Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนคัมภีร์ฉันทศาสตร์ ม.5

Total questions: 20

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงวรรณกรรมเรื่อง คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์ไม่ถูกต้อง

a)

แต่งเพื่อใช้สั่งสอนจรรยาของแพทย์ที่ดี

b)

แต่งเพื่อเป็นแบบอย่างในการแต่งตำราสำหรับแพทย์

c)

แต่งด้วยกาพย์ยานี 11 และเริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู

d)

แต่งเพื่อเป็นตำราคู่มือในการรักษาโรคของแพทย์แผนไทย

2.

อุปสรรคที่ทำให้การพิมพ์ตำราแพทย์ในสมัยก่อนนั้นต้องมีการล้มเลิกบ่อยๆ คืออะไร

a)

เงินทุน

b)

ผู้ใหญ่ไม่สนับสนุน

c)

ความขัดแย้งของคนในสังคม

d)

ปรชาชนไม่ให้ความสนใจในการอ่านเท่าที่ควร

3.

คัมภีร์ฉันทศาสตร์ เริ่มต้นด้วยเรื่องใด

a)

ความสำคัญของแพทย์และคุณสมบัติของแพทย์ที่พึงมี

b)

วิธีสังเกตตำแหน่งชีพจร ธาตุทั้ง ๕ ที่เป็นสาเหตุแห่งโรค อาการไข้ป่วงและยารักษา

c)

วิธีการสังเกตอาการไข้และยารักษา กำเนิดโรค ลักษณะของหญิงที่น้ำนมดีหรือน้ำนมไม่ดี

d)

บทไหว้ครูอันมีพระรัตนตรัย เทพเจ้าของพราหมณ์ หมอชีวกโกมารภัจ และครูแพทย์ทั่วๆ ไป

4.

ข้อใดมิใช่คำสอนในคัมภีร์ฉันทศาสตร์

a)

ให้แพทย์มีความเกรงกลัวต่อบาป

b)

อย่าโมโหโทโสรู้จักข่มใจให้มีความสุขุม

c)

อย่ามีความลังเลใจและความคิดเบียดเบียน

d)

ความไม่มีโรคภัยไข้เจ็บในตนย่อมเป็นลาภอันประเสริฐ

5.

ข้อใดเป็นคุณค่าของคัมภีร์ฉันทศาสตร์ที่ผู้ประพันธ์กล่าวถึง

a)

ส่องสัตว์ให้สว่าง กระจ่างแจ้งในมรรคา

หมอนวดแลหมอยา ผู้เรียนรู้คัมภีร์ไสย์

b)

แก่กายไม่แก่รู้ ประมาทผู้อุดมญาณ

แม้เด็กเป็นเด็กชาญ ไม่ควรหมิ่นประมาทใจ

c)

แพทย์ใดจะหนีทุกข์ ไปสู่สุขนิพพานดล

พิริยสติตน ประพฤติได้จึ่งเป็นการ

d)

รู้แล้วอย่าอวดรู้ พินิจดูอย่าหมิ่นเมิน

ควรยาหรือยาเกิน กว่าโรคนั้นจึ่งกลับกลาย

6.

คำประพันธ์ในข้อใดหมายถึงลักษณะของแพทย์ที่ไม่ดี

a)

โทโสจงอดใจ สุขุมไว้อยู่ในตัว

คนไข้ยิ่งคร้ามกลัว มิควรขู่ให้อดใจ

b)

ศีลแปดแลศีลห้า เร่งรักษาสมาทาน

ทรงไว้เป็นนิจกาล ทั้งไตรรัตน์สรณา

c)

บางทีไปเยียนไข้ บ มีใครจะเชิญหา

กล่าวยกถึงคุณยา อันตนรู้ให้เชื่อฟัง

d)

เห็นลาภอย่าโลภนัก อย่าหาญหักด้วยมารยา

ไข้น้อยว่าไข้หนา อุบายกล่าวให้พึงกลัว

7.

“บางถือว่าตนเฒ่า เปนหมอเก่าชำนาญดี

รู้ยาไม่รู้ที รักษาได้ก็ชื่นบาน

แก่กายไม่แก่รู้ ประมาทผู้อุดมญาณ

แม้เด็กเปนเด็กชาญ ไม่ควรหมิ่นประมาทใจ”

บทร้อยกรองนี้ให้ข้อคิดในเรื่องใด

a)

ให้เชื่อฟังผู้ใหญ่

b)

จงมีความเชื่อมั่นในตนเอง

c)

ให้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้น้อย

d)

อย่าหลงตนเองตามคำเยินยอของผู้อื่น

8.

ข้อใดเป็นวิธีแก้ปัญหา “เป็นแพทย์ไม่รู้ใน คัมภีร์ไสย์ท่านบรรจง รู้แต่ยามาอ่าองค์ รักษาไข้ไม่เข็ดขาม”

a)

เรียนรู้ให้เจนจัด จบจังหวัดคัมภีร์ไสย์

ตั้งต้นปฐมใน ฉันทศาสตรดังพรรณนา

b)

ศีลแปดแลศีลห้า เร่งรักษาสมาทาน

ทรงไว้เป็นนิจกาล ทั้งไตรรัตน์สรณา

c)

เห็นลาภอย่าโลภนัก อย่าหาญหักด้วยมารยา

ไข้น้อยว่าไข้หนา อุบายกล่าวให้พึงกลัว

d)

บางพวกก็ถือตน ว่าไข้คนอนาถา

ให้ยาจะเสียยา บ่ห่อนลาภจะพึงมี

9.

ข้อใดมีความหมายเหมือนกับข้อความต่อไปนี้

อย่าถือว่าตนดี ยังจะมียิ่งขึ้นไป

อย่าถือว่าตนใหญ่ กว่าเด็กน้อยผู้เชี่ยวชาญ

a)

บางแพทย์ก็หลงเล่ห์ ด้วยกาเมเข้าปิดบัง

รักษาโรคด้วยกำลัง กิเลสโลภะเจตนา

b)

บ้างรู้แต่ยากวาด เที่ยวอวดอาจไม่เกรงภัย

โรคน้อยให้หนักไป ดังก่อกรรมให้ติดกาย

c)

โทโสจงอดใจ สุขุมไว้อยู่ในตัว

คนไข้ยิ่งคร้ามกลัว มิควรขู่ให้อดใจ

d)

แก่กายไม่แก่รู้ ประมาทผู้อุดมญาณ

แม้เด็กเป็นเด็กชาญ ไม่ควรหมิ่นประมาทใจ

10.

. “หนทางทั้งสามแห่ง เร่งจัดแจงอยู่รักษา

ห้ามอย่าให้ข้าศึกมา ปิดทางได้จะเสียที”

“ข้าศึก” หมายถึงสิ่งใด

a)

โรค

b)

แพทย์

c)

การรักษา

d)

ความโลภของแพทย์

11.

ข้อใดมีพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวงและอวดอ้างความรู้ของตน

a)

บางแพทย์ก็หลงเล่ห์ ด้วยกาเมเข้าปิดบัง

รักษาโรคด้วยกำลัง กิเลสโลภะเจตนา

b)

บ้างรู้แต่ยากวาด เที่ยวอวดอาจไม่เกรงภัย

โรคน้อยให้หนักไป ดังก่อกรรมให้ติดกาย

c)

โทโสจงอดใจ สุขุมไว้อยู่ในตัว

คนไข้ยิ่งคร้ามกลัว มิควรขู่ให้อดใจ

d)

แก่กายไม่แก่รู้ ประมาทผู้อุดมญาณ

แม้เด็กเป็นเด็กชาญ ไม่ควรหมิ่นประมาทใจ

12.

คำว่า “อ่อน” และ “แก่” ในบทประพันธ์นี้หมายถึงสิ่งใด

เมื่ออ่อนรักษาได้ แก่แล้วไซร้ยากนักหนา

ไข้นั้นอุปมา เหมือนเพลิงป่าไหม้ลุกลาม

a)

ยา

b)

อายุ

c)

แพทย์

d)

อาการของโรค

13.

ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงการศึกษาหาความรู้ให้รู้จริง

a)

เรียนรู้ให้ครบหมด จนจบบทคัมภีร์ใน

ฉันทศาสตร์ท่านกล่าวไข สิบสี่ข้อจงควรจำ

b)

ผู้ใดรู้ในทางธรรม ให้ควรยำอย่าโวหาร

เรียนเอาเป็นนิจกาล เร่งนบนอบให้ชอบที

c)

เรียนรู้คัมภีร์ไสย์ สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย

ควรกล่าวจึงขยาย อย่ายื่นแก้วแก่วานร

d)

ก. เรียนรู้ให้เจนจัด จบจังหวัดคัมภีร์ไสย์

ตั้งต้นประถมใน ฉันทศาสตร์ดังพรรณนา

14.

ลอกได้แต่ตำรา เที่ยวรักษาโดยโวหาร” ตีความได้ว่าอย่างไร

a)

ไม่รู้จริง

b)

จำเขามา

c)

เลียนแบบ

d)

พูดเกินจริง

15.

บทประพันธ์นี้ให้ข้อคิดในเรื่องใด

ทิฏฐิมาโนเล่า อย่าถือเอาซึ่งโรคเกิน

รู้น้อยอย่าด่วนเดิน ทางใดรกอย่าครรไล

a)

อย่าเห็นผิดเป็นชอบ

b)

ให้ศึกษาหาความรู้จากการสังเกต

c)

ให้รักษาผู้ป่วยเต็มความสามารถ

d)

อย่าหยิ่งทะนงในความสามารถของตนเองแบบผิดๆ

16.

ข้อใดแสดงแนวคิดในการเผยแพร่ความรู้ของคนโบราณ

a)

เรียนรู้ให้ครบหมด จนจบบทคัมภีร์ใน

ฉันทศาสตร์ท่านกล่าวไข สิบสี่ข้อจงควรจำ

b)

ผู้ใดรู้ในทางธรรม ให้ควรยำอย่าโวหาร

เรียนเอาเป็นนิจกาล เร่งนบนอบให้ชอบที

c)

เรียนรู้คัมภีร์ไสย์ สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย

ควรกล่าวจึงขยาย อย่ายื่นแก้วแก่วานร

d)

เรียนรู้ให้เจนจัด จบจังหวัดคัมภีร์ไสย์

ตั้งต้นประถมใน ฉันทศาสตร์ดังพรรณนา

17.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ร่างกายมนุษย์ย่อมมีความเสื่อมไปตามสภาพ

b)

โรคภัยไข้เจ็บจะเข้ามารุมเร้าเราได้ง่ายเมื่อร่างกายของเราอ่อนแอลง

c)

คนโบราณจึงเปรียบร่างกายมนุษย์เป็นเมืองและมียารักษาโรคเป็นทหารคอยปกป้อง

d)

มีน้ำดีเป็นวังหน้าและมีอาหารเป็นกองเสบียงเลี้ยงไพร่พล

18.

ข้อใดแสดงบทบาทสำคัญของแพทย์ได้ชัดเจนที่สุด

a)

เปรียบแพทย์คือทหาร อันชำนาญรู้ลำเนา

b)

ถนอมทำแต่พอควร อย่าโดยด่วนเอาพลันหาย

c)

โรคนั้นคือโทโส จะภิยโยเร่งวัฒนา

d)

ผู้ใดจะเรียนรู้ พิเคราะห์ดูผู้อาจารย์

19.

สาระสำคัญของคัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ตรงกับข้อใด

a)

แพทย์เป็นผู้เสียสละ

b)

แพทย์เป็นอาชีพที่มีเกียรติ

c)

แพทย์แผนโบราณเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทย

d)

แพทย์ต้องใฝ่หาความรู้ให้รู้จริงและตั้งอยู่ในศีลธรรมจรรยาแพทย์

20.

บทประพันธ์นี้สะท้อนสภาพสังคมในสมัยก่อนอย่างไร

ข้าศึกคือโรคา

เกิดเข่นฆ่าในกายเรา

เปรียบแพทย์คือทหาร

อันชำนาญรู้ลำเนา

ข้าศึกมาอย่าใจเบา

ห้อมล้อมรอบทุกทิศา

a)

ให้ความสำคัญต่ออาชีพแพทย์

b)

คุ้นเคยกับการทำสงคราม

c)

มีภูมิปัญญาในการรักษาโรค

d)

มีกฎหมายที่เข้มงวด