wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่ 3 คลื่น ฟิสิกส์พื้นฐาน

Total questions: 60

Worksheet time: 2hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อความใดอธิบายความหมายของคลื่นได้ถูกต้อง

a)

คลื่นเป็นปรากฏการณ์ของการสั่นสะเทือนของอะตอมของธาตุ

b)

คลื่นเป็นปรากฏการณ์ของการกระจายของอนุภาคในสสาร

c)

คลื่นเป็นปรากฏการณ์ของการส่งผ่านแรงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

d)

คลื่นเป็นปรากฏการณ์ของการส่งผ่านพลังงานจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

2.

เมื่อเกิดคลื่นในตัวกลางใด ๆ จะมีผลต่ออนุภาคของตัวกลางในลักษณะใด

a)

อนุภาคของตัวกลางจะเคลื่อนที่ตามคลื่นไปด้วย

b)

อนุภาคของตัวกลางจะนิ่งอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนที่

c)

อนุภาคของตัวกลางจะแตกกระจายไปในทิศทางต่าง ๆ

d)

อนุภาคของตัวกลางจะเคลื่อนที่ขึ้น–ลง หรือซ้าย–ขวา แต่ไม่เคลื่อนที่ตามคลื่นไปด้วย

3.

สิ่งใดที่บ่งชี้ความแตกต่างของคลื่นตามขวางและคลื่นตามยาว

a)

ความถี่ของคลื่นตามขวางมากกว่าคลื่นตามยาว

b)

แอมพลิจูดของคลื่นตามยาวมากกว่าคลื่นตามขวาง

c)

ความยาวคลื่นของคลื่นตามขวางมากกว่าคลื่นตามยาว

d)

การกระจัดของอนุภาคหรือการสั่นของอนุภาคจะมีทิศทางต่างกัน

4.

คลื่นชนิดใดจัดเป็นคลื่นตามยาว

a)

คลื่นแสงในน้ำ

b)

คลื่นน้ำในถาดคลื่น

c)

การสั่นของสายกีตาร์

d)

คลื่นเสียงที่เกิดจากการสั่นของสายกีตาร์

5.

ตัวกลางใดที่คลื่นกลเคลื่อนที่ผ่านไม่ได้

a)

แก๊ส

b)

ของแข็ง

c)

ของเหลว

d)

สุญญากาศ

6.

สิ่งใดที่ ไม่ใช่ องค์ประกอบของคลื่นตามยาว

a)

คาบ

b)

ความถี่

c)

ส่วนอัด

d)

ความยาวคลื่น

7.

คลื่นน้ำที่เกิดในถาดคลื่นมีความถี่ 5 เฮิรตซ์ หมายความว่า ภายใน 1 วินาที จะมีจำนวน หน้าคลื่นเคลื่อนที่ผ่านจุดที่สังเกตจำนวนเท่าใด

a)

0.2

b)

2.5

c)

5

d)

10

8.

การทดลองการเคลื่อนที่แบบคลื่นโดยการสะบัดเชือกเป็นดังนี้

1) สะบัดเชือกไปมาหลายครั้งด้วยความเร็วสม่ำเสมอและมีช่วงกว้างเท่ากัน

2) สะบัดเชือกไปมาด้วยความเร็วเท่ากับข้อ 1แต่มีช่วงกว้างน้อยกว่า

3) สะบัดเชือกไปมาด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น แต่มีช่วงกว้างเท่ากับข้อ 1

ผลสรุปข้อใด ผิด

a)

ความยาวคลื่นในข้อ 1 จะสั้นกว่าคลื่นในข้อ 3

b)

ความถี่ของคลื่นในข้อ 1 จะน้อยกว่าคลื่นในข้อ 3

c)

ความถี่ของคลื่นในข้อ 1 จะเท่ากับคลื่นในข้อ 3

d)

แอมพลิจูดของคลื่นในข้อ 2 จะสั้นกว่าคลื่นในข้อ 3

9.

การทดลองการเคลื่อนที่แบบคลื่นโดยใช้ขดลวดสปริง ถ้าจะให้ได้ผลการทดลองที่คงที่ นักเรียนต้องปฏิบัติตามข้อใด

a)

ใช้ขดลวดสปริงที่มีน้ำหนักเบา

b)

ใช้ขดลวดสปริงที่มีน้ำหนักมาก ๆ

c)

ออกแรงสะบัดขดลวดสปริงเท่ากันอย่างสม่ำเสมอ

d)

สะบัดขดลวดสปริงเป็นจังหวะที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ

10.

ถ้าตรึงขดลวดสปริงไว้กับกำแพง แล้วอัดขดลวดสปริงแล้วปล่อยเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง ความยาวคลื่นเราคิดจากส่วนใด

a)

ระยะระหว่างจุดต้นของส่วนขยายที่อยู่ถัดไป

b)

ระยะระหว่างกึ่งกลางของส่วนอัดที่อยู่ถัดไป

c)

ระยะทางจากส่วนอัดที่เกิดขึ้นถึงส่วนขยายที่เกิดขึ้นอีกช่วงหนึ่ง

d)

ระยะทางจากส่วนขยายที่เกิดขึ้นถึงส่วนขยายที่เกิดขึ้นอีกช่วงหนึ่ง

11.

อัตราเร็วของคลื่นคำนวณได้จากสิ่งใด

a)

ความถี่2

b)

ความยาวคลื่น2

c)

ความถี่ × แอมพลิจูด

d)

ความถี่ ×ความยาวคลื่น

12.

ข้อความใดอธิบายความหมายของแอมพลิจูดได้ถูกต้อง

a)

ระยะจากสันคลื่นถึงท้องคลื่นของคลื่น 1 ลูก

b)

ระยะห่างของคลื่น 1 ลูก ที่วัดจากสันคลื่นหนึ่ง ไปยังอีกสันคลื่นอีกลูกหนึ่ง

c)

ระยะต่ำที่สุดหรือสูงที่สุดของคลื่นเมื่อวัดจากแนวปกติตำแหน่งหนึ่ง ๆ

d)

ระยะห่างของคลื่น 1 ลูก ที่วัดจากท้องคลื่นหนึ่งไปยังอีกท้องคลื่นหนึ่ง

13.

ความสัมพันธ์ระหว่างคาบกับความถี่ตรงกับข้อใด

a)

T = 1/f

b)

T = f

c)

2f = T

d)

f = T\sqrt{T}

14.

ข้อใดเป็นการจำแนกคลื่นตามลักษณะการสั่นของแหล่งกำเนิด

a)

คลื่นน้ำกับคลื่นวิทยุ

b)

คลื่นกลกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

c)

คลื่นตามขวางกับคลื่นตามยาว

d)

คลื่นบนเส้นเชือกกับคลื่นบนขดลวดสปริง

15.

จากกราฟ ถ้าเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัดกับระยะทางที่คลื่นเคลื่อน ที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัดกับเวลาแล้ว ส่วนที่เป็นความยาวคลื่นจะเปลี่ยนเป็นอะไร

a)

คาบ

b)

ความถี่

c)

ความเร็ว

d)

อัตราเร็ว

16.

เมื่อหน้าคลื่นตกกระทบกระทำกับสิ่งกีดขวางจะเกิดปรากฏการณ์ใด

a)

การหักเหของคลื่น

b)

การสะท้อนของคลื่น

c)

การเลี้ยวเบนของคลื่น

d)

การแทรกสอดของคลื่น

17.

เชือกเส้นหนึ่งผูกตรงห้อยลงมาในแนวดิ่ง แล้วสะบัดให้เกิดคลื่นดลดังรูป ข้อใดจัดลำดับของรูปคลื่นที่เกิดจากการสะท้อนได้ถูกต้อง

a)

a, d, b, c

b)

b, c, a, d

c)

a, c, b, d

d)

b, d, a, c

18.

เมื่อคลื่นเคลื่อนที่ผ่านรอยต่อระหว่างตัวกลางที่มีสมบัติต่างกันจะเกิดปรากฏการณ์ใด

a)

การหักเหของคลื่น

b)

การสะท้อนของคลื่น

c)

การเลี้ยวเบนของคลื่น

d)

การแทรกสอดของคลื่น

19.

ข้อความใดกล่าว ผิด เกี่ยวกับการแทรกสอดแบบเสริมกันของคลื่นน้ำ

a)

คลื่นลัพธ์มีสันคลื่นสูงขึ้น

b)

คลื่นลัพธ์มีท้องคลื่นลึกขึ้น

c)

คลื่นลัพธ์มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้น

d)

คลื่นลัพธ์มีความยาวคลื่นเพิ่มขึ้น

20.

การสร้างที่จอดเรือและท่าเรือ นักวิทยาศาสตร์ใช้ประโยชน์จากความรู้เรื่องสมบัติใดของคลื่นน้ำ

a)

การหักเหของคลื่นน้ำ

b)

การสะท้อนของคลื่นน้ำ

c)

การเลี้ยวเบนของคลื่นน้ำ

d)

การแทรกสอดของคลื่นน้ำ

21.

ถ้าเราดีดเส้นลวดที่ขึงไม่ตึง จะเกิดผลตามข้อใด

a)

เกิดการสั่นสะเทือนน้อย

b)

ไม่เกิดการสั่นสะเทือนเลย

c)

ต้องออกแรงดีดเส้นลวดมาก

d)

ต้องเพิ่มความยาวของเส้นลวดให้ยาวขึ้น

22.

คลื่นเสียงสามารถถ่ายทอดจากแหล่งกำเนิดสู่ผู้ฟังได้ดีที่สุดในตัวกลางใด

a)

แก๊ส

b)

ของแข็ง

c)

ของเหลว

d)

ไม่มีข้อถูก

23.

สิ่งใดคือองค์ประกอบของการได้ยินเสียง

a)

อัตราเร็วของเสียง

b)

ระยะทางของเสียง

c)

แหล่งกำเนิดของเสียง

d)

ความหนาแน่นของเสียง

24.

ระดับความถี่เสียงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านใด

a)

คมนาคม

b)

เศรษฐกิจ

c)

การเกษตร

d)

การปกครอง

25.

เสียงอินฟราโซนิก หมายถึงอะไร

a)

เสียงที่อยู่ในช่วงความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์

b)

เสียงที่อยู่ในช่วงความถี่สูงกว่า 20 เฮิรตซ์

c)

เสียงที่อยู่ในช่วงความถี่ต่ำกว่า 20,000 เฮิรตซ์

d)

เสียงที่อยู่ในช่วงความถี่สูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์

26.

หน่วยของความถี่เสียงคืออะไร

a)

วัตต์

b)

เฮิรตซ์

c)

เดซิเบล

d)

จูลต่อวินาที

27.

แหล่งกำเนิดเสียงใดที่สั่นแล้วจะให้เสียงสูงที่สุด

a)
b)
c)
d)
28.

เสียงเงียบ หมายถึงอะไร

a)

เสียงที่เกิดขึ้นในที่ไกล ๆ

b)

เสียงที่เปล่งออกจากลำคอเบา ๆ

c)

เสียงที่มีแอมพลิจูดของการสั่นต่ำ

d)

เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่าความถี่ที่หูคนปกติรับฟังได้

29.

เสียงต่ำเกิดจากอะไร

a)

แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความเร็วน้อย

b)

แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความเร็วมาก

c)

แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความเร็วคงที่

d)

แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความเร็วมากและน้อยสลับกันไป

30.

คุณภาพเสียงหมายถึงอะไร

a)

เสียงร้องเพลงที่ไพเราะลื่นหู

b)

เสียงดนตรีที่เล่นเข้าจังหวะทำนอง

c)

เสียงพูดในระดับเสียงที่ไม่เบาหรือดังเกินไป

d)

ไม่มีข้อถูก

31.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

1 เสียงเป็นพลังงานรูปหนึ่ง

2 เสียงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

3 เสียงจัดเป็นคลื่นตามยาว การสั่นของตัวกลางจะตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ของเสียง

4 วัตถุบางชนิดสามารถดูดกลืนเสียงได้

ข้อความใดถูกต้อง

a)

ข้อ 1 และข้อ 3 ถูกต้อง

b)

ข้อ 1 และข้อ 4 ถูกต้อง

c)

ข้อ 2 และข้อ 3 ถูกต้อง

d)

ข้อ 3 และข้อ 4 ถูกต้อง

32.

เราจะได้ยินเสียงสะท้อนเมื่อใด

a)

เสียงนั้นดังมากวิ่งไปกระทบสิ่งกีดขวาง

b)

เสียงนั้นเป็นเสียงสูงวิ่งไปกระทบสิ่งกีดขวาง

c)

เสียงที่สะท้อนมาถึงหูใช้เวลาน้อยกว่า 1/10 วินาที นับจากได้ยินเสียงครั้งแรก

d)

เสียงที่ได้ยินครั้งแรกและเสียงที่สะท้อนมาเข้าหูใช้เวลาต่างกันไม่น้อยกว่า 1/10 วินาที

33.

นักดนตรีใช้หลักการอะไรของเสียงมาเป็นเกณฑ์ในการเทียบเสียงเครื่องสายให้มีความถี่เท่ากับความถี่มาตรฐาน

a)

การสะท้อนของเสียง

b)

การเกิดบีตส์ของเสียง

c)

การแทรกสอดของเสียง

d)

การเกิดกำทอนของเสียง

34.

หลักการเกิดเรโซแนนซ์ของเสียง สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้มากที่สุด

a)

การระเบิดภูเขา

b)

สร้างเครื่องดนตรี

c)

การทำประมงในท้องทะเล

d)

สำรวจแหล่งน้ำมันในทะเล

35.

ข้อใดเป็นส่วนประกอบของหูชั้นนอก

a)

คอเคลีย

b)

เยื่อแก้วหู

c)

กระดูกทั่ง

d)

กระดูกโกลน

36.

กลไกต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการได้ยินเสียง

1 ของเหลวภายในท่อนำเสียงและอวัยวะรับเสียงสั่น

2 คลื่นเสียงทำให้เยื่อแก้วหูสั่น

3 กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลนสั่น

4 ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไปแปลผลที่สมอง

a)

2, 3, 1, 4

b)

1, 3, 2, 4

c)

4, 1, 2, 3

d)

2, 3, 4, 1

37.

คนปกติควรมีระดับการได้ยินเสียงกี่เดซิเบล

a)

25 เดซิเบล

b)

35 เดซิเบล

c)

45 เดซิเบล

d)

55 เดซิเบล

38.

ข้อใดคือสภาพแวดล้อมที่ถือว่ามีมลพิษทางเสียง

a)

สวนสุขภาพหรือสวนสาธารณะภายในชุมชน

b)

ภายในโรงพยาบาลที่กำหนดการใช้ความดังของเสียง

c)

ที่อยู่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงงานหรือใกล้อู่ซ่อมรถยนต์

d)

เสียงจากวิทยุหรือโทรทัศน์ที่มีความดัง 25 เดซิเบลหรือน้อยกว่า

39.

สิ่งใด ไม่ควร ปฏิบัติ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะมลพิษของเสียง

a)

กำหนดมาตรฐานระดับเสียงในแหล่งชุมชน

b)

ปรับปรุงเครื่องยนต์และท่อไอเสียรถยนต์ให้ได้มาตรฐาน

c)

ใช้เครื่องป้องกันเสียงในขณะปฏิบัติงานในบริเวณที่มีเสียงดัง

d)

ย้ายที่อยู่อาศัยไปใกล้ที่ทำงานที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

40.

มลพิษของเสียงมีผลกระทบทางด้านจิตใจในลักษณะใด

a)

ทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อปวดศีรษะ

b)

ทำให้เกิดภาวะตึงเครียด ความดันโลหิตสูงขึ้น

c)

ทำให้ปฏิบัติงานผิดพลาดจากการฟังคำสั่งไม่ชัดเจน

d)

ทำให้เกิดความรำคาญ หงุดหงิด และกลายเป็นโรคประสาท

41.

รังสีใด ไม่ใช่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

a)

รังสีบีตา

b)

รังสีเอกซ์

c)

รังสีแกมมา

d)

รังสีอัลตราไวโอเลต

42.

ข้อความใด ไม่ถูกต้อง

a)

รังสีแต่ละชนิดมีแหล่งกำเนิดแตกต่างกัน

b)

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีความเร็วเท่ากันในตัวกลางทุกชนิด

c)

ความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใช้จำแนก

ชนิดของรังสีได้

d)

พลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความถี่ของคลื่น

43.

ยานกระสวยอวกาศเมื่อโคจรอยู่รอบโลกนักบินอวกาศสามารถติดต่อกับสถานีภาคพื้นดิน โดยสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะเหตุใด

a)

เพราะเป็นคลื่นที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่

b)

เพราะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นคลื่นความถี่สูง สามารถทะลุบรรยากาศของโลกได้

c)

เพราะเป็นคลื่นที่สามารถสร้างให้มีค่าแอมพลิจูดสูงมาก ๆ จึงทนต่อการดูดกลืนจากอากาศรอบโลก

d)

เพราะเป็นคลื่นชนิดเดียวที่สามารถทำการผสมสัญญาณได้ จึงสามารถนำสัญญาณ อันเกิดจากเสียงมนุษย์ไปด้วยได้

44.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานต่ำกว่าแสงที่มองเห็น คือคลื่นใด

a)

รังสีเอกซ์

b)

รังสีแกมมา

c)

ไมโครเวฟ

d)

รังสีอัลตราไวโอเลต

45.

แถบรังสีที่ประสาทตาเรารับรู้ได้ซึ่งเรียกว่าแสง มีความยาวคลื่นเท่าใด

a)

4 × 10-3 เมตร ถึง 7 × 10-3 เมตร

b)

4 × 10-5 เมตร ถึง 7 × 10-5 เมตร

c)

4 × 10-7 เมตร ถึง 7 × 10-7 เมตร

d)

4 × 10-9 เมตร ถึง 7 × 10-9 เมตร

46.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งมีช่วงความถี่หรือความยาวคลื่นกว้างที่สุดคือคลื่นใด

a)

คลื่นวิทยุ

b)

คลื่น เอฟเอ็ม

c)

คลื่นโทรทัศน์

d)

คลื่นไมโครเวฟ

47.

ข้อความใด ไม่ถูกต้อง

a)

คนทุกคนสามารถแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบางชนิดออกจากตัวได้

b)

สารกัมมันตรังสีสามารถแผ่รังสีที่เป็นอนุภาคและเป็นคลื่นได้

c)

จากสมบัติของรังสีที่แผ่ออกมา เราสามารถบอกแหล่งกำเนิดของรังสีได้

d)

พลังงานของรังสีที่กำเนิดจากหลอดรังสีเอกซ์เปลี่ยนแปลงได้โดยการเปลี่ยนค่าความต่างศักย์

48.

รังสีต่าง ๆ ในสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีความแตกต่างกันตามข้อใดต่อไปนี้

1 คลื่นความยาว

2 พลังงาน

3 ความเร็ว

4 แหล่งกำเนิดคลื่น

ข้อใดถูกต้อง

a)

3 และ 4

b)

1 และ 4

c)

1, 2 และ 3

d)

1, 2 และ 4

49.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านใดที่นำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้

a)

แสง

b)

รังสีเอกซ์

c)

ไมโครเวฟ

d)

รังสีแกมมา

50.

ในเที่ยงวันหนึ่งที่มีแสงแดดจัด เด็กชายป๊อบนั่งรับประทานอาหารใต้ร่มไม้และดูโทรทัศน์ไปด้วย โดยนั่งห่างจากโทรทัศน์ 2 เมตรบริเวณนั้นมีสถานีติดต่อดาวเทียมอยู่ใกล้ ๆ เขาได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใดมากที่สุด

a)

เอกซ์

b)

ไมโครเวฟ

c)

อินฟราเรด

d)

อัลตราไวโอเลต

51.

แหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นใช้หลักการอะไร

a)

การสลายตัวของนิวเคลียสของธาตุที่เป็นโลหะทุกชนิด

b)

การสลายตัวของนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสี

c)

การปลดปล่อยพลังงานของอิเล็กตรอนในหลอดแก้วสุญญากาศ

d)

การปลดปล่อยพลังงานของอิเล็กตรอนในไฟฟ้ากระแสสลับความถี่สูง

52.

คลื่นวิทยุระบบ เอเอ็ม มีการผสมสัญญาณในลักษณะใด

a)

การผสมสัญญาณเสียงโดยทำให้คลื่นพาหะเปลี่ยนความถี่

b)

การผสมสัญญาณเสียงโดยทำให้คลื่นพาหะเปลี่ยนแอมพลิจูด

c)

การผสมสัญญาณเสียงโดยทำให้คลื่นพาหะเปลี่ยนแอมพลิจูดและความถี่

d)

การผสมสัญญาณเสียงโดยทำให้คลื่นพาหะเปลี่ยนความถี่แต่ไม่เปลี่ยนแอมพลิจูด

53.

คลื่นวิทยุระบบ เอเอ็ม มีข้อเด่นกว่าระบบเอฟเอ็มในด้านใด

a)

ส่งระยะทางไกลดีกว่า

b)

กินไฟน้อยกว่าระบบ เอฟเอ็ม

c)

ให้กำลังสูงกว่าเมื่อมีขนาดเท่ากัน

d)

เสียงดังกว่าเพราะสถานีสามารถส่งกำลังสูงกว่า

54.

การที่มีเสียงรบกวนจากสถานีอื่นขณะที่เรารับฟังวิทยุบางสถานีนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีใดมากที่สุด

a)

ขณะที่เกิดฟ้าผ่า

b)

ขณะที่ฝนตกหนัก

c)

ขณะที่ท้องฟ้าแจ่มใส

d)

ขณะที่มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ใกล้ ๆ

55.

ในการรับโทรทัศน์ คลื่นโทรทัศน์ที่เข้ามาถึงเครื่องรับแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด

a)

เปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าเข้าสู่ระบบแยกสัญญาณ ส่งต่อไปยังหลอดภาพและลำโพง

b)

เปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าเข้าสู่หลอดภาพแยกภาพออกแล้วส่งเสียงไปยังลำโพง

c)

ถูกแยกสัญญาณออกเป็นสัญญาณภาพเข้าสู่เครื่องรับภาพและสัญญาณเสียงเข้าสู่ลำโพง

d)

ถูกแยกสัญญาณออกเป็นสัญญาณภาพและสัญญาณเสียง เข้าสู่หลอดภาพและลำโพงตามลำดับ

56.

เตาไมโครเวฟทำให้อาหารสุกโดยวิธีใด

a)

การแผ่รังสี

b)

การนำความร้อน

c)

การพาความร้อน

d)

การสั่นของโมเลกุล

57.

นักธรณีวิทยาต้องการสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนในภาคเหนือ ควรถ่ายภาพทางอากาศด้วยฟิล์มที่ไวต่อรังสีใด

a)

รังสีเอกซ์

b)

รังสีแกมมา

c)

รังสีอินฟราเรด

d)

รังสีอัลตราไวโอเลต

58.

สิ่งใด ไม่ใช่ คุณสมบัติของรังสีอัลตราไวโอเลต

a)

ถูกดูดกลืนด้วยแก๊สโอโซน

b)

ทำให้สารบางชนิดเรืองแสงได้

c)

สามารถทะลุผ่านแผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ ได้

d)

ทำให้ผิวหนังไหม้เกรียมได้ถ้าได้รับเป็นเวลานาน

59.

การเกิดภาพบนฟิล์มเอกซเรย์ต่อไปนี้ ข้อความใดถูกต้อง

1 อวัยวะต่าง ๆ ดูดกลืนรังสีเอกซ์ได้ปริมาณมากน้อยต่างกัน

2 ผิวหนังและกล้ามเนื้อยอมให้รังสีเอกซ์ทะลุผ่านมากกว่ากระดูก

3 กระดูกสะท้อนรังสีเอกซ์จึงปรากฏชัดบนฟิล์มเอกซเรย์

4 กล้ามเนื้อดูดกลืนรังสีเอกซ์มากจึงปรากฏเบาบางบนฟิล์มเอกซเรย์

a)

1 และ 2

b)

2 และ 3

c)

3 และ 4

d)

4 และ 1

60.

ข้อความใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของรังสีแกมมา

a)

ถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตในที่มืด

b)

ตรวจสอบความผิดปกติของอวัยวะในร่างกาย

c)

ตรวจสอบความผิดปกติของรอยเชื่อมรอยต่อ

d)

ตรวจสอบชนิดและปริมาณของธาตุและสารประกอบ