Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Cargill

Total questions: 15

Worksheet time: 14mins

Name
Class
Date
1.

เมื่อเทียบกันระหว่างสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดยทั่วไปแล้วจะพบว่าสัตว์น้ำจะมีความอ่อนไหว (Sensitive) ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมมากกว่าสัตว์บกอันเป็นผลเนื่องมาจากปัจจัยใดต่อไปนี้

a)

สัตว์น้ำเป็นสัตว์เลือดเย็น (Poikilotherms) ที่ไม่สามารถปรับสภาพตัวเองให้อยู่ในภาวะสมดุลได้ในช่วงอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต

b)

สัตว์น้ำอาศัยอยู่ในน้ำทำให้ประสบกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น คุณภาพน้ำ ปริมาณเชื้อโรค การปรับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย

c)

ถูกเฉพาะข้อ 1)

d)

ถูกทั้งข้อ 1) และ 2)

2.

ข้อใดต่อไปนี้ คือผลกระทบของการมีสภาวะฝนตกหรือฟ้าครึ้มติดต่อกันต่อสภาพแวดล้อมต่อบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

a)

อุณหภูมิของน้ำต่ำลง

b)

การสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืชลดลงและปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำลดลง

c)

ปริมาณความเป็นด่างลดลงและปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์อิสระในน้ำลดลง

d)

ถูกทุกข้อ

3.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ผลกระทบของการมีสภาวะอากาศร้อนติดต่อกันในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

a)

อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นและการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืชมากขึ้น

b)

ความสามารถของออกซิเจนละลายในน้ำลดลงและสิ่งมีชีวิตในน้ำใช้ออกซิเจนมากขึ้น

c)

ของเสียและสิ่งขับถ่ายในน้ำมากขึ้นอันเป็นผลมาจากสัตว์น้ำกินอาหารมากขึ้น

d)

ความแตกต่างของปริมาณออกซิเจนละลายกลางวันและกลางคืนต่างกันน้อย

4.

ข้อใดต่อไปนี้คือประโยชน์สูงสุดที่ได้จากการเตรียมบ่อหรือตากบ่อเลี้ยงปลา โดยการใช้วัสดุปูน (lime) ที่เหมาะสม ก่อนการเลี้ยงปลาในแต่ละรอบการเลี้ยง

a)

ฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในบ่อเลี้ยงปลา

b)

ฆ่าพาหะของโรคที่หลงเหลือในบ่อเลี้ยงปลา

c)

ปรับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้สูงขึ้น ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลชีพเพื่อเร่งการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ตกค้างในดินพื้นก้นบ่อ

d)

ปรับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้ต่ำลง ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลชีพเพื่อเร่งการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ตกค้างในดินพื้นก้นบ่อ

5.

ระหว่างการเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำ โดยทั่วไปจะมีการใช้วัสดุปูน เช่น CaCO3 ผสมน้ำแล้วสาดลงไปในน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ในช่วงเวลากลางคืนเพื่อวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในข้อใด

a)

ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างให้สูงขึ้น ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

b)

ปรับค่าความเป็นด่างให้สูงขึ้น ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

c)

ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างให้สูงขึ้น ให้อยู่ในระดับที่มากกว่า 8.3

d)

ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างให้สูงขึ้น ให้อยู่ในระดับ 8-10

6.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิตามิน ซี (Vitamin C) ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

a)

ทำหน้าที่เป็นสารต้านทานการหลั่งฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด (Antistress)

b)

ทำหน้าที่ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายและช่วยสมานแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น (Wound healing)

c)

ทำหน้าที่สำคัญในการเป็น Cofactor ในกระบวนการ Hydroxylation ของกรดอะมิโน ชนิด Lysine และ Proline เพื่อใช้ในการสร้าง Collagen

d)

สามารถถูกสังเคราะห์ในพืชเป็นส่วนใหญ่ โดยเป็นผลมาจากการทำงานของเอนไซม์ L-gulonolactone reductase

7.

ข้อใดต่อไปนี้คือประโยชน์ที่ได้จากค่าความเป็นด่าง “Alkalinity” ในน้ำ

a)

เป็น Buffering capacity ในการป้องกันการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของน้ำ

b)

ทำให้ความเป็นกรด-ด่างของน้ำมีค่าสูง ป้องกันไม่ให้สารพิษบางชนิดในน้ำ เช่น แอมโมเนีย หรือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ทำอันตรายสัตว์น้ำได้

c)

เป็นแหล่งสำรอง คาร์บอนไดออกไซด์ ให้แพลงก์ตอนพืชใช้ในการสังเคราะห์แสงในช่วงฝนตกหรือฟ้าครึ้มติดต่อกัน

d)

สัตว์น้ำสามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการสร้างเมือกที่บริเวณผิวหนังและเหงือกได้

8.

ภาวะ “ปลาน๊อคน้ำ” ในบ่อเลี้ยงปลาน้ำจืดโดยทั่วไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการตายของปลาเป็นจำนวนมากจนถึงหมดบ่ออย่างรวดเร็ว เกิดจากสาเหตุใดดังต่อไปนี้

a)

ได้รับสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนจากกิจกรรมทางการเกษตรอย่างอื่น เช่น น้ำทิ้งจากนาข้าว

b)

การที่ออกซิเจนที่ละลายในน้ำลดงอย่างรวดเร็ว จนอยู่ในระดับต่ำ อันเป็นผลมาจากการตายของแพลงก์ตอนพืชจำนวนมากในบ่อเลี้ยงปลา ภายหลังจากภาวะฝนตกหรือฟ้าครึ้มติดต่อกันหลายวัน

c)

การที่ออกซิเจนที่ละลายในน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จนอยู่ในระดับต่ำ อันเป็นผลมาจากภาวะอากาศร้อนติดต่อกัน จนเป็นผลให้ออกซิเจนที่ละลายในน้ำแพร่กระจายกลับสู่อากาศ

d)

การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอนพืชบางชนิดที่สร้างสารพิษที่มีความรุนแรงที่สามารถฆ่าปลาในบ่อเลี้ยงได้

9.

ฮอร์โมนชนิดใดจัดเป็นฮอร์โมนที่สามารถก่อให้เกิดความเครียด (Stress hormones) ได้ ในปลากระดูกแข็ง

a)

Cortisol

b)

Endophine

c)

Nor-epinephrine HCl

10.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ Probiotics ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

a)

ทำให้สัตว์น้ำมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น อันเป็นผลมากจากการกระตุ้นการหลั่งของ Growth hormone

b)

ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ ทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงมีคุณภาพดีขึ้น โดยการช่วยย่อยสลายของเสีย

c)

ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้สัตว์น้ำมีความสามารถในการต้านทานโรคได้ดียิ่งขึ้น

d)

ทำให้สัตว์น้ำสามารถต้านทานต่อสภาวะการเกิดความเครียดได้ดียิ่งขึ้น

11.

ในการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดินโดยทั่วไป ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะสามารถสังเกตเห็นดินพื้นก้นบ่อมีสำดำเสมอ สีดำที่เห็นนั้นคืออะไร

a)

ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S)

b)

สารประกอบซัลไฟด์ของโลหะ

c)

สารประกอบออกไซด์ของโลหะ

d)

แอมโมเนียมซัลเฟต [(NH4)2SO4]

12.

ในการเตรียมบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนั้น ส่วนที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของการเตรียมบ่อคือ

a)

ความชื้นในดิน

b)

ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในดิน

c)

สารอินทรีย์ในดิน

d)

จุลชีพในดิน

13.

ในบ่อเลี้ยงปลานิลขนาด 3 ไร่และ 6 ไร่เกษตรกรมักพบเสมอว่า ในบ่อขนาด 3 ไร่ นั้น อุณหภูมิของน้ำในบ่อมีความแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าและกว้างกว่าบ่อขนาด 6 ไร่ ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากคุณสมบัติข้อใดของน้ำ

a)

Specific heat (ความจุความร้อนจำเพาะ)

b)

Specific gravity (ความถ่วงจำเพาะ)

c)

Latent heat of fusion (ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว)

d)

Latent heat of vaporization (ความร้อนแฝงของการระเหย)

14.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของการให้เกลือในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด

a)

ป้องกันหรือลดผลกระทบที่เป็นผลมาจากภาวการณ์เกิดความเครียด

b)

ลดการหลั่งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดความเครียด

c)

ชดเชยการการสูญเสียแร่ธาตุในร่างกาย

d)

ช่วยลดความเป็นพิษของสารพิษบางชนิด เช่น NO2-

15.

ข้อใด “ไม่ใช่”ประโยชน์ที่ได้จากการเตรียมบ่อหรือตากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ถูกวิธี

a)

สัตว์น้ำวัยอ่อนมีอัตราการรอดตายสูงขึ้นเนื่องจากมีอาหารธรรมชาติเพียงพอ

b)

สามารถเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตและสามารถลดอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR) ได้

c)

เชื้อโรคบางชนิดที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมีปริมาณลดลงทำให้สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

d)

สามารถลดอัตราการใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุในดินของสัตว์น้ำได้