wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค (ซ่อมเสริม) ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2562

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ปรากฎการณ์ใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาเพื่อรักษาภาวะธำรงดุลของร่างกายมนุษย์

a)

เป็นลม หมดสติ จากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

b)

ขนลุก หนาวสั่น จากอุณหภูมิภายนอกหนาวเย็น

c)

ปวดมึนศีรษะตาพร่ามัว จากระดับความดันในเลือดสูง

d)

หายใจเร็ว ปลายมือปลายเท้าเขียว จากระดับความดันออกซิเจนในเลือดต่ำ

2.

การควบคุมและประสานการทำงานให้ร่างกายสามารถปรับชดเชยและรักษาภาวะธำรงดุลไว้ได้ เป็นหน้าที่หลักของระบบใดบ้าง

a)

ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

b)

ระบบประสาทและต่อมไร้ท่อ

c)

ระบบหายใจและไหลเวียนเลือด

d)

ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายปัสสาวะ

3.

จากภาพแผนภูมิ Homeostatic control system ข้อใดกล่าวถึงหมายเลข 2 ได้ถูกต้อง

a)

ส่งข้อมูลคำสั่งไปยังอวัยวะเป้าหมาย

b)

ตรวจสอบพบสัญญาณความคลาดเคลื่อน

c)

นำกระแสประสาทรับความรู้สึกส่งไปยังสมอง

d)

การตอบสนองของอวัยวะเป้าหมายเพื่อกลับสู่ภาวะธำรงดุล

4.

จากภาพหากเป็นแผนภูมิการควบคุมแรงดันเลือด ตำแหน่ง Receptor (sensor) หมายถึงข้อใด

a)

Baroreceptor

b)

Osmoreceptor

c)

Chemoreceptor

d)

Thermoreceptor

5.

ข้อใดเป็นกลไกการควบคุมร่างกายแบบ negative feedback

a)

กระบวนการตกไข่

b)

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

c)

การหดตัวของกล้ามเนื้อลายแบบรีเฟล็กซ์

d)

การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกขณะการคลอด

6.

จากแผนภูมิ Homeostatic control system of blood calcium level ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน เมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดต่ำลง

a)

PTH; ยับยั้งการขนส่งแคลเซียมเข้าสู่เซลล์

b)

PTH; เพิ่มการดูดกลับแคลเซียมที่ไตและทางเดินอาหาร

c)

Calcitonin; กระตุ้นการสร้างกระดูกและเพิ่่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ

d)

Calcitonin; กระตุ้นการสลายกระดูกและยับยั้งการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ

7.

จากแผนภูมิเมื่ออุณหภูมิภายนอกลดลง ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายอันดับแรก คือข้อใด

a)

Shivering

b)

Piloerection

c)

Vasodilatation

d)

Vasoconstriction

8.

ปฏิกิริยาตอบสนองใดของร่างกายที่ทำให้เกิด heat loss

a)

ขนลุก หนาวสั่น

b)

หน้าซีด มือเท้าเย็น

c)

หน้าแดง เหงื่อออกมาก

d)

อัตราการเต้นของชีพจรและการหายใจช้าลง

9.

กิจกรรมการพยาบาลใด ช่วยระบายความร้อนออกสู่ภายนอกร่างกายโดยอาศัยการพา (convection)

a)

การเช็ดตัวลดไข้

b)

แนะนำให้พักผ่อน

c)

กระตุ้นให้ดื่มน้ำมาก ๆ

d)

ปรับลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ

10.

กิจกรรมการพยาบาลใด คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตาม circadian rhythm

a)

การวัดความดันโลหิต หลังจากนั่งพักประมาณ 30 นาที

b)

การนับอัตราการเต้นของชีพจรและการหายใจขณะนอนหลับ

c)

การเจาะน้ำตาลในเลือดช่วงเช้าหลังงดน้ำและอาหารมากกว่า 8 ชั่วโมง

d)

การวัดอุณหภูมิกายตอนตื่นนอนก่อนลุกจากที่นอนหรือทำกิจกรรมใด ๆ

11.

ข้อใดมีความหมายตรงกับคำว่า “Acclimatization”

a)

การปรับอุณหภูมิกายให้ต่ำลงเพื่อการผ่าตัดเปิดหัวใจ

b)

การปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติของชาวเอสกิโม

c)

การปรับตั้งอุณหภูมิที่จุดกำหนดให้สูงขึ้นทำให้เกิดภาวะไข้

d)

การสูญเสียระบบควบคุมอุณหภูมิกายทำให้อุณหภูมิแกนสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส

12.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

ยอมให้สารที่มีประจุบวกผ่านได้ดีกว่าสารที่ไม่มีประจุ

b)

ยอมให้สารที่มีประจุลบผ่านได้ดีกว่าสารที่มีประจุบวก

c)

ยอมให้สารที่มีขนาดเล็กผ่านได้ดีกว่าสารที่มีขนาดใหญ่

d)

ยอมให้สารที่ละลายในไขมันผ่านได้ดีกว่าสารที่ละลายในน้ำ

13.

องค์ประกอบของที่เป็น cholesterol ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบัติใด

a)

Excitability

b)

Lipid bilayer

c)

Fluid Mosaic model

d)

Semipermeable membrane

14.

สารตัวใดถูกขนส่งผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยอาศัย transmembrane protein

a)

O2

b)

CO2

c)

Glucose

d)

Benzene

15.

ข้อใดอธิบายกระบวนการ osmosis ได้ถูกต้อง

a)

การเคลื่อนที่ของน้ำจากด้านที่มี osmotic pressure ต่ำไปยังด้านที่่สูงกว่า

b)

การเคลื่อนที่ของสารจากด้านที่มี osmotic pressure สูงไปยังด้านที่ต่ำกว่า

c)

การเคลื่อนที่ของน้ำจากด้านที่มี

hydrostatic pressure ต่ำไปยังด้านที่สูงกว่า

d)

การเคลื่อนที่ของสารจากด้านที่มี hydrostatic pressure สูงไปยังด้านที่ต่ำกว่า

16.

ข้อใดเป็นการขนส่งสารต้าน concentration gradient

a)

การขนส่ง glucose เข้าสู่เซลล์โดยอาศัย GLUT4

b)

การขนส่ง K+ ออกนอกเซลล์โดยอาศัย K+ channel ขณะเซลล์พัก

c)

การขนส่ง Na+ ออกนอกเซลล์โดยอาศัย Na+ channel ขณะเซลล์ถูกกระตุ้น

d)

การขนส่ง Na+ ออกนอกเซลล์และขนส่ง K+ เข้าสู่เซลล์โดยอาศัย Na+K+ -ATPase

17.

ข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติ “Saturation” ของการขนส่งสารแบบ facilitated diffusion ได้ถูกต้อง

a)

การที่ carrier เลือกขนส่งสารเฉพาะบางชนิดเท่านั้น

b)

การที่ carrier ต้องขนส่งสารมากกว่า 1 ชนิดไปพร้อมกัน

c)

การขนส่งสารถูกยับยั้งเนื่องจากมีการแย่งจับ carrier จากสารอื่น

d)

การเพิ่ม concentration gradient ไม่ทำให้อัตราการขนส่งสารของ carrier เพิ่มขึ้น

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานของ Na+K+ -ATPase

a)

นำ 3 Na+ และ 2 K+ เข้าสู่เซลล์

b)

นำ 3 Na+ ออกจากเซลล์และ 2 K+ เข้าสู่เซลล์

c)

นำ 2 Na+ ออกจากเซลล์และ 3 K+ เข้าสู่เซลล์

d)

นำ 3 Na+ เข้าสู่เซลล์และ 2 K+ ออกนอกเซลล์

19.

วิธีใดเป็นการขนส่ง peptide hormone จากเซลล์ต่อมไร้ท่อออกสู่กระแสเลือดเพื่อไปออกฤทธิ์ยังเซลล์เป้าหมาย

a)

Exocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Endocytosis

d)

Phagocytosis

20.

ข้อใดเป็นความหมายของ Resting membrane potential (RMP)

a)

สัญญาณไฟฟ้าที่เซลล์ประสาทสร้างขึ้นและอยู่กับที่

b)

สัญญาณไฟฟ้าที่เซลล์ประสาทสร้างขึ้นแล้วเคลื่อนที่ส่งต่อไป

c)

ความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างภายในเซลล์กับภายนอกเซลล์ขณะพัก

d)

ความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างภายในเซลล์กับภายนอกเซลล์ขณะถูกกระตุ้น

21.

การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารใดในพลาสมา ส่งผลให้ RMP มีค่าเป็นลบเพิ่มขึ้น

a)

K+ ลดลง

b)

Cl- ลดลง

c)

Na+ เพิ่มขึ้น

d)

Ca2+ เพิ่มขึ้น

22.

Depolarization เกิดจากอิทธิพลการเคลื่อนที่ของไอออนใดเป็นหลัก

a)

การเคลื่อนที่ของ K+ เข้าสู่เซลล์

b)

การเคลื่อนที่ของ Na+ เข้าสู่เซลล์

c)

การเคลื่อนที่ของ K+ ออกนอกเซลล์

d)

การเคลื่อนที่ของ Na+ ออกนอกเซลล์

23.

กลไกใดไม่เกี่ยวข้องกับการเกิด Repolarization

a)

Na+ channel inactivation

b)

การทำงานของ Na+K+ pump

c)

การเปิดของ Na+ channel ขณะถูกกระตุ้น

d)

การขนส่ง K+ ตาม concentration gradient

24.

การส่งสัญญาณประสาทผ่าน synaptic cleft เป็นการสื่อสารระหว่างเซลล์แบบใด

a)

Paracrine

b)

Autocrine

c)

Endocrine

d)

Signaling across gap junction

25.

ข้อใดเป็นกลไกแรกที่เกิดขึ้นบน postsynaptic membrane หลังจาก receptor จับกับสารสื่อประสาท

a)

K+ channel ปิด ทำให้เกิด repolarization

b)

K+ channel เปิด ทำให้เกิด depolarization

c)

Na+ channel เปิด ทำให้เกิด depolarization

d)

Ca2+ channel ปิด ทำให้เกิด hyperpolarization

26.

ไอออนใดเหนี่ยวนำให้สารสื่อประสาทถูก exocytosis จากปลายประสาทเข้าสู่ synaptic cleft

a)

K+

b)

Na+

c)

Ca2+

d)

Mg2+

27.

จากแผนภูมิแสดงการขนส่งฮอร์โมนตัวใดเข้าสู่เซลล์

a)

Insulin

b)

Cortisol

c)

Glucagon

d)

Thyroid hormone

28.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติที่เหมือนกันระหว่าง Neuron และ muscle cell

a)

Elasticity

b)

Excitability

c)

Extensibility

d)

Contractility

29.

Organelle ใดของเซลล์กล้ามเนื้อลายเป็นที่เก็บสะสม Ca2+

a)

Sarcoplasm

b)

Sarcolemma

c)

Mitochondria

d)

Sarcoplasmic reticulum

30.

สารสื่อประสาทตัวใด ถูกหลั่งจาก presynaptic terminal ของปลายประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อลาย

a)

GABA

b)

Dopamine

c)

Acetylcholine

d)

Norepinephrine

31.

ข้อใดคือ Thick filament

a)

Actin

b)

Myosin

c)

Tropomyosin

d)

Troponin complex

32.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ A-band

a)

พบเพียง Actin filament

b)

พบเพียง Myosin filament

c)

พบทั้ง Actin และ Myosin filament

d)

ไม่พบทั้ง Actin และ Myosin filament

33.

กลไกใดของ Ca2+ ส่งผลให้ myosin binding sites เปิดออก

a)

จับกับ troponin C

b)

ถูกขนจาก sarcoplasm กลับเข้าสู่ SR

c)

ถูกหลั่งออกจาก SR เข้าสู่ sarcoplasm

d)

เข้าสู่เซลล์ของ motor neuron บริเวณ axon terminal

34.

การกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ physiological resting length จะทำให้เกิดแรงตึงสูงที่สุด เพราะเหตุใด

a)

Myosin และ actin ไม่มีการประสานกัน

b)

Myosin และ actin ถูกดึงหลุดออกจากกัน

c)

Myosin และ actin จับกันได้พอดีทุกโมเลกุล

d)

Myosin และ actin ประสานจนปลาย actin เกยกัน

35.

จากแผนภูมิของ Cross bridge cycle สารตัวใดทำให้ Myosin ปล่อย Actin ออกจากกัน

a)

Pi

b)

Ca2+

c)

ATP

d)

ADP

36.

กล้ามเนื้อมัดใดมี Motor unit ขนาดเล็กที่สุด

a)

Soleus muscle

b)

Gastrocnemius

c)

Gluteus maximus

d)

Superior rectus muscle

37.

ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (Tetanic contraction) เกิดจากสาเหตุใด

a)

การเพิ่มจำนวน motor unit ที่ถูกกระตุ้น

b)

การเพิ่มความถี่ในการหดตัวของกล้ามเนื้อ

c)

การกระตุ้นในขณะ absolute refractory period

d)

การเพิ่มความแรงของกระแสประสาทจากระดับ threshold ขึ้นไป

38.

การยืนทรงตัวต้านแรงโน้มถ่วงของโลก เป็นการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบใด

a)

Isotonic contraction

b)

Eccentric contraction

c)

Isometric contraction

d)

Concentric contraction

39.

กล้ามเนื้อขาและน่องของนักวิ่งมาราธอน ควรพบ muscle fiber ชนิดใดมากที่สุด

a)

Slow twitch muscle Type 1

b)

Fast twitch muscle Type 2A

c)

Fast twitch muscle Type 2B

d)

Slow twitch muscle Type C

40.

โครงสร้างใดของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นช่องทางให้กระแสไฟฟ้าผ่านไปได้ง่ายและรวดเร็ว

a)

Desmosome

b)

Gap junction

c)

Synaptic cleft

d)

Intercalated disc

41.

เซลล์ชนิดใดเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจหดตัว

a)

Contractile cell

b)

Pacemaker cell

c)

Conducting cell

d)

Cardiac muscle cell

42.

จากกราฟแสดงการเกิด action potential ของกล้ามเนื้อหัวใจ หมายเลข 2 ตรงกับระยะใด

a)

Depolarization; การเปิดของ Na+ channel

b)

Early repolarization; การปิดของ Na+ channel

c)

Plateau; การเปิดอย่างช้า ๆ ของ Ca2+ channel ในขณะที่ K+ channel ปิด

d)

Repolarization; การปิดของ Ca2+ channel ในขณะที่ K+ channel เปิดอย่างช้า ๆ

43.

จากแผนภูมิ Starling’s law of the heart ตำแหน่งใด (นับจากซ้ายไปขวา) ส่งผลให้แรงการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง เนื่องจากปริมาตรเลือดที่กลับเข้าสู่หัวใจมากเกินไป

a)

ตำแหน่งที่ 1

b)

ตำแหน่งที่ 2

c)

ตำแหน่งที่ 3

d)

ตำแหน่งที่ 4

44.

กล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะใด สามารถหดตัวได้เองเป็นจังหวะติดต่อกัน (Syncytium)

a)

กล้ามเนื้อม่านตา

b)

กล้ามเนื้อรูขุมขน

c)

กล้ามเนื้อรอบดวงตา

d)

กล้ามเนื้อผนังกระเพาะอาหาร

45.

โครงสร้างใด ทำหน้าที่เป็นโครงร่างยึด contractile protein ขณะการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ

a)

Caveola

b)

Dense body

c)

Sarcolemma

d)

Sarcoplasmic reticulum

46.

กลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ เกิดจาก Ca2+ จับกับโปรตีนตัวใดในเซลล์

a)

Calponin

b)

Troponin C

c)

Caldesmon

d)

Calmodulin

47.

จากกราฟแสดงการเกิด action potential ของกล้ามเนื้อเรียบ กลไกการเกิด depolarization เกิดจากการเคลื่อนเข้าเซลล์ของสารไอออนตัวใด

a)

H+

b)

K+

c)

Na+

d)

Ca2+

48.

ข้อใดเป็นหน้าที่การทำงานของระบบประสาทสั่งการ

a)

การได้ยิน

b)

การรับรส

c)

การทรงตัว

d)

การมองเห็น

49.

สมองส่วนใดเป็นศูนย์ควบคุมภาวะธำรงดุลของร่างกาย

a)

Pons

b)

Thalamus

c)

Hypothalamus

d)

Medulla oblongata

50.

สมองส่วนใด เกี่ยวข้องกับอารมณ์และพฤติกรรม

a)

Thalamus

b)

Limbic system

c)

Hypothalamus

d)

Substantia nigra

51.

อวัยวะใดจะได้รับวิถีสั่งการจาก CNS ผ่าน somatic nervous system

a)

ต่อมไทรอยด์

b)

กล้ามเนื้อน่อง

c)

กล้ามเนื้อหัวใจ

d)

กล้ามเนื้อกระเพาอาหาร

52.

ข้อใดเป็น neurotransmitter ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองส่วน substantia nigra

a)

Serotonin

b)

Dopamine

c)

Acetylcholine

d)

Norepinephrine

53.

ส่วนใดของ Basal ganglia ไม่เกี่ยวข้อง กับการควบคุม motor activity ต่าง ๆ ของร่างกาย

a)

Putamen

b)

Amygdala

c)

Globus pallidus

d)

Caudate nucleus

54.

ข้อใดเป็นวิถีประสาทสั่งการที่มี upper motor neuron อยู่ใน cerebral cortex

a)

Rubrospinal tract

b)

Corticobulbar tract

c)

Pontine reticulospinal tract

d)

Medullary reticulospinal tract

55.

ข้อใดเป็นผลจากการกระตุ้น parasympathetic nervous system

a)

ม่านตาหดเล็กลง

b)

หลอดลมขยายตัว

c)

หัวใจเต้นเร็วและแรง

d)

ทางเดินอาหารเคลื่อนไหวลดลง

56.

ข้อใดเป็นการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนจาก anterior pituitary glands

a)

Neural stimulus

b)

Humoral stimulus

c)

Hormonal stimulus

d)

Environmental stimulus

57.

จากภาพแผนภูมิ Target gland ของ ACTH คือข้อใด

a)

Liver

b)

Breasts

c)

Thyroid gland

d)

Adrenal cortex

58.

ฮอร์โมนตัวใดออกฤทธิ์ผ่าน cAMP ในเซลล์

a)

PTH

b)

ADH

c)

Insulin

d)

Aldosterone

59.

ข้อใดเป็น antagonistic hormone ของ Insulin

a)

Glucagon

b)

Somatostatin

c)

Glucocorticoid

d)

Thyroid hormone

60.

จากภาพแสดง Reflex reaction ข้อใดเป็น Sensory receptor

a)

Propioceptor

b)

Baroreceptor

c)

Stretch receptor

d)

Chemoreceptor

Similar Resources on Wayground