wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การวางแผนการสอบบัญชีและประเมินความเสี่ยง

Total questions: 30

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

วิธีการต่าง ๆ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแนวการสอบบัญชีก็เพื่อ

a)

ติดตามหาข้อผิดพลาดและรายการผิดปกติ

b)

ทดสอบการควบคุมภายใน

c)

รวบรวมหลักฐานในการตรวจสอบ

d)

ป้องกันผู้สอบบัญชีจากการถูกฟ้องร้อง

2.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญที่สุดในการวางแผนการสอบบัญชี

a)

เพื่อให้ทราบถึงนโยบายการบัญชีของลูกค้า

b)

เพื่อกำหนดขอบเขตและวิธีที่จะใช้ในการสอบบัญชี

c)

เพื่อประเมินการควบคุมภายใน

d)

เพื่อจัดทำงบประมาณเวลา

3.

ข้อมูลใดที่ไม่ควรปรากฏในกระดาษทำการในขั้นของการวางแผนการตรวจสอบ

a)

ความเสี่ยงของงานสอบบัญชี

b)

คำบรรยายเกี่ยวกับระบบขาย

c)

จำนวนเงินที่ถือเป็นจำนวนที่มีสาระสำคัญ

d)

บัญชีที่มีความสำคัญและวิธีการที่จะใช้ในการตรวจสอบ

4.

ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดโอกาสของการทุจริต

a)

การกำหนดผลตอบแทนของผู้บริหารโดยขึ้นอยู่กับกำไรของกิจการ

b)

การขาดการควบคุมภายในที่ดี

c)

การมีความจำเป็นทางการเงินส่วนบุคคล

d)

การไม่ได้จัดให้มี Code of Ethics ในองค์กร

5.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นสภาพแวดล้อมการควบคุม

a)

ความซื่อสัตย์และการรักษาจรรยาบรรณ

b)

การประเมินความเสี่ยง

c)

การให้คำมั่นในการปฏิบัติให้สำเร็จ

d)

โครงสร้างองค์กร

6.

วิธีการซึ่งได้กำหนดไว้ในแนวการสอบบัญชีมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร

a)

ติดตามหาข้อผิดพลาดและรายการผิดปกติ

b)

ทดสอบการควบคุมภายใน

c)

รวบรวมหลักฐานในการตรวจสอบ

d)

ป้องกันผู้สอบบัญชีจากการถูกฟ้องร้อง

7.

การตรวจสอบงบการเงินจัดทำขึ้นเพื่อ

a)

กิจการมีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

b)

กิจการได้ปฏิบัติตามขึ้นตอนที่กำหนดโดยผู้มีอำนาจ

c)

ผู้บริหารต้องจัดให้มีการตรวจสอบตามกฎหมาย

d)

เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงที่เหมาะสมของผู้ใช้งบการเงิน

8.

สาเหตุใดต่อไปนี้อธิบายได้ว่า ทำไมการวางแผนและการตรวจสอบอย่างเหมาะสมอาจจะไม่สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญในงบการเงินที่เกิดจากทุจริตได้

a)

แนวการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพต่อการตรวจข้อผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ อาจจะไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เกิดจากความตั้งใจและการร่วมมือกันของคนในองค์กร

b)

การตรวจสอบถูกออกแบบเพื่อที่ใจให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลในการตรวจพบข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญแต่ไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อทุจริต

c)

ปัจจัยในการประเมินความเสี่ยงจากการควบคุมได้บ่งชี้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของข้อผิดพลาดที่ตั้งใจแต่ไม่ได้บ่งชี้ถึงข้อผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ

d)

ผู้สอบบัญชีไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงของยอดคงเหลือแต่ละบัญชีที่มีผลต่องบการเงินโดยรวม

9.

บัญชีใดที่ไม่ควรได้รับการสนใจให้มีการตรวจสอบ

a)

บัญชีที่มียอดคงเหลือสูง

b)

บัญชีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อย

c)

บัญชีที่มียอดคงเหลือไม่ปกติ เช่น เจ้าหนี้การค้ามียอดติดลบ เป็นต้น

d)

บัญชีที่มียอดเคลื่อนไหวมาก

10.

ผู้สอบบัญชีคนใหม่อาจขอข้อมูลจากผู้สอบบัญชีคนเดิมในประเด็นใดบ้าง ยกเว้นข้อใด

a)

ค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีปีก่อน

b)

ความซื่อสัตย์ของผู้บริหาร

c)

ข้อโต้แย้งที่ผู้สอบบัญชีคนก่อนกับผู้บริหาร

d)

การทุจริตของผู้บริหาร

11.

การประเมินความเสี่ยงที่เป็นตัวบ่งชี้เกี่ยวกับความซื่อสัตย์หรือความรู้ความสามารถของผู้บริหารคือข้อใด

a)

ธุรกิจกำลังตกต่ำและล้มเหลว

b)

เงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอเกิดจากกำไรที่ลดลง

c)

การจัดโครงสร้างของกิจการเป็นไปอย่างซับซ้อน

d)

รายการหรือวิธีการปฏิบัติทางบัญชีมีความซับซ้อน

12.

เมื่อผู้สอบบัญชีสงสัยว่าอาจมีการทุจริตซึ่งมีผลกระทบต่องบการเงินที่ตรวจสอบซึ่งอาจจะไม่เป็นสาระสำคัญหรือมีสาระสำคัญ ผู้ตรวจสอบบัญชีควรรายงานต่อผู้ใด

a)

ผู้บริหารขององค์การ

b)

คณะกรรมการตรวจสอบ

c)

ผู้ใช้รายงานของผู้สอบบัญชี

d)

สภาวิชาชีพซึ่งควบคุมมาตรฐานการสอบบัญชี

13.

ข้อใดเป็นความหมายของ Audit Plan

a)

การวางแผนการสอบบัญชี

b)

การวางแนวการสอบบัญชี

c)

การประเมินความเสี่ยง

d)

การรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชี

14.

แนวการสอบบัญชีประกอบด้วยเนื้อหาสาระสำคัญตามข้อใด

a)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบ เวลาที่ใช้ในการตรวจสอบ

b)

วิธีการตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบ เวลาที่ใช้ในการตรวจสอบ คณะทำงานตรวจสอบ

c)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบ รายงานการตรวจสอบ

d)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ การประเมินความเสี่ยงในการตรวจสอบ

15.

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นทำให้กิจการต้องจ่ายชำระหนี้มากขึ้นถือเป็นความเสี่ยงประเภทใด

a)

ความเสี่ยงสืบเนื่อง

b)

ความเสี่ยงจากการควบคุม

c)

ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

d)

ความเสี่ยงในการให้บริการทางวิชาชีพ

16.

การที่กิจการไม่ได้จัดให้มีการจัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกเดือน จัดเป็นความเสี่ยงประเภทใด

a)

ความเสี่ยงสืบเนื่อง

b)

ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

c)

ความเสี่ยงจากการควบคุม

d)

ความเสี่ยงในการสอบบัญชี

17.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน

a)

การป้องกันรักษาทรัพย์สินของกิจการ

b)

การบริหารในองค์กรมีประสิทธิภาพบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

c)

การตรวจพบข้อทุจริตและข้อผิดพลาด

d)

การแสดงความเห็นต่องบการเงิน

18.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวางแผนงานสอบบัญชี

a)

ช่วยในการเลือกสมาชิกผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ

b)

ช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบเป็นไปอย่างเหมาะสม

c)

ช่วยป้องกันทุจริตและข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในกิจการที่ตรวจสอบ

d)

ช่วยประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ

19.

การตรวจสอบโดยการตรวจสอบว่ายอดรวมของรายละเอียดลูกหนี้ตรงกับจำนวนในบัญชีแยกประเภทหรือไม่ เป็นการตรวจสอบให้บรรลุวัตถุประสงค์ใด

a)

การมีอยู่จริงหรือเกิดขึ้นจริง

b)

การเปิดเผยข้อมูล

c)

ความครบถ้วน

d)

ความเป็นเจ้าของ

20.

. ความรับผิดชอบในการจัดให้มีการควบคุมภายในเป็นความรับผิดชอบของใคร

a)

ผู้สอบบัญชี

b)

ผู้บริหาร

c)

คณะกรรมการตรวจสอบ

d)

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

21.

ต่อไปนี้ข้อใดมีผลกระทบต่อการตรวจสอบงบการเงินมากที่สุด

a)

ความเสี่ยงทางธุรกิจ

b)

ความเสี่ยงของการควบคุมภายในบกพร่อง

c)

ความเสี่ยงจากการทุจริตของพนักงาน

d)

ความเสี่ยงจากการตรวจสอบไม่พบ

22.

ความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญคือความเสี่ยงในข้อใด

a)

ความเสี่ยงสืบเนื่องและความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

b)

ความเสี่ยงสืบเนื่องและความเสี่ยงจากการควบคุม

c)

ความเสี่ยงจากการควบคุมและความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

d)

ความเสี่ยงในการปฏิบัติงานตามวิชาชีพและความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

23.

หลักฐานการสอบบัญชีใดต่อไปนี้เป็นหลักฐานที่น่าไว้วางใจมากที่สุด

a)

สมุดแยกประเภท

b)

หนังสือยืนยันยอดขายจากบุคคลที่สาม

c)

เอกสารอธิบายข้อบกพร่องของการควบคุมภายใน

d)

ใบกำกับสินค้าที่ผ่านการเซ็นชื่อจากผู้ซื้อสินค้า

24.

สาเหตุใดที่ทำให้ผู้สอบบัญชีต้องทดสอบการควบคุม

a)

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี

b)

เพื่อใช้ในการกำหนดลักษณะ ระยะเวลา และขอบเขตในการตรวจสอบขั้นต่อไป

c)

เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแสดงความเห็น

d)

เพื่อใช้ในการระบุว่าผู้บริหารได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแล

25.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีการทดสอบการควบคุมที่ดีและง่ายที่สุด

a)

การสังเกตการณ์

b)

การตรวจดูเอกสาร

c)

การปฏิบัติการตรวจสอบด้วยตนเอง

d)

การสอบถาม

26.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่ตรวจสอบ

a)

เพื่อให้เข้าใจวิธีปฏิบัติทางบัญชีของกิจการที่ตรวจสอบ

b)

เพื่อประเมินหลักฐานการตรวจสอบ

c)

เพื่อประเมินค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ

d)

เพื่อประเมินความเสี่ยงสืบเนื่อง

27.

ผู้สอบบัญชีควรพิจารณาความเสี่ยงในการสอบบัญชีเมื่อใดเป็นอันดับแรก

a)

เมื่อวางแผนการสอบบัญชีโดยการประเมินความเสี่ยงโดยรวมเพื่อกำหนดขอบเขตงาน

b)

เมื่อตรวจพบว่าระบบการควบคุมภายในมีข้อจำกัดบางประการ

c)

เมื่อตรวจพบจุดอ่อนของบัญชีที่ก่อให้เกิดการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง

d)

เมื่อเริ่มปฏิบัติงานตรวจสอบระหว่างปี

28.

ผู้สอบบัญชีที่กำลังพิจารณารับงานใหม่จะติดต่อผู้สอบบัญชีเดิมที่เคยตรวจสอบกิจการนั้นด้วยเหตุผลใด

a)

เพื่อพิจารณาว่าจะใช้ผลงานของผู้สอบบัญชีเดิมมากน้อยเพียงใด

b)

เพื่อต้องการทราบว่ามีเหตุผลทางจรรยาบรรณของวิชาชีพประการใดหรือไม่ที่ควรนำมาพิจารณาในการรับงานสอบบัญชี

c)

เพื่อให้แน่ใจว่ากิจการจะไม่มีปัญหาในการจ่ายค่าสอบบัญชี

d)

เพื่อจะได้ลดค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีได้

29.

หากผลการประเมินความเสี่ยงจากการควบคุมอยู่ในระดับสูงผู้สอบบัญชีควรดำเนินการอย่างไร

a)

ทำการทดสอบการควบคุมต่อไป

b)

หยุดการทดสอบการควบคุมแล้วไปให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

c)

ลดขอบเขตของการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

d)

ทำการทดสอบการควบคุมไปพร้อมกับการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

30.

การรวบรวมข้อมูลเพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่ตรวจสอบจะช่วยผู้สอบบัญชีในเรื่องใด

a)

ประเมินความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

b)

ประเมินความเหมาะสมและวิธีการตรวจสอบ

c)

กำหนดคณะทำงานตรวจสอบ

d)

กำหนดค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ