wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

M.4 วิธีการทางประวัติศาสตร์

Total questions: 15

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

การศึกษาเรื่องราวและพฤติกรรมของสังคมมนุษย์

b)

การศึกษาปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนโลก

c)

การศึกษาเรื่องราวอดีตของสังคมมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงตามมิติเวลา

d)

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

2.

วิธีการทางประวัติศาสตร์ มีลักษณะอย่างไร

a)

กระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงจากร่องรอยที่หลงเหลือ

b)

กระบวนการสืบค้นข้อมูลจากพงศาวดารต่างๆ และนักประวัติศาสตร์

c)

การรับฟังเรื่องราวต่างๆ แล้วนำมาพิจารณาก่อนการตัดสินใจ

d)

กระบวนการศึกษาเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของมนุษย์

3.

วิธีการทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อย่างไร

a)

มีเหตุผล

b)

ช่างสังเกต

c)

ปรับตัวเข้ากับสังคมได้

d)

มีความน่าเชื่อถือ

4.

ภาพเขียนสีผนังถ้ำ จัดเป็นหลักฐานประเภทใด

a)

หลักฐานชั้นต้น

b)

หลักฐานชั้นรอง

c)

หลักฐานแบบเอกสาร

d)

หลักฐานประวัติศาสตร์

5.

ข้ดใดจัดเป็นหลักฐานชั้นรอง

a)

บันทึกรวมเล่มพงศาวดาร

b)

พระปรางสามยอด จ.ลพบุรี

c)

เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง จ.อุดรธานี

d)

พระพุทธชินราช วัดมหาธาตุ จ. พิษณุโลก

6.

วิธีการใดไม่จัดเป็นขั้นตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การตั้งประเด็นคำถาม

c)

การปรับแต่งข้อมูลหลักฐาน

d)

การวิเคราะห์ตีความหลักฐาน

7.

เพราะเหตุใดจึงกล่าวได้ว่า "การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศึกษาประวัติศาสตร์"

a)

เป็นการตรวจสอบของเท็จจริงของหลักฐาน

b)

เป็นการทำให้หลักฐานหรือข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ

c)

เป็นการตรวจสอบหลักฐานว่าเป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์

d)

เป็นการนำข้อมูลมากแยกแยะและเรียบเรียงให้เป็นระบบและตรงประเด็น

8.

ข้อใดจัดเป็นหลักฐานทางโบราณคดีทั้งหมด

a)

โครงกระดูก เครื่องประดับ เครื่องใช้

b)

ศิลาจารึกหลักที่ 1 ธรรมจักรกับกวางหมอบ

c)

พงศาวดารอยุธยา ตำนานสร้างเมืองเชียงใหม่

d)

วิดีทัศน์จดหมายเหตุกรุงศรี บันทึกคำให้การขุนหลวงหาวัด

9.

การกำหนดหัวข้อหรือประเด็นศึกษาทางประวัติศาสตร์ที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร

a)

กำหนดหัวข้อให้แคบ เพื่อประหยัดเวลาในการศึกษา

b)

กำหนดหัวข้อให้มีขอบเขต ช่วงเวลา และพื้นที่ที่ชัดเจน

c)

กำหนดประเด็นตามที่มีผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาไว้ก่อนแล้ว

d)

กำหนดประเด็นให้กว้างๆ เพื่อที่จะศึกษาในประเด็นที่หลากหลาย

10.

การศึกษาผลงานของผู้เชี่ยวชาญก่อนลงภาคสนามเก็บข้อมูลจริง มีประโยชน์อย่างไร

a)

ทำให้งานของตนเองมีความน่าเชื่อถือ

b)

ทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นก่อนลงสนามภาค

c)

หากมีข้อมูลจำนวนมากพอ ก็ไม่ต้องลงภาคสนาม

d)

เปรียบเทียบข้อมูลและผลงานของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน

11.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ใด ให้ข้อมูลทางสังคมและวัฒนธรรมน้อยที่สุด

a)

ตำนาน

b)

โครงกระดูกมนุษย์

c)

พระราชพงศาวดาร

d)

หนังสืออัตชีวประวัติ

12.

ข้อใดไม่จัดเป็นเอกสารปกครอง

a)

ใบบอก

b)

สารตรา

c)

ศุภอักษร

d)

ใบสำคัญสั่งของ

13.

เอกสารส่วนบุคคลในข้อใด เป็นบันทึกของชาวต่างชาติ

a)

ไกลบ้าน

b)

สาส์นสมเด็จ

c)

จดหมายเหตุวันวลิต

d)

บันทึกพระยาทรงสุรเดช

14.

หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร มีลักษณะเด่นอย่างไร

a)

นักประวัติศาสตร์สามารถศึกษาตีความได้เอง

b)

การตีความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

c)

ต้องมีการบูรณาการกับนักวิชาการสาขาอื่นเพื่อตีความหลักฐาน

d)

นักประวัติศาสตร์จะต้องมีความรู้เฉพาะด้านเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจหลักฐาน

15.

หลักฐานประเภทคำบอกเล่า (ตำนาน) มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อย่างไร

a)

เป็นหลักฐานชั้นต้น

b)

เป็นแหล่งข้อมูลที่ปราศจากอคติ

c)

แหล่งข้อมูลบางแหล่งสามารถเชื่อถือได้

d)

บอกเล่าประเด็นในสังคมที่ไม่ถูกบันทึกไว้