Worksheetsแบบทดสอบวัดผลทางการเรียน ม.5 เทอม 2
Total questions: 27
Worksheet time: 14mins
1.ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการได้มาซึ่งสารอาหารได้ถูกต้อง
1.การบริโภค การย่อยอาหาร การดูดซึม การกำจัด
2.การย่อยอาหาร การบริโภค การดูดซึม การกำจัด
3.การย่อยอาหาร การดูดซึม การบริโภค การกำจัด
4.การย่อยอาหาร การดูดซึม การกำจัด การบริโภค
5.ลำดับขั้นตอนใดก่อนก็ได้
2.สิ่งมีชีวิตในข้อใดต่อไปนี้มีระบบย่อยอาหารแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
1.แมลงวัน
2.พลานาเรีย
3.ปลากระเบน
4.ปะการัง
5.เชื้อรา
3.บริเวณใดของฟองน้ำที่มีการย่อยอาหารเกิดขึ้น
1.ช่องว่างภายในลำตัว
2.เซลล์ปลอกคอ
3.อะมีโบไซต์
4.สเคลอโรไซต์
5.ข้อ 1 และ 3
4.ข้อใดเรียงลำดับทางเดินอาหารในสัตว์ปีก เช่น นก ได้ถูกต้อง
1.ปาก หลอดอาหาร กึ๋น ถุงพักอาหาร ลำไส้
2.ปาก ถุงพักอาหาร หลอดอาหาร กึ๋น ลำไส้
3.ปาก หลอดอาหาร กระเพาะพักอาหาร กึ๋น ลำไส้
4.ปาก หลอดอาหาร กระเพาะพักอาหาร ลำไส้ กึ๋น
5.ปาก คอหอย กระเพาะพักอาหาร หลอดอาหาร กึ๋น ลำไส้
5.อวัยวะใดของวัวที่มีกระบวนการหมักเกิดขึ้น
1.คอหอย
2.รูเมน
3.เรติคูลัม
4.อะโบมาซัม
5.โอมาซัม
6.โครงสรา้งใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารเชิงกลภายในปาก
1.ลิ้น
2.เพดานแข็ง
3.ฟัน
4.เพดานอ่อน
5.ข้อ 2 และ 3
7.น้ำย่อยชนิดใดถูกสรา้งจากลำไส้เล็กของมนุษย์
1.อะไมเลส
2.ซูเครส ลิเพส
3.เพปซิน ทริปซิน
4.ลิเพส เพปซิน
5.เรนนิน คาร์บอกซิเพปซิเดส
8.ข้อใดเรียงลำดับขนาดของสารจากโมเลกุลใหญ่ไปยังโมเลกุลเล็กได้ถูกต้อง
1.โปรตีน ไดเพปไทด์ พอลิเพปไทด์ กรดอะมิโน
2.กรดอะมิโน พอลิเพปไทด์ ไดเพปไทด์ โปรตีน
3.พอลิเพปไทด์ โปรตีน ไดเพปไทด์ กรดอะมิโน
4.พอลิเพปไทด์ ไดเพปไทด์ กรดอะมิโน โปรตีน
5.โปรตีน พอลิเพปไทด์ ไดเพปไทด์ กรดอะมิโน
9.หากตัดถุงน้ำดีออก ระบบย่อยอาหารจะเป็นอย่างไร
1.ลำไส้ใหญ่จะไม่สังเคราะห์วิตามินเค
2.อะไมเลสในน้ำลายไม่ทำงาน
3.ไม่สามารถสร้างลิเพสได้
4.ไขมันจะไม่สามารถถูกย่อยได้
5.กระเพาะอาหารจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกมากขึ้น
10.อวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์ทุกชนิด จะมีลักษณะสำคัญอย่างไร
1.บางและชื้นตลอดเวลา
2.มีการหมุนเวียนเลือดผ่าน
3.มีพื้นที่ผิวมาก
4.เป็นแผ่นบางๆซ้อนกัน
5.มีอวัยวะพิเศษสำหรับเก็บออกซิเจน
11.ในขณะที่นักเรียนกำลังออกกำลังกาย แล้วรู้สึกเหนื่อยมาก ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มขึ้น ร่างกายจะรักษาสมดุลอย่างไร
1.เพิ่มอัตราการหายใจเพื่อขับโซเดียมไอออนออกจากร่างกาย
2.ลดอัตราการหายใจเพื่อลดการเผาผลาญแก๊สออกซิเจนจากร่างกาย
3.ลดอัตราการหายใจเพื่อขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
4.ลดอัตราการหายใจเพื่อลดการสรา้งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
5.เพิ่มอัตราการหายใจเพื่อขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
12.เพราะเหตุใดขณะนอนหลับอัตราการหายใจจึงช้าลง
1.ร่างกายมีน้ำมาก
2.ความดันเลือดต่ำ
3.เลือดมีความเข้มข้นสูง
4.ปริมาณแก๊สออกซิเจนในเลือดมากขึ้น
5.ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดน้อย
13.โรคปอดบวมมีลักษณะเป็นอย่างไร
1.ถุงลมขาดความยืดหยุ่น
2.พื้นที่ผิวของปอดบวมโตขึ้น
3.ปอดจะพองตัวอยู่ตลอดเวลา
4.ปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอด
5.ทุกข้อเป็นลักษณะของโรคปอดบวม
14.ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1.หัวใจของปลามีเพียงเลือดแดงไหลผ่านเท่านั้น
2.เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำ เข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย
3.เลือดที่มีออกซิเจนต่ำจะอยู่ในหลอดเลือดพัลโมนารีเวน
4.เลือดที่มีออกซิเจนสูงจะอยู่ในหลอดเลือดพัลโมนารีอาร์เตอรี
5.หลอดเลือดดำมีลิ้นหัวใจกั้นภายในหลอดเลือดเช่นเดียวกับหลอดน้ำเหลือง
15.สมศักดิ์เผลอหลับในห้องสมุดในเวลากลางวัน พอสะดุ้งตื่นขึ้นมา มีอาการชาที่แขนข้างที่นอนทับ ไม่มีความรู้สึก ไม่สามารถขยับตัวได้ อาการเหน็บชาของสมศักดิ์เกิดจากสาเหตุใด
1.การขาดวิตามิน บี 12
2.กล้ามเนื้อไม่คลายตัว
3.ขาดการออกกำลังกาย
4.เนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกทับตาย
5.เลือดไม่หมุนเวียน ทำให้เซลล์ประสาทบริเวณเนื้อเยื่อที่แขนชา
16.คนที่มีหมู่เลือด AB จะสามารถรับเลือดได้จากคนที่มีหมู่เลือดใดได้บ้าง
1.A
2.B
3.AB
4.O
5.ทุกหมู่เลือด
17.ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1.ต่อมน้ำเหลืองพบได้ที่บริเวณคอเท่านั้น
2.อาการไข่ดันเกิดจากการบวมของกล้ามเนื้อ
3.น้ำเหลืองมีต้นกำเนิดจากน้ำที่อยู่ระหว่างเซลล์
4.ระบบน้ำเหลืองเป็นระบบหมุนเวียนจึงมีท่อปลายเปิดต่อกันไปเรื่อยๆ
5.เซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดที เป็นเม็ดเลือดขาวที่ถูกสร้างจากต่อมไทมัส
21.ข้อใดอธิบายถึงพลาสมาหรือซีรัมได้ถูกต้อง
1.ซีรัม คือ เลือดที่รวมทั้งเม็ดเลือดและของเหลวในเลือด
2.ซีรัมคือ เลือดที่นำไปปั่น แยกเซลล์เม็ดเลือดแดงออกไป จนได้เป็นของเหลวใส
3.พลาสมาคือ ของเหลวที่แยกเอาโปรตีนและเกล็ดเลือดออกไป
4.พลาสมา มาจากของเหลวระหว่างเซลล์ที่เป็นตัวกลางระหว่างเลือดและน้ำเหลือง
5.พลาสมา คือ ส่วนที่เป็นของเหลวในเลือด ประกอบด้วย น้ำ โปรตีน สารอาหารและไอออนต่างๆ
19.ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคเอดส์
1.จูบกับบุคคลอื่น
2.มีคู่นอนเพียงคนเดียว
3.ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
4.ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
5.ก่อนแต่งงาน ควรมีการตรวจร่างกายและตรวจเลือดอย่างละเอียด
20.อวัยวะขับถ่ายของสัตว์ในข้อใดที่มีลักษณะและทำหน้าที่คล้ายกัน
1.เนฟริเดียมและเฟลมเซลล์
2.ท่อมัลพิเกียนและเนฟริเดียม
3.เฟลมเซลล์และคอนแทร็กไทล์แวคิวโอล
4.คอนแทร็กไทล์แวคิวโอลและเนฟริเดียม
5.คอนแทร็กไทล์แวคิวโอลและท่อมัลพิเกียน
21.มีพลานาเรีย 2 ตัว โดยพลานาเรียตัวที่ 1 อยู่ในน้ำเกลือเจือจาง และพลานาเรียตัวที่ 2 อยู่ในน้ำฝน เฟลมเซลล์ของพลานาเรียทั้ง 2 ตัว จะมีกิจกรรมอย่างไร
1.พลานาเรียตัวที่ 1 มีกิจกรรมมากกว่าพลานาเรียตัวที่ 2
2.พลานาเรียตัวที่ 1 มีกิจกรรมน้อยกว่าตัวที่ 2
3.ไม่ต่างกัน เพราะ เป็นโครงสร้างที่ซับซ้อนปรับตัวได้ดี
4.ไม่ต่างกัน เพราะการทำงานถูกควบคุมโดยของเสียในร่างกาย
22.สัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลานจะขับถ่ายของเสียจากอาหารประเภทโปรตีนออกมาในรูปแบบใด
1.ยูเรีย
2.กรดยูริก
3.แอมโมเนีย
4.แอลแลนตอยส์
5.คาร์บอนไดออกไซด์
23.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ
1.แอมโมเนียมีความเป็นพิษต่ำที่สุด
2.ยูเรียมีความเป็นพิษน้อยกว่าแอมโมเนีย ละลายน้ำได้
3.กรดยูริก มีการสูญเสียนำ้มากกว่าการขับถ่ายรูปแบบอื่นๆ
4.จะพบการขับถ่ายในรูปแบบยูเรียในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมและสัตว์ปีก
24.เพราะเหตุใด น้ำจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในร่างกาย
1.ให้พลังงาน
2.ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย
3.ควบคุมการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย
4.สรา้งเสริมส่วนต่างๆของร่างกายเหมือนกับโปรตีน
5.ช่วยในการย่อยอาหาร ขับถ่ายของเสีย และควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
25.จากภาพ บริเวณใดเกิดกระบวนการกรอง และการหลั่งสาร ตามลำดับ
1.A B
2.B C
3.D E
4.C F
5.A E
26.จากภาพบริเวณใดเกิดกระบวนการลำเลียงสารแบบใช้พลังงาน
1.A B
2.C D
3.D F
4.C F
5.C E
27.เพราะเหตุใดเมื่อดื่มเบียร์ในปริมาณมาก จึงมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
1.ได้รับน้ำในปริมาณมากเข้าสู่ร่างกาย
2.สมองหลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกมากกว่าปกติ
3.แอลกอฮอล์กระตุ้นการทำงานของสมองส่วนซีรีเบลลัม
4.แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหลัง
5.โกลเมอรูลัสถูกกระตุ้นให้ขับแอลกอฮอล์ออกมามากกว่าปกติ
