wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบก่อนเรียน บทที่ 5 นโยบายการเงิน การคลัง

Total questions: 20

Worksheet time: 9mins

Name
Class
Date
1.

นโยบายการเงิน หมายถึงอะไร

a)

การดูแลปริมาณเงิน และสินเชื่อโดยธนาคารกลาง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

b)

การดูแลปริมาณเงิน และสินเชื่อโดยธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

c)

นโยบายที่เกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายของประชาชนภายในประเทศ

d)

นโยบายที่เกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล

e)

ถูกทุกข้อ

2.

ข้อความใดต่อไปนี้อธิบายความหมายของเงินได้ดีที่สุด

a)

เงิน คือสิ่งที่มีทองคำหรือโลหะเงินหนุนหลังอยู่

b)

เงิน คือสิ่งที่ใช้เป็นสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยนเท่านั้น

c)

เงิน คือสิ่งใดก็ได้ที่ไม่เคยสูญเสียค่าของตัว มันเองเลย

d)

เงิน คืออะไรก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับให้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน

e)

เงิน คือต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการที่ จำเป็น มากที่สุดของหน่วยธุรกิจ

3.

เงินในข้อใดทำหน้าที่เป็นมาตรฐานการวัดมูลค่า

a)

ธรนำเงิน 40 บาท ไปซื้อข้าวราดแกง

b)

ธารมีเงิน 50 บาท ซื้อข้าวได้ 2 กิโลกรัม

c)

แทนพาแฟนไปซื้อของราคาแพงและชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

d)

ไทม์นำธนบัตร 50 บาท ไปแลกเหรียญ10 ได้ 5เหรียญ

e)

ไทป์ซื้อรถยนต์หรู 1 คัน ผ่อนชำระ 64 งวด งวดละ 9 หมื่นบาท

4.

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างธนบัตรใบละ 1,000บาท กับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สินทรัพย์ใดมีสภาพคล่องสูงกว่า เพราะเหตุใด

a)

ธนบัตร เพราะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ

b)

ธนบัตร เพราะนำไปแลกสิ่งอื่นๆได้ทันที

c)

สร้อยคอทองคำ เพราะสามารถนำไปขายต่อได้รวดเร็ว

d)

สร้อยคอทองคำ เพราะมีมูลค่าสูงกว่าธนบัตร 1,000 บาท

e)

ไม่มีข้อใดถูก

5.

ข้อใดเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจน้อยเกินไป

a)

การที่เศรษฐกิจชะลอตัว

b)

การลงทุนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

c)

ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

d)

ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในมือมากขึ้น

e)

มีความต้องการแรงงานจำนวนมาก เกินกว่าแรงงานที่มีอยู่

6.

ถ้าปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศเพิ่มมากขึ้น จะทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจหรือไม่ อย่างไร

a)

ดี เพราะทำให้อัตราการจ้างงานสูงขึ้น

b)

ดี เพราะอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น

c)

ไม่ดี เพราะการลงทุนจากต่างแระเทศลดลง

d)

ไม่ดี เพราะเอกชนทำการค้าได้อย่างเสรี

e)

ข้อ ก. และ ข. ถูก

7.

เมื่อระบบเศรษฐกิจมีปริมาณเงินหมุนเวียนน้อยเกินไป ทำให้ระดับราคาสินค้าและบริการปรับตัวลดลง จะทำให้เกิดผลตามมาอย่างไร

a)

ภาวะเงินเฟ้อ

b)

ภาวะเงินฝืด

c)

ภาวะเงินเฟ้อ และภาวะเงินฝืด

d)

การขาดดุลทางการค้า

e)

เศรษฐกิจมีสภาพคล่องตัว

8.

ผู้ที่จะเสียประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อได้แก่บุคคลกลุ่มใด

a)

ข้าราชการและลูกจ้าง

b)

เจ้าหนี้

c)

พ่อค้าและนายหน้าโดยทั่วไป

d)

ลูกหนี้

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และ 2.

9.

หากพบว่า ภาวะเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเงินเฟ้อเป้าหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศรัฐบาลควรดำเนินการอย่างไร

a)

ควบคุมการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

b)

เพิ่มการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ

c)

ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

d)

ประกาศลดอัตราค่าจ้าง

e)

ลดการจัดเก็บภาษี

10.

ข้อใดเป็นการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

a)

การเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ

b)

การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

c)

การขึ้นภาษีและกำหนดโควตาการนำเข้าสินค้า

d)

การลดอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์

e)

การจำกัดอัตราการขยายสินเชื่อขอธนาคารพาณิชย์

11.

ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ใด ในระบบเศรษฐกิจ

a)

รับฝาก – ถอนเงิน

b)

ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ

c)

ขายหน่วยลงทุนต่างประเทศ

d)

บริการเงินฝากแบบมีประกันชีวิต

e)

ผลิตธนบัตรใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

12.

หน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบนโยบายการเงิน

a)

ธนาคารกรุงเทพ

b)

ธนาคารกสิกรไทย

c)

ธนาคารกรุงไทย

d)

ธนาคารแห่งประเทศไทย

e)

ธนาคารออมสิน

13.

ธนาคารใดต่อไปนี้ ไม่ได้ ทำหน้าที่เป็นธนาคารพาณิชย์

a)

ธนาคารกรุงศรี

b)

ธนาคารทหารไทย

c)

ธนาคารไทยพาณิชย์

d)

ธนาคารออมสิน

e)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

14.

ภาษีทางอ้อม หมายถึง

a)

ภาษีที่ผู้เสียภาษีไม่ต้องไปเสียภาษีต่อหน่วยราชการที่มีหน้าที่จัดเก็บด้วยตนเอง แต่ให้ผู้อื่นไปเสียแทนได้

b)

ภาษีที่คิดในอัตราก้าวหน้า

c)

ภาษีอากรที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคหรือ เป็นภาษีที่เป็นการผลักภาระให้กับผู้ซื้อหรือผู้บริโภคเป็นผู้รับชำระภาษีอากรแทนผู้ขาย

d)

ภาษีผู้มีหน้าที่เสียภาษีขอผัดผ่อนการเสียภาษีนั้นได้

e)

ถูกทุกข้อ

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

กรมสรรพสามิต – ภาษีเงินได้

b)

กรมสรรพากร – ภาษีเหล้า

c)

กรมศุลกากร – ภาษีโรงเรือน

d)

ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ค.

e)

ไม่มีข้อถูก

16.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายการคลัง

a)

เพิ่มการจัดเก็บภาษี - นโยบายการคลังแบบขยายตัว

b)

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ – นโยบายการคลังแบบขยายตัว

c)

ภาคการผลิตลดกำลังการผลิต – นโยบายการคลังแบบหดตัว

d)

ภาวะเงินเฟ้อเกินกรอบเป้าหมาย – นโยบายการคลังแบบขยายตัว

e)

เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ – นโยบายการคลังแบบหดตัว

17.

ในภาวะที่เศรษฐกิจดี คนมีกำลังซื้อและจับจ่ายใช้สอยมากรัฐบาลควรมีมาตรการทางการคลังอย่างไร

a)

ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก

b)

ใช้จ่ายให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการผลิต

c)

ชะลอการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดหนี้ของประชาชน

d)

กู้ยืมมากขึ้นเพื่อเพิ่มงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ

e)

เก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อที่ร้อนแรง

18.

การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังในข้อใดไม่สามารถแก้ปัญหาการว่างงานได้

a)

ดำเนินนโยบายการคลังโดยใช้งบประมาณขาดดุล

b)

ลดอัตราการเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพื่อลดต้นทุน

c)

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย

d)

เพิ่มปริมาณเงินสดสำรองตามกฎหมายของธนาคารพาณิชย์

e)

เพิ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นให้มีการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น

19.

เมื่อเกิดภาวะเงินฝืดในประเทศไทย ประเทศไทยควรมีมาตรการการเงินการคลังแบบใดจึงจะสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

a)

นโยบายการเงินแบบเข้มงวด นโยบายการคลังแบบหดตัว

b)

นโยบายการเงินแบบตึงตัว นโยบายการคลังแบบขยายตัว

c)

นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นโยบายการคลังแบบหดตัว

d)

นโยบายการเงินแบบเข้มงวด นโยบายการคลังแบบขยายตัว

e)

นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นโยบายการคลังแบบขยายตัว

20.

ข้อใดแสดงว่าประเทศมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

a)

รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรสูงขึ้น

b)

สัดส่วนของคนยากจนต่อประชากรลดลง

c)

ประชากรเดินทางไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น

d)

ประชากรมีสินค้าที่ผลิตจากเทคโนโลยีสมัยใหม่บริโภคมากขึ้น

e)

ประเทศประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม