NEW
Font size
Worksheetsกลอนดอกสร้อบรำพึงในป่าช้า
Total questions: 20
Worksheet time: 30mins
ใครเป็นผู้แต่งกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า
ทอมัส เกรย์
เสฐียรโกเศศ
นาคะประทีป
นิ่ม กาญจนาชีวะ
ทอมัส เกรย์ เป็นผู้เรียบเรียงกถามุขใช่หรือไม่
ใช่
ไม่ใช่ เพราะผู้เรียบเรียงกถามุขคือพระยาอุปกิตศิลปสาร
ไม่ใช่เพราะผู้เรียบเรียงคือนาคะประทีป
ไม่มีข้อถูก
กวีนิพนธ์เรื่อง Elegy Written in a Country มีต้นกำเนิดมาจากประเทศใด
ออสเตรเลีย
อเมริกา
ไทย
อังกฤษ
ผู้แต่งกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าได้ดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับธรรมเนียมไทย ตรงกับข้อใด
อาจจะเป็นเจดีย์มีพระศพ แห่งจอมภพจักรพรรดิกษัตริย์ใหญ่
ประเสริฐด้วยสัตตรัตน์จรัสชัย ณ สมัยก่อนกาลบุราณเอย
ไม่เช่นนั้นกวีเช่นศรีปราชญ์ นอนอนาถเล่ห์ใบ้ไร้ภาษา
หรือผู้กู้บ้านเมืองเรืองปัญญา อาจจะมานอนจมถมดิยเอย
ยามเอ๋ยยามนี้
ปถพีมืดมั่วทั่วสถาน
อากศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล
สงัดป่านป่าใหญ่ไร้สำเนียง
มีก็แต่จังหรีดกระกรีดกริ่ง
เรไรหริ่ง ร้องขรมระงมเสียง
คอกควายวัวรัวเกราะเปราะเปราะเพียง
รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับบทประพันธ์ข้างต้น
ลงท้ายด้วยคำว่า "เอย" เหมือนกลอนสุภาพ
สัมผัสในและสัมผัสนอกเหมือนกลอนสุภาพ
วรรคสดับขึ้นต้นเหมือนกลอนสุภาพ
จำนวนบท 2 บทเท่ากลอนสุภาพ
ต้นเอ๋ยต้นไทร
สูงใหญ่รากย้อยห้อยระย้า
และต้นโพธิ์พุ่มแจ้แผ่ฉายา
มีเนินหญ้าใต้ต้นเกลื่อนกล่นไป
ล้วนร่างคนในเขตประเทศนี้
ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้
แห่งหลุ่มลึกลานสลดระทดใจ
เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย
จากคำประพันธ์ข้างต้น ต้นโพธิ์กับต้นไทร อยู่บริเวณใด
บริเวณวัดและป่าช้า
บริเวณสวนสาธารณะ
บริเวณอุทยานตามสถานที่พักผ่อน
บริเวณหลังอาคารร้างและบ้านร้าง
คำประพันธ์ในข้อใด ไม่ใช่ คำถามเชิงวาทศิลป์
เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร
หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสายตา
ใครเล่าไถคราดพื้นฟื้นแผ่นดิน
ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข
ห่างเอ๋ยห่างไกล
ห่างจากพวกมักใหญ่ฝักใฝ่หา
แต่สิ่งซึ่งเหลวไหลใส่อาตมา
ความมักน้อยชาวนาไม่น้อมไป
เพื่อนรักษาความสราญฐานวิเวก
ร่มเชื้อเฉกหุบเขาลำเนาไศล
สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ
ตามวิสัยชาวนาเย็นกว่าเอย.
สาระสำคัญของกลอนดอกสร้อยบทนี้คืออะไร
เราไม่ควรหาสิ่งเหลวไหลมาใส่ตัวเอง
เราควรวิเวกไปหาป่าเขาลำเนาไพรจะดีที่สุด
เราควรอยู่ให้ห่างจากพวกมักใหญ่ใฝ่สูงไว้จะดีกว่า
เราควรจะมักน้อยหรือพอใจในสิ่งที่มีเหมือนชาวนาดีกว่า
เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงีบยสงัด
มีปวัตน์เป็นไปไม่วิตถาร
คำที่ขีดเส้นใต้มีความหมายว่าอย่างไร
ความเป็นไป, มากเกินไป
ความเป็นจริง, น้อยเกินไป
ความมีชีวิต, น้อยเกินไป
ความคิดถึง, มากเกินไป
ตัวเอ๋ยตัวทะยาน
อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน
ดูถูกกิจชาวนาสารพัน
และความครอบครองกันอันชื่นบาน
เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด
มีปวัตติ์เป็นไปไม่วิตถาร
ขออย่าได้เย้ยเยาะพูดเราะราน
ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนตูเอย.
จากเนื้อหาของคำประพันธ์ที่ยกมานี้บอกถึงแนวคิดสำคัญในข้อใด
ชีวิตที่มีความเรียบง่ายของชาวนา ไม่มีความสุขเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
ชีวิตที่มีความเรียบง่ายของชาวที่ต้องเหนื่อยอยากจากภัยธรรมชาติ
ชีวิตที่มีความเรียบง่ายของชาวนา มีความพอใจ มีความสุขจากการเก็บเกี่ยวข้าวในนา
ชีวิตที่มีความเรียบง่ายของชาวนาที่ทำนาทั้งปี ต้องทนต่อการดูหมิ่นว่ายากจน
คำประพันธ์ในข้อใดมีสัมผัสสระมากที่สุด
คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะเพียง
สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ
เรไรหริ่งร้องขรมระงมเสียง
มีก็แต่จังหรีดกระกรีดกริ่ง
ข้อใดใช้ภาพพจน์สัทพจน์
ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน
ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต
แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย
ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร
ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต
แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท
ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย
ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข
เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
ใครจะยอมละแดนแสนสบาย
โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัย เอย.
จากบทประพันธ์ข้างต้นข้อใดเป็นธรรมชาติของมนุษย์
มนุษย์ย่อมรักลูกของตน
มนุษย์ย่อมรักชีวิตของตน
มนุษย์ย่อมรักพ่อแม่ของตน
มนุษย์ย่อมรักชื่อเสียงของตน
"วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น
แต่ล่วนผันมาประจบหลุมศพเอย"
คำประพันธ์นี้ให้ข้อคิดเรื่องอะไร
เราจะได้เกียรติยศเมื่อใกล้ตาย
หลุมฝังศพเป็นเกียรติยศของคนเรา
ความตายเป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน
เกียรติยศจะยังคงอยู่แม้ตายไปแล้ว
ข้อใดคือคุณค่าด้านเนื้อหาของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า
ต้องการแสดงคุณค่าของชีวิต
ต้องการแสดงความเป็นไปของชีวิต
ต้องการแสดงความสำคัญของชีวิต
ต้องการแสดงสัจธรรมของชีวิต
กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าใช้สัญลักษณ์ใดแทนความตาย
เสียงเรไร
ความเงียบ
นกแสก
ศพ
จากเรื่องกลอนดอกสร้อยในป่าช้าเกิดขึ้นที่ใด
ป่าช้าในชนบท
ชนบทในประเทศไทย
วัดโบราณ
ธรรมชาติในป่่า
ข้อใดแสดงความรู้สึกเงียบสงบ
วังเอ๋ยวังเวง
หง่างเหง่ง!ย่ำค่ำระฆังขาน
อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล
สงัดปานป่าใหญ่ไร้สำเนียง
ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาข้าวปลา
ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์
เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด
มีปวัตน์เป็นไปไม่วิตถาร
ข้อใดกล่าวด้วยน้ำเสียงปลงตก
ความเอ๋ยความรู้ เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว
หมดโอกาสที่จะชี้ต่อนี้ไป ละห่วงใยอยากรู้ลงสู่ดิน
ดวงเอ๋ยดวงมณี มักจะลี้ลับอยู่ในภูผา
หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสายตา ก็เสื่อมซาสิ้นชมนิยมชน
หมดเอ๋ยหมดห่วง หมดดวงวิญญาณลาญสลาย
ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง
ศพเอ๋ยศพไพร่ ไม่มีใครขึ้นชื่อระบือขาน
ไม่เกรงใครนินทาว่าประจาน ไม่มีการจารึกบันทึกคุณ
ข้อคิดใดที่ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
ทุกสรรพสิ่งในโลกล่วนไม่เที่ยง
ความสงบคือสุขที่แท้จริง
อย่ายึดติดกับวัตถุ
อย่าเอาเยี่ยงอย่างชาวนา
