wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Final Exam (2): AIT101 & AIT103

Total questions: 45

Worksheet time: 2hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสาหร่ายขนาดเล็ก

a)

เป็นจุลินทรีย์กลุ่มยูคาริโอต ไม่พบในโพรคาริโอต

b)

บางชนิดมีโครงสร้างคล้ายใบและรากยึดเกาะ

c)

พบได้ในจุลินทรีย์ยูคาริโอตและโพรคาริโอต

d)

เป็นจุลินทรีย์เซลล์เดียว ไม่พบโครงสร้างเป็นสาย

2.

ข้อใดไม่ใช่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-green algae)

a)

Spirulina

b)

Nostoc

c)

Oscillatoria

d)

Chlorella

3.

คลอโรฟิลล์เอ และคลอโรฟิลล์บี พบในสาหร่ายดิวิชันใด

a)

Chlorophyta

b)

Phaeophyta

c)

Rhodophyta

d)

Cyanophyta

4.

โครงสร้างสปอร์ที่เรียกว่า Akinete พบในสาหร่ายดิวิชันใด

a)

Chlorophyta

b)

Phaeophyta

c)

Rhodophyta

d)

Cyanophyta

5.

Mucilaginous coat พบในสาหร่ายดิวิชันใด

a)

Chlorophyta

b)

Phaeophyta

c)

Rhodophyta

d)

Cyanophyta

6.

ข้อใดคือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

a)

Anabaena

b)

Oscillatoria

c)

Nostoc

d)

ถูกทุกข้อ

7.

Pseudopodium พบในสิ่งมีชีวิตใด

a)

Smile molds

b)

Amoeba

c)

Paramecium

d)

Volvox

8.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ Euglena

a)

Euglena เป็นจุลินทรีย์เซลล์เดียว มี Eye spot และแฟลเจลา

b)

Stigma เป็นช่องทางผ่านของแสงเพื่อส่งไปที่ Paraflagellar body

c)

เนื่องจากมีคลอโรพลาสต์ จึงเรียกสิ่งมีชีวิตนี้ว่า Euglenophytes

d)

Euglena มีการเคลื่อนไหวแบบ Chemotaxis และกินจุลินทรีย์อื่น

9.

ข้อใดจัดเป็น Phytoplanktons

a)

Euglena

b)

Paramecium

c)

Plasmodium

d)

Amoeba

10.

โพรโทซัว ที่เป็นสาเหตุของโรคมาลาเรีย คืออะไร

a)

Plasmodium

b)

Vorticella

c)

Euglena

d)

Paramecium

11.

สาหร่ายสีน้ำตาลอยู่ในดิวิชันใด

a)

Chlorophyta

b)

Phaeophyta

c)

Rhodophyta

d)

Cyanophyta

12.

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดใดที่นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

a)

Nostoc

b)

Spirulina

c)

Anabaena

d)

Chroococcus

13.

สาหร่ายสีเขียวชนิดใดที่นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

a)

Chlorella

b)

Volvox

c)

Pediastrum

d)

Closterium

14.

สาหร่ายสีเขียวชนิดใดที่สะสมแคลเซียมซัลเฟตไว้ที่แวคิวโอล

a)

Chlorella

b)

Volvox

c)

Pediastrum

d)

Closterium

15.

แพลงค์ตอนใดที่สามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีในเซลล์แสดงเป็น Bioluminescence ได้

a)

Noctiluca

b)

Diatom

c)

Euglena

d)

Oscillatoria

16.

Anabolism หมายถึงอะไร

a)

การสร้างสารชีวโมเลกุล

b)

การถ่ายทอดพลังงาน

c)

การสลายสารชีวโมเลกุล

d)

การแลกเปลี่ยนสารชีวโมเลกุล

17.

สารชีวโมเลกุลอะไร เมื่อมีการสลายโครงสร้างแล้ว จะสร้างพลังงาน ATP ให้กับเซลล์

a)

คาร์โบไฮเดรต

b)

โปรตีน

c)

ไขมัน

d)

ถูกทุกข้อ

18.

แหล่งพลังงาน ATP ของยีสต์ เกิดขึ้นในออร์แกเนลใด

a)

ไรโบโซม

b)

ไมโตคอนเดรีย

c)

นิวเคลียส

d)

กอลจิบอดี

19.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิถีไกลโคไลซีส

a)

น้ำตาลเริ่มต้นในกระบวนการคือ น้ำตาลคาร์บอน 6 อะตอม

b)

ไกลโคไลซีสเกิดในไซโตพลาสซึมและในไมโตคอนเดรีย

c)

ผลิตภัณฑ์สุดท้ายของไกลโคไลซีสคือ ไพรูเวท

d)

ไกลโคไลซีสได้พลังงานรูป ATP สุทธิน้อยกว่า ATP จากกระบวนการ electron transport chain

20.

ในวิถีไกลโคไลซีส เอนไซม์อะไรที่เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็น Glucose-6-Phosphate

a)

Exoglucanase

b)

Hexokinase

c)

Phosphohexose isomerase

d)

Pyruvate kinase

21.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความหมายและหน้าที่ของเอนไซม์

a)

เป็นสารที่เกิดจากการจัดเรียงตัวของกรดอะมิโนและสารชีวโมเลกุลอื่น

b)

โครงสร้างและเสถียรภาพเอนไซม์เปลี่ยนแปลงได้โดยปัจจัยกายภาพและเคมี

c)

ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาในทางชีวภาพ (Biocatalyst) ลดการใช้พลังงานกระตุ้น

d)

เป็นสารประกอบที่สร้างจากกรดไขมัน และทำงานได้ดีในทุกสภาวะ

22.

Pyruvic acid มีคาร์บอนในโมเลกุลกี่อะตอม

a)

2 อะตอม

b)

3 อะตอม

c)

4 อะตอม

d)

5 อะตอม

23.

Nicotinamide adenine dinucleotide (NAD) มีบทบาทอย่างไรในปฏิกิริยาเคมีในเซลล์

a)

เป็น coenzyme

b)

เป็น cofactor

c)

เป็น catalyst

d)

เป็น inhibitor

24.

ขั้นตอนการเชื่อมต่อระหว่างไกลโคไลซิสเพื่อเริ่มต้นวัฎจักรเครบส์ มีการสังเคราะห์สารใดในขั้นตอนนี้

a)

Glucose

b)

Acetyl CoA

c)

Citric acid

d)

Succinic acid

25.

กลุ่มเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาที่มีการถ่ายเทอิเลคตรอน หมายถึงข้อใด

a)

Transferase

b)

Hydrolase

c)

Oxidoreductase

d)

Synthase

26.

กลุ่มเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาสลายพันธะเคมีในที่มีน้ำเข้าร่วม หมายถึงข้อใด

a)

Transferase

b)

Hydrolase

c)

Ligase

d)

Oxidoreductase

27.

ส่วนใดของ ATP ที่ให้พลังงานเมื่อเกิดการสลายพันธะ

a)

Adenosine

b)

Ribose

c)

Phosphate group

d)

ถูกทุกข้อ

28.

การถ่ายทอดอิเลคตรอน (Electron transport chain) เกิดขึ้นที่ใดของเซลล์ยูคาริโอต

a)

ไซโตพลาสซึม

b)

เมมเบรนของผนังเซลล์

c)

เยื่อหุ้มชั้นในไมโตคอนเดรีย

d)

นิวเคลียส

29.

อัตราเร็วของปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของจุลินทรีย์ที่เกิดช้าลง เป็นเพราะสาเหตุใด

a)

การเสื่อมสภาพของเอนไซม์

b)

การลดลงของเมแทบอลิซึม

c)

การเกิดปฏิกิกิริยาผันกลับและการทำงานของตัวยับยั้ง

d)

ถูกทุกข้อ

30.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการลดลงของเมแทบอลิซึมจุลินทรีย์

a)

อุณหภูมิที่ลดต่ำลง

b)

เอนไซม์ที่ผลิตมากขึ้น

c)

ค่าพีเอชที่เหมาะสม

d)

ถูกทุกข้อ

31.

โครงสร้าง DNA แบบใดที่พบได้มากที่สุด และมีลักษณะอย่างไร

a)

แบบ A โดยการหมุนครบ 360 องศาจะนับจำนวนนิวคลิโอไทด์ได้ 12 นิวคลีโอไทด์

b)

แบบ B โดยการหมุนครบ 360 องศาจะนับจำนวนนิวคลิโอไทด์ได้ 10 นิวคลีโอไทด์

c)

แบบ Z โดยการหมุนครบ 360 องศาจะนับจำนวนนิวคลิโอไทด์ได้ 12 นิวคลีโอไทด์

d)

แบบ Z โดยการหมุนครบ 360 องศาจะนับจำนวนนิวคลิโอไทด์ได้ 10 นิวคลีโอไทด์

32.

Nitrogenous bases ของ Purine คือข้อใด

a)

Adenine และ Cytosine

b)

Thymine และ Guanine

c)

Cytosine และ Guanine

d)

Adenine และ Guanine

33.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ribosomal RNA (rRNA)

a)

ใช้ในการสังเคราะห์กรดอะมิโนบนสายของ mRNA

b)

Subunit ของ ribosome ประกอบด้วย proteins และ ribonucleotides

c)

70S rRNA มีอยู่ในยูคาริโอต

d)

80S rRNA มีอยู่ในยูคาริโอต

34.

การสร้างสาย DNA ขึ้นใหม่เป็นสายสั้นๆ เรียกว่าอะไร

a)

Okazaki fragment

b)

DNA ligase

c)

Leading strand

d)

DNA double helix

35.

ข้อใดที่ใช้แยกความแตกต่างระหว่างโพรคาริโอตและยูคาริโอตได้

a)

ชนิดของไรโบโซม

b)

ไมโตคอนเดรีย

c)

การมีหรือไม่มีนิวเคลียส

d)

ถูกทุกข้อ

36.

สารพันธุกรรมจากแบคทีเรีย ที่มีโครงสร้างเป็น DNA สายสั้นๆ เชื่อมต่อกันเป็นวงแบบปลายปิด เรียกว่าอะไร

a)

พลาสมิด

b)

พลาสติก

c)

พลาสม่า

d)

คอสมิค

37.

การที่แบคทีเรียมีการจำลองสาย DNA ขึ้นมา 1 สาย เป็นกระบวนการที่เรียกว่าอะไร

a)

DNA duplication

b)

DNA translation

c)

DNA damage

d)

DNA transformation

38.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของสารพันธุกรรม

a)

ควบคุมการแสดงออกของลักษณะต่างๆ ของเซลล์

b)

ถ่ายทอดพันธุกรรมไปสู่รุ่นต่อไป

c)

ส่งสารพันธุกรรมจากเซลล์สู่เซลล์

d)

การใช้ประโยชน์ด้านพันธุวิศวกรรม

39.

การจำลองสายดีเอ็นเอขึ้นใหม่ที่จุดเริ่มต้น (origin of replication) ต้องใช้เอนไซม์อะไรทำให้เกิดการคลายเกลียว DNA

a)

DNA polymerase

b)

Helicase

c)

Ligase

d)

Topoisomerase

40.

เอนไซม์อะไร ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อของ DNA 2 สายเข้าด้วยกัน

a)

DNA ligase

b)

DNA helicase

c)

Topoisomerase

d)

Endonuclease

41.

ข้อใดไม่ใช่กลไกการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมระหว่างแบคทีเรียให้ต่างไปจากเดิม

a)

Transformation

b)

Transduction

c)

Conjugation

d)

Replication

42.

แบคทีเรีย Streptococcus pnuemoniae สายพันธุ์ S และสายพันธุ์ R มีกลไกการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมแบบใด

a)

Transformation

b)

Transduction

c)

Conjugation

d)

Replication

43.

แบคทีเรียที่มี F-pili สามารถที่จะมีกลไกการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมแบบใด

a)

Transformation

b)

Transduction

c)

Conjugation

d)

Replication

44.

การส่งผ่านสารพันธุกรรมจากแบคทีเรียโดยอาศัย Bacteriophage เป็นกลไกการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมแบบใด

a)

Transformation

b)

Conjugation

c)

Transduction

d)

Replication

45.

ในสภาวะใดที่ Lac Operon ทำงานได้

a)

แบคทีเรียในน้ำตาลหลายชนิด

b)

แบคทีเรียในน้ำตาลกลูโคสและแลคโตส

c)

แบคทีเรียในน้ำตาลกลูโคสเท่านั้น

d)

แบคทีเรียในน้ำตาลแลคโตสเท่านั้น