wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาคบัญชีชั้นสูง2

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

งบการเงินรวม ณ วันซื้อหุ้นได้แก่งบอะไรบ้าง

a)

งบกำไรขาดทุนรวม

b)

งบกำไรสะสม

c)

งบดุลรวม

d)

งบกระแสเงินสด

2.

ราคาซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยจะมีราคาใดบ้าง

a)

ราคาตามบัญชี

b)

ราคาสูงกว่าราคาตามบัญชี

c)

ราคาต่ำกว่าราคาตามบัญชี

d)

ถูกทุกข้อ

3.

ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท ทุ่งแสงตะวัน จำกัด เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2546 เป็นดังนี้ ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 40,000 บาท และกำไนระสม 60,000 บาท

ถ้าบริษัทแห่งหนึ่งซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ทุ่งแสงตะวัน จำกัด 80% ในราคาตามบัญชีบริษัทจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าใด

a)

160,000 บาท

b)

200,000 บาท

c)

240,000 บาท

d)

300,000 บาท

4.

ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท ทุ่งแสงตะวัน จำกัด เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2546 เป็นดังนี้ ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 40,000 บาท และกำไรสะสม 60,000 บาท

ถ้าบริษัทแห่งหนึ่งซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ทุ่งแสงตะวัน จำกัด 100% ในราคาตามบัญชี บริษัทจะต่องจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

200,000 บาท

b)

240,000 บาท

c)

260,000 บาท

d)

300,000 บาท

5.

ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท ทุ่งแสงตะวัน จำกัด เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2546 เป็นดังนี้ ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 40,000 บาท และกำไรสะสม 60,000 บาท

ถ้าบริษัทแห่งหนึ่งซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ทุ่งแสงตะวัน จำกัด 100% ในราคาสูงกว่าราคาตามบัญชี 10% บริษัทจะต่องจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

220,000 บาท

b)

264,000 บาท

c)

286,000 บาท

d)

330,000 บาท

6.

สาเหตุของการซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยสูงกว่าราคาตามบัญชีคืออะไร

a)

บริษัทย่อยบันทึกบัญชีผิดหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป

b)

บริษัทใหญ่บันทึกบัญชีผิด เป็นสาเหตุให้เงินลงทุนผิด

c)

เกิดค่าความนิยมในการรวมกิจการ

d)

ถูกทุกข้อ

7.

รายการตัดบัญชีจะมีกี่รายการ

a)

1 รายการ

b)

2 รายการ

c)

3 รายการ

d)

4 รายการ

8.

ช่องรายการปรับปรุงและตัดบัญชีจะมียอดรวมเท่าใด

a)

7,500 บาท

b)

67,500 บาท

c)

100,500 บาท

d)

285,500 บาท

9.

งบดุลรวมจะมียอดเท่าใด

a)

67,500 บาท

b)

252,500 บาท

c)

285,500 บาท

d)

353,000 บาท

10.

MI จะมียอดเท่ากับเท่าใด

a)

7,500 บาท

b)

67,500 บาท

c)

100,500 บาท

d)

285,500 บาท

11.

งบการเงินรวมหลังวันซื้อหุ้นได้แก่งบอะไรบ้าง

a)

งบกำไรขาดทุนรวม

b)

งบกำไรสะสมรวม

c)

งบดุลรวม

d)

ถูกทุกข้อ

12.

การตัดบัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยกับส่วนได้เสียของบริษัทใหญ่ที่มีในบริษัทย่อยวิธีส่วนได้เสียในราคาตามบัญชี จะมีการตัดบัญชีกี่คู่

a)

1 คู่

b)

2 คู่

c)

3 คู่

d)

4 คู่

13.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 350,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (2,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) 200,000 บาท

กำไรสะสม 160,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 40,000 บาท

บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยในราคาใด

a)

ราคาตามบัญชี

b)

ราคาสูงกว่าราคาตามบัญชี

c)

ราคาต่ำกว่าราคาตามบัญชี

d)

คำนวณไม่ได้

14.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 350,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (2,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) 200,000 บาท

กำไรสะสม 160,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 40,000 บาท

ในกรณที่บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยไม่เชท่ากับราคาในบัญชี ท่านคิดว่าเกิดจากสาเหตุใด

a)

บริษัทย่อยตีราคาสินค้าคงเหลือไม่ถูกต้อง

b)

มีค่าความนิยมเกิดขึ้น

c)

มูลค่ายุติธรรมของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สูงหรือต่ำกว่าราคาตามบัญชี

d)

มีความเป็นไปได้ทุกข้อ

15.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 350,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (2,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) 200,000 บาท

กำไรสะสม 160,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 40,000 บาท

ถ้าบริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคาตามบัญชี บริษัทใหญ่จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าใด

a)

160,000 บาท

b)

192,000 บาท

c)

288,000 บาท

d)

320,000 บาท

16.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคา 100,000 บาท ณ วันนั้นส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทย่อยประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 150 บาท) 75,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 15,000 บาท

กำไรสะสม 25,000 บาท

บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะการตีราคาสินค้าคงเหลือของบริษัทย่อยในปี 2545 บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 27,500 บาทและจ่ายเงินปันผล 3,500 บาท

ส่วนเกินของราคาทุนที่สูงกว่าราคาตามบัญชีเท่ากับเท่าใด

a)

8,000 บาท

b)

10,000 บาท

c)

15,000 บาท

d)

0 บาท

17.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคา 100,000 บาท ณ วันนั้นส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทย่อยประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 150 บาท) 75,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 15,000 บาท

กำไรสะสม 25,000 บาท

บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะการตีราคาสินค้าคงเหลือของบริษัทย่อยในปี 2545 บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 27,500 บาทและจ่ายเงินปันผล 3,500 บาท

การบันทึกรายได้จากบริษัทย่อยจะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต รายได้จากบริษัทย่อย 27,500 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 27,500

b)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 22,000 เครดิต รายได้จากบริษัทย่อย 22,000

c)

เดบิต เงินสด 27,500 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 27,500

d)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 22,000 เครดิต เงินสด 22,000

18.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคา 100,000 บาท ณ วันนั้นส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทย่อยประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 150 บาท) 75,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 15,000 บาท

กำไรสะสม 25,000 บาท

บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะการตีราคาสินค้าคงเหลือของบริษัทย่อยในปี 2545 บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 27,500 บาทและจ่ายเงินปันผล 3,500 บาท

การบันทึกการรับเงินปันผลจะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 3,500 เครดิต รายได้จากบริษัทย่อย 3,500

b)

เดบิต รายได้จากบริษัทย่อย 2,800 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 2,800

c)

เดบิต เงินสด 3,500 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 3,500

d)

เดบิต เงินสด 2,800 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 2,800

19.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคา 100,000 บาท ณ วันนั้นส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทย่อยประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 150 บาท) 75,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 15,000 บาท

กำไรสะสม 25,000 บาท

บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะการตีราคาสินค้าคงเหลือของบริษัทย่อยในปี 2545 บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 27,500 บาทและจ่ายเงินปันผล 3,500 บาท

การบันทึกการจำหน่ายส่วนเกินของราคาทุนที่สูงกว่าราคาตามบัญชีจะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต รายได้จากบริษัทย่อย

10,000 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 10,000

b)

เดบิตรายได้จากบริษัทย่อย 8,000 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 8,000

c)

เดบิต เงินสด 8,000 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 8,000

d)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 8,000 เครดิต เงินสด 8,000

20.

การตัดรายการซื้อขายสินค้าระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัทย่อยวิธี Perpetual Inventory Method จะตัดบัญชีอย่างไร

a)

เดบิต ขายสินค้า เครดิต ซื้อสินค้า

b)

เดบิต ซื้อสินค้า เครดิต ขายสินค้า

c)

เดบิต ขายสินค้า เครดิต ต้นทุนขาย

d)

เดบิต ต้นทุนขาย เครดิต ขายสินค้า

21.

ในกรณีที่บริษัทใหญ่และบริษัทย่อยมีการซื้อขายสินทรัพย์ระหว่างกัน จะต้องตัดรายการซื้อขายระหว่างกันและกำไรในสินทรัพย์ระหว่างกันด้วยทั้งนี้เพราะอะไร

a)

การแสดงรายการสินทรัพย์ในงบดุลรวมจะต้องแสดงด้วยราคาทุนเสมอ

b)

งบการเงินจะไม่ลงตัว

c)

จะปรากฏบัญชีกำไรขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์

d)

ถูกทุกข้อ

22.

การตัดกำไรในสินค้าต้นปี ในสมุดบัญชีของบริษัทใหญ่จะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต รายได้จากบริษัทย่อย เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

b)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต รายได้จากบริษัทย่อย

c)

เดบิตเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต สินค้าต้นปี

d)

เดบิตสินค้าต้นปี เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

23.

การตัดกำไรในสินค้าปลายปี ในสมุดบัญชีของบริษัทใหญ่จะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต รายได้จากบริษัทย่อย เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

b)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต รายได้จากบริษัทย่อย

c)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต สินค้าต้นปี

d)

เดบิต สินค้าต้นปี เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

24.

เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 90,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ) 50,000 บาท

กำไรสะสม 40,000 บาท

ในระหว่างปี 2545 บริษัทใหญ่ขายสินค้าให้บริษัทย่อยเป็นเงิน 35,000 บาท มีกำไรในสินค้าปลายปี 3,000 บาท บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำปีจำนวน 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 10,000 บาท

การตัดรายการซื้อ-ขายสินค้าจะตัดเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

3,000 บาท

b)

32,000 บาท

c)

35,000 บาท

d)

โจทย์ไม่ได้ระบุ

25.

เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 90,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ) 50,000 บาท

กำไรสะสม 40,000 บาท

ในระหว่างปี 2545 บริษัทใหญ่ขายสินค้าให้บริษัทย่อยเป็นเงิน 35,000 บาท มีกำไรในสินค้าปลายปี 3,000 บาท บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำปีจำนวน 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 10,000 บาท

การตัดกำไรในสินค้าปลายปีจะตัดเท่ากับเท่าใด

a)

3,000 บาท

b)

32,000 บาท

c)

35,000 บาท

d)

โจทย์ไม่ได้ระบุ

26.

เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 90,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ) 50,000 บาท

กำไรสะสม 40,000 บาท

ในระหว่างปี 2545 บริษัทใหญ่ขายสินค้าให้บริษัทย่อยเป็นเงิน 35,000 บาท มีกำไรในสินค้าปลายปี 3,000 บาท บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำปีจำนวน 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 10,000 บาท

บัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2545 จะมีจำนวนเท่าใด

a)

90,000 บาท

b)

130,000 บาท

c)

117,000 บาท

d)

140,000 บาท

27.

เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 90,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ) 50,000 บาท

กำไรสะสม 40,000 บาท

ในระหว่างปี 2545 บริษัทใหญ่ขายสินค้าให้บริษัทย่อยเป็นเงิน 35,000 บาท มีกำไรในสินค้าปลายปี 3,000 บาท บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำปีจำนวน 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 10,000 บาท

กำไรระหว่างบริษัทในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่ไม่มีค่าเสื่อมราคาได้แก่กำไรในข้อใด

a)

ที่ดิน

b)

อาคาร

c)

อุปกรณ์สำนักงาน

d)

ถูกทุกข้อ

28.

เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 100% ในราคา 90,000 บาท บัญชีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้นประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ (500 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ) 50,000 บาท

กำไรสะสม 40,000 บาท

ในระหว่างปี 2545 บริษัทใหญ่ขายสินค้าให้บริษัทย่อยเป็นเงิน 35,000 บาท มีกำไรในสินค้าปลายปี 3,000 บาท บริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำปีจำนวน 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 10,000 บาท

กำไรระหว่างบริษัทในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่มีค่าเสื่อมราคาได้แก่กำไรในข้อใด

a)

ยานพาหนะ

b)

อาคาร

c)

อุปกรณ์สำนักงาน

d)

ถูกทุกข้อ

29.

ถ้าบริษัทใหญ่ขายที่ดินให้บริษัทย่อยและบริษัทใหญ่ถือหุ้นบริษัทย่อย 100% หรือไม่เต็ม 100% เช่นมีกำไร 20,000 บาท การตัดบัญชีกำไรในกระดาษทำการในปีที่ 1 จะตัดอย่างไร

a)

เดบิตเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 20,000

เครดิต ที่ดิน 20,000

b)

เดบิต ที่ดิน 20,000 เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 20,000

c)

เดบิต กำไรจากการขายที่ดิน 20,000

เครดิต ที่ดิน 20,000

d)

เดบิต ที่ดิน 20,000 เครดิต กำไรจากการขายที่ดิน 20,000

30.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 90% ในราคาตามบัญชี ในวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ขายอาคารให้บริษัทย่อยโดยบวกกำไรไว้ 40,000 บาท อาคารดังกล่าวมีอายุการใช้งานคงเหลือ 10 ปี นับจากวันที่ขาย การบันทึกรายการปรับปรุงค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคารจะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต ค่าเสื่อมราคา-อาคาร 40,000

เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคาร 40,000

b)

เดบิต ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคาร 40,000 เครดิต ค่าเสื่อมราคา-อาคาร 40,000

c)

เดบิต อาคาร 40,000 เครดิต กำไรจากการขายอาคาร 40,000

d)

เดบิต กำไรจากการขายอาคาร 40,000 เครดิต อาคาร 40,000

31.

ถ้าบริษัทใหญ่บันทึกบัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยด้วยวิธีราคาทุน การตัดบัญชีเพื่อทำงบการเงินรวมจะทำได้อย่างไรบ้าง

a)

ตัดบัญชีเงินลงทุนตามวิธีราคาทุน

b)

ตัดบัญชีเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย

c)

เปลี่ยนบัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยจากวิธีราคาทุนเป็นวิธีส่วนได้เสียและตัดบัญชี

d)

ตัดบัญชีตามวิธีที่ตกลง

32.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เชียงราย จำกัด 90% ในราคา 270,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท เชียงราย จำกัด ประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 50,000 บาท

กำไรสะสม 45,000 บาท

รวม 295,000 บาท

ในปี 2544 บริษัท เชียงราย จำกัด มีกำไรสุทธิ 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 15,000 บาท บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะค่าความนิยม ซึ่งจะตัดจำหน่ายให้หมดภายใน 5 ปี

ค่าความนิยมมีจำนวนเท่ากับเท่าใด

a)

900 บาท

b)

4,500 บาท

c)

5,000 บาท

d)

25,000 บาท

33.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เชียงราย จำกัด 90% ในราคา 270,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท เชียงราย จำกัด ประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 50,000 บาท

กำไรสะสม 45,000 บาท

รวม 295,000 บาท

ในปี 2544 บริษัท เชียงราย จำกัด มีกำไรสุทธิ 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 15,000 บาท บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะค่าความนิยม ซึ่งจะตัดจำหน่ายให้หมดภายใน 5 ปี

จำนวนเงินปันผลที่ต้องตัดบัญชีจะมีจำนวนเท่าใด

a)

13,500 บาท

b)

15,000 บาท

c)

25,000 บาท

d)

40,000 บาท

34.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เชียงราย จำกัด 90% ในราคา 270,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท เชียงราย จำกัด ประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 50,000 บาท

กำไรสะสม 45,000 บาท

รวม 295,000 บาท

ในปี 2544 บริษัท เชียงราย จำกัด มีกำไรสุทธิ 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 15,000 บาท บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะค่าความนิยม ซึ่งจะตัดจำหน่ายให้หมดภายใน 5 ปี

การบันทึกรายการตัดปันผลระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัทย่อยจะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต เงินปันผลรับ เครดิต เงินปันผลจ่าย-บจก.เชียงราย

b)

เดบิต เงินปันผลค้างรับ เครดิต เงินปันผลจ่าย-บจก.เชียงราย

c)

เดบิต เงินปันผลรับ เครดิต เงินปันผลค้างจ่าย-บจก.เชียงราย

d)

เดบิต เงินปันผลจ่าย-บจก.เชียงราย เครดิต เงินปันผลรับ

35.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เชียงราย จำกัด 90% ในราคา 270,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท เชียงราย จำกัด ประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 50,000 บาท

กำไรสะสม 45,000 บาท

รวม 295,000 บาท

ในปี 2544 บริษัท เชียงราย จำกัด มีกำไรสุทธิ 40,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 15,000 บาท บริษัท เชียงใหม่ จำกัด ซื้อหุ้นสูงกว่าราคาตามบัญชีเพราะค่าความนิยม ซึ่งจะตัดจำหน่ายให้หมดภายใน 5 ปี

การบันทึกรายการตัดจำหน่ายค่าความนิยมจะบันทึกอย่างไร

a)

เดบิต ค่าความนิยม เครดิต ค่าความนิยมตัดบัญชี

b)

เดบิต ค่าความนิยมตัดบัญชี เครดิต ค่าความนิยม

c)

เดบิต ค่าความนิยม เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

d)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต ค่าความนิยมตัดบัญชี

36.

การเปลี่ยนบัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยจากวิธีราคาทุนเป็นวิธีส่วนได้เสียนั้น จะบันทึกรายการยกเลิกเงินปันผลรับอย่างไร

a)

เดบิต เงินปันผลรับ เครดิต เงินปันผลจ่าย-บริษัทย่อย

b)

เดบิต เงินปันผลจ่าย-บริษัทย่อย เครดิต เงินปันผลรับ

c)

เดบิต เงินปันผลรับ เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

d)

เดบิต เงินปันผลจ่าย-บริษัทย่อย เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

37.

การเปลี่ยนบัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยจากวิธีราคาทุนเป็นวิธีส่วนได้เสียนั้น จะบันทึกรายการรายได้จากบริษัทย่อยอย่างไร

a)

เดบิต เงินปันผลรับ เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

b)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต เงินปันผลรับ

c)

เดบิต รายได้จากบริษัทย่อย เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

d)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต รายได้จากบริษัทย่อย

38.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคา 90,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้น ประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท

กำไรสะสม 25,000 บาท

รวม 225,000 บาท

ในปี 2545 บริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 6,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 2 ใน 3 ของกำไรสุทธิ บริษัทใหญ่ ซื้อหุ้นต่ำกว่าราคาตามบัญชีเพราะอาคาร ซึ่งมีอายุการใช้งานเหลืออีก 10 ปี

การบันทึกรายการปรับปรุงสาเหตุที่บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นต่ำกว่าราคาตามบัญชีคือข้อใด

a)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต อาคาร

b)

เดบิต อาคาร เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

c)

เดบิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย เครดิต ค่าความนิยม

d)

เดบิต ค่าความนิยม เครดิต เงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย

39.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 บริษัทใหญ่ซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อย 80% ในราคา 90,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย ณ วันนั้น ประกอบด้วย

ทุน-หุ้นสามัญ 200,000 บาท

กำไรสะสม 25,000 บาท

รวม 225,000 บาท

ในปี 2545 บริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 6,000 บาท และจ่ายเงินปันผล 2 ใน 3 ของกำไรสุทธิ บริษัทใหญ่ ซื้อหุ้นต่ำกว่าราคาตามบัญชีเพราะอาคาร ซึ่งมีอายุการใช้งานเหลืออีก 10 ปี

บริษัทใหญ่ได้รับเงินปันผลเป็นจำนวนเท่าใด

a)

3,200 บาท

b)

4,000 บาท

c)

4,800 บาท

d)

6,000 บาท

40.

การเปลี่ยนบัญชีเงินลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทย่อยจากวิธีราคาทุนเป็นวิธีส่วนได้ส่วนเสียนั้น จะบันทึกกำไรสะสมของบริษัทใหญ่ที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเท่าใด

a)

1,600 บาท

b)

3,200 บาท

c)

4,000 บาท

d)

6,000 บาท

41.

ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรคือประเทศใด

a)

ประเทศสหรัฐอเมริกา

b)

ประเทศจีน

c)

ประเทศอังกฤษ

d)

ประเทศญี่ปุ่น

42.

การปริวรรตเงินตราหมายถึงอะไร

a)

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้เป็นเงินบาท

b)

การแลกเปลี่ยนเงินสกุลหนึ่งไปเป็นอีกสกุลหนึ่ง

c)

กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

d)

ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

43.

ถ้าท่านต้องการทราบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันใดวันหนึ่ง ท่านจะดูได้จากที่ใด

a)

หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์

b)

ธนาคารพาณิชย์

c)

เว็บไซด์ที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน

d)

ถูกทุกข้อ

44.

กิจการแห่งหนึ่งในประเทศไทย สั่งซื้อสินค้าจากประเทศอังกฤษเป็นเงิน £ 5,000 อัตราแลกเปลี่ยนในวันนี้ £ 1 = 58 บาท กำหนดชำระหนี้ภายใน 30 วัน ต่อมาจ่ายชำระหนี้อัตราแลกเปลี่ยนในวันนั้น £ 1 = 60 บาท อยากทราบว่ากิจการจะกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

ขาดทุน 2 บาท

b)

กำไร 2 บาท

c)

ขาดทุน 10,000 บาท

d)

กำไร 10,000 บาท

45.

กิจการแห่งหนึ่งในประเทศไทย จำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น เป็นเงิน ¥ 200,000 อัตราแลกเปลี่ยนในวันนี้ ¥ 100 = 35 บาท กำหนดให้ชำระหนี้ภายใน 60 วัน ต่อมากิจการได้รับชำระหนี้อัตราแลกเปลี่ยนในวันนั้น ¥ 100 = 37 บาท อยากทราบว่ากิจการจะกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

ขาดทุน 2 บาท

b)

กำไร 2 บาท

c)

ขาดทุน 4,000 บาท

d)

กำไร 4,000 บาท

46.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546

บริษัทแห่งหนึ่งสั่งซื้อสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเงินเชื่อในราคา US$ 2,000 กำหนดชำระหนี้ภายใน 60 วัน บริษัทปิดบัญชีประจำปีในวันที่ 31 ธันวาคม อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

1 ธค. 2546 31 ธค. 2546 30 มค. 2547

US$ 1 = 40 บาท 43 บาท 41 บาท

การปรับปรุงรายการในวันที่ 31 ธันวาคม 2546 ซึ่งเป็นวันปิดบัญชีจะปรับปรุงอย่างไร

a)

เดบิต เจ้าหนี้การค้า 6,000 เครดิตขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6,000

b)

เดบิต เจ้าหนี้การค้า 2,000 เครดิต ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,000

c)

เดบิต ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6,000 เครดิต เจ้าหนี้การค้า 6,000

d)

เดบิต ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,000 เครดิต เจ้าหนี้การค้า 2,000

47.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546

บริษัทแห่งหนึ่งสั่งซื้อสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเงินเชื่อในราคา US$ 2,000 กำหนดชำระหนี้ภายใน 60 วัน บริษัทปิดบัญชีประจำปีในวันที่ 31 ธันวาคม อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

1 ธค. 2546 31 ธค. 2546 30 มค. 2547

US$ 1 = 40 บาท 43 บาท 41 บาท

ในวันที่ 30 มกราคม 2547 บริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ ถ้ามีจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

ไม่มีกำไรหรือขาดทุน

b)

ขาดทุน 2,000 บาท

c)

กำไร 2,000 บาท

d)

กำไร 4,000 บาท

48.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546 บริษัทแห่งหนึ่งจำหน่ายสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเงินเชื่อในราคา US$ 1,500 กำหนดให้ชำระหนี้ภายใน 60 วัน บริษัทปิดบัญชีประจำปีในวันที่ 31 ธันวาคม อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

1 ธค. 2546 31 ธค. 2546 30 มค. 2547

US$ 1 = 43 บาท 42 บาท 40 บาท

การปรับปรุงรายการในวันที่ 31 ธันวาคม 2546 ซึ่งเป็นวันปิดบัญชีจะปรับปรุงอย่างไร

a)

เดบิต ลูกหนี้การค้า 1,500 เครดิตขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,500

b)

เดบิต ลูกหนี้การค้า 1,500 เครดิต กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,500

c)

เดบิต ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,500 เครดิต ลูกหนี้การค้า 1,500

d)

เดบิต ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 4,500 เครดิต ลูกหนี้การค้า 4,500

49.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546 บริษัทแห่งหนึ่งจำหน่ายสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเงินเชื่อในราคา US$ 1,500 กำหนดให้ชำระหนี้ภายใน 60 วัน บริษัทปิดบัญชีประจำปีในวันที่ 31 ธันวาคม อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

1 ธค. 2546 31 ธค. 2546 30 มค. 2547

US$ 1 = 43 บาท 42 บาท 40 บาท

ในวันที่ 30 มกราคม 2547 บริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ ถ้ามีจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด

a)

ไม่มีกำไรหรือขาดทุน

b)

กำไร 4,500 บาท

c)

ขาดทุน 3,000 บาท

d)

ขาดทุน 4,500 บาท

50.

การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อเก็งกำไร

b)

เพื่อป้องกันผลขาดทุนต่อสินทรัพย์สุทธิหรือหนี้สินสุทธิที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

c)

เพื่อป้องกันผลขาดทุนต่อข้อผูกพันหรือภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

d)

ถูกทุกข้อ

51.

ข้อใด ไม่ใช่ รายการของงบกำไรขาดทุนในกระดาษทำการรวมเพื่อทำงบการเงินรวม

a)

ต้นทุนขาย

b)

กำไรขั้นต้น

c)

กำไรสะสม

d)

ค่าเสื่อมราคา

52.

.ถ้าบริษัทย่อยซึ่งบริษัทใหญ่ถือหุ้นไม่ครบ 100% ขายสินค้าให้แก่บริษัทย่อยด้วยกันเอง การตัดกำไรในสินค้าคงเหลือ ใช้เกณฑ์เดียวกับกรณีใด

a)

กรณีซื้อให้แก่บริษัทใหญ่

b)

กรณีขายให้แก่บริษัทใหญ่

c)

กรณีซื้อให้แก่บริษัทย่อย

d)

กรณีขายให้แก่บริษัทย่อย

53.

ข้อใดคือส่วนกำไรในสินค้าคงเหลือต้นปีที่มียอดตรงกันข้าม

a)

เพิ่มยอดกำไรสุทธิรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

b)

ลดยอดกำไรสุทธิรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

c)

เพิ่มยอดกำไรสุทธิรวมและส่วนผู้ถือหุ้นส่วนมาก

d)

ลดยอดกำไรสุทธิรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนมาก

54.

ข้อใดที่แสดงว่ากำไรระหว่างบริษัทยังเหลืออยู่ ของสินค้าคงเหลือ

a)

ราคาสินค้าคงเหลือต่ำกว่าราคาทุนของสินค้าบริษัทขายสินค้า

b)

ราคาสินค้าคงเหลือสูงกว่าราคาทุนของสินค้าของบริษัทขายสินค้า

c)

ราคาสินค้าคงเหลือต่ำกว่าราคาทุนของสินค้าของบริษัทส่งสินค้า

d)

ราคาสินค้าคงเหลือสูงกว่าราคาทุนของสินค้าของบริษัทส่งสินค้า

55.

การบันทึกบัญชีระหว่างงวดในการค้าระหว่างประเทศการแปลงเงินตราของสำนักงานใหญ่

ต้องกระทำในภายหลังสิ่งใด

a)

เมื่อสำนักงานใหญ่จัดทำงบดุลรวม

b)

เมื่อสำนักงานใหญ่จัดทำบัญชีสินค้า

c)

เมื่อสำนักงานใหญ่ต้องการบันทึกกำไรหรือขาดทุน

d)

เมื่อสำนักงานใหญ่ต้องการรวมสินทรัพย์ถาวร

56.

รายการในข้อใดไม่ใช่รายการทางการเงินที่สาขาต้องส่งให้สำนักงานใหญ่เพื่อใช้ในการแปลงจำนวนเงิน

a)

งบทดลอง

b)

สินค้าคงเหลือ

c)

งบกำไรขาดทุน

d)

งบต้นทุน

57.

การแปลงตัวเลขเงินตราในงบทดลองและในบัญชีสินค้าคงเหลือจัดทำขึ้นเพื่อ

a)

สามารถรวมงบการเงินของสาขาได้

b)

สามารถรวมงบการเงินของสำนักงานใหญ่ได้

c)

สามารถรวมงบการเงินของสำนักงานใหญ่และสาขาได้

d)

สามารถรวมงบการเงินของสำนักงานใหญ่และสาขาเข้าด้วยกันได้

58.

47. ข้อใดไม่ใช่การปรับปรุงและตัดบัญชีของการทำงบการเงินรวมกิจการ

a)

ตัดบัญชีสำนักงานใหญ่และสาขา

b)

การขายสินค้าระหว่างบริษัท

c)

ลูกหนี้และเจ้าหนี้ระหว่างบริษัท

d)

เงินปันผลระหว่างบริษัท

59.

งบการเงินที่สำนักงานใหญ่จะแสดงไว้ในบัญชีของสำนักงานใหญ่ก็ต่อเมื่อ

a)

เมื่อมีการซื้อ – ขาย

b)

เมื่อมีการส่งสินค้า

c)

เมื่อได้รับเงินแล้ว

d)

เมื่อปันผลระหว่างบริษัท

60.

นักการบัญชีจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเลขในข้อมูลให้เป็นรายการใดก่อนที่จะบันทึกบัญชีได้

a)

เงินตราต่างประเทศ

b)

เงินตราในประเทศ

c)

เงินตราระหว่างประเทศ

d)

เงินตราในตลาดโลก