wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ONET ม.6

Total questions: 20

Worksheet time: 46mins

Name
Class
Date
1.

น้ำมันพืชที่ใช้ทอดอาหารแล้วเกิดกลิ่นเหม็นหืนมากที่สุด แสดงว่ากรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบในน้ำมันพืชนั้น

มีสูตรโครงสร้างดังข้อใด

a)

CH3 – (C12H24) –CO2H

b)

CH3 – (C14H26) –CO2H

c)

CH3 – (C16H26) –CO2H

d)

CH3 - (C18H24) –CO2H

2.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. กรดไขมันในร่างกายคน เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นส่วนมาก

ข. น้ำมันสัตว์เหม็นหืนง่ายกว่าน้ำมันพืช เพราะไม่มีวิตามิน E ช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยา

ค. อาหารที่ทอดโดยใช้น้ำมันเก่าจะทำให้เศษอาหารที่ตกค้างในน้ำมันไหม้เกรียมสลายก่อเป็นสารก่อมะเร็ง

ง. โรคหัวใจ และอัมพาตมีสำคัญจากการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเทอรอลสูง และขาดการออกกำลังกาย

ข้อใดถูก?

a)

ก และ ข เท่านั้น

b)

ค และ ง เท่านั้น

c)

ก ข และ ค

d)

ข ค และ ง

3.

มีคําแนะนําให้รับประทานผักบุ้ง และเต้าหู อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถ้าอาหารกลางวันมือหนึ่งรับประทานข้าวกับผักบุ้งผัดน้ำมัน และแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหาร มื้อนี้จะได้รับสารชีวโมเลกุลประเภทให้พลังงานกี่ชนิด อะไรบ้าง

a)

2 ชนิด โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต

b)

3 ชนิด ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต

c)

4 ชนิด ไขมัน โปรตีน กรดนิวคลิอิก และเซลลูโลส

d)

4 ชนิด ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และกรดนิวคลิอิก

4.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. การฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มปริมาณกลูโคสในเส้นเลือด

ข. อินซูลินมีหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเปลี่ยนกลูโคสเป็นไกลโคเจน

ค. คนที่เป็นเบาหวานแสดงว่าร่างกายมีอินซูลินมากเกินไป

ง. คนที่เป็นเบาหวานควรลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล

ข้อใดถูก

a)

ก และ ข

b)

ข และ ง

c)

ค และ ง

d)

ข และ ค

5.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

สูตรโมเลกุลของไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวที่เล็กที่สุดที่มีโครงสร้างเป็นโซ่ที่มีกิ่งสาขาคือ C4H10

b)

สารไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวมีโครงสร้างได้เฉพาะที่เป็นโซ่ ซึ่งอาจเป็นโซ่ตรงหรือโซ่ที่มีกิ่งสาขาก็ได้

c)

น้ำมันเบนซินที่มีค่าออเทน 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มีการเผาไหม้ที่ให้พลังงานเท่ากัน

d)

ค่าออเทนของนอร์มอลเฮปเทนมีค่าเป็น 0 แสดงว่าการเผาไหม้ของนอร์มอลเฮปเทน ให้พลังงานน้อยมากเมื่อเทียบกับไอโซออกเทนที่มีค่าออกเทนเป็น 100

6.

กำหนดมีหลอดทดลอง 3 หลอดที่มีสารผสมกันดังนี้

หลอดที่ 1 น้ำตาลทราย 1 กรัมในน้ำ 9 กรัม

หลอดที่ 2 น้ำคาลทราย 1 กรัมในน้ำ 9 กรัม และเติม HCI ลงไปเล็กน้อย

หลอดที่ 3 กลูโคส 1 กรัมในน้ำ 9 กรัม

เมื่อนำหลอดทั้งสามไปทำปฏิกิริยาต่อไป ผลที่ได้เป็นข้อใด

a)

เมื่อนำหลอดที่ 1 มาหยดสารละลายเบเนดิกต์ลงไป แล้วนำไปต้มจะมีปฏิกิริยาเกิดขึ้น

b)

เมื่อนำหลอดที่ 2 ไปต้ม จะได้แต่น้ำตาลฟรักโตสที่เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

c)

เมื่อนำหลอดที่ 3 มาหยดสารละลายเบเนดิกต์ลงไป แล้วนำไปต้มจะได้ตะกอนสีส้มแดงมากที่สุด

d)

เมื่อนำหลอดที่ 2 มาหยดสารละลายเบเนดิกต์ลงไปแล้วนำไปต้ม จะได้ตะกอนสีส้มแดงที่มีน้ำหนักเท่ากับที่เกิดจากหลอดที่ 3 พอดี

7.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

ไกลโคเจนไม่ละลายน้ำแต่เซลลูโลสละลายในน้ำได้เล็กน้อย

b)

มอลเทสเป็นเอนไซม์ที่สลายน้ำตาลมอลโทสให้เป็นกลูโคสและฟรักโทส

c)

ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซซันของกลูโคสที่ทำให้เกิดไกลโคเจนจะทำให้มีน้ำเกิดขึ้นด้วย

d)

ฟรักโทสและไรโบสมีสูตรโมเลกุลเหมือนกันและมีโครงสร้างเป็นวงขนาด 5 อะตอมเหมือนกัน

8.

ข้อความใดไม่ถูกต้อง

a)

กรดไรโบนิวคลีอิกทำหน้าที่ในการสร้างโปรตีน

b)

คาร์โบไฮเดรตช่วยให้การเผาไหม้ไขมันเป็นไปอย่างสมบูรณ์

c)

ปฏิกิริยาการเตรียมสบู่จากน้ำมันเรียกว่า “สะปอนนิฟิเคชั่น(soponification)”

d)

โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานขั้นแรกของร่างกายโดยโปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่

9.

ข้อความเกี่ยวกับกรดนิวคลิอิกต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

มี 2 ชนิดคือ DNA และ RNA

b)

RNA มีหน้าที่หลักในการสังเคราะห์โปรตีน

c)

หน่วยย่อยประกอบด้วยโมเลกุลน้ำตาลไนโตรเจน-เบสและหมู่ฟอสเฟต

d)

การตรวจลายพิมพ์ DNA ของบุคคลจะใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายก็ได้

e)

มีอยู่ในเซลล์ของสัตว์ชั้นต่ำไปจนถึงเซลล์ของสัตว์ชั้นสูงแต่ไม่มีในเซลล์ของพืช

10.

เมื่อนำสาร A มาเผาในบรรยากาศออกซิเจน O2(g) จะได้ไอน้ำ H2O (g) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO2(g) สาร A ในปฏิกิริยาข้างต้นไม่ใช่สารใดในข้อใดต่อไปนี้

a)

แก๊สไฮโดรเจน

b)

แก๊สบิวเทน

c)

แก๊สธรรมชาติ

d)

แก๊สโซฮอล์

11.

เมื่อทดลองแช่ขวดน้ำมัน A และขวดน้ำมัน B ในตู้เย็น 1 คืน พบว่า น้ำมัน A แข็งตัว แต่น้ำมัน B ยังเป็นของเหลว พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้

a)

ก เท่านั้น

b)

ข และ ค เท่านั้น

c)

ก และ ค เท่านั้น

d)

ทั้ง ก ข และ ค

12.

การทดสอบสารอาหาร A B C และ D ได้ผลดังตาราง

ถ้านักเรียนต้องดูแลคนไข้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 110 mg ต่อ 100 cm3 ของเลือด และมีความดันสูง นักเรียนไม่ควรให้อาหารชนิดใดกับคนไข้

a)

A เท่านั้น

b)

C เท่านั้น

c)

A และ D

d)

B และ C

13.

จากตาราง น้ำมันพืชเกิดจากการรวมตัวของสาร 2 ชนิด โครงสร้างของน้ำมันพืชจึงประกอบด้วย 2 ส่วน พิจารณาน้ำมันพืช A และ B

ก. X และ Y ของน้ำมันพืช A และ B เป็นสารชนิดเดียวกัน

ข. กรดไขมันของน้ำมันพืช A เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว

ค. น้ำมันพืช B สามารถเกิดปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนได้

ง. เมื่อเติมสารละลายไอโอดีนลงในน้ำมันพืช A สีของไอโอดีนจะจางลง

ข้อใดถูก

a)

ก ข และ ค

b)

ก ข และ ง

c)

ข ค และง

d)

ข และ ง เท่านั้น

14.

พิจารณาชนิดและหน้าที่ของสาร ระบุชนิด และหน้าที่ของสารในข้อใดถูก

a)

ก เท่านั้น

b)

ข และ ง

c)

ก และ ค

d)

ก ข และ ง

15.

จากโครงสร้างของโมเลกุลเพปไทด์ที่กําหนดให้ จํานวนพันธะเพปไทด์ ข้อใดถูก

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

16.

การระบุชนิดของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว และ โมเลกุลคู่ ต่อไปนี้

a)

ก เท่านั้น

b)

ข เท่านั้น

c)

ข และ ง

d)

ก และ ค

17.

พิจารณาแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมัน A-F ข้อสรุปใดไม่ถูกต้อง

a)

น้ำมัน A มีกรดไขมันอิ่มตัวมากที่สุด

b)

น้ำมัน D และ E ไม่เหมาะสำหรับทำอาหารประเภททอด

c)

น้ำมัน B C และ F มีค่าร้อนละของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเท่ากัน

d)

น้ำมัน A-F แช่ในตู้เย็น น้ำมันทุกชนิดไม่แข็งตัว ยกเว้นน้ำมัน A

e)

การทำเนยเทียม น้ำมัน A ต้องเติมไฮโดรเจนมากกว่าน้ำมันชนิดอื่น

18.

ในการทดสอบอาหารเช้าชุดหนึ่ง ได้ผลดังตาราง

อาหารที่นำมาทดสอบ น่าจะเป็นชุดใดต่อไปนี้

a)

มันทอด+น้ำอัดลม

b)

สลัดผลไม้+นมเปรี้ยว

c)

มันฝรั่งบด+น้ำผลไม้

d)

ขนมปังทาเนย+นมถั่วเหลือง

19.

เปรียบเทียบสาร A และ B ซึ่งมีสูตรโครงสร้างดังนี้

ข้อใดสรุปถูก

a)

จุดหลอมเหลวของ A น้อยกว่า B

b)

A ละลายน้ำได้ B ไม่ละลายน้ำ

c)

A และB เป็นสารไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว

d)

B เกิดจากมอนอเมอร์จำนวนมากกว่า A 549 โมเลกุล

20.

ในการทดสอบสมบัติของสาร A B และ C ที่ไม่ได้เติมกรดและหลังเติมกรดได้ผลดังตาราง

ข้อสรุปเกี่ยวกับสาร A B C ข้อใดเป็นไปไม่ได้

a)

ร่างกายสามารถนำสาร B ไปใช้ได้โดยตรง

b)

สาร A จัดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์ ส่วนสาร C เป็นไดแซ็กคาไรด์

c)

ไคตินที่พบในเปลือกกุ้งหรือกระดองปูจัดเป็นสารกลุ่มเดียวกับสาร A

d)

ร่างกายจะนำสาร B ไปใช้ประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อสาร B ถูกย่อยสลายด้วยอินซูลินก่อน

e)

เซลลูโลสและสาร A ประกอบด้วยมอนอเมอร์ชนิดเดียวกัน แต่เซลลูโลสและสาร A มีสมบัติการละลายได้ในน้ำต่างกันเพราะมีโครงสร้างต่างกัน