wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เยี่ยมยอด

Total questions: 20

Worksheet time: 12mins

Name
Class
Date
1.

ทอมสัน ทราบด้วยวิธีตามข้อใดว่ารังสีแคโทดมีประจุไฟฟ้าลบ

a)

โลหะที่ใช้ทำขั้วไฟฟ้าลบ

b)

ใช้แผ่นโลหะกั้นรังสีแคโทดเปลี่ยน

c)

ดัดหลอดแก้วความดันต่ำให้เป็นรูปตัว L

d)

รังสีแคโทดเบี่ยงเบนในสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก

2.

ข้อใดไม่ใช่ ลักษณะอะตอมตามแนวคิดของทอมสัน

a)

อะตอมเป็นทรงกลม

b)

อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า

c)

อะตอมของธาตุต่างชนิดกัน ต่างกันทั้งส่วนประกอบและโครงสร้าง

d)

อะตอมมีประจุบวกอัดแน่นเป็นแกนกลาง

มีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบแกนกลาง

3.

ข้อใดเป็นเหตุผลในการนำทฤษฎีของโบร์ มาอธิบายสเปกตรัมเส้นสว่างของอะตอมไฮโดรเจน

a)

อิเล็กตรอนเปลี่ยนวงโคจรโดยปล่อยพลังงาน

b)

อะตอมของไฮโดรเจนรับหรือปล่อยพลังงานแบบวัตถุดำ

c)

อะตอมเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสได้โดยมีโมเมนตัมเชิงมุมคงตัว

d)

อิเล็กตรอนโคจรที่ระดับพลังงาน สถานะถูกกระตุ้นมีพลังงานเท่ากับสเปกตรัม

4.

พลังงานของโฟตอนที่มีความถี่ 5 x 10 14 เฮิรตซ์ มีค่าเท่าใด (กำหนด h = 6.63 x 10 34 Js )

a)

1.6 x 10 -19 จูล

b)

3.3 x 10 -19 จูล

c)

3.3 x 10 -20 จูล

d)

1.6 x 10 -20 จูล

5.

โฟตอนของแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่น 640 นาโนเมตร มีพลังงานเท่าใด (กำหนดให้ h = 6.63 x 10-34 Js ,c = 3 x 108 m/s และ 1 eV = 1.6 x 10-19 J)

a)

1.3 eV

b)

1.9 eV

c)

2.5 eV

d)

3.2 eV

6.

ทอมสันทราบได้อย่างไรว่ารังสีแคโทดคือลำอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า

a)

เบี่ยงเบนเมื่อผ่านสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก

b)

เคลื่อนที่เป็นไปตามกฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน

c)

สามารถทราบได้ว่ามีมวล 9.1 x 10 -31 กิโลกรัม

d)

เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้

7.

ในการทดลองหาค่าประจุต่อมวลของทอมสันโดยใช้สนามแม่เหล้กที่มีความเข้ม 0.002 เทสลา ถ้าความต่างศักย์ระหว่างแผ่นห่างกัน 2 เซนติเมตร มีค่า 80 โวลต์ ความเร็วของอิเล็กตรอนขณะเคลื่อนที่ผ่านแผ่นโลหะนี้มีค่าเท่าใด

a)

2 x 10 6 m/s

b)

4 x 106 m/s

c)

6x 10 6 m/s

d)

8x 10 6 m/s

8.

ในการหาอัตราเร็วของรังสีแคโทด ถ้าใช้สนามแม่เหล็กความเข้ม 2 x 10 -3 เทสลา และสนามไฟฟ้าที่เกิดจากแผ่นตัวนำคู่ขนานวางห่างกัน 0.01 เมตร และมีความต่างศักย์ 300 โวลต์ ทำให้รังสีแคโทดเป็นเส้นตรงพอดี จงหาความเร็วของรังสีแคโทด

a)

1.50 m/s

b)

1.8 m/s

c)

2.0 m/s

d)

2.4 m/s

9.

ในการศึกษาสเปกตรัมของไฮโดรเจนและนีออนในหลอดบรรจุแก๊ส สิ่งที่สังเกตเห็นว่าเหมือนกันคือข้อใด

a)

สเปกตรัมที่เกิดขึ้นมีสีเดียวกัน

b)

สเปกตรัมเป็นสเปกตรัมต่อเนื่อง

c)

สเปกตรัมเกิดที่ตำแหน่งเดียวกัน

d)

สเปกตรัมเป็บแบบเส้นๆแยกออกจากกัน

10.

แสงที่มีความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร ประกอบด้วยโฟตอนที่มีพลังงานเท่าใด

a)

3.98 x 10-19 จูล

b)

6.38 x 10-19 จูล

c)

9.63 x 10-19 จูล

d)

10.12 x 10-19 จูล

11.

สมบัติข้อใดที่เป็นตัวกำหนดพลังงานโฟตอนของแสง

a)

แอมพลิจูด

b)

ความถี่

c)

ความเร็ว

d)

เฟส

12.

โฟตอนของแสงสีใดมีพลังงานมากที่สุด

a)

สีแดง

b)

สีเขียว

c)

สีเหลือง

d)

สีม่วง

13.

พลังงานต่ำสุดของอิเล็กตรอนอะตอมของไฮโดรเจนคือ -13.6 eV ถ้าอิเล็กตรอนเปลี่ยนสถานะจาก n = 3 ไปสู่สถานะ n = 2 จะให้แสงที่มีพลังงานควอนตัมเท่าใด

a)

1.51 eV

b)

1.89 eV

c)

3.40 eV

d)

4.91 eV

14.

เมื่อยิงอิเล็กตรอนเข้าไปในอะตอมไฮโดรเจนในการทดลองของฟรังก์และเฮรตซ์วัดศักย์กระตุ้นได้ 10.21 โวลต์ 12.10 โวลต์ ถ้าระดับพลังงานต่ำสุดของไฮโดรเจนเท่ากับ - 13.6 eV จากผลการทดลองนี้ จงหาระดับพลังงานของสถานะกระตุ้นที่ 1 และ 2

a)

-3.39 eV และ -1.50 eV

b)

-1.89 eV และ -1.50 eV

c)

-2.14 eV และ -1.89 eV

d)

-1.20 eV และ -2.50 eV

15.

เมื่อผ่านรังสีเอกซ์เข้าไปในสนามแม่เหล็ก หรือสนามไฟฟ้าแล้ว รังสีเอกซ์จะเป็นอย่างไร

a)

ไม่มีการเบี่ยงเบนในทิศทางใด ๆ ในสนามนั้น ๆ

b)

เบี่ยงเบนเข้าหาขั้วบวกของสนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้านั้น

c)

เบี่ยงเบนเข้าหาขั้วลบของสนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้านั้น

d)

มีการเคลื่อนที่เป็นรูปคลื่นไซน์

16.

จากการวิเคราะห์สเปกตรัมของธาตุไฮโดรเจน พบว่าชุดความถี่ของเส้นสเปกตรัมในช่วงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นมีชื่อเรียกว่า......

a)

Lyman series

b)

Balmer series

c)

Paschen series

d)

Brackett series

17.

เมื่ออิเล็กตรอนของไฮโดรเจนเปลี่ยนจากระดับพลังงาน n = 4 เป็นระดับพลังงาน n = 2 จะให้แสงสีน้ำเงิน ถ้าอิเล็กตรอนเปลี่ยนระดับพลังงานจาก n = 5 เป็นระดับพลังงาน n = 2 จะให้แสงสีใด

a)

ม่วง

b)

เขียว

c)

เหลือง

d)

แดง

18.

จากการศึกษาปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก สรุปได้ว่า

a)

เมื่อแสงมีความถี่เท่ากับความถี่ขีดเริ่ม ตกกระทบที่ผิวโลหะ จะไม่มีอิเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะ

b)

แสงที่มีความถี่ค่าเดียวตกกระทบผิวโลหะต่างชนิดกัน จะให้โฟโตอิเล็กตรอนที่มีพลังงานจลน์สูงสุดเท่ากัน

c)

เมื่อเพิ่มความเข้มแสงที่ตกกระทบผิวโลหะ กระแสโฟโตอิเล็กตรอนจะมีค่าเพิ่มขึ้น

d)

เมื่อเพิ่มความเข้มแสงที่ตกกระทบผิวโลหะ จำนวนโฟโตอิเล็กตรอนจะเท่าเดิมแต่มีพลังงานสูงขึ้น

19.

การศึกษาเรื่องรังสีแคโทดทำให้ทราบว่าอิเล็กตรอนเป็นส่วนประกอบของอะตอม นอกจากนี้ยังนำไปสู่การค้นพบ

a)

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

โปรตอน

c)

รังสีเอ็กซ์

d)

นิวตรอน

20.

จากการทดลองการกระเจิงของอนุภาคแอลฟาของรัทเทอร์ฟอร์ด สรุปความได้ว่าอย่างไร

a)

นิวเคลียสมีพลังงานไม่ต่อเนื่อง

b)

นิวเคลียสมีโปรตอนและอิเล็กตรอน

c)

นิวเคลียสมีโปรตอนและนิวตรอน

d)

นิวเคลียสมีขนาดเล็กกว่าอะตอมถึง 100,000 เท่า