Font size
Worksheetsอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
Total questions: 10
Worksheet time: 5mins
1. ทฤษฎีใดที่สามารถใช้อธิบายความแตกต่างของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส (kinetic theory of gases)
ทฤษฎีออร์บิทัลเชิงโมเลกุล (molecular orbital)
ทฤษฎีสนามผลึก (Crystal Field Theory)
ทฤษฎีการชน (Collision Theory)
2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอะไร
เปอร์เซ็นต์ในการชนกันของอนุภาคที่เป็นผลสำเร็จ
อุณหภูมิ
ความถี่ในการชนกันของอนุภาค
พลังงานศักย์
4. ทิศทางการชนในภาพใดแสดงถึงการชนที่มีความเหมาะสม
5. พลังงานก่อกัมมันต์ (Activation Energy) คืออะไร
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออก
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้อะตอมหลุดออก
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้การชนกันแล้วไม่เกิดปฏิกิริยาเคมี
พลังงานจำนวนน้อยที่สุดที่เกิดจากการชนของอนุภาคของสารตั้งต้นแล้วทำปฏิกิริยาเคมี
6. การที่มีพลังก่อกัมมันต์สูงจะมีผลอย่างไรกับปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้ช้า
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็ว
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดการสมดุล
จะเป็นฏิกิริยาดูดความร้อน
7. ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็วสัมพันธ์กันอย่างไรกับพลังงานก่อกัมมันต์
จะเกิดพลังงานจลน์สูง
จะเกิดพลังงานจลน์ต่ำ
จะเกิดพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำ
จะเกิดพลังงานก่อกัมมันต์สูง
9. จากภาพด้านบนภาพใดคือภาพที่แสดงถึงปฎิกิริยาคายความร้อน
ก
ข
ถูกทั้ง ก และ ข
ไม่มีข้อใดถูก
10. ถ้าสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมีพลังงานสูงกว่าสารตั้งต้น (สารผลิตภัณฑ์เสถียรกว่าสารตั้งต้น) จะทำให้เกิดสิ่งใด
ปฏิกิริยาดูดความร้อน
ปฏิกิริยาคายความร้อน
ปฏิกิริยาการแทนที่
ปฏิกิริยาการเติม
หากค่าพลังงานของปฏิกิริยา(∆E) มีค่าเป็นลบจะเป็นปฏิกิริยาแบบใด
จะเป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน
จะเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงาน
จะเป็นปฏิกิริยาการเผาไหม้
จะเป็นปฏิกิริยาการเติม
สถานะที่อนุภาคชนกันแล้วมีการจัดเรียงตัวกันที่เหมาะสมและมีพลังงานศักย์มากพอที่จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ได้ คือข้อใด
สถานะของสาร
สภาวะสมดุล
สถานะแทรนซิชัน
สภาวะแข่งขัน
