกล่าวเพียง 0.125 กรัม

a)

16 วัน

b)

24 วัน

c)

32 วัน

d)

64 วัน

e)

128 วัน

5.

สารกัมมันตรังสีโคบอลต์ -60 สลายตัวให้รังสีบีตาและรังสีแกมมาโดยมีครึ่งชีวิต 5.30 ปี จงหา เปอร์เซ็นต์ของสารกัมมันตรังสีที่เหลืออยู่เมื่อเวลาผ่านไป 15.9 ปี

a)

6.25 %

b)

12.5 %

c)

18.75 %

d)

25 %

e)

50 %

6.

รังสีชนิดใดที่นิยมใช้ในการอาบรังสีผลไม้

a)

รังสีแอลฟา

b)

รังสีบีตา

c)

รังสีแกมมา

d)

รังสีUV

e)

ถูกทุกข้อ

7.

นักโบราณคดีตรวจพบเรือไม้โบราณลำหนึ่งว่า มีอัตราส่วนของปริมาณ C-14 ต่อ C-12 เป็น 25% อัตราส่วนสำหรับสิ่งที่มีชีวิต

สันนิฐานได้ว่าซากเรือใบนี้อายุประมาณกี่ปี

กำหนดให้ครึ่งชีวิตของ C-14 เป็น 5570 ปี

a)

2,785 ปี

b)

5,570 ปี

c)

11,140 ปี

d)

22,280 ปี

e)

44,560 ปี

8.

อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา รังสีแกมมา เมื่อเคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็กข้อใดไม่เกิดการเบน

a)

อนุภาคแอลฟา

b)

อนุภาคบีตา

c)

รังสีแกมมา

d)

อนุภาคแอลฟาและบีตา

e)

ถูกทุกข้อ

9.

กิจกรรมการศึกษาที่เปรียบเทียบการสลายกัมมันตรังสีกับการทอดลูกเต๋านั้นจำนวนลูกเต่าที่ถูกคัดออกเทียบได้กับปริมาณใด

a)

เวลาครึ่งชีวิต

b)

จำนวนนิวเคลียสตั้งต้น

c)

จำนวนนิวเคลียสที่เหลืออยู่

d)

จำนวนนิวเคลียสที่สลาย

e)

เวลาชีวิตครึ่ง

10.

นิวเคลียสของเรเดียม-226 (22688Ra) มีการสลายโดยการปล่อยอนุภาคแอลฟา 1 ตัว และรังสีแกมมาออกมา จะทำให้ (22688Ra) กลายเป็นธาตุใด

a)

21884Po

b)

22286Rn

c)

23090Th

d)

23492U

e)

23492Ur

11.

อนุภาคใดในนิวเคลียส 23692U และ 23490Th มีจำนวนเท่ากัน

a)

โปรตอน

b)

อิเล็กตรอน

c)

นิวตรอน

d)

นิวคลีออน

e)

เพอร์ซิอุส

12.

ในธรรมชาติ ธาตุคาร์บอนมี 3 ไอโซโทป คือ 126C 136C 146C ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

แต่ละไอโซโทปมีจำนวนอิเล็กตรอนต่างกัน

b)

แต่ละไอโซโทปมีจำนวนโปรตอนต่างกัน

c)

แต่ละไอโซโทปมีจำนวนนิวตรอนต่างกัน

d)

แต่ละไอโซโทปมีจำนวนโปรตอนเท่ากับจำนวนนิวตรอน

e)

แต่ละไอโซโทปมีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับจำนวนนิวตรอน

13.

ไอโซโทปกัมมันตรังสีของธาตุไอโอดีน -128 มีครึ่งชีวิต 25 นาที ถ้ามีไอโอดีน -128 อยู่ทั้งหมด 256 กรัม จะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเหลือไอโอดีน -128 อยู่ 32 กรัม

a)

50 นาที

b)

1 ชั่วโมง 15 นาที

c)

1 ชั่วโมง 40 นาที

d)

3 ชั่วโมง 20 นาที

e)

6 ชั่วโมง

14.

นิวเคลียสของเรเดียม -226 มีการสลายดังสมการข้างล่าง x คืออะไร

22688Ra→22286Rn+x

a)

รังสีแกมมา

b)

อนุภาคบีตา

c)

อนุภาคนิวตรอน

d)

อนุภาคแอลฟา

e)

ไม่มีข้อถูก

15.

ธาตุกัมมันตรังสีใดที่ใช้ในการคำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ คือ

a)

I -131

b)

Co-60

c)

C-12

d)

P-32

e)

C-14

16.

ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับรังสีแอลฟา รังสีบีตาและรังสีแกมมา

a)

รังสีแอลฟามีประจุ +4

b)

รังสีแอลฟามีมวลมากที่สุดและมีอำนาจทะลุทะลวงผ่านสูงสุด

c)

รังสีบีตามวลน้อยที่สุดและอำนาจทะลุทะลวงผ่านต่ำสุด

d)

รังสีแกมมามีอำนาจทะลุทะลวงสูงสุด

e)

ถูกทุกข้อ

17.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (fusion)

a)

เกิดที่อุณหภูมิต่ำ

b)

ไม่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาบนโลกได้

c)

เกิดขึ้นได้ที่ดวงจันทร์เท่านั้น

d)

เกิดจากการที่นิวเคลียสของธาตุหนักแตกตัวออกเป็นธาตุเบา

e)

เกิดจากนิวเคลียร์ของธาตุเบาหลอมรวมกันเป็นธาตุหนัก

18.

ในการสลายตัวของ 146C นิวเคลียสของคาร์บอน -14 ปล่อยอิเล็กตรอนออกหนึ่งตัว นิวเคลียสใหม่ จะมีประจุกี่เท่าของประจุโปรตอน

a)

5

b)

7

c)

13

d)

15

e)

18

19.

อัตราการสลายตัวของกลุ่มนิวเคลียสกัมมันตรังสี A ขึ้นอยู่กับอะไร

a)

อุณหภูมิ

b)

ความดัน

c)

ปริมาตร

d)

สิ่งแวดล้อม

e)

จำนวนนิวเคลียส A ที่มีอยู่

20.

ข้อใดเป็นการกำจัดกากกัมมันตรังสีที่ดีที่สุด

a)

เร่งให้เกิดการสลายตัวเร็วขึ้นโดยใช้ความดันสูงมาก ๆ

b)

เผาให้สลายตัวที่อุณหภูมิสูง

c)

เผาให้สลายตัวที่อุณหภูมิต่ำ

d)

ใช้คอนกรีตตรึงให้แน่นแล้วฝังกลบใต้ภูเขา

e)

ใช้ปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนให้เป็นสารประกอบอื่น