wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบ 3

Total questions: 26

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ของเสียที่เป็นสารประกอบไนโตรเจน (Nitrogenous waste) ได้แก่สารใดบ้าง

a)

แอมโมเนีย

b)

ยูเรีย

c)

ยูริก

d)

ฟอสเฟต

2.

โรคไตทางพันธุกรรมที่สืบทอดทางพันธุกรรมในครอบครัวได้ คือโรคใด

a)

โรคนิ่วในไต เนื้องอก

b)

โรคเนื้องอกในไต

c)

โรคถุงน้ำในไต

d)

ต่อมลูกหมากโต

3.

ระบบที่ควบคุมความเป็นกรด-เบสของร่างกายได้เร็วที่สุดคือระบบใด

a)

ระบบบัฟเฟอร

b)

ระบบหายใจ

c)

ไต

d)

การขับเหงื่อ

4.

สัตว์ที่มีความจําเป็นในการสงวนน้ำไว้ในร่างกายมักจํากัดของเสียจําพวก N – waste ในรูปของสิ่งใด

a)

แอมโมเนียและกรดยูริก

b)

กรดยูริกและยูเรีย

c)

แอมโมเนียและยูเรีย

d)

กรดยูริกและกรดอะมิโน

5.

การทําลายสิ่งแปลกปลอมของ lymphocyte โดยวิธีใด

a)

กินแบบ phagocytosis

b)

สร้าง enzyme ออกมาย่อยสิ่งแปลกปลอม

c)

สร้าง antibody ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกัน

d)

ข้อ ก. – ข. ถูก

6.

การทําลายสิ่งแปลกปลอมของ monocyte โดยวิธีใด

a)

กินแบบ phagocytosis

b)

สร้าง enzyme ออกมาย่อยสิ่งแปลกปลอม

c)

สร้าง antibody ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกัน

d)

ข้อ ก. – ข. ถูก

7.

ลักษณะสําคัญของเม็ดเลือดแดงคือข้อใด

a)

สร้างจากตับไม่มีนิวเคลียส ไม่มีไมโทคอนเดรีย

b)

สร้างจากตับไม่มีนิวเคลียส มีไมโทคอนเดรีย

c)

สร้างจากไขกระดูก ไม่มีนิวเคลียส ไม่มีไมโทคอน

เดรีย

d)

สร้างจากไขกระดูก ไม่มีนิวเคลียส มีไมโทคอนเดรีย

8.

1. ลิมโฟไซต์ 2. นิวโทรฟิล 3. เบโซฟิล 4. มอโนไซต์

เซลล์ที่สร้างสารซึ่งป้องกันการแข็งตัวของเลือดได้

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

9.

1. ลิมโฟไซต์ 2. นิวโทรฟิล 3. เบโซฟิล 4. มอโนไซต์


เซลล์ที่ทําหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันโดยการกินสิ่งแปลกปลอม แบบฟาโกไซโทซิส

a)

1, 2, 4

b)

2, 4

c)

2, 3

d)

2, 3, 4

10.

1. ลิมโฟไซต์ 2. นิวโทรฟิล 3. เบโซฟิล

4. มอโนไซต์

ภูมิคุ้มกันก่อเอง เกิดจากการทํางานของข้อใด

a)

1, 2, 3

b)

2, 3, 4

c)

1, 2, 4

d)

1, 2, 3, 4

11.

5. วัคซีน 6.ทอกซอยด์

7. ซีรัม 8. อีโอซิโนฟิล

พิษซึ่งทําให้อ่อนลงแล้วฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี คือข้อใด

a)

5

b)

6

c)

7

d)

5,6

12.

5. วัคซีน 6.ทอกซอยด์

7. ซีรัม 8. อีโอซิโนฟิล

ภูมิคุ้มกันที่รับมา คือข้อใด

a)

5

b)

6

c)

7

d)

5,6

13.

1. ลิมโฟไซต์ 2. นิวโทรฟิล 3. เบโซฟิล

4. มอโนไซต์

เซลล์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือเซลล์ชนิดใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

14.

1. ลิมโฟไซต์ 2. นิวโทรฟิล 3. เบโซฟิล

4. มอโนไซต์

เซลล์ที่กําจัดสาร histamine ที่ทําให้เกิดการแพ้คือข้อใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

15.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการไหลไปตามท่อน้ำเหลือง

a)

การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่จะไปกดหรือคลายท่อน้ำเหลือง

b)

ความแตกต่างระหว่างความดันไฮโดรสเตติก ซึ่งท่อน้ำเหลืองขนาดเล็กมีมากกว่า ท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่

c)

การหายใจเข้า ซึ่งไปมีผลขยายทรวงอกและลดความดันท้าให้ท่อน้ำเหลืองขยายตัว

d)

ไม่มีข้อถูก

16.

อวัยวะน้ำเหลืองงที่ใหญ่ที่สุดมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดในระยะเอ็มบริโอในคนที่คลอดแล้ว คือข้อใด

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

ต่อมทอนซิล

c)

ม้าม

d)

ต่อมไทมัส

17.

ทำหน้าที่กรองน้ำเหลืองให้สะอาดทำลายแบคทีเรีย และทำลายเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในวัยชรา คือข้อใด

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

ต่อมทอนซิล

c)

ม้าม

d)

ต่อมไทมัส

18.

เป็นต่อมไร้ท่อ อยู่ตรงทรวงอกรอบหลอดเลือดใหญ่ของหัวใจ ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ T คือข้อใด

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

ต่อมทอนซิล

c)

ม้าม

d)

ต่อมไทมัส

19.

วัคซีนที่ทำจากเชื้อแบคทีเรีย รักษาโรคในข้อใด

a)

โรคไข้หวัดใหญ่

b)

โรคคอตีบ

c)

โรคไอกรน

d)

วัณโรค

20.

วัคซีนที่ทำจากไวรัส รักษาโรคในข้อใด

a)

โรคไข้หวัดใหญ่

b)

โรคคอตีบ

c)

โรคไอกรน

d)

วัณโรค

21.

วัคซีนประเภททอกซอยด์ รักษาโรคในข้อใด

a)

โรคไข้หวัดใหญ่

b)

โรคคอตีบ

c)

โรคไอกรน

d)

วัณโรค

22.

Lived vaccine รักษาโรคในข้อใด

a)

โรคไข้หวัดใหญ่

b)

โรคคอตีบ

c)

โรคไอกรน

d)

วัณโรค

23.

ข้อควรคำนึงถึงในการให้และรับวัคซีน ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

วัคซีนจะให้ประสิทธิภาพที่ดี ถ้าการให้โดยวิธีธรรมชาติที่สุด

b)

ต้องรับวัคซีนให้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ ล่วงหน้า

c)

เด็กแรกเกิด ต้องให้วัคซีนในช่วง 7–8 เดือน

d)

สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรได้รับวัคซีนประเภท Live vaccine

24.

เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อแอนติเจนบางชนิดรุนแรง และก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย คือโรคใด

a)

โรคเอส-แอลอี

b)

โรคเอดส์

c)

โรคภูมิแพ้

d)

โรคไข้หวัดใหญ่

25.

เป็นกลุ่มอาการของ ภูมิคุ้มกันบกพร่องอันเกิดจากเชื้อเข้าไปเจริญและเพิ่มจำนวนในเซลล์ทีและทำลายเซลล์ที คือโรคใด

a)

โรคเอส-แอลอี

b)

โรคเอดส์

c)

โรคภูมิแพ้

d)

โรคไข้หวัดใหญ่

26.

เป็นความผิดปกติที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านเซลล์ของตนเอง คือโรคใด

a)

โรคเอส-แอลอี

b)

โรคเอดส์

c)

โรคภูมิแพ้

d)

โรคไข้หวัดใหญ่