NEW
Font size
Worksheetsขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา
Total questions: 30
Worksheet time: 15mins
เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องประเภทใด
ประวัติศาสตร์
พงศาวดาร
ตำนานมีเค้าเรื่องจริง
อัตชีวประวัติ
เนื้อเรื่องขุนช้างขุนแผนดีเด่นในด้านใด
ให้ความรู้ด้านไสยศาสตร์
การเล่าเรื่องย้อนหลัง
ตัวละครเอกเป็นสามัญชน
สะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนถวายฎีกา
เป็นสำนวนกลอนของสุนทรภู่
พรรณนาใช้ภาษาได้ความสละสลวย
แฝงข้อคิดความรักของแม่ที่มีต่อลูก
เป็นข้อเทฌจจริงเชิงประวัติศาสตร์
คำประพันธ์ข้อใดแสดงให้เห็นสภาพบ้านเมืองในสมัยนั้นได้ชัดเจน
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป
เห็นประตูรั้วบ้านบานเปิดกว้าง ผู้คนนอนสล้างไม่ตื่นสิ้น
ฝีพายรายเล่มเต็มลำ เรือประจำแหนแห่เซ็งแซ่มา
หมื่นวิเศษรับคำแล้วอำลา รีบมาบ้านขุนช้างหาช้าไม่
มีคำกล่าว
"เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตของคนชั้นสามัญได้ดี"
คำประพันธ์ข้อใดแสดงให้เห็นคุณลักษณะตามคำกล่าวข้างต้นชัดเจนที่สุด
จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์
จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช เสร็จคืนนิเวศน์พอจวนค่ำ
ลงพระราชอาญาตามว่าไว พระจึงให้ตั้งกฤษฎีกา
ไม่คิดว่าจะเป็นเห็นว่าแก่ ยังสาระแนหลบลี้หนีไปไหน
คำประพันธ์ข้อใดสะท้อนวัฒนธรรมไทย
แต่นิ่งกิริยาเป็นช้านาน หาว่าขานตอบได้อย่างไรไม่
จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย เนาไนพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์
ลุกขึ้นถกเขมรร้องแกนไป ทุดอ้ายไพร่ขี้ครอกหลอกผู้ดี
ข้าพเจ้าเป็นบ่าวพระจมื่นไวย เป็นขุนหมื่นรับใช้อยู่ในบ้าน
คำประพันธ์ในข้อใดแสดงเนื้อหาต่างไปจากข้ออื่น
ชอบทวนด้วยลวดให้ปวดไป ปรับไหมให้เท่ากับชายชู้
ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ
ชอบตบให้สลบลงกับที่ เฆี่ยนตีเสียให้ยับไม่นับได้
มะพร้าวห้าวยัดปากให้สาใจ อ้ายหมืนไวยก็โทษถึงฉกรรจ์
คำที่ขีดเส้นใต้มีความหมายตรงกับข้อใด
"ข้อนี้ที่ทุกข์ยังเพิ่มพูน ถ้าพร้อมมูลแม่ด้วยจะสำราญ"
ขุนช้างตื่นไม่พบนางวันทองอาจจะโกรธ
พลายงามไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก
ขุนช้างจะเอาผิดกับพลายงาม
สมเด็จพระพันวษาจะลงโทษพลายงาม
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
๑. เร่งเร็วเหวยพระพระยายมราช ไปฟันฟาดเสียให้มันเป็นผี
๒. ทูลพลางตัวนางเริ่มระรัว ความกลัวอาญาเป็นพ้นไป
๓. จำจะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว
๔.แหงนเถิงเป้อปังยืนจังก้า ย่างเท้าก้าวเข้ามาไม่รู้ตัว
คำประพันธ์ข้อใดสะท้อนพระราชอำนาจของสถาบันกษัตริย์
ข้อ ๑
ข้อ ๒
ข้อ ๓
ข้อ ๔
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
๑. เร่งเร็วเหวยพระพระยายมราช ไปฟันฟาดเสียให้มันเป็นผี
๒. ทูลพลางตัวนางเริ่มระรัว ความกลัวอาญาเป็นพ้นไป
๓. จำจะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว
๔.แหงนเถิงเป้อปังยืนจังก้า ย่างเท้าก้าวเข้ามาไม่รู้ตัว
คำประพันธ์ในข้อใดมีการใช้โวหารภาพพจน์
ข้อ ๑
ข้อ ๒
ข้อ ๓
ข้อ ๔
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
๑. เร่งเร็วเหวยพระพระยายมราช ไปฟันฟาดเสียให้มันเป็นผี
๒. ทูลพลางตัวนางเริ่มระรัว ความกลัวอาญาเป็นพ้นไป
๓. จำจะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว
๔.แหงนเถิงเป้อปังยืนจังก้า ย่างเท้าก้าวเข้ามาไม่รู้ตัว
คำประพันธ์ข้อใดมีการใช้ถ้อยคำแสดงจินตภาพได้ชัดเจนที่สุด
ข้อ ๑
ข้อ ๒
ข้อ ๓
ข้อ ๔
คำประพันธ์ในข้อใดสะท้อนความเชื่อแตกต่างกันจากข้ออื่น
ภูตพรายขุนข้างว่างวิ่งพรู คนผู้ในบ้านก็ซานเซอะ
เป่าลงด้วยพระเวทวิทยา มารดาก็ฟื้นตื่นโดนง่าย
ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
ลงยันต์ราชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขึ้นใส่หัว
คำประพันธ์ต่อไปนี้ผู้พูดกล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างไร
"จึ่งว่าอนิจจาลูกมารับ แม่ยังกลับทัดทานเป็นหนักหนา
เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป"
ประชดประชน
ตัดพ้อต่อว่า
ตำหนิติเตียน
เศร้าเสียใจ
คำประพันธ์ข้อใดสะท้อนสถานภาพของผู้หญิงในอดีตได้ชัดเจน
ถ้าเจ้าเห็นเป็นสุขก็ไม่ลุกลาม ก็ตามเถิดมารดาจะคลาไหล
ยายจันงันงกยกมือไหว้ นั้นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว
พร้อมด้วยพระกำนัลนักสนม หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด
ครานั้นทองทองประศรีผู้มารดา ครั้นได้แจ้งกิจจาไม่นิ่งได้
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
"ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง
ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี
ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง พอนางดั้นมาป่าถึงที่
โดดตะครุบคั้นในทันที แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร"
ความฝันของนางวันทองจัดเป็นความฝันประเภทใด
บุพนิมิต
จิตนิวรณ์
เทพสังหร
ธาตุโขภะ
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
"ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง
ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี
ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง พอนางดั้นมาป่าถึงที่
โดดตะครุบคั้นในทันที แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร"
คำว่า "พยัคฆ์ร้าย" ในคำประพันธ์หมายถึงบุคคลใด
ขุนช้าง
ขุนแผน
พระพันวษา
พลายงาม
บทประพันธ์ข้อใดมิได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อของสังคมไทย
ถึงตัวไปใจยังนับอยู่ว่าผัว น้องนี้กลัวบาปทับเมื่อดับจิต
แม้นจะบังเกิดเหตุเภทพาล ประการใดก็ตามแต่เวรา
ต้องจำจนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที
สู้ตายขอถวายซึ่งฎีกา แค้นเหลือปัญญาจะทานทน
คำประพันธ์ต่อไปนี้แสดงสาระสำคัญตรงกับข้อใด
"เมื่อกระหม่อมฉันมาแต่อารัญ ครั้งนั้นโปรดประทานขุนแผนไป
ครั้นอยู่มาขุนแผนต้องจำจอง กระหม่อมฉันมีท้องนั้นเติบใหญ่
อยู่ที่เคหาหน้าวัดตะไกร ขุนช้างไปบอกว่าพระโองการ
มีรับสั่งโปรดประทานให้ กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ"
ผู้ชายย่อมมีอำนาจเหนือผู้หญิง
ผู้หญิงไทยในอดีตไม่มีอิสระในการเลือกชีวิตของตน
ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกคู่ครอง
ผู้หญิงไทยไม่ได้รับการศึกษาจึงขาดความคิดเป็นของตนเอง
ข้อความใดแสดงให้เห็นกระบวนการยุติธรรม
ครั้นจะทูลกลัวพระราชอาญา ขุนช้างแลดูตายักคิ้วลน
นางวันทองรับพระราชโองการ ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่
มหาดเล็กก็รับเอาฟ้องมา ตำรวจคว้าขุนช้างหาวางไม่
ขอพระองค์จงทรงพระปรานี ชีวีอยู่ใต้พระบาทา
คำประพันธ์ในข้อใดแสดงให้เห็นความรู้สึกของตัวละครเด่นชัดที่สุด
ให้อุธัจอัดอั้นตันอุรา เกรงผิดภายหน้าก็สุดคิด
ลุกขึ้นโขย่งโก้งโค้งคลาน ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา ก็โกรธาเคืองขุ่นหุนหัน
ความรักหนักหน่วงทรวงสวาท พี่ไม่คลาดคลายรักแต่สักสิ่ง
คำประพันธ์ใช้กลวิธีการเขียนต่างจากข้ออื่น
พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี พระพายพัดมาลีตรลบไป
ครั้นเวลาดึกกำตัดสงัดเงียบ ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระรุบร่อน
พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง
พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน
ข้อความในข้อใดเป็นข้อสนับสนุนกับคำประพันธ์ที่กำหนดให้
จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย
นี่มึงหนีมันมาฤๅว่าไร ฤๅว่าใครไปรับเอามึงมา
อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี อย่าให้มีโลหิตติดดินกู
พระหมื่นไวยก็พามารดาไป พอรุ่งแจ้งแสงใสก็ถึงเรือน
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
"มันเกิดเหตุทั้งนี้ก็เพราะหญิง จึงหึงหวงช่วงชิงยุ่งยิ่งอยู่
จำจะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว
อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว
ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลี่ยว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้"
คำประพันธ์ข้างต้นเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องใด
ความรักย่อมทำให้เกิดความทุกข์
สงครามแห่งความรักเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่
ผู้หญิงย่อมเป็นเพศที่ก่อปัญหามากที่สุด
ปัญหาทั้งหมดเกิดความรัก
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
"มันเกิดเหตุทั้งนี้ก็เพราะหญิง จึงหึงหวงช่วงชิงยุ่งยิ่งอยู่
จำจะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว
อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว
ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลี่ยว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้"
คำประพันข้างต้นมีการใช้โวหารภาพพจน์อะไร
อุปมา อุปลักษณ์
อุปลักษณ์ บุคคลวัต
อุปมา บุคคลวัต
สัญลักษณ์ อุปมา
คำประพันธ์ข้อใดแสดงสาระต่างไปจากข้ออื่น
มึงนี่ถ่อยยิ่งกว่าถ่อยอีท้ายเมือง จะเอาเรื่องไม่ได้สักสิ่งสรรพ์
เหมืนดินประสิวปลิวติดกับเปลวไฟ ดูดู๋เป็นได้อีวันทอง
มหาดเล็กยุ่งงานพัดพลัดตกเรือ ร้องว่าเสือตัวใหญ่ว่ายน้ำมา
เอาเถิดเป็นไรก็เป็นไป ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู
บทประพันธ์ในข้อใดมิได้แสดงค่านิยมทางสังคมไทย
คิดพลางจัดแจงแต่งกายา นำอบทาหอมฟุ้งจรุงใจ
ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์ เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน
พระหมื่นศรีถวายพล้นในทันใด รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน
เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
"ออกนั่นเข้านี่มีสำรอง ยิ่งกว่าท้องทะเลอันลึกล้ำ
จอกแหนแพสำเภาใหญ่ จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สึก
เหมือนมหาสมุทรซึ้งซึก น้ำลึกเหบือจะหยั่งกระทั่งดิน
อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดสิ้น"
ข้อความในข้อใดมีสาระตรงกับคำประพันธ์ข้างต้น
จิตใจของผู้หญิงยากที่จะเข้าใจได้ลึกซึ้ง
ผู้หญิงมีจิตใจโลเลไม่มั่นคงในชีวิต
ผู้หญิงมีจิตใจซื่อสัตย์ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่า
จิตใจของผู้หญิงมีความฝักใฝ่ในกามารมณ์มาก
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
"ออกนั่นเข้านี่มีสำรอง ยิ่งกว่าท้องทะเลอันลึกล้ำ
จอกแหนแพสำเภาใหญ่ จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สึก
เหมือนมหาสมุทรซึ้งซึก น้ำลึกเหบือจะหยั่งกระทั่งดิน
อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดสิ้น"
คำประพันธ์นี้กวีกล่าวด้วยนำเสียงตรงกับข้อใด
เหน็บแนม
เสียดสี
ดูถูกดูหมิ่น
ตักเตือน
เพราะเหตุใดเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างถวายฎีกาจึงเป็นตอนที่สำคัญที่สุด
เป็นตอนที่นางวันทองได้ตัดสินใจปัญหาของตนเอง
เป็นตอนที่ปัญหาการแย่งชิงนางวันทองได้ยุติลง
เป็นตอนที่ปัญหาได้รับการแก้ไขโดยกระบวนการยุติธรรม
เป็นตอนที่แสดงให้เห็นสาเหตุของปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด
ข้อใดไม่ใช่คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา
แสดงภาพสะท้อนครอบครัวขุนนางในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์
แสดงให้เห็นความรักของแม่ที่มีต่อลูกของตน
ให้ความรู้ลักษณะสำคัญของกลอนเสภาที่มีความไพเราะ
ให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของพลเรือนที่มีต่อบ้านเมือง
