wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เทคโนโลยีชีวภาพ3.8

Total questions: 50

Worksheet time: 42mins

Name
Class
Date
1.

ผลดีของการทำเด็กหลอดแก้วคือข้อใด

a)

ระบุเพศได้

b)

อาจได้ลูกแฝด

c)

เด็กมีพัฒนาการที่ดีมาก

d)

ถูกทุกข้อ

2.

ระยะเวลาของการทำเด็กหลอดแก้วประมาณกี่สัปดาห์

a)

5-7 สัปดาห์

b)

3-5 สัปดาห์

c)

4-6 สัปดาห์

d)

ไม่แน่นอน

3.

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้วข้อใดผิด

a)

ฉีดยากระตุ้นการตกไข่เป็นประจำ ประมาณ 10-12 วัน

b)

แพทย์นำไข่และสเปิร์มทำการปฏิสนธิกันในห้องปฏิบัติการ

c)

แพทย์จะเก็บไข่โดยดูดออกจากช่องคลอดใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

d)

ก่อนจะทำการทำเด็กหลอดแก้วต้องออกกำลังกายอย่างหนัก

4.

ตัวย่อภาษาอังกฤษของการทำเด็กหลอดแก้วเขียนว่าอย่างไร

a)

FVI

b)

IVF

c)

VIF

d)

FBI

5.

ชื่อเต็มของเด็กหลอดแก้วมีชื่อว่าอะไร

a)

Im Vitru Fertilization

b)

In Vitru Fertilization

c)

In Vitro Fertilization

d)

In Vitru Fertilization

6.

เด็กหลอดแก้วเป็นการปฏิสนธิภายในหรือภายนอกร่างกาย

a)

ภายในร่างกาย

b)

ภายนอกร่างกาย

c)

ทั้งภายในและภายนอก

d)

ไม่มีข้อถูก

7.

ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน

a)

6 ขั้นตอน

b)

4 ขั้นตอน

c)

3 ขั้นตอน

d)

2 ขั้นตอน

8.

การทำเด็กหลอดแก้วมีโอกาสที่จะได้แฝดกี่เปอร์เซ็นต์

a)

มี 20 เปอร์เซ็นต์

b)

มี 40 เปอร์เซ็นต์

c)

มี 50 เปอร์เซ็นต์

d)

มี 70 เปอร์เซ็นต์

9.

ถ้าเกิดตัวอ่อนเป็นแฝดจะได้แฝดแท้หรือแฝดเทียม

a)

แฝดเทียม

b)

แฝดแท้

c)

ถูกทั้ง 1 และ 2

d)

ไม่แน่ใจ

10.

ข้อแตกต่างระหว่าง GIFT และ IVF คือข้อใด

a)

GIFT ปฏิสนธิภายนอก IVF ปฏิสนธิภายนอก

b)

GIFT ปฏิสนธิภายนอก IVF ปฏิสนธิภายใน

c)

GIFT ปฏิสนธิภายใน IVF ปฏิสนธิภายใน

d)

GIFT ปฏิสนธิภายใน IVF ปฏิสนธิภายนอก

11.

การถ่ายฝากตัวอ่อนหมายถึงข้อใด

a)

การทำให้อสุจิและไข่ผสมกันโดยไม่ต้องผสม พันธุ์ตามธรรมชาติ

b)

การนำตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างอสุจิและไข่ที่คัดไว้

c)

การผสมพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตโดยไม่อาศัยเพศ

d)

การทำให้เกิดสัตว์ตัวใหม่โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิ

12.

ข้อเสียของการถ่ายฝากตัวอ่อนคือข้อใด

a)

ประหยัดเวลาและค่าใช่จ่าย

b)

สามารถเก็บรักษาตัวอ่อนไว้ได้นาน

c)

ทำให้ได้สัตว์ที่มีลักษณะตามความต้องการ

d)

ต้องกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นและค่าใช้จ่ายสูง

13.

การถ่ายฝากตัวอ่อนมีข้อดีกว่าการผสมเทียมอย่างไร

a)

สามารถผลิตสัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆได้ตามต้องการ

b)

สามารถขยายจำนวนสัตว์พันธุ์ได้รวดเร็วกว่าการผสมเทียมในเวลาเท่ากัน

c)

สามารถปรับปรุงพันธุ์ให้ดีกว่าการผสมเทียม

d)

ถูกทุกข้อ

14.

ขั้นตอนแรกในการถ่ายฝากตัวอ่อนคือข้อใด

a)

ทำการผสมเทียม

b)

ฉีดน้ำเชี้อของตัวผู้ที่เป็นพ่อพันธุ์เข้าไปในมดลูก

c)

เลือกแม่พันธุ์ที่ดีกระตุ้นให้สร้างไข่และตกไข่

d)

ใช้เครื่องมือดูดเอาตัวอ่อน

15.

ตัวอ่อนอายุกี่วัน จึงล้างออกจากมดลูกตัวให้ เพื่อถ่ายไปยังตัวอ่อนรับได้

a)

3วัน

b)

5วัน

c)

7วัน

d)

9วัน

16.

เหตุใดจึงต้องเติมไข่แดงลงไปในขั้นตอนการละลายน้ำเชื้อ

a)

ช่วยรักษาความเป็นกรด-เบสของน้ำเชื้อ

b)

ช่วยทำลายเชื้อโรคที่อาจปะปนในน้ำเชื้อ

c)

ช่วยลดความเข้มข้นของน้ำเชื้อให้เหมาะสม

d)

เป็นอาหารสำหรับตัวอสุจิ

17.

การเก็บรักษาน้ำเชื้อวิธีใด ทำให้น้ำเชื้ออยู่ได้นานที่สุด

a)

เก็บในไนโตรเจนเหลว

b)

เก็บในน้ำแข็งแห้ง

c)

เก็บใส่ขวดสีขาว ที่อุณหภูมิ 0 องศา

d)

เก็บใส่ขวดสีดำ ที่อุณหภูมิ 4-5 องศา

18.

ข้อใดกล่าวถึงการถ่ายฝากตัวอ่อนถูกต้อง

a)

ตัวให้และตัวรับ ต้องเป็นพันธุ์เดียวกัน

b)

ตัวให้เป็นพันธุ์ดี ส่วนตัวรับเป็นพันธุ์พื้นเมือง

c)

ตัวให้เป็นพันธุ์พื้นเมือง ส่วนตัวรับเป็นพันธุ์ดี

d)

ลูกที่เกิดขึ้นมีรูปร่างลักษณะเหมือนทั้งตัวให้และตัวรับ

19.

ข้อใดเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมในการฉีดฮอร์โมน เพื่อเร่งไข่แม่ปลาให้สุกเร็วขึ้น

a)

เหงือก

b)

โคนหาง

c)

เส้นข้างตัว

d)

ท้อง

20.

ข้อใดเป็นข้อดีของการผสมพันธุ์แบบข้ามสายพันธุ์

a)

การจัดการภายในฟาร์มทำได้ง่าย

b)

สามารถพัฒนาพันธุ์ที่มีจุดเด่นได้

c)

ไม่ต้องอาศัยการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

d)

ถูกทุกข้อ

21.

การผสมเทียมคืออะไร

a)

การตัดต่อพันธ์ุสิ่งมีชีวิต

b)

การผสมพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตโดยไม่อาศัยเพศ

c)

การทำให้อสุจิและไข่ผสมกันโดยไม่ต้องผสม

พันธุ์ตามธรรมชาติ

d)

การทำเด็กหลอดแก้ว

22.

นักเรียนคิดว่าคู่สามีภรรยาคู่ใด ควรไปปรึกษาแพทย์เรื่องการมีบุตรยาก

a)

คู่สามีภรรยาที่แยกทางกัน

b)

มีภรรยาที่อายุเกิน 40 ปี

c)

สามีภรรยาที่นอนกอดกันทุกคืน

d)

คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาแล้ว 1 ปี

มีอะไรกันแล้ว แต่ยังไม่มีบุตร

23.

โอกาสที่จะได้บุตรหญิงจากการผสมเทียมมีโอกาสร้อยละเท่าไหร่

a)

75%

b)

25%

c)

50%

d)

100%

24.

ถ้าพ่อและแม่เป็นทาลัสซีเมียแบบแฝง ลูกที่ทำการผสมเทียมจะมีโอกาสเป็นโรคทาลัสซีเมียกี่เปอร์เซน

a)

70%

b)

80%

c)

50%

d)

25%

25.

สารที่ต้องเติมลงไปในการผสมเทียมสัตว์

a)

ไข่แดง

b)

โซเดียมซิเตรต ไข่แดง

c)

โซเดียมซิเตรต สารปฏิชีวนะ

d)

ไข่แดงโซเดียมซิเตรต สารปฏิชีวนะ

26.

บลาสโตซิสท์ คัลเจอร์ (Blastocyst Culture)คือ

a)

เป็นการแก้ปัญหาการติดลูกยากและตกลูกผิดฤดูกาล

b)

เป็นขั้นตอนเลี้ยงตัวอ่อนก่อนจะใส่กลับเข้าไปในมดลูก

c)

การละลายน้ำเชื้อ โดยการนำน้ำยาเลี้ยงเชื้อเติมลงไปในน้ำเชื้อเพื่อเลี้ยงตัวอสุจิ

d)

การรีดเก็บน้ำเชื้อ โดยการใช้เครื่องมือช่วยกระตุ้นให้ตัวผู้หลั่งน้ำเชื้อออกมา

27.

การฉีดเชื้อหรือการผสมเทียม (Intra Uterine Insemination หรือ IUI)คือ

a)

การเอาอสุจิฝ่ายชายฉีดเข้าไปในรังไข่

b)

การผลิตน้ำเชื้อ

c)

การเอาเชื้ออสุจิฝ่ายชายมาคัดเชื้อที่มีคุณภาพฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ไข่ตก

d)

การนำไข่ออกมาแล้วฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในไข่

28.

ถ้าพ่อเป็นตาบอดสี ลูกที่เกิดจากการผสมเทียม แล้วเป็นบุตรชาย จะมีโอกาสเป็นตาบอดสีหรือไม่

a)

มี เพราะ ตาบอดสีผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิงและพ่อก็เป็น

ตาบอดสี

b)

ไม่ เพราะ ผู้หญิงมีโอกาสเป็นตาบอดสีมาก

c)

ไม่ เพราะแม่ไม่ได้เป็นตาบอดสี

d)

ไม่ เพราะเด็กไม่อยากเป็น

29.

สิ่งมีชีวิตที่นักชีววิทยาได้โคลนนิ่งชนิดแรกมากจากเซลล์ส่วนใด

a)

เซลล์ใบหู

b)

เซลล์บริเวณหน้าท้อง

c)

เซลล์บริเวณขา

d)

เซลล์เต้านม

30.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

การโคลนนิ่งใช้ได้กับสัตว์ชั้นสูงเท่านั้น

b)

การโคลนนิ่งเป็นการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ

c)

การโคลนนิ่งเป็นการขยายพันธุแบบไม่อาศัยเพศ

d)

การโคลนนิ่งกับพันธุวศิ วกรรมมีความหมายเดียวกัน

31.

สิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกโคลนนิ่งได้คือ

a)

ลูกแพะสีน้ำตาล

b)

ลูกโคสีดำ

c)

ลูกแมวสีดำ

d)

ลูกหมูสีขาว

32.

ปัจจุบันสัตว์ที่เกิดจากการโคลนนิ่งได้แก่สัตว์ชนิดไหนบ้าง

a)

ตุ๊กแก จิ้งจก กิ้งก่า

b)

ช้าง จระเข้ สุนัข

c)

ลิง ยีราฟ ปลา

d)

แกะ แมว กระต่าย

33.

การโคลนนิ่งข้ามสกุล คืออะไร

a)

เป็นการใชเ้ซลล์ต้นแบบและไซโทพลาซึมผู้รับของสัตว์ชนิดเดียวกันมาโคลนนิ่ง

b)

เป็นวิธีการใช้เซลล์ต้นแบบของสัตว์สกุลหนึ่งและใช้ไซโทพลาซึมผู้รับของสัตว์อีกสกุลหนึ่งมาโคลนนิ่ง

c)

เป็นวิธีการใช้เซลล์ต้นแบบของสัตว์ชนิดหนึ่งและใช้ไซโทพลาซึมผู้รับของสัตว์อีกสกุลหนึ่งมาโคลนนิ่ง

d)

ถูกทั้งข้อ 2และข้อ 3

34.

สัตว์ที่นิยมนํามาใช้ในการทดลองโคลนนิ่งส่วนมากคือสัตว์ชนิดใด

a)

แมว

b)

ม้า

c)

สุนัข

d)

หนู

35.

GMOs คืออะไร

a)

การตัดแต่งพันธุกรรม

b)

สิ่งมีชีวิตที่ได้จากการเปลี่ยนถ่ายหน่วยพันธุกรรม

c)

เป็นผลผลิตของเทคโนโลยีชีวภาพ

d)

ถูกทุกข้อ

36.

กิฟต(์GIFT) คือ?

a)

การผสมเทียม

b)

การนําเอาไข่และตัวอสุจิไปใสไว้ที่ท่อนําไข่

c)

การนําไข่ออกมาผสมกับอสุจิภายนอก

d)

ถูกทุกข้อ

37.

กระบวนการที่นำไข่และอสุจิมาทำการปฏิสนธิภายนอกร่างกายและเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายใน 5 วันคือระยะใดของตัวอ่อน

a)

Fetus

b)

Cleavage

c)

Chomosome

d)

Blastocyst

38.

หลังจากการถ่ายฝากตัวอ่อนเข้ามดลูกของผู้หญิงแล้ว ใช้เวลานานแค่นานถึงจะตรวจสอบการตั้งครรภ์ได้

a)

1 สัปดาห์

b)

2 สัปดาห์

c)

1 เดือน

d)

2 เดือน

39.

การหยอดตัวอ่อนที่ปีกมดลูดเรียกว่าอะไร

a)

ZIFT

b)

ICSI

c)

GIFT

d)

IVF

40.

การทำเด็กหลอดแก้ว หรือการทำกิฟต์อะไรมีความยุ่งยากมากกว่ากัน

a)

การทำเด็กหลอดแก้ว

b)

การทำกิ๊ฟ

c)

มีความยุ่งยากเท่ากัน

d)

ไม่มีข้อถูก

41.

การตกไข่ในแต่ละครั้งหากเรา ต้องการเพิ่มจากจำนวนไข่เป็นหลายใบควรทำอย่างไร

a)

เพิ่มปริมาณอสุจิ

b)

ฉีดยากระตุ้นรังไข่

c)

ใช้ฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่

d)

ปฏิสนธิกันหลายๆครั้ง

42.

การถ่ายฝากตัวอ่อนมีข้อดีกว่าการผสมเทียมอย่างไร

a)

สามารถปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้ดีกว่าการผสมเทียม

b)

สามารถขยายจำนวนสัตว์พันธุ์ได้เร็วกว่าการผสมเทียม ในเวลาที่

เท่ากัน

c)

สามารถผลิต สัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆได้

d)

ถูกทุกข้อ

43.

ข้อจำกัดอะไรบ้างที่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำกิฟต์

a)

เชื้ออสุจิไม่แข็งแรง

b)

ท่อนําไข่อุดตัน

c)

ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดียว

d)

ข้อ1,2 ถูก

44.

การทดสอบการตั้งครรภ์โดยการตรวจระดับHCGในกระแสเลือดควร ตรวจวันใด

a)

7วันก่อนทำกิฟต์

b)

7 วันหลังทำกิ๊ฟ

c)

12วันก่อนทำกิฟต์

d)

12วันหลังทำกิฟต์

45.

ข้อใดคือข้อ ดี ของการทำกิฟต์

a)

ลูกเรียนเก่ง

b)

ลูกเกิดมาหล่อ

c)

เลือกเพศได้

d)

ถูกทุกข้อ

46.

ในปัจจุบันใช้การทำเด็กหลอดแก้วแทนการทาำ กิฟต์เพราะอะไร

a)

ประสิทธิภาพต่ำกว่า

b)

ราคาถูก

c)

ใช้เวลาน้อยกว่า

d)

ไม่มีข้อถูก

47.

ในการทำกิฟต์นั้น ผู้หญิงต้องมีท่อนําไข่เท่าไร

a)

1ข้าง

b)

2ข้าง

c)

3ข้าง

d)

ไม่ต้องมีก็ได้

48.

กิฟต์ทำที่ส่วนไหน

a)

มดลูก

b)

ปีกมดลูก

c)

ท่อนำไข่

d)

ช่องคลอด

49.

สิ่งมีชีวิตใดถูกโคลนนิ่งเป็นตัวแรกของโลก

a)

ไก่

b)

แกะดอลลี

c)

โคแฟงกัส

d)

แมว

50.

เทคนิคที่ใช้ในการโคลนยีนที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร

a)

PCR

b)

การโคลนยีนโดยอาศัยพลาสมิดของแบคทีเรีย

c)

การตัดแบ่งตัวอ่อน

d)

ถูกทั้งข้อ 2 และ 3