wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การแยกสารและประโยชน์ของการแยกสารในชีวิตประจำวัน

Total questions: 10

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด คือความหมายของการแยกสาร

a)

ศาลทหาร ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา

b)

ศาลพระภูมิออกจากศาลเจ้าที่

c)

การแยกองค์ประกอบของธาตุ

d)

การแยกของผสมที่มีองค์ประกอบต่างกันออกจากัน

2.

ข้อใด คือหลักการของการกรอง

a)

การเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสารที่ต้องการออกมาให้มากที่สุด

b)

แยกสารที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องว่างของตัวกรองออกมา

c)

ใช้กับสารเนื้อผสมที่มีขนาดต่างกันมาก มีสีต่างกัน หรือมีลักษณะต่างกัน และมีขนาดใหญ่พอที่จะหยิบได้

d)

ใช้แยกสารเนื้อผสมที่มีเนื้อสารแตกต่างกันซึ่งสารชนิดหนึ่งมีสมบัติที่แม่เหล็กดูดได้ดี

3.

ข้อใด คือหลักการการสกัดสารด้วยตัวทำละลาย

a)

การเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสารที่ต้องการออกมาให้มากที่สุด

b)

แยกสารที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องว่างของตัวกรองออกมา

c)

ใช้กับสารเนื้อผสมที่มีขนาดต่างกันมาก มีสีต่างกัน หรือมีลักษณะต่างกัน และมีขนาดใหญ่พอที่จะหยิบได้

d)

ใช้แยกสารเนื้อผสมที่มีเนื้อสารแตกต่างกันซึ่งสารชนิดหนึ่งมีสมบัติที่แม่เหล็กดูดได้ดี

4.

หากมีทรายปนอยู่กับผงตะไบเหล็ก และทั้งหมดจมอยู่ในน้ำ นักเรียนจะใช้วิธีการใดในการแยกสาร ตามลำดับ

a)

ใช้แม่เหล็ก ระเหย และกรอง

b)

การกรอง ใช้แม่เหล็ก ระเหย

c)

ใช้แม่เหล็ก กรอง และระเหยซ้ำ

d)

การระเหย การกรอง ใช้แม่เหล็ก

5.

ข้อใด คือการแยกสารเนื้อเดียว

a)

การกรอง

b)

การกลั่น

c)

การรเหย

d)

การระเหิด

6.

ข้อใด คือการแยกสารเนื้อผสม

a)

การกลั่นไอน้ำ

b)

การกลั่น

c)

การกลั่นลำดับส่วน

d)

การกรอง

7.

การกลั่นแบบใด ใช้เพื่อกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากพืช

a)

การกลั่นลำดับส่วน

b)

การกลั่นธรรมดา

c)

การกลั่นแกล้ง

d)

การกลั่นด้วยไอน้ำ

8.

น้ำมัน ที่เราใช้เป็นเชื้อเพลิงอยู่ทุกวันนี้ มีหลายประเภท มาจากการกลั่นแบบใด

a)

การกลั่นธรรมดา

b)

การกลั่นด้วยไอน้ำ

c)

การกลั่นแกล้ง

d)

การกลั่นลำดับส่วน

9.

การแยกสารโดยการตกผลึก ใช้ในอุตสาหกรรมใดในประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ

a)

การทำน้ำอ้อย

b)

การทำน้ำตาล

c)

การทำผงชูรส

d)

การทำน้ำมันปาล์ม

10.

ข้อใด คือหลักการของการแยกสารเนื้อเดียว ที่เรียกว่า โครมาโทกราฟี

a)

การแยกสารโดยขนาดของสารต่างกัน

b)

การแยกสารที่เป็นของเหลวและจุดเดือดต่างกันไม่มาก

c)

การแยกสารที่เป็นของแข็งและของเหลวออกจากกัน

d)

การแยกส่วนประกอบของสารละลายที่มีองค์ประกอบมากกว่า 1 ชนิด และเป็นสารที่มีสี การแยกสารโดยวิธีนี้จะอาศัยความสามารถในการละลายของสารที่เป็นองค์ประกอบในตัวทำละลาย