Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

bio

Total questions: 52

Worksheet time: 42mins

Name
Class
Date
1.
รากพืช ส่วนใดที่ทำหน้าที่ในการดูดน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ
a)
หมวกราก
b)
ขนราก
c)
คอเทกซ์
d)
เพอริไซเคิล
2.

รากแขนงเจริญมาจากเนื้อเยื่อชั้นใด

a)

Cortex

b)

Endodermis

c)

epidermis

d)

Pericycle

3.

เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ดูดน้ำของพืชเราเรียกว่า Root hair ซึ่งเป็นเซลล์ในส่วนของ

a)

Cortex

b)

Endodermis

c)

Epidermis

d)

Pericycle

4.

รากพืชที่มีการสะสมอาหาร จะเก็บไว้ที่เนื้อเยื่อใด

a)

Cortex

b)

Endodermis

c)

epidermis

d)

Pericycle

5.
เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ลำเลียงอาหาร
a)
Xylem
b)
Phloem
c)
Xylem & Phloem
6.
ไซเลม (Xylem) นอกจากลำเลียงน้ำและยังช่วย
a)
สังเคราะห์ด้วยแสง
b)
ลำเลียงอาหาร
c)
เสริมสร้างความแข็งแรง
d)
สะสมอาหาร
7.
เซลล์ที่พบในเนื้อเยื่อโฟลเอม
a)
เทรคีด (tracheid) & เวสเซล (vessel)
b)
ซีพทิวบ์เมมเบอร์ (sieve tube member) & คอมพาเนียนเซลล์ (companion)
8.

ในการตอน เมื่อควั่นเปลือกแล้วต้องขูดเยื่อส่วนใดออก

a)

แคมเบี่ยม

b)

ไซเลม

c)

โฟลเอม

d)

เอพิเดอร์มิส

9.
เนื้อเยื่อเจริญพบในส่วนใด
a)
เนื้อเยื่อส่วนปลาย
b)
เนื้อเยื่อเหนือข้อ
c)
เนื้อเยื่อแคมเบี่ยม
d)
ถูกทั้งหมด
10.
เนื้อเยื่อที่สะสมอาหาร
a)
คอลเลงคิมา (collenchyma)
b)
พาเรงคิมา (parenchyma)
c)
สเคอเรงคิมา (scherenchyma)
11.

เซลล์ที่พบในเนื้อเยื่อไซเลม

a)

เทรคีด (tracheid) & เวสเซล (vessel)

b)

ซีพทิวบ์เมมเบอร์ (sieve tube member) & คอมพาเนียนเซลล์ (companion)

12.

หมวกรากมีประโยชน์ คือ

a)

สร้างเมือกทำให้ดินนิ่ม

b)

ป้องกันแสง

c)

ดูดน้ำขแร่ธาตุ

d)

เพิ่มเซลล์ใหม่

13.

หมายเลข 1 เรียกว่า

a)

เอพิเดอร์มิส Epidermis

b)

เอนโดเดอร์มิส Endodermis

c)

สตีล Stele

14.

ถ้าควั่นต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และทิ้งไว้นาน ๆ ผลจะเป็นอย่างไร

a)

พืชจะตายเพราะรากขาดอาหาร

b)

พืชจะตายเพราะน้ำไม่ถูกลำเลียง

c)

พืชจะยังคงมีชีวิตอยู่เพราะมีท่อลำเลียงกระจาย

d)

โอกาศรอดและตายมีเท่ากัน

15.

วงปี (anual ring) ของพืชเกิดขึ้นได้

a)

ทั้งในลำต้นและรากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

เฉพาะในลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่เท่านั้น

c)

ในลำต้น รากพืชใบเลี้ยงคู่ ทุกชนิดและในลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวบางชนิด

d)

ในลำต้นของพืชจำพวกสน

16.
โครงสร้างของพืช ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมแห้งแล้งแบบทะเลทราย คือ
a)
ต้นอวบน้ำ
b)
มีชั้น Cork เกิดขึ้น
c)
มีใบลดรูปเป็นหนาม
d)
มีปากใบจมลึก
17.

ต้นกระบองเพชร มีน้ำอยู่ภายในต้นมากเพราะ

a)

ต้นกระบองเพชรมีลำตนใหญ่และอ่อนนุ่มอุ้มน้ำไว้ได้มาก

b)

ต้นกระบองเพชรมีการคายน้ำน้อยและสะสมน้ำไว้มาก

c)

ต้นกระบองเพชรสามารถดูดน้ำได้มาก

d)

ต้นกระบองเพชรไม่มีการคายน้ำเลยเพราะไม่มีใบ

18.

เยื่อที่ขูดออก หลังการควั่นและลอกเปลือกไม้ เพื่อตอนกิ่งไม้ คือ

a)

parenchyma

b)

phloem

c)

xylem

d)

cambium

19.

ต้นทุเรียนมีขนาดของลำต้นใหญ่กว่าต้นหมาก ที่มีอายุเท่ากันและปลูกอยู่บริเวณใกล้ ๆ กันเป็นเพราะ

a)

ต้นทุเรียนมีแคมเบียม ต้นหมากไม่มี

b)

ทุเรียนมีกลุ่มท่อลำเลียง มากกว่าต้นหมาก

c)

ต้นทุเรียนมีการเรียงตัวของกลุ่มท่อลำเลียงเป็นระเบียบ

d)

เซลล์ของต้นทุเรียนแบ่งตัวได้รวดเร็วกว่าเซลล์ของต้นหมาก

20.

น้ำยางจากต้นยางพาราที่เรากรีดได้ ส่วนใหญ่จะได้จากเซลล์ที่พบในเนื้อเยื่อพวก

a)

phloem

b)

cortex

c)

xylem

d)

epidermis

21.
การที่ต้นมะพร้าวแม้จะมีอายุหลายปีแต่ไม่มีวงปีขึ้นนั้นเนื่องจาก
a)
กลุ่มท่อน้ำ ท่ออาหารอยู๋อย่างไม่เป็นระเบียบ
b)
มีปริมาณเนื้อเยื่อน้อยเกินไป
c)
มีปริมาณของเนื้อเยื่อพาเรงคิมามากเกินไป
d)
ไม่มีแคมเบียม
22.

ถ้าตัดต้นไม้ยืนต้นตามขวาง มีอายุ 1 ปี พบว่า เนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ เรียงลำดับจากชั้นในสุดออกมาด้านนอก ดังนี้

a)

ไซเลม โฟลเอ็ม แคมเบียม

b)

ไซเลม แคมเบียม โฟลเอ็ม

c)

โฟลเอ็ม แคมเบียม ไซเลม

d)

แคมเบียม โฟลเอ็ม ไซเลม

23.
ส่วนของลำต้น ที่แข็งที่สุด
a)
เปลือก
b)
กระพี้
c)
แก่นไม้
d)
แคมเบี่ยม
24.

ลำต้นที่ขยายพันธุ์ได้

a)

rhizome

b)

Tuber

c)

Bulb

d)

Corm

e)

ทุกข้อ

25.
ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักตบชวา บัวบก มีลำต้นพิเศษแบบใด
a)
ไหล
b)
เหง้า
c)
มือเกาะ
d)
หนาม
26.
เฟื่องฟ้า มะนาว มะกรูด ส้ม ไมยราบ มีลำต้นพิเศษแบบใด
a)
ไหล
b)
เหง้า
c)
มือเกาะ
d)
หนาม
27.
ลำต้นที่เปลี่ยนไปมีลักษณะคล้ายใบ ทำหน้าที่แทนใบ
a)
สนทะเล
b)
พญาไร้ใบ
c)
กระบองเพชร
d)
โปร่งฟ้า
e)
ทุกชนิด
28.

การแพร่ของสารนั้นเกิดจากสาเหตุใดเป็นสำคัญ

a)

ความแตกต่างของอุณหภูมิของสาร

b)

ความแตกต่างของปริมาตรของสาร

c)

ความแตกต่างของความหนาแน่นของโมเลกุลสาร

d)

ความแตกต่างของความเป็นกรดและด่างของสาร

29.

กล้องจุลทรรศน์แบบใดที่เหมาะสมที่สุดในห้องปฏิบัติการ เพื่อศึกษารูปร่างของเซลล์

a)

กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดา(Light microscope)

b)

กล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอ(Stereo microscope)

c)

กล้องจุลทรรศน์แบบฟลูออเรสเซนต์(Fluorescent microscope)

d)

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน(Transmission eletron microscope)

30.

พลังงานแสงอาทิตย์ถูกเปลี่ยนเป็นพลัังานเคมีภายในเซลล์พืชโดยกระบวนการใด

a)

chemosynthesis

b)

photosynthesis

c)

absorption

d)

oxidation

31.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

. พืชใบเลี้ยงคู่โดยทั่วไปจะมีการเจริญทุติยภูมิ (secondary growth) เพียงอย่างเดียว

b. พืชใบเลี้ยงเดี่ยวโดยทั่วไปจะมีการเจริญแบบปฐมภูมิ (primary growth) เพียงอย่างเดียว

c. เนื้อเยื่อเจริญระหว่างข้อเป็นเนื้อเยื่อที่พบเฉพาะในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเท่านั้น

ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ c

32.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของเซลล์พาเรงคิมา (parenchymal cell)

a)

เซลล์พาเรงคิมาบางชนิดมีผนังเซลล์ขั้นทุติยภูมิ

b)

เซลล์พาเรงคิมาบางชนิดทำหน้าที่ในการสะสมอาหารได้

c)

เซลล์พาเรงคิมาบางชนิดมีคลอโรพลาสต์ช่วยในการสังเคราะห์ด้วยแสง

d)

เซลล์พาเรงคิมาบางชนิดอาจจะมีการสะสมอากาศ ช่วยในการลอยตัวของพืชน้ำบางชนิด

33.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิดเกี่ยวกับเซลล์คอลเลนคิมา (collenchymal cell)

a)

เซลล์คอลเลนคิมามีผนังเซลล์ขั้นปฐมภูมิที่หนาไม่สม่ำเสมอ

b)

เซลล์คอลเลนคิมาจัดเป็นเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับเซลล์พาเรงคิมา

c)

เซลล์คอลเลนคิมามักพบอยู่ตามมุมของลำต้นหรือรากอ่อนของพืช

d)

เซลล์คอลเลนคิมาจะไม่มีออร์แกเนลล์ต่างๆ อยู่ภายในเซลล์

34.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

a. ไฟเบอร์ (fiber) จัดเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ทำหน้าที่ในการให้ความแข็งแรงกับพืช

b. สเคลอรีด (sclereid) มีผนังเซลล์ขั้นทุติยภูมิที่มีสารพวกลิกนินเป็นองค์ประกอบ

c. คอร์ก (cork) มีผนังเซลล์ขั้นทุติยภูมิที่มีสารพวกซูเบอรินเป็นองค์ประกอบ

ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ c

35.

องค์ประกอบในข้อใดต่อไปนี้ของท่อไซเล็ม (xylem) ที่ยังคงมีชีวิตอยู่

a)

ไซเล็มพาเรงคิมา (xylem parenchyma)

b)

ไซเล็มไฟเบอร์ (xylem fiber)

c)

เทรคีต (tracheid)

d)

เวสเซล (vessel)

36.

สารที่เซลล์เอพิเดอร์มิส (epidermal cell) สร้างขึ้นเพื่อลดการคายน้ำ คือสารใด

a)

ซูเบอริน (suberin)

b)

เพกติน (pectin)

c)

ลิกนิน (lignin)

d)

คิวติน (cutin)

37.

บริเวณใดของปลายรากพืชที่มีกิจกรรมภายในเซลล์สูงที่สุด

a)

บริเวณหมวกราก (zone of root cap)

b)

บริเวณเซลล์กำลังแบ่งตัว (zone of cell division)

c)

บริเวณเซลล์ขยายตัวตามยาว (zone of cell elongation)

d)

บริเวณเซลล์เจริญเติบโตเต็มที่ (zone of cell maturation)

38.

จงพิจารณาภาพถ่ายจากล้องจุลทรรศน์ต่อไปนี้ภาพที่เห็นนี้จัดเป็นส่วนใดของพืช

a)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

รากของพืชใบเลี้ยงคู่

d)

ลำต้นพืชของใบเลี้ยงคู่

39.

บริเวณใดต่อไปนี้ที่พบเฉพาะในรากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป แต่มักไม่พบในรากพืชใบเลี้ยงคู่

a)

ชั้นคอร์เทกซ์ (cortex)

b)

ชั้นเพอริไซเคิล (pericycle)

c)

บริเวณพิธ (pith)

d)

ชั้นเอนโดเดอร์มิส

40.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด

a)

ชั้นเอนโดเดอร์มิสจัดอยู่เป็นส่วนหนึ่งของชั้นคอร์เทกซ์ในราก

b)

เอนโดเดอร์มิสมีเซลล์ที่มีการพอกของสารพวกลิกนินพอกเป็นวงแหวนอยู่เรียกว่า casparian strip

c)

น้ำที่จะเข้ามาในชั้นเอนโดเดอร์มิสจะต้องเข้ามาด้วยวิถี symplast เท่านั้น

d)

เซลล์ในชั้นเอนโดเดอร์มิสจะเป็นเซลล์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่

41.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

a. เซลล์ซีฟทิวบ์เป็นเซลล์ที่ไม่มีนิวเคลียสอยู่ภายในเซลล์ จึงเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว

b. เซลล์ซีฟทิวบ์และเซลล์คอมพาเนียนเจริญมาจากเซลล์ตั้งต้นเดียวกัน

c. เซลล์ซีฟทิวบ์มีผนังเซลล์แบบปฐมภูมิ (primary cell wall)

ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ ค

42.

บริเวณช่องพิธ (pith) ในลำต้นประกอบด้วยเนื้อเยื่อชนิดใดบ้าง

a. พาเรงคิมา b. คอลเลนคิมา c. สเคลอเรนคิมา

a)

a

b)

b

c)

c

d)

a b c

43.

จงพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปนี้บริเวณใดในภาพที่สามารถเจริญต่อไปเป็นตาข้าง (axillary bud)

a)

บริเวณ A

b)

บริเวณ B

c)

บริเวณ C

d)

บริเวณ D

44.

เนื้อเยื่อใดบ้างที่สามารถพบได้ในชั้นคอร์เทกซ์ของพืช

a.พาเรงคิมา b. คอลเลนคิมา

c. สเคลอเรนคิมา d. เอพิเดอร์มิส

a)

a และ b

b)

a b และ c

c)

b c และ d

d)

a b c และ d

45.

จงพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปนี้ภาพที่เห็นนี้มาจากส่วนใดและของพืชชนิดใด

a)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากของพืชใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

46.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

a. แก่นไม้ (heartwood) อยู่ด้านในสุดของไม้ยืนต้นทำหน้าที่ในการให้ความแข็งแรงกับพืช

b. กระพี้ไม้ (sapwood) เป็นส่วนของไซเล็มที่ยังมีชีวิตอยู่และทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ

c. เนื้อไม้ (wood) ของพืชเป็นส่วนของไซเล็มระยะที่สอง (secondary xylem) ทั้งหมด

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ c

47.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

a. วงปี (annual ring) ของไม้ยืนต้นเป็นส่วนของไซเล็มระยะที่สอง (secondary xylem)

b. วงปีของพืชที่อยู่ในเขตอบอุ่นจะเห็นได้ชัดกว่าวงปีของพืชที่อยู่ในเขตป่าฝนเขตร้อน

c. ส่วนของ summer wood ในวงปีจะมีสีเข้มและแคบ ส่วนของเซลล์มีขนาดเล็กและเบียดกัน

ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

a และ b

b)

a และ c

c)

b และ c

d)

a b และ c

48.

บริเวณใดของเซลล์พืชที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้นมากที่สุด

a)

เซลล์คุม (guard cell)

b)

เซลล์ในชั้นแพลิเสดมีโซฟิลล์ (palisade mesophyll)

c)

เซลล์ในชั้นสปันจีมีโซฟิลล์ (spongy mesophyll)

d)

เซลล์บันเดิลชีท (bundle sheath cell)

49.

พิจารณาภาพแล้วตอบคำถาม ถ้าพิจารราเนื้อไม้ดังภาพ ควรมีอายุประมาณกี่ปี

a)

1-2 ปี

b)

3-4 ปี

c)

5-6 ปี

d)

7-8 ปี

50.

พืชในข้อใดมีใบสะสมอาหาร

a)

ตำลึง, บานบุรี

b)

ถั่วลันเตา, มะระ

c)

ว่านหางจระเข้, หัวหอม

d)

กาบหอยแครง, หยาดน้ำค้าง

51.

ข้อใดต่อไม่นี้ พืชไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวกันในการสะสมอาหาร

a)

หอม กระเทียม

b)

เผือก แห้ว

c)

ขิง พุทธรักษา

d)

กระชาย มันฝรั่ง

52.

น้ำจากดินเข้าสู่ไซเลมของราก ไม่ได้อาศัยการเคลื่อนที่ในข้อใด

a)

apoplast

b)

Symplast

c)

root pressure

d)

transpiration pull