wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสังเคราะห์แสง

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

การทดลองที่เห็นในภาพเป็นผลงานของบุคคลในข้อใด

a)

โจเซฟ พริสต์ลีย์

b)

แจน อินเก็น ฮูซ

c)

ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์

d)

นิโคลาส ธีโอดอร์ เดอ โซซูร์

2.

ว่านกาบหอยมีทั้งสีม่วงและสีเขียว ส่วนของสีม่วงนั้นมีรงควัตถุใดที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง

a)

คลอโรทีนอยด์

b)

คลอโรฟิลล์ ดี

c)

คลอโรฟิลล์ บี

d)

คลอโรฟิลล์ เอ

3.

แคโรทีนอยด์เป็นรงควัตถุที่สิ่งมีชีวิตที่มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงทุกชนิดมีแคโรทีนอยด์คืออะไร

a)

สารประกอบคาร์โบไฮเดรต

b)

สารประกอบพวกไขมัน

c)

สารประกอบโปรตีน

d)

สารประกอบเชิงซ้อน

4.

แคโรทีนอยด์ประกอบด้วยรงควัตถุ 2 ชนิด คือ

a)

แคโรทีนซึ่งเป็นรงควัตถุสีแดงหรือสีส้มกับเซนโทฟิลซึ่งเป็นรงควัตถุสีเหลืองหรือสีน้ำตาล

b)

แคโรทีนซึ่งเป็นรงควัตถุสีแดงกับแซนโทฟิลล์ซึ่งเป็นรงควัตถุสีน้ำตาล

c)

แคโรทีนเป็นรงควัตถุสีน้ำตาลกับแซนโทฟิลล์เป็นรงควัตถุสีเหลือง

d)

ง. แคโรทีนเป็นรงควัตถุสีน้ำตาลกับแซนโทฟิลล์เป็นรงควัตถุสีเหลือง

5.

พืชมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง อยากทราบว่าแสงสีใดและรงควัตถุชนิดใดรับแสงสีนั้นได้ดี

a)

แสงสีเหลือง โดยมีแคโรทีนอยด์เป็นตัวรับแสงสี

b)

แสงสีเหลือง โดยมีแคโรฟิลล์เป็นตัวรับแสงสี

c)

แสงสีน้ำเงินและแสงสีแดง โดยมีแคโรทีนอยด์เป็นตัวรับแสงสี

d)

แสงสีน้ำเงินและแสงสีแดง โดยมีคลอโรฟิลล์เป็นตัวรับแสงสี

6.

พลังงานแสงที่คลอโรฟิลล์ เอ บี และแคโรทีนอยด์ดูดไว้ ถูกพืชนำไปใช้ในกระบวนการใด

a)

หายใจ

b)

สังเคราะห์ด้วยแสง

c)

คายน้ำ

d)

ลำเลียง

7.

แสงสีที่พืชนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงน้อยที่สุดคือ

a)

เขียว

b)

น้ำเงิน

c)

แดง

d)

ส้ม

8.

แผนภาพที่เห็นแสดงถึง

a)

ความสัมพันธ์ของอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงกับความยาวคลื่น

b)

ความสัมพันธ์ของอัตราการหายใจกับความยาวคลื่น

c)

ความสัมพันธ์ของอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงกับอัตราการหายใจ

d)

ความสัมพันธ์ของอัตราการหายใจกับความยาวคลื่น

9.

ในระบบแสง I ( photosystem I ) เป็นกลุ่มของรงควัตถุที่รับคลื่นแสงในช่วงความยาวคลื่นใด

a)

400 – 500 nm

b)

500 – 550 nm

c)

680 nm

d)

700 nm

10.

โมเลกุลรงควัตถุ(สารสี)ของคลอโรพลาสต์อยู่ในบริเวณใด

a)

ภายในเยื่อไทลาคอยด์ ( thylakoid membranes )

b)

ภายในช่องว่างไทลาคอยด์ ( thylakoid space )

c)

ภายในเยื่อชั้นใน ( inner membranes )

d)

ภายในช่องระหว่างเยื่อชั้นในและเยื่อชั้นนอก

11.

จากแผนภาพเป็นการแสดง

a)

ระบบ cyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 700

b)

ระบบ cyclic electron flow ของระบบแสง II หรือ P 680

c)

ระบบ noncyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 700

d)

ระบบ noncyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 680

12.

จากภาพหมายเลข 1 และหมายเลข 2 คือ ข้อใดตามลำดับ

a)

H2 O CO2

b)

CO2 H2 O

c)

H2 O H2 O

d)

CO2 CO2

13.

จากภาพหมายเลข 3 และ 4 คือข้อใดตามลำดับ

a)

คาร์โบไฮเดรต ออกซิเจน

b)

คาร์โบไฮเดรต คาร์บอนไดออกไซด์

c)

ออกซิเจน คาร์โบไฮเดรต

d)

ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์

14.

ใบพืชหมายเลข 1 และหมายเลข 2 เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร

a)

เหมือน ๆ กัน เพราะต่างก็มี bundle sheath cell เหมือน ๆ กัน

b)

ไม่เหมือนกัน เพราะ bundle sheath cell ของใบพืชหมายเลข 1 ไม่มีนิวเคลียส

c)

ไม่เหมือนกัน เพราะ bundle sheath cell ของใบพืชหมายเลข 1 ไม่มีคลอโรพลาสต์

d)

เหมือน ๆ กัน เพราะต่างก็มีปากใบอยู่ด้านล่างเหมือน ๆ กัน

15.

เซลล์ใดของใบไม่มีคลอโรพลาสต์

a)

แพลิเซดเซลล์

b)

สปันจีเซลล์

c)

เซลล์คุม

d)

เอพิเดอร์มิส

16.

ลำดับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นอย่างไรตามลำดับ

a)

NADP+ รงควัตถุระบบ 1 ระบบ 2 H2 O

b)

H2 O รงควัตถุระบบ 1 ระบบ 2 NADP+

c)

H2 O รงควัตถุระบบ 2 ระบบ 1 NADP+

d)

H2 O NADP+ รงควัตถุระบบ 1 ระบบ 2

17.

การแตกตัวของน้ำ เรียกว่ากระบวนการใด

a)

Photosystem

b)

photolysis

c)

Photosynthesis

d)

photorespiration

18.

ในวัฏจักรคัลวินของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิริยากับสารใด

a)

Hydrogen

b)

ribulose bisphosphate

c)

Phosphoglycate

d)

phosphoglyceraldehyde

19.

จากกลไกสังเคราะห์ด้วยแสง สารที่สร้างขึ้นในปฏิกิริยาใช้แสงและจะถูกนำไปใช้ต่อในปฏิกิริยาตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่

a)

ATP และ NADPH

b)

ADP และ NADPH

c)

ATP และ NADP

d)

ADP และ NADP

20.

ในปฏิกิริยาแสงของการสังเคราะห์ด้วยแสง การถ่ายทอดอิเล็กตรอน แบบเป็นวัฏจักรแตกต่าง จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักรอย่างไร

a)

แบบแรกให้เฉพาะ NADPH ส่วนแบบหลังให้ NADPH และ ATP

b)

แบบแรกให้เฉพาะ ATP ส่วนแบบหลังให้ NADPH และ ATP

c)

แบบแรกให้ NADPH และ ATP ส่วนแบบหลังให้เฉพาะ ATP

d)

แบบแรกให้ NADPH และ ATP ส่วนแบบหลังให้เฉพาะ NADPH